cmxseed สังคมราตรี

หมวดหมู่ทั่วไป => ลี้ลับ ประวัติศาสตร์ ตำนานโลก => ข้อความที่เริ่มโดย: etatae333 ที่ 16 สิงหาคม 2019, 16:23:28

หัวข้อ: เรื่องเล่าลือสุดสยองบนโลกอินเทอร์เน็ต
เริ่มหัวข้อโดย: etatae333 ที่ 16 สิงหาคม 2019, 16:23:28
เรื่องเล่าลือสุดสยองบนโลกอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยข่าวลือต่างๆ มากมาย ซึ่งตลอดที่ผ่านมามีข่าวลื่อจำนวนมากในอินเตอร์เน็ต
แต่ส่วนมากเป็นข่าวลื่อไม่ดี น่ากลัว ฟังแล้วขยะแขยง แต่ส่วนมากข่าวลื่อเล่านี้ไม่รู้ว่าเป็นจริงหรือเปล่า
และนี่คือ เรื่องเล่าลือน่ากลัวในอินเตอร์เน็ต ที่ได้รับความนิยมและหลายคนเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

 
10.Killer in the backseat

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011099-1096.jpeg)
 
นักฆ่าที่นั่งด้านหลัง เป็นตำนานเมืองที่ได้รับนิยมในอเมริกา และ ประเทศอังกฤษ ซึ่งเชื่อว่าเริ่มเกิดในขึ้นปี 1968
ก่อนที่จะแพร่กระจายไปทั่วอินเทอร์เน็ตและปากต่อปาก

โดยตำนานเล่าว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังขับรถคนเดียว และตอนนั้นเธอก็ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติ และเมื่อขับผ่านระยะหนึ่งจู่ๆ
ก็มีรถแปลกหน้าขับไล่จี้เธอ ชนหลังรถของเธอ จนเธอประสาทเสีย แต่กระนั้นคนขับแปลกหน้านั้นเหมือนพยายามเตือนเธอว่า
มีอะไรอยู่ที่เบาะหลังของเธอ และเมื่อเธอหันไปก็พบชายคนหนึ่ง (ฆาตกร นักข่มขืน หรือผู้ป่วยโรคจิตหนีออกจากโรงพยาบาลบ้า)
ซึ่งเธอก็ได้รู้แล้วที่รถชนหลังเธอก็เพื่อให้มันเสียจังหวะ และเธอก็รอดมาได้

ในบางเวอร์ชั่นจะเป็นปั๊มน้ำมัน ที่หญิงสาวถูกเตือนจากเด็กปั๊มให้ออกจากรถ แต่หญิงสาวนึกว่าเด็กปั๊มจะทำร้ายเธอ
เธอจึงขับรถหนีออกจากปั๊มไป หากแต่เด็กปั๊มขับรถไล่ตามมาและพยายามเอารถกระแทกหลังรถเธอ (เพราะเขาเห็นว่า
มีคนซ่อนหลังรถและเขาพยายามบอกเธอ) และตำนานเมืองดังกล่าวก็ได้กลายเป็นมุกภาพยนตร์สยองขวัญมากมายตามมา


 
9.Poisoned candy myths

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011128-1973.jpeg)
 
นักวางยาพิษในขนมเป็นตำนานเมืองที่กล่าวถึงบุคคลที่มุ่งร้ายพยายามซ่อนไปมีดโกน, เข็มยาเสพติด หรือยาพิษใส่ในขนม
และแจกจ่ายลูกอมเพื่อให้เด็กกิน โดยเฉพาะวันฮัลโลวีนจะเป็นออกอาละวาดมากเป็นพิเศษ 

ความจริงแล้วตำนานดังกล่าวมีมูลเหตุมาจากเรื่องจริง เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นในปี 1964 และหลายปีที่ผ่านมามีเหตุการณ์คล้ายๆ
กับตำนานมากมายเกิดขึ้นในอเมริกาอย่างน้อย 90 กรณี โดยเฉพาะกรณีเด็กรับขนมของคนแปลกหน้าและเอาขนมดังกล่าว
เข้าใส่ปากจนเสียชีวิต เช่นกรณีในปี 1970 เด็กอายุ 5 ปีจากดีทรอยด์ได้กินขนมใส่เฮโรอีนจากลุงของเขา จนเด็กอาการโคม่า
และเสียชีวิตลง หรือในกรณีปี 1974 เด็กอายุ 8 ปีคนหนึ่งจากเท็กซัสได้เสียชีวิตจจากการกินลูกอมผสมไซยาไนด์ ซึ่งต่อมา
ตำรวจได้สืบยสวนแล้วว่าฆากตคือพ่อของเด็กที่ต้องการฆ่าลูกเพื่อเอาเงินประกัน




