อาการที่บ่งบอกว่าติดเชื้อ HIV

ผู้เขียน หัวข้อ: อาการที่บ่งบอกว่าติดเชื้อ HIV  (อ่าน 580 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

แบดบอย

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 72
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
อาการที่บ่งบอกว่าติดเชื้อ HIV
« เมื่อ: 16 ตุลาคม 2015, 18:42:21 »

ผู้ที่ได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปในร่างกายส่วนใหญ่จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลยระหว่างนี้สุขภาพจะแข็งแรง  สมบูรณ์  เหมือนคนปกติทุกประการ แต่ก็พบว่าภายใน 2 – 3 อาทิตย์แรกหลังจากได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปแล้ว ผู้ป่วยร้อยละ 20 จะมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัดคือมีไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต หรือพูดง่ายๆ คือ อาการคล้ายไข้หวัด เป็นอยู่ประมาณ 10 – 14 วันก็จะหายไปเอง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาจไม่สังเกต นึกว่าคงเป็นไข้หวัดธรรมดา บางคนอาจจะไม่มีอาการอยู่นานถึง 10 ปี หรือนานกว่านั้นก็ได้ (โดยเฉลี่ยประมาณ  7 – 8 ปี) คนไข้ทุกรายที่อยู่ในระยะนี้ แม้จะไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นๆ ได้
โรคเอดส์แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
ระยะที่ 1 : ระยะที่ไม่ปรากฏอาการ (Asymptomatic Stage or Carrier Stage) หรือเรียกว่า ระยะติดเชื้อโดยไม่มีอาการ สุขภาพจะแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนคนปกติทุกประการ แต่อาจจะเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ เช่นเดียวกับคนปกติอื่นๆ เป็นไข้หวัด ซึ่งจะหายใจได้เหมือนปกติทั่วไป ไม่มีโรคแทรกซ้อนบางคนอาจจะอยู่ในระยะนี้ 2 – 3 ปีก่อนที่จะเข้าสู่ระยะต่อไปโดยเฉลี่ยประมาณ 7 – 8 ปี แต่บางคนอาจจะไม่มีอาการนานถึง 10 ปี หรือนานกว่านั้นก็ได้ ผู้ติดเชื้อทุกรายที่อยู่ในระยะนี้แม้จะไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นๆ ได้ ในช่วงแรกอาจมีอาการต่อมน้ำเหลืองโต ตับม้ามโต มักจะเป็นอาการอันแรกของการติดเชื้อ ท้องร่วง บางคนอาจจะเรื้อรังน้ำหนักลด มีไข้ ไอและหายใจลำบาก
เมื่อไม่ได้รับการรักษาเชื้อก็จะแบ่งตัวเรื่อยและทำลายระบบภูมิคุ้มกันและกลายเป็นโรคเอดส์ซึ่งจะมีอาการดังนี้
•   เหงื่อออกกลางคืน
•   ไข้หนาวสั่น ไข้สูงเรื้อรัง
•   ไอเรื้อรังและหายใจลำบาก
•   ท้องร่วงเรื้อรัง
•   ลิ้นเป็นฝ้าขาว
•   ปวดศีรษะ
•   ตามัวลงหรือเห็นเป็นเส้นลอยไปมา
•   น้ำหนักลด
•   การติดเชื้อฉวยโอกาส
•   เป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจบ่อย
•   หากเป็นผู้หญิงก็มีอาการตกขาวบ่อย
•   เพลียและเหนื่อยง่าย
•   บางคนมีผื่นตามตัว
ระยะที่ 2 : ระยะมีอาการสัมพันธ์กับเอดส์ (Aids Related Complex หรือ ARC) ระยะนี้นอกจากมีเลือดบวกแล้ว ยังอาจมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างปรากฏ  ให้เห็นได้ เช่น
•   ต่อมน้ำเหลืองโตหลายแห่งติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน
