ฮัวโต๋ (华陀) หมอเทวดาในหน้าประวัติศาสตร์จีน

ผู้เขียน หัวข้อ: ฮัวโต๋ (华陀) หมอเทวดาในหน้าประวัติศาสตร์จีน  (อ่าน 178 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19078
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ฮัวโต๋ (华陀) หมอเทวดาในหน้าประวัติศาสตร์จีน



หมอฮัวโต๋ (Hua Tuo: 华陀) มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ชื่อรองว่า ‘หยวนฮั่ว’ (Yuanhua: 元化)
ถือกำเนิดที่เมืองเฉียว (譙) ในครอบครัวแซ่ฮัว ส่วนปีเกิดและปีถึงแก่กรรมได้มีการกล่าวไว้แตกต่างกัน บ้างว่าท่าน
มีชีวิตอยู่ระหว่างปี 110-207 ไม่ก็ปี 190-265 แต่ที่น่าจะใกล้เคียงมากที่สุดคือระหว่างปี 140-208 หรือ ช่วง
ปลายราชวงศ์ฮั่น ตามหลักฐานที่มีการค้นพบใบหน้าและร่างกายของท่านขณะที่อายุมากแปดสิบเก้าสิบปีแล้ว ยังดู
หนุ่มแข็งแรง


หมอฮัวโต๋เกิดในครอบครัวปัญญาชน แต่ด้วยสาเหตุที่บิดาได้ถึงแก่กรรมเมื่อเขาอายุเพียง 7 ขวบ ครอบครัวจึงยากจนลง
มารดาจึงต้องให้เขาออกไปหางานทำ เขาจึงเดินทางด้วยระยะทางหลายร้อยกิโลเมตรไปยังเมืองซูโจว มณฑลเจียงซู
เพื่อหางานทำและเรียนไปด้วย เขาโชคดีได้ทำงานและเรียนวิชาแพทย์แผนจีนไปด้วยกับหมอแซ่ไช่ผู้มีชื่อเสียงในสมัยนั้น
ที่เมืองซูโจว


ด้วยความวิริยะอุตสาหะในการเรียน ทั้งทางตำราและเป็นหมอฝึกหัด ตลอดจนวิชากายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของคน
จนทำให้เขาเกิดความชำนาญในการรักษาโรคด้วยการฝังเข็ม การผ่าตัด การรมยา กายภาพบำบัด นรีเวชศาสตร์ กุมารเวชศาสตร์ 
แต่เขาก็ไม่ได้ทิ้งวิชา วรรณกรรมจีน พิธีกรรม ประวัติศาสตร์ ตำราพิชัยสงคราม ลัทธิขงจื่อ ลัทธิเต๋า ประมวลกฎหมาย
ภูมิศาสตร์ ดาราศาสตร์ เกษตรศาสตร์ เป็นต้น และด้วยภาพที่ได้พบเห็นผู้คนล้มตายด้วยโรคระบาดเป็นจำนวนมาก รวมทั้ง
การอดอยากจนตาย การได้รับบาดเจ็บจากภัยสงคราม เขาจึงมีความคิดเห็นต่างจากเด็กหนุ่มคนอื่นที่มุ่งที่จะรับราชการ
เขาไม่สนใจที่จะรับราชการเป็นขุนนาง แต่ต้องการเป็นหมอรักษาคนไข้ จนเขามีความรู้และภาคปฏิบัติอย่างลึกซึ้ง จนกลาย
เป็นผู้เชี่ยวชาญการรักษาด้วยวิธีฝังเข็ม รมยา การใช้สมุนไพรและการผ่าตัดโดยใช้ยาสลบเพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บปวดระหว่าง
การรักษาโดยท่านเป็นหมอคนแรกของจีนที่คิดค้นการใช้ยาสลบได้สำเร็จ



นอกจากการรักษาภายนอกแล้วหมอฮัวโต๋ยังพัฒนาการฝึกพลังชี่ในร่างกายเพื่อใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยจากภายใน
โดยการเลียนแบบท่าออกกำลังกายของสัตว์ 5 ชนิด ได้แก่ เสือ กวาง หมี ลิง และ นกกระเรียน เรียกว่า ‘อู่ฉินชี่’
(Wuqinxi: 五禽戲) เพื่อปรับสมดุลธาตุ พลังงานและระบบอวัยวะภายใน ดัดแปลงท่าทางเคลื่อนไหวเหล่านั้นมาใช้
ในการกายภาพบำบัด โดยเฉพาะบริเวณฝ่าเท้าและเท้า ต่อมาก็คือ การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแบบเต้าหยิน หรือจี้กง 
หรือ ท่ากังฟูที่ได้พัฒนามาจากสัตว์ทั้งห้า ซึ่งชนรุ่นหลังได้พัฒนาท่าสัตว์ต่างๆอีกจำนวนมาก