 
8.Vanishing hitchhiker

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011499-6308.jpeg)
   
นักโบกรถที่หายไป เป็นตำนานเมืองการหลอกหลอนของผีทีปรากฏว่ามีอยู่ทั่วโลก โดยเล่าว่าหากคนขับรถตอนกลางคืน
รับผู้หญิงที่โบกรถข้างทาง ขึ้นเบาะหลังรถ คนขับรถคนนั้นจะพบการหลอกหลอนโดยผู้หญิงคนนั้นจะอย่างลึกลับ
(ซึ่งก็คือผู้หญิงโบกรถคนนั้นเป็นผีนั้นเอง)

การหลอนหลอนของผีดังกล่าวได้รับความนิยมหลายศตวรรษและพบทั่วโลก ในอเมริกามีตำนานดังกล่าวหลายกรณี
เช่นเรื่อง "แมรี่คืนชีพ แห่งสุสานในอิลลินอยด์ ชิคาโก" ที่ผู้หญิงผมสีบลอนด์อ่อน และ ตาสีฟ้าใส่ชุดสีขาวที่มักโบกรถ
ข้างทางหน้าสุสาน และจะหายไปที่เบาะหลัง

หรือจะเป็นที่ประเทศฟิลิปปินส์ มีผีผู้หญิงแห่งถนนบัลเล่ต์ไดรฟ์ นิวมะลิลา เมืองเกซอน เธอมักปรากฏตัวในรูปของผู้หญิง
ใส่ชุดสีขาว อยู่กลางถนนตอนกลางคืน พร้อมสร้างหายนะแก่ผู้พบเห็น จนมีคำเตือนผู้ขับขี่ให้หลีกเลี่ยงการใช้ถนนเส้น
ดังกล่าวในเวลากลางคืนโดยเฉพาะหากขับรถมาคนเดียว ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้ถนนเส้นนั้นจงอย่ามองกระจกด้านหลังรถ
เพราะไม่งั้นคุณอาจเห็นวิญญาณผู้หญิงผมดำยาวในชุดกลางคืนนั่งเบาะหลังรถ และใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดทั่ว




 
7.Contaminated currency

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011186-9521.jpeg)
 
สกุลเงินที่ปนเปื้อน เป็นตำนานเมืองของสหรัฐอเมริกาที่เชื่อว่าธนบัตรเกือบทั้งหมดของประเทศมีการเจือปนของโคเคน
ยาเสพย์ติด โดยสาเหตุปนเปื้อนก็มาจากเป็นเงินสกปรกที่มาจากการติดต่อขนส่งระหว่างธุรกิจโคเคน และหากมีผู้ใช้เงิน
ดังกล่าว "อาจทำให้เกิดอาการติดยาหรือเกิดโรคได้!!"

อย่างไรก็ตามตำนานเมืองนี้มีมูลจากเรื่องจริง ในปี 2008 มีผลวิจัยระบุว่ามีธนบัตรดอลลาร์ปนเปื้อนโคเคน ที่ใช้กันอยู่
ในหลายรัฐสหรัฐฯมากกว่า 90% มีร่องรอยของเงินสกปรก การค้นพบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการซื้อขายโคเคนและยาอื่นๆ
ในนั้นใช้เงินสด และมีสิทธิอย่างมากหากใช้จมูกดมธนบัตรดังกล่าวอาจทำให้เกิดอาการติดยาเสพติดได้

และร้ายที่สุดคือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ-ซี ซึ่งเป็นโคเรื้อรังเกี่ยวกับทางเดินหายใจ แม้ว่าความเข้มข้นของโคเคน
ที่ปนเปื้อนสูงสุดที่พบจะน้อยก็ตาม แต่กระนั้นโดยทั่วไปแล้วธนบัตรเก่าๆ ที่ใช้กันระยะหนึ่งถือว่าเป็นแหล่งเพาะแบคทีเรีย
เชื้อโรคอันตรายมาก ซึ่งในปี 2003 ประเทศจีนเคยประสบปัญหาโรคซาร์สที่แพร่กระจายโดยผ่านทางธนบัตรมาแล้ว
 




6.Fan death

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011208-6116.jpeg)