•   น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วมากกว่า 10% ของน้ำหนักตัวใน 1 เดือน
•   อุจจารระร่วงเรื้อรังเป็นเวลานานเกิน 1 เดือน โดยไม่ทราบสาเหตุ
•   มีฝ้าขาวที่ลิ้นและในลำคอ มีไข้เรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
•   มีการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ไม่ร้ายแรง เช่น เริมที่ไม่ลุกลาม วัณโรคที่ไม่แพร่กระจาย เป็นต้น
•   เป็นไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส เรื้อรังเกิน 4 สัปดาห์
ระยะนี้อาจจะเป็นอยู่นานหลายเดือนหรือเป็นปี แล้วจะกลายเป็นระยะเอดส์เต็มขั้นต่อไป นักวิชาการบางท่าน อาจจะรวมระยะต่อมน้ำเหลืองโตไว้ในระยะนี้ด้วย แต่เนื่องจากมีการศึกษาถึงการดำเนินโรคของระยะนี้ดีขึ้น ก็พบว่า
พวกที่มีน้ำเหลืองโตนี้ มีการดำเนินโรคคล้ายกับพวกไม่ปรากฏอาการมากกว่า บางคนจึงไม่นับเอาพวกที่มีต่อมน้ำเหลืองโตไว้ในระยะนี้
ระยะที่ 3 : ระยะเอดส์เต็มขั้น  (Full Blown AIDS) หรือ เรียกว่า ระยะ “โรคเอดส์” ระยะนี้เป็นระยะที่ภูมิต้านทานของร่างกายถูกทำลายลงมาก จนมีผลต่อการป้องกันการติดเชื้อชนิดอื่นๆ เนื่องจากมีเม็ดเลือดขาวถูกทำลายไปจนเหลือน้อยเกือบหมด ทำให้เกิดการติดเชื้อโรคที่ตามปกติไม่สามารถทำอันตรายต่อคนปกติได้ที่เรียกว่า “โรคติดเชื้อฉวยโอกาส” ซึ่งมีอยู่หลายชนิดแล้วแต่ว่ามีการติดเชื้อฉวยโอกาสชนิดใดที่ส่วนใดอาการแสดงที่จะพบจึงเป็นได้หลายแบบ เช่นถ้าเป็นปอดบวมจากเชื้อ Pneumocystis carinii  ก็จะมีไข้ ไอ หอบ เจ็บหน้าอก ถ้าเป็นเชื้อราของทางเดินอาหาร ก็จะมีอาการเจ็บคอ  กลืนลำบาก ถ้าเป็นสมองอักเสบ จากเชื้อ Cryptococcus ก็จะมีอาการไข้ ปวดศีรษะมาก คอแข็ง หรือ ถ้าเป็นโรคเอดส์ของระบบประสาท โดยตรงก็จะมีอาการความจำเสื่อม สติฟั่นเฟือน  ซึมเศร้า สมองเสื่อม แขนขาชา หรือ อ่อนแรงชักกระตุก เป็นต้น บางรายอาจมีมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งหลอดเลือดหรือ Kaposi’s Sarcoma โดยปรากฏเป็นจ้ำสีม่วงแดงคล้ำๆ ตามผิวหนัง มะเร็งต่อมน้ำเหลือง  (Lymphoma) พบเป็นก้อนโต ตามที่ต่างๆ ของร่างกาย เป็นต้น
เมื่อเข้าสู่ระยะนี้แล้วส่วนใหญ่จะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน โดยทั่วไปจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 1 – 2 ปี โดยเฉลี่ย
อาการที่บ่งบอกว่าติดเชื้อเอดส์
ผู้ที่ได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปในร่างกายส่วนใหญ่จะไม่มีอาการผิดปกติใดๆ เลยระหว่างนี้สุขภาพจะแข็งแรง  สมบูรณ์  เหมือนคนปกติทุกประการ แต่ก็พบว่าภายใน 2 – 3 อาทิตย์แรกหลังจากได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปแล้ว ผู้ป่วยร้อยละ 20 จะมีอาการคล้ายๆ ไข้หวัดคือมีไข้ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโต หรือพูดง่ายๆ คือ อาการคล้ายไข้หวัด เป็นอยู่ประมาณ 10 – 14 วันก็จะหายไปเอง ผู้ป่วยส่วนใหญ่ อาจไม่สังเกต นึกว่าคงเป็นไข้หวัดธรรมดา บางคนอาจจะไม่มีอาการอยู่นานถึง 10 ปี หรือนานกว่านั้นก็ได้ (โดยเฉลี่ยประมาณ  7 – 8 ปี) คนไข้ทุกรายที่อยู่ในระยะนี้ แม้จะไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อให้กับบุคคลอื่นๆ ได้

Report : www.livcapsule.com