หมอฮัวโต๋ออกเดินทางรักษาผู้ป่วยไปทั่วดินแดนโดยไม่สนฐานันดรว่ายากดีมีจนเพียงใด จิตใจที่มุ่งหวังการช่วยเหลือ
และฝีมือขั้นเทพทำให้ชื่อเสียงของท่านเลื่องลือจนถูกยกให้เป็นหมอเทวดา แม้จะเคยได้รับการทาบทามให้เข้ารับราชการ
เสวยสุขแต่ท่านก็ปฏิเสธและทำตามปณิธานในการรักษาผู้ป่วยเช่นเดิม

เรื่องราวของหมอฮัวโต๋ถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมอิงประวัติศาสตร์จีนเรื่อง ‘สามก๊ก’ ในลัทธิเต๋าก็ยกท่านให้เป็นหมอเทวดา
โดยมีการสร้างรูปปั้นให้ผู้คนได้กราบไหว้บูชา



หมอฮัวโต๋เคยถูกเสนอให้รับราชการ แต่หมอฮัวโต่กลับปฎิเสธไป ถือเป็นหมอที่มีความสามารถ เก่ง และทันสมัยมาก
เพราะหมอในสมัยปลายราชวงศ์ฮั่นนั้นการรักษาโรคโดยอาศัย วิชาไสยศาสตร์ เช่นการ เซ่นไหว้และการสั่นติ้ว การสั่นติ้วคือ
การเขย่าไม้ติ้ว ไม้ติ้วก็คือไม้เซียมซีที่เราเรียกในปัจจุบัน แล้วถ้าถามว่าเขย่าติ้วเพื่ออะไร ก็เพื่อเสี่ยงทายว่าต้องใช้ยาอะไร
ในการรักษา แล้วถ้าติ้วตกลงมาเป็นยาอะไรก็กินยานั้นเข้าไป แล้วก็จะหาย ...??


ด้วยเหตุนี้ต้องอาศัยดวงด้วยครับ หมอฮัวโต๋นั้นเป้นหมอคนแรกในประวัติศาสตร์จีนที่ไม่ได้อาศัยการรักษาแบบนั้น
แต่หมอฮัวโต๋ รักษาคนไข้โดยวิธีการ วางยาสลบให้กับคนไข้ และพอ คนไข้สลบไป หมอฮัวโต๋ก็จะจัดการผ่าตัด ทันที
ดังนั้นในสมัยนั้นหมอฮัวโต๋เป็นหมอที่บุกเบิกวงการแพทย์ในปัจจุบันก็ว่าได้


ประวัติการรักษาผู้ป่วย



เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่า หมอฮัวโต๋วเป็นคนแรกในประเทศจีนที่ใช้วิธีการทำให้บริเวณที่จะทำการผ่าตัดให้ชาเสียก่อน
โดยเขาใช้สุราผสมกับสมุนไพรบางชนิด เขายังมีความเชี่ยวชาญในการฝังเข็มหรือแทงเข็ม การรมยา การใช้สมุนไพร 


การฝังเข็ม เมื่อเขาทำการรักษาผู้ป่วย เขาจะใช้เพียง หนึ่งหรือสองจุดเท่านั้น พร้อมกับบอกคนไข้ว่าเขากำลังแทงเข็มแล้วนะ
เมื่อแทงเข็มถึงจุดที่เจ็บปวดที่ต้องรักษาขอให้บอกหมอด้วย แล้วหมอจะถอนเข็มออก ผู้ป่วยก็จะทุเลาความเจ็บป่วยด้วย
โรคดังกล่าว

ในตำราการฝังเข็ม ได้นำชื่อของฮัวโต๋วมาใช้เรียกชื่อจุดแทงเข็มที่เรียกว่า ฮัวโต๋วเจี้ยจี๋ (E.M.32)  華佗夹脊 สำหรับใช้
รักษาโรคทั่วไป เช่น ไขสันหลังอักเสบ โรคบริเวณศีรษะ  โรคบริเวณคอ โรคบริเวณทรวงอก โรคบริเวณท้อง โรคบริเวณเอว
โรคเกี่ยวกับอวัยวะเพศ เช่น กามตายด้าน ปัสสาวะขัด หรือไหลไม่รู้ตัว และระบบขับถ่าย