พัดลมแห่งความตาย เป็นความเชื่อที่แพร่หลายในประเทศเกาหลีใต้ ที่เชื่อว่าหากนอนเปิดพัดลมไฟฟ้าทิ้งในขณะนอนหลับ
ในห้องนอนที่ปิดสนิทจะทำให้ขาดอากาศตาย เพราะพัดลมเป็นตัวทำให้ออกซิเจนในอากาศหมดไป ซึ่งความเชื่อดังกล่าว
ส่งผลทำให้พัดลมเกาหลีมีการติดตั้งสวิทช์ตั้งเวลาเอาไว้

ความจริงแล้วตำนานดังกล่าวมาจากมูลเหตุเรื่องจริง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเกาหลีใต้และรัฐบาลเกาหลีใต้แจ้งเตือน
ความปลอดภัยว่าการหายใจไม่ออก ของพัดลมไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศนั้นเป็นหนึ่งในหาสาเหตุอุบัติเหตุที่พบบ่อยมากที่สุด
ในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากหากร่างกายเปิดรับพัดลมไฟฟ้า หรือ เครื่องปรับอากาศมากเกินไปและพัดลมยังทำให้ออกซิเจนลดลง
และเกิดความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีปัญหาทางเดินหายใจ โดยในปี 2003
มีคนที่ได้รับเหตุดังกล่าว 20 รายส่วนมากเปิดพัดลมไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศในขณะนอนหลับ

ซึ่งการป้องกันดังกล่าวคือ "ควรตั้งเวลาหรือไม่ก็ปรับทิศทางลมพัดลมให้หมุนตลอดเวลา"

แม้ว่าจะมีคำเตือนจากสื่อและหน่วยงานอื่นๆ ในเกาหลีใต้ แต่อย่างไรก็ตามคำอธิบายเหล่านี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในคำเตือนการใช้
พัดลมหรือเครื่องไฟฟ้าประเทศอื่นเลยแม้แต่น้อย และทางวิทยาศาสตร์เองก็ยังไม่ได้ระบุได้แน่ชัดว่า

การเปิดพัดลมในห้องปิดสนิทจะทำให้ขาดอากาศตายได้หรือเปล่า...?
 




5. Bonsai Kitten
 
(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011228-336.jpeg)

แมวบอนไซ คือ เรื่องหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่อ้างและอธิบายขั้นตอนรายละเอียดการนำลูกแมวเข้าไปในขวดแก้ว
เพื่อการประดับตกแต่ง คล้ายกับการทำต้นไม้แคระ (บอนไซ) เมื่อลูกแมวจะโตในขวดโหลแก้วตามโครงร่างของขวดโหล
โดยหายใจผ่านทางรูที่เจาะไว้ และอาจให้อาหารและขับถ่ายผ่านสาย

ซึ่งในเว็บไซต์แสดงวิธีสร้างสัตว์บอนไซด้วยการจับลูกแมวเป็นยัดใส่ขวดแก้ว ให้เหลือเพียงรูเล็ก ๆ สำหรับหายใจจนร่างกาย
เติบโตเป็นรูปขวดแก้วเหลี่ยม ต่อมาเว็บไซต์ก็ได้ออฟไลน์ไปแล้ว มีแต่เว็บไซต์ที่คัดลอกเนื้อหาเอาไปแพร่กระจายทางอินเทอร์เน็ต
จนสร้างกระแสจากพวกรักสัตว์ว่าเชื่อเป็นเรื่องจริง จนถึงขั้นแจ้งทางการ หากแต่เมื่อทำการตรวจสอบแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องโกหก
แต่มีแนวคิดจากแตงโมสามเหลี่ยมญี่ปุ่น




4.Hair Soy Sauce

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011246-1527.jpeg)
   
มีข่าวลือแพร่กระจายไปตามอินเทอร์เน็ต ให้ระวังซอสถั่วเหลือทำจากเส้นผมจากจีน โดยอ่างว่าซอสดังกล่าวทำจาก เส้นผม
หรือขนต่าง ๆ เพราะว่ามีสารประกอบของโปรตีนรวมอยู่เยอะ มาแทนถั่วเหลืองมีราคาแพง

