เจียงไท่กง (姜子牙) ต้นตำรับ ถึงแก่แต่ยังมีไฟ

ผู้เขียน หัวข้อ: เจียงไท่กง (姜子牙) ต้นตำรับ ถึงแก่แต่ยังมีไฟ  (อ่าน 170 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19080
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เจียงไท่กง (姜子牙) ต้นตำรับ ถึงแก่แต่ยังมีไฟ



เจียงไท่กง หรือ เจียงจื่อหยา (姜子牙) หรือ เกียงจูแหย เป็นอุปราชหรือไท่กง ในตอนต้นสมัยราชวงศ์โจวตะวันตก รับราชการ
ในพระเจ้าโจวเหวินหวาง และพระเจ้าโจวอู่หวาง  เจียงจื่อหยา  เป็นคนแซ่หลู (盧, 卢)  ชื่อซั่ง  เจียงจื่อหยาเป็นชาวเมืองตงไห่
แดนเมืองฮุยโจว กล่าวกันว่า เจียงจื่อหยาสืบเชื้อสายมาจาก พระเจ้าเอียนตี้  เชื้อวงศ์ของท่านคนหนึ่ง ได้รับราชการและดำรง
ตำแหน่งระดับสูงในสมัยพระเจ้าซุ่นตี้  เมื่อได้มีส่วนร่วมในการจัดการเรื่องน้ำท่วมที่ ท่านอวี้ เป็นผู้รับผิดชอบอยู่ จึงได้รับบำเหน็จ
รางวัลให้ไปครองเมือง หลู


เจียงจื่อหยา จึงได้ชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า หลูซั่ง  หรือ หลูว่าง หรือ เจียงซั่ง และเพื่อแสดงถึงความซื่อสัตย์ของท่าน จึงเรียกขานนาม
ท่านว่า เจียงจื่อหยา คำว่า “จื่อ” ในสมัยโบราณเป็นชื่อที่ให้เกียรติยศอย่างสูงต่อบุรุษ  เจี่ยงจื่อหยาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ไปเป็นเจ้าเมือง “เจียง” ในตำแหน่ง โหว (เจ้าพระยา) ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดที่สามัญชนรับราชการได้รับในสมัยนั้น  เป็น
หลูซั่งโหว แต่คนทั่วไปยกย่องให้เป็น “ไท่กง” แห่งเมืองเจียง เป็น “เจียงไท่กง” หรือ เจียงไท่กงหวาง
 

 
เจียงจื่อหยา ได้สมัครเป็นศิษย์ของอาจารย์เอวียนซื่อเทียนจวินหรือง่วนสีเทียนจุน เมื่ออายุได้ 32 ปี จนถึงอายุ 72 ปีก็ยังมิได้
สำเร็จเป็นเซียน  อาจารย์บอกว่า เพราะบุญวาสนาที่จะได้เป็นเซียนยังไม่มี  คงมีแต่วาสนาได้แต่ตำแหน่งเกียรติยศขุนนางชั้น
สูงสุดเท่านั้น จึงขอให้ไปช่วยพระเจ้าโจวเหวินหวาง และพระเจ้าโจวอู่หวางแห่งเมืองซีกี  เพราะพระเจ้าโจ้วหวางแห่งเมืองเฉาเกอ
กำลังหมดบุญวาสนาอีกไม่นาน เจียงจื่อหยาได้ฟังดังนั้นรู้สึกเสียใจมากที่อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรถือศีลกินเจมากว่า 40 ปีค่อนอายุขัย
ไม่สามารถที่จะสำเร็จมรรคผลได้ ไม่มีโอกาสได้สวรรค์สมบัติ ได้แต่เพียงมนุษย์สมบัติเท่านั้น คือ ตำแหน่งอุปราช หรือ “กง”


อีกประการหนึ่ง เขากลัวว่าจะปฏิบัติมิได้ เอวียนซื่อเทียนจวินจึงทำนายอนาคตไว้ให้เขาเป็นคำโคลง ๘ บท ความว่า

“เมื่อน้อยเชาว์เร็วอดใจจะได้ดี จะต้องนอนตกเบ็ด นอนทับคันเบ็ด ผู้มีบุญจะมาเชิญ
จะเป็นอุปราช เก้าสามเป็นแม่ทัพ รวมหัวเมืองเป็นหนึ่ง เก้าแปดกำหนดอีกสี่ปี” 


แล้วเจียงจื่อหยาจึงเดินทางลงจากภูเขาคุนหลุน
 
เจียงจื่อหยารำลึกถึงเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ที่เมืองเฉาเกอ ชื่อ ซ่งอิหยิน จึงเดินทางไปหาเขา เมื่อพบกัน ด้วยความหวังดีของเพื่อน
จึงขอลูกสาวหม่าหวงให้เป็นภรรยาเป็น นางหม่าซื่อ ช่วยภรรยาค้าขายก็ไม่ได้กำไร มีแต่ขาดทุน ไปซื้อแพะ แกะ หมู มาขาย
ทางการก็ห้ามเพราะบ้านเมืองเฉาเกอกำลังมีข้าศึกติดพัน ตนจึงใช้วิชาที่ติดตัวมาคือ หมอดู จนสร้างฐานะดีขึ้นกว่าเก่า




วันหนึ่งพระเจ้าโจ้วหวาง(紂王) หรือตี้ซิน เสด็