10 ความเชื่อนรกจากทั่วโลก (Weirdest Hell)

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 ความเชื่อนรกจากทั่วโลก (Weirdest Hell)  (อ่าน 458 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19209
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
10 ความเชื่อนรกจากทั่วโลก (Weirdest Hell)
« เมื่อ: 15 มีนาคม 2019, 15:19:20 »

10 ความเชื่อนรกจากทั่วโลก (Weirdest Hell)
cr.Cammy-เต่านรก

แม้ว่าโลกของเรานั้นมีศาสนาที่หลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามเกือบทุกความเชื่อ พวกเขาคิดว่า “นรกและสวรรค์” มีอยู่จริง
โดยเฉพาะนรกคือสถานที่ที่ดวงวิญญาณคนบาปต้องไปชดใช้กรรมที่ไม่น่าอยู่เสียเลย เพียงแต่นรกนั้นมีความแตกต่างกัน
ตามแต่ละความเชื่อ

   
10.The House of Lies


 
บ้านแห่งการโกหก เป็นความเชื่อของศาสนาเปอร์เซียโบราณ ของศาสนาโซโรอัสเตอร์ ที่วิญญาณหลัง "ความตายครั้งแรก"
จะต้องข้ามสะพาน และที่นี้จะพบหญิงสาวผู้หนึ่งที่จะแสดงตนตามลักษณะการกระทำของพวกเขาครั้งเมื่อมีชีวิตอยู่ถ้าคนตาย
เป็นคนดีเธอจะกลายเป็นคนสวย

ในขณะที่คนบาปเธอจะดูน่าเกลียด และคนบาปโกหกเธอจะถูกโยนเข้าไปในบ้านและถูกสาปแช่งด้วยการกินอาหารเหม็น
ไม่ว่าจะเป็นศพ, อาหารเน่าเสียและของเหลวจากร่างกายต่างๆ อีกทั้งบรรยากาศก็มืดเหม็น แออัด แต่ความรู้สึกของคนบาป
นั้นมีความคิดแค่ว่าพวกเขาอยู่คนเดียว (ทั้งๆ ที่รอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่มีความรู้สึกนึกคิดว่าตนอยู่คนเดียว เช่นกัน)


   

9.Irkalla
   


อิร์คัลลา เป็นปรภพของเมโส โปเตเมีย หรือ สุเมเรีย เป็นตำนานบาบิโลนกล่าวว่า เป็นสถานที่ที่ปกครองโดยเทพธิดา
เอเรชคิกัล (Ereshkigal) ซึ่งเป็นภรรยาของ Nergal (พระอังคาร) เป็นเทพเจ้าแห่งความตาย เธอทำหน้าที่พญายม
ในการตัดสินวิญญาณ

ซึ่งเหล่าวิญญาณที่ตายใหม่ๆ จะต้องผ่านเจ็ดประตู โดยประตูจะมียามหนึ่งคน ที่วิญญาณจะต้องติดสินบนยาม โดยเอา
ชิ้นส่วนของเสื้อผ้า หรือเครื่องประดับของพวกเขามาแลก เพื่อเดินทางไปต่อ (แน่นอนว่าตอนนี้เราเปลือยแล้ว)
ซึ่งปลายทางใต้ดิน จะเป็นนรกที่มืดและกว้างใหญ่ที่ทุกคนจะต้องบังคับให้กินดื่มฝุ่นเท่านั้น นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรให้ทำ
(คนยุคนี้จะทนอยู่กันได้ไหม ไม่มีทีวี ไม่มีอินเตอร์เนต?)
   



8.Helhem



นรกน้ำแข็งเป็นดินแดนใต้พิภพ หรือ อาณาจักรแห่งความตายหรือเรียกอีกอย่างว่านรก ปกครองโดยเทวีแห่งความตาย
เฮล นิฟเฟิลเฮ ที่นี่คือปลายทางสุดท้ายของไวกิ้ง ที่โชคร้ายที่ตายในขณะรุ่งโรจน์ หรือเหล่าคนบาปทั้งหลาย
โดยนรกแห่งนี้มีความหนาวมาก มันเต็มไปด้วยหมอก น้ำแข็ง และความมืด โดยเฮลเฮมเป็นส่วนที่มีกว้าง และ หนาวเย็น
มากที่สุด

[/url]

ไม่มีใครสามารถหนีจากที่นี่ไปได้ เพราะมีแม่น้ำ Gjoll ขวางกั้นล้อมรอบ และมีหมาปีศาจ Garmr กินซากศพ และ
ยักษ์ Hraesvelg ที่จะแปลงกายเป็นนกอินทรีคอยดักรอจับคนที่หนี มาเป็นเหยื่อของมัน
   



7.Avici,or the Hell of No Interval



นรก 8 ขุมนั้น เป็นนรกที่ปรากฏในคัมภีร์ศาสนาพุทธ โดยอเวจีถือว่าเป็นนรกขุมที่ลึกที่สุดโหดที่สุด โดยอวจีนั้นแปลว่า
“ปราศจากคลื่น”หรือ“ไม่มีหยุดพัก” (ลงโทษไม่มีหยุดพัก) เป็นนรกขุมที่ต่อที่สุดและผู้ที่ลงมาถือว่าเป็นผู้บาปหนา
เช่น ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพระอรหันต์

ซึ่งหากเป็นนรกภูมินั้นชดใช้กรรมเพียงไม่กี่ชั่วเวลา แต่อเวจีนั้นชดใช้กรรมยาวนานกว่านรกอื่น อาจเป็น 10 ปี หรือบางครั้งเป็น
หลายกัลป์ โดยการลงโทษเหล่าคนบาปขุนนี้เลวร้ายทั้งถูกทรมาน ลงกระทะทองแดง และเผาด้วยไฟ ไม่สามารถหนีได้เพราะ
สถานที่แห่งนี้ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงเหล็กและมีงูเหล็กและสุนัขพ่นไฟคอยเฝ้า
   



6.Narak



คุณรู้หรือไม่ว่าว่านรกของศาสนาพุทธ และฮินดูมีความแตกต่างกันอย่างไร แล้วคนไทยเราเชื่อนรกแบบไหนกันแน่?
เพราะหลังจากที่อ่านแล้วนี่น่าจะเป็นนรกที่ไทยเราเชื่อมากที่สุด (อาจเป็นเพราะเราผสมผสานพุทธ และฮินดูทำให้
เกิดนรกแบบเดียวกัน)

Narak เป็นนรกตามความเชื่อของศาสนาฮินดู แบ่งออกเป็นอย่างน้อยยี่สิบห้าขุมแต่ละขุมจะแตกต่างกันออกไป
แล้วแต่ผู้ที่กระทำความผิดโดยมีพยายมเป็นคนตัดสินและให้คนรับใช้พยายามนำตัวลงไปลงโทษนรกหลายแห่ง
หากลงโทษครบกำหนดแล้ววิญาณจะนำไปสู่สวงสรรค์ หรือไปเกิดใหม่บางสถานที่ลงโทษด้วยการทำให้ท้องเสีย
ไม่หยุด หรือการเดินลุยป่าใบหนาม

บางความเชื่อเหล่าคนบาปจะลงโทษด้วยการปีนป่ายต้นหนามและรูดลงมาเพื่อให้หนามฉีกแทงเนื้อให้เจ็บปวด
สุดแสนสาหัส
      




5. Kasyrgan
   


ในความเชื่อของชาแมน (หมอผี) มองโกเลีย วิญญาณที่หลุดออกจากร่างคนตายจะถูกตัดสินโดย Erkill
ข่านเจ้าชายแห่งยมโลก หากพวกเขามีกรรมชั่วมากมายกว่าความดีที่มีอยู่ พวกเขาจะถูกส่งลงไปนรกที่
รู้จักในชื่อ Kasyrgan ที่นั้นพวกเขาจะถูกต้มในน้ำมันดินสีดำภายในหม้อยักษ์



คนบาปที่เลวร้ายจะถูกติดอยู่ในนั้นตลอดไป แต่หากคนที่มีความดีหลงเหลือบ้างและชดใช้บาปหมด ตัวของ
พวกเขาจะเริ่มสู่ผิวน้ำมัน และจะมีมงกุฎโผล่มาเหนือศีรษะของพวกเขาเมื่อพ้นผิวหน้า คนที่อยู่ในสวรรค์
จะลงมาเพื่อดึงวิญญาณที่ชำระบาปแล้วขึ้นสู่สวรรค์
      

 

4. Black Thread Hell



นรกด้ายสีดำ เป็นความเชื่อของพุทธศาสนาในทิเบตที่นรกด้ายสีดำเป็นนรกของพวกคนเลวดื้อด้าน เป็นศัตรู
ของความดี ขี้โกหก และทำเรื่องไม่ดีต่อพ่อแม่ของพวกเขา เหล่าคนบาปจะถูกด้ายสีดำฟาดลงไป กล่าวคือ
เหล่าคนบาปจะวางแนบไว้กับเหล็กยาวอังไฟ และกระบองเหล็กด้านยาวจะฟาดตามตัว และมันจะทำให้
บาดเจ็บทำให้เกิดรอยผิวหนังที่เผาไหม้

อย่างไรก็ตามนรกพุทธ นั้นมีหลายขุมที่มีวิธีการลงโทษแตกต่างกันตามความผิดของแต่ละคน ไม่ว่าจะนรกเย็น
กว่าสิบหกนรก หรือนรกร้อนกว่าแปดขุมในรก ซึ่งชื่อของขุมนรกก็มีชื่อไปตามที่พรรณนาในการลงโทษ เช่น
“นรกบดขยี้” (ลงโทษสำหรับพวกชอบทารุณสัตว์) และนรกกรีดร้องดัง” (โทษการโจรกรรม)
   
 
    

3.Swedenborg's Hell



เอ็นมานู สวีเดนบอร์ก เป็นนักปรัชญาสวีเดนที่เกิดในปี 1688 เขาได้เขียนหนังสือนรกและสวรรค์ เมื่ออายุ 53 ปี
ซึ่งเนื้อหาเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายที่เขาเยือนสวรรค์และนรกมาแล้ว โดยวิสัยทัศน์นรกของเขาค่อนข้างมีเอกลักษณ์

กล่าวคือมันเป็นเมืองที่สกปรกผุพัง ค่อยๆ พังลง เก่าแก่ ทรุดโทรม โกโรโกโส ทรุดโทรม เก่าแก่สามารถออกมา
ได้ตลอดเวลา แต่พวกเขาไม่ต้องการที่จะออกและทุกข์ทรมานตามความผิดของพวกเขา ซึ่งผลงานของ สวีเดนบอร์ก
ก็ยังมีอิทธิพลต่อปรัชญาหลายแขนงจนถึงทุกวันนี้
   
 


2. Mictlan



Mictlan เป็นนรกในตำนานของแอซแท็ก กล่าวกันว่านรกแห่งนี้ตั้งอยู่ไกลไปทางทิศเหนือ และประกอบด้วยเก้าขั้นระดับ
ที่แตกต่างกัน ที่นั้นปกครองด้วย Mictlantecuhtli ปกครองสถานที่มืดมนเต็มไปด้วยค้างคาว แมงมุมและนกฮูก
แต่ปัญหาก็คือ การเดินทางไปถึงนั้นเต็มไปด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เวลาสี่ปีเป็นอย่างน้อย (จุดหมายคือระดับเก้า)
และจะต้องผ่านการท้าทายมากมาย ไม่ว่าเป็นการข้ามเขา ที่มีลมพัดอย่างขูดเนื้อขูดกระดูกและแม่น้ำเลือด

อย่างไรก็ตามนรกแห่งนี้ ยังสามารถไปสถานที่ต่างๆได้ ขึ้นอยู่ว่าจะตัวผู้ตายเอง เช่น นักรบที่เสียชีวิตในการต่อสู้
หรือผู้เสียสละจะไปทางตะวันออก หากผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ เป็นโรคบางชนิด หรือฟ้าผ่าจะได้ไปสวรรค์
   
 


1.Tartarus


   
ทาร์ทารัส เป็นนรกตามความเชื่อของชาวกรีก ที่มีความเชื่อว่าผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วจะถูกพิพากษาต่อที่ยมโลก
โดย เทพเฮอร์มีส จะเป็นคนพาวิญญาณของผู้ตายลงไปยังใต้พิภพ โดยอาศัยเรือโดยสารของชารอนคนพายเรือ
โดยเขาจะพาข้าม แม่น้ำอคีรอน ซึ่งเป็นแม่น้ำใหญ่ที่ไหลผ่านสู่ทาร์ทารัส และเชื่อมไปกับแม่น้ำหลายฝ่าย
ไปส่งถึงที่ทาร์ทารัส เมื่อไปถึงแล้วด่านแรกที่จะได้พบ ก็คือหมาสามหัวเซอร์บีรัส เฝ้าอยู่หน้าทางเข้าเลย
แต่มันจะยอมแค่ให้วิญญาณผ่านเข้าไป หากแต่วิญญาณเหล่านั้นคิดจะออกหล่ะก็..เซอร์บีรีสจะขย้ำไม่เหลือซาก



ทาร์ทารัส นั้นเป็นนรกที่ลึกมืดมน ห้วงอเวจีแห่งการทรมานของเหล่าวิญญาณ รวมไปถึงการคุมขังพวกไททันส์
และโครนัส ไปจนถึงพวกตาเดียวและยักษ์ ส่วนการลงโทษจะแตกต่างกันไป เช่น ซิซีฟัส เป็นพระราชาแห่งโครินธ์
โดยเทพฮาเดสได้ลงโทษให้ ซิซีฟัส ให้กลิ้งก้อนหินก้อนใหญ่ขึ้นไปบนเขา แล้วกลิ้งลงมาทับเขาอีก และยังถูกบังคับ
ให้กลิ้งหินขึ้นไปอีกเป็นอย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุด



หรือ กษัตริย์แทนทาลัส ที่ถูกลงโทษด้วยการยืนและมีน้ำท่วมถึงคาง หากอยากจะดื่มน้ำจะลดลงไป เหนือศีรษะ
จะเต็มไปด้วยผลไม้ หากแต่เมื่อเอื้อมไปถึงจะมีศิลาก้อนใหญ่หล่นมาทับแทน หรือแม้กระทั่ง อิกซิ ออน ถูกมัดล้อ
เผาไหม้ไฟไป ซึ่งการที่วิญญาณเหล่านั้นจะหลุดพ้น ก็แล้วแต่ความใจอ่อนของเทพ หรือจนกว่าเหยื่อจะยอมอ่อนข้อ
ต่อเทพเจ้าเท่านั้น

อ้างอิง

https://www.toptenz.net/top-10-weirdest-versions-of-hell.php
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 มีนาคม 2019, 11:32:55 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่