โดยแหล่งข่าวอ้างว่าผู้สื่อข่าวจาก CCTV ของจีน ได้แฝงตัวเข้าไปทำข่าวในโรงงานผลิตซอสชื่อ Hongshuai ตั้งอยู่ที่
มณฑลหูเป่ย วิธีการผลิตของเค้าคือ ไปเก็บเส้นผมมาจากที่ต่าง ๆ เช่น ร้านตัดผมถังขยะ โรงพยาบาล โดยเฉพาะใน
โรงพยาบาลถือเป็นแหล่งใหญ่ในการหาเส้นผมเลย เพราะมีคนไข้มากมายที่มารักษา แล้วต้องโกนหัวก่อนรักษา เช่น
คนเจ็บที่หัวแบะมาก็ต้องโกนหัวก่อนรักษา เมื่อเก็บมาได้แล้วก็คัดแยก ขยะอื่น ๆ ที่ปนมาทิ้งไป เช่น ผ้าพันแผล พลาสเตอร์
สำลี เข็มฉีดยา ผ้าอนามัย และขยะอื่นๆ อีกมากมาย พอคัดแยกเสร็จก็เอาเส้นผมมาทำความสะอาด ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ
แล้วเอามาทำเป็นน้ำเชื่อมกรดอะมิโน เพื่อไปหมักทำซอสต่อไป

ข่าวลือดังกล่าว โด่งดังในอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตามกระทู้ดังกล่าวไม่มีหลักฐานหรือข้อสนับสนุนว่าเป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด
ปัจจุบันกระทู้ต้นฉบับก็ได้ถูกลบไปแล้ว ส่วนรัฐบาลเองก็สั่งห้ามให้มีการผลิตซอสถั่วเหลือทำจากเส้นผม หรือสารก่อมะเร็งอื่นๆ
แม้จะไม่ทราบว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม
 




3.KFC

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011269-5405.jpeg)
 
ยังอยู่ในเรื่องของอาหาร เคเอฟซี (หรือ ไก่ทอดเคนตักกี้) ไก่ทอดแฟรนไซต์ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ยังคงเป็นข่าวลือ
ที่ได้รับความนิยมในอินเทอร์เน็ต ที่ส่วนใหญ่เป็นข่าวลือด้านลบทั้งสิ้น อันเนื่องมาจากความลับของสูตรอาหาร ไปจนกระบวน
การผลิตและการเลือกวัตถุนี้เองที่ทำให้เกิดข่าวลื่อน่ากลัวต่างๆ นาๆ 

โดยที่ได้รับนิยมที่สุดคือ “ทำไมบริษัทถึงต้องเปลี่ยนชื่อจาก Kentucky Fried Chicken ไปเป็น KFC” (ในปี 1991 จู่ๆ
ไก่ทอดเคนตักกี้ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเคเอฟซีกะทันหัน) โดยมีหลายคนได้ให้สาเหตุว่าเป็นเพราะบริษัทไม่ได้ใช้คำว่า Chicken
หรือไก่อีกต่อไปเพราะเคเอฟซีไม่ได้ใช้ไก่จริงๆ ทอดขายลูกค้า แต่ใช่ไก่ที่ตัดแต่งพันธุกรรมมาทอด โดยไก่จะได้รับเลี้ยงดู
โดยการต่อท่อเข้าร่างกายของไก่เพื่อปั๊มเลือเดและฉีดอาหารบำรุงให้ไก่ ไก่พวกนี้จะไม่มีงอย ไม่มีขน และไม่มีเท้า เพื่อให้
โครงสร้างของกระดูกหดตัวลง เพื่อให้ได้เนื้อมากขึ้น ซึ่งมันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนการผลิตจำนวนมาก ซึ่งรัฐบาล
อเมริกาทราบเรื่องนี้ จึงไม่ให้ใช้ไก่ในผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอีกต่อไป!!

ซึ่งความจริงแล้ว เคเอฟซีได้เปลี่ยนจากชื่อเต็ม "เคนทักกี้ฟรายชิคเก้น" มาเป็นชื่อย่อ "เคเอฟซี" เมื่อปี 1991 โดยให้เหตุผลว่า
ต้องการลดความสำคัญของคำว่า "ชิคเก้น" หรือ "ไก่" ลง เนื่องจากมีผู้ประท้วงเกี่ยวกับการใช้ไก่ดัดแปลงพันธุกรรมของ เคเอฟซี
เหตุผลอีกข้อหนึ่งคือต้องการทิ้งคำว่า "ฟราย" ซึ่งสวนกับกระแสสุขภาพในการลดการบริโภคของทอด

อย่างไรก็ตาม 2005 เคเอฟซีเปิดร้านอาหารใหม่ในมลรัฐเคนทักกี้ ได้ใช้ชื่อว่า "เคนทักกี้ฟรายชิคเก้น" เช่นเดิม และมีแผน
จะใช้ชื่อเดียวกันนี้ในอนาคต
 



2.Snuff films

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011292-6701.jpeg)

สนัฟฟ์ฟิล์มยังเป็นข่าวลือน่ากลัวในอินเทอร์เน็ตเช่นเคย สนัฟฟ์ฟิล์มเป็นภาพยนตร์กึ่งสารคดีที่นำเสนอภาพบันทึกความตาย
ภาพสังหารบุคคลหรือประชาชน โดยไม่ใช่เทคนิคพิเศษการถ่ายทำ  ส่วนมากจะ เน้นขายฉากเซ็กซ์ก่อนฆ่า ถ่ายทำกัน
หน้ากล้องสด ๆโดยมีวัตถุประสงค์สร้างขึ้นเพื่อแสวงผลประโยชน์ทางการเงิน 

ตามคำลือตำนานเมืองเล่ากันว่าจะมีคนกลุ่มหลอกนักแสดงที่อยากมีชื่อเสียงโด่งดัง โดยแกล้งบอกว่าเป็นภาพยนตร์ธรรมดา
แต่ปรากฏว่าเป็นภาพยนตร์สนัฟฟ์ฟิล์ม และเมื่อถ่ายทำเสร็จก็นำไปขายแก่คนร่ำรวย มีเงิน และรสนิยมวิปริตได้ดูอย่างบันเทิง

ปัจจุบันยังไม่มีการพบสนัฟฟ์ฟิล์มที่ระบุไว้ข้างตน แต่กระนั้นในอินเทอร์เน็ตเองก็มีคลิปการฆ่าสดๆ มากมาย เช่นการฆ่าคนของ
อัลกออิดะห์ หรือการฆ่าของแก๊งค้ายาเม็กซิกัน พร้อมกับตำนานว่าฆาตกรบางคนที่ได้บันทึกภาพวีดีโอขณะลงมือสังหารเหยื่อ
เช่น อาร์มิน เมเวส ช่างเทคนิคคอมพิวเตอร์ ชาวเยอรมันวัย 42 ได้ถ่ายวีดีโอขณะฆ่าเบิร์นด์ เจอร์เกน แบรนเดส คู่ขาเกย์
และกินเขาเมื่อวันที่ 2001

หรืออย่างกรณีของ Maniacs Dnepropetrovsk ที่เด็กวัยรุ่นฆ่าชายอายุ 48 ปีด้วยค้อนและไขควงตายอย่างทรมาน
ในยูเครน ในปี 2007 และถ่ายคลิปวีดีโอด้วยมือถือ และเทปที่ว่านั้นได้ร่อนขายไปในเว็บไซต์อินเตอร์เน็ต ซึ่งข้อมูล
ดังกล่าวนั้นยังไม่รับการพิสูจน์ว่าเป็นจริง

แม้ว่าจะเคยมีคนเรียกเงินถึงหนึ่งล้านดอลลาร์ให้ใครก็ได้ที่เอาสนัฟฟิล์มการฆ่าของฆาตกรโรคจิตมาให้เขา แต่จนถึงบัดนี้
ยังไม่มีใครที่ตอบรับข้อเสนอเปิดเผยสนัฟฟิล์มดังกล่าวแต่อย่างใด



 
1.Soap made from human corpses

(https://www.cmxseed.com/cmx_files/server/php/files/1566011292-8852.jpeg)
 
สบู่ที่ทำจากซากศพมนุษย์ เป็นตำนานเมืองที่ฮิตในศตวรรษที่ 20 และในช่วงสงครามโ,กครั้งที่ 2 ที่เชื่อว่ามีสบู่ทำจาก
ไขมันของซากศพมนุษย์ในค่ายกักกัน ในประเทศโปแลนด์ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยผลิตเป็นจำนวนมากและ
จัดจำหน่ายถูกนำมาใช้โดยพวกนาซีที่จะขู่ผู้ต้องขังค่าย โดยสาเหตุที่ทำเนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบผลิตสบู่ในช่วงสงคราม
โดยชื่อของสบู่มีชื่อย่อว่า “Rif” โดนชื่อเต็มคือ some as Reichs-Juden-Fett ("State Jewish Fat")

อย่างไรก็ตามว่าต่อมามีปฏิเสธว่า พวกนาซีไม่ได้ผลิตสบู่จากศพของชาวยิวในระดับอุตสาหกรรม ส่วนชื่อย่อ Rif
แปลว่า "National Center for Industrial Fat Provisioning" หรืดศูนย์แห่งชาติจัดเตรียมอุตสาหกรรมไขมัน