การรักษาบางโรค ที่ไม่สามารถจะใช้วิธีแทงเข็มแบบธรรมดาหรือใช้ยาให้ได้ผลถึงตัวโรค หมอฮัวโต๋วจึงต้องให้ผู้ป่วยดึ่มน้ำ
ผสมฝิ่น แบบวางยาสลบ แล้วจึงทำการผ่าตัด แล้วเย็บแผลและใช้ยาสมานแผล ประมาณสี่ห้าวันผู้ป่วยก็ทุเลา และหายป่วย

การรมยา เขาจะจุดไฟเพียงจุดหรือสองจุดเท่านั้น ในแต่ละจุดเขาจะใช้จี้เพียงเจ็ดหรือแปดครั้ง ซึ่งเชื้อโรคจะถูกขับออกมา หรือมีปฏิกิริยา

การเจียดยาสมุนไพรของเขา กล่าวกันว่า เขาไม่ได้ใช้ตราชั่ง แต่ใช้วิธีกะจำนวนเอาว่า ในแต่ละโรคจะต้องใช้สมุนไพรอะไร จำนวนเท่าไร
ครั้งหนึ่งหมอต้องรักษาผู้ป่วยคนหนึ่งคือ ผู้ว่าราชการเมืองกวงหลิง ชื่อ เฉินเติ้ง เป็นโรคซึมเศร้าเจ็บปวดในทรวงอกหายใจไม่คล่อง 
หมอจึงบองแมะที่ข้อมือแล้วบอกว่า ในท้องมีตัวพยาธิจำนวนมาก ที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร เพราะผู้ป่วยชอบกินปลาดิบ
เขาจึงต้มยาให้ผู้ว่าราชการรับประทานสองครั้ง ปรากฏว่า ผู้ว่าเฉินเติ้งอาเจียนเอาตัวพยาธิออกมา คล้ายเส้นหมี่เหลือง

เฉินซูซานแห่งเมืองตงหยาง บุตรชายอายุสองขวบป่วยกระเสาะกระแสะ หมอฮัวโต๋วบอกว่า ในช่วงที่มารดากำลังตั้งท้อง
บุตรในครรภ์ได้รับน้ำนมอาหารที่ไม่ดีจากมารดา ซึ่งรักษายาก หมอจึงสั่งยาเม็ดให้เด็กกินเพียงสิบวันอาการก็หาย

เหม่ยผิง นายทหารป่วยหนักจึงต้องพักราชการส่งตัวกลับเมืองกวงหลิง ก่อนถึงบ้าน เขาพักบ้านญาติระหว่างทางที่หมู่บ้าน
ญาติจึงไปตามหมอฮัวโต๋วให้มาตรวจโรค หมอบอกว่า หากเขาพบผู้ป่วยรายนี้ก่อนหน้านี้ เขาจะไม่เป็นอะไร ตอนนี้อาการหนักมาก
ขอให้รีบกลับบ้านไปเยี่ยมครอบครัว ผู้ป่วยจะอยู่เพียงห้าวันก็ตาย และเป็นจริงตามที่เขาทำนาย



ประวัติการรักษาผู้ป่วยในวรรณกรรมสามก๊ก



หมอฮัวโต๋เป็นหมอที่ดี มีจรรยาบรรณแพทย์ ทั้งสุภาพมีคุณธรรม มีน้ำใจเมตตากรุณารักษาผู้คนทั้งใกล้ และไกล
โดยไม่หวังผลตอบแทนรักษาตั้งแต่ชาวบ้านร้านตลาดจนกระทั่งขุนนางเจ้าใหญ่นายโต ซึ่งช่วงยุคปลายราชวงศ์ฮั่น
นั้นเกิดสงครามรบราฆ่าฟันกันอย่างดุเดือด ดังนั้นคนไข้หมอฮัวโต๋จึง มีหลายรายที่เป็นขุนศึกเลื่องชื่อ ในประวัติศาสตร์จีน
และหนีงในนั้นคือผู้ที่เรารู้จักกันดี กวนอู
(ซึ่งว่าตามพงศาวดารอิงประวัติศาสตร์)

ครั้งหนึ่ง กวนอูได้ยกทัพมาตีเมืองอ้วนเซียที่มี โจหยิน ทหารเอกโจโฉรักษาไว้อยู่ กวนอูถูกลูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษของ
ข้าศึกที่ไหล่ซ้ายจึงต้องถอนทัพกลับค่า แขนขาบวมแข็งจนเคลื่อนไหวไม่ได้ ไดรับความเจ็บปวดทรมารเป็นอันมาก
เมื่อหมอฮัวโต๋ได้ข่าวจึงรีบเดินทางมารักษา โดยการผ่าเนื้อที่ไหล่แล้วเอายาใส่ และเย็บเนื้อให้เป็นเหมือนเดิม ซึ่งใน
ระหว่างการรักษา กวนอูนั้นไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็นเลย และกำชับให้กวนอูระงับความโกรธจนครบ 100 วัน
กวนอูเชื่อฟังและปฎิบัติตามอาการจึงหายสนิท

กวนอู สรรเสริญว่า ฮัวโต๋เป็นหมอเทวดา ข้างฝ่ายหมอฮัวโต๋ก็ชื่อชมกวนอูว่าเป็นคนที่อดทนต่อความเจ็บปวด เรียกว่า
ทั้งหมอและคนไข้ต่างให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี

นอกจากกวนอูแล้ว ฮัวโต๋ก็ยังได้รักษาผู้คนอีกมากมาย อาทิเช่น จิวท่ายทหารเอกของชุนเซ็ก ผู้ครองแคว้นกังตั๋ง
ที่ได้ช่วยซุนกวน (น้องชายของซุนเซ็ก) ฝ่าวงล้อมของกลุ่มโจรป่า แต่ตนเองกลับต้องอาวุธโจรนับสิบว่าแผล
งีห้วนจึงแนะนำให้ซุนเซ็กเชิญหมอฮัวโต๋ให้มารักษา ซึ่งฮัวโต๋รักษาจิวท่ายแค่ 3 วัน แผลก็หายสนิท


ในช่วงบั้นปลายของชีวิต



โจโฉ มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ให้หาหมอมารักษาจนสิ้นความรู้ ของหมอก็ไม่หาย โจโฉจึงให้ไปตามหมอฮัวโต๋มารักษา
หมอฮัวโต๋ตรวจอาการแล้วบอกว่า โจโฉเป็นลมเสียดแทงในศีรษะ ต้องใช้ขวานคมๆ ผ่าศีรษะชำระโรคออกให้หมดจึง จะหาย
โจโฉจึงโกรธหาว่าหมอฮัวโต๋ คบคิดกับกวนอูมาฆ่าตน และ สั่งให้จับตัวไปขังในคุก


บางหลักฐานกล่าวว่า สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้โจโฉสั่งขังหมอฮัวโต๋ เป็นเพราะหมอฮัวโต๋ปฏิเสธที่จะรักษาให้โจโฉโดยอ้างว่า
ต้องการรักษาภรรยาที่กำลังป่วย แต่เมื่อโจโฉให้คนไปสืบจนรู้ความจริงว่าหมอฮัวโต๋ไม่ต้องการรักษาอาการปวดหัวให้ตน
จึงโกรธมากและสั่งให้ทหารไปจับตัวหมอฮัวโต๋มาขัง กระทั่งท่านเสียชีวิต

หมอฮัวโต๋ได้แต่งตำราแพทย์ไว้เล่มหนี่ง ชื่อว่า ชิงหนั่ง เผื่อว่าเมื่อตนสิ้นบุญ จะได้มีผู้สืบทอดวิชาการแพทย์
เมื่อหมอฮัวโต๋ถูกโจโฉจับขังคุก มีผู้คุมชื่อหงออาย หงออายรู้ว่าฮัวโต๋เป็นหมอดีจึงได้ส่งข้าวปลาอาหารให้หมอฮัวโต๋
มิได้ขาด หมอฮัวโต๋รู้คุณหงออาย จึงเขียนจดหมายฝากให้หงออายนำไปให้ภรรยาของตน ให้นางนำตำราแพทย์
ที่แต่งขึ้นมาให้หงออาย เมื่อหงออายได้ตำรามา หมอฮัวโต๋ก็ได้สอนวิชาแพทย์ให้หงออายในคุก แล้วมอบตำรานั้น
ให้หงออาย




ต่อมาหมอฮัวโต๋เสียชีวิตในคุก ภรรยาของหงออายเห็นว่าตำราแพทย์นั้นไร้ค่าจึงนำไปเผาเสีย หงออายเห็นเข้าจึงแย่งเอามา
ได้แค่ 2-3 แผ่นเป็นตำราตอนเป็นตอนไก่ ตำราส่วนที่เหลือได้ถูกไฟเผาไหม้สิ้น นับว่าเป็นที่น่าเสียดายมาก ที่ตำราแพทย์
ที่สำคัญของจีนนั้นต้องสูญหายไป

หลังจากที่ฮัวโต๋วเสียชีวิตได้ไม่นาน โจฉองหลานของโจโฉเกิดป่วย ทำให้โจโฉคิดขึ้นมาได้ที่ฆ่าหมอฮัวโต๋วไป จึงเสียใจ
โดยส่วนตัวโจโฉเองความเจ็บป่วยด้วยโรคปวดหัวเรื้อรังก็ยังเกาะกินตัวเองอยู่ เขารำพึงว่า ฮัวโต๋วน่าจะรักษาตน ต่อมาบุตรชา
ยคือเสียงซูเกิดป่วยขึ้นมา เขากลับเสียใจอีกครั้งที่ฆ่าฮัวโต๋วเสีย ทำให้บุตรชายต้องมาตายด้วยความคิดหลงในตัวเอง

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าวิชาแพทย์ของหมอฮัวโต๋จะสาบสูญไปหมดสิ้นเสียทีเดียวไม่ เพราะหมอฮัวโต๋ก็มีลูกศิษย์อยู่อีก 2 คน
หมอฮัวโต๋วมีศิษย์อยู่สองคน คือ อุ๋ผู (吳普) พื้นเพเป็นชาวเมืองกวงหลิง อีกคนหนึ่งชื่อ ฟ่านอ๊ะ (樊阿) เป็นชาวเมืองเผิงเฉิง


ทั้งสองคนได้ศึกษาและทำการรักษาแบบเดียวกับหมอฮัวโต๋ว ทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคภัยไข้เจ็บเป็นจำนวนมาก



จากตำนานกล่าวว่า วันหนึ่ง ฟ่านอ๊ะ ได้ถามหมอฮัวโต๋วเกี่ยวกับส่วนประกอบของตัวยาที่จะช่วยรักษาสุขภาพของคน
หมอฮัวโต๋ได้แนะนำเขาเกี่ยวกับการทำยาผง ด้วยการเอาใบไม้สมุนไพรที่ใช้สำหรับขัดเงามาบดเข้ากับหญ้า
สมุนไพรชนิดหนึ่ง (herbe de flacq) เมื่อผู้ป่วยรับประทานไปนานๆจะทำให้ตัวพยาธิไส้เดือนออกมา ร่างกาย
ก็จะกระปรี้กระเปร่า และป้องกันผมหงอกได้ดี


กล่าวกันว่า ฟ่านอ๊ะ มีความเชี่ยวชาญในการฝังเข็ม ด้วยการแทงเข็มเข้าไปในส่วนลึกของร่างกาย เกี่ยวกับชื่อของเขา
มีนักการศึกษาท่านหนึ่งกล่าวว่า เขาไม่ใช่เป็นคนจีนฮั่น แต่เป็นคนต่างชาติ เพราะบริเวณตำบลเผิงเฉิง เมืองทงซาน
มณฑลเจียงซู ดั้งเดิมเป็นที่อาศัยของคนต่างชาติและเป็นเมืองที่พุทธศาสนาฝ่ายมหายานมาเผยแผ่และประดิษฐานครั้งแรก

หมอฮัวโต๋ว จึงเป็นบุคคลสำคัญในทางประวัติศาสตร์การแพทย์ของจีนและของโลกอีกท่านหนึ่ง ศาลเจ้าจีนบางแห่งจึงมีรูป
แกะสลักของท่านเพื่อเคารพในฐานะที่เป็นเทพเจ้าแห่งการแพทย์แผนจีน หรือเป็นเซียนแห่งการแพทย์แผนจีนองค์หนึ่ง

เรื่องราวของหมอฮัวโต๋ ได้รับการกล่าวขานมากมาย ทั้งยกย่องในฝีมือทางการแพทย์ และคุณธรรมอันน่านำไปเป็นแบบอย่าง
หมอฮัวโต๋จึงไดรับการขนานนามว่า “หมอเทวดา” หรือในอีกชื่อว่า “ฮัวโต๋เซียนซือ” (華陀仙師)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 เมษายน 2019, 11:22:48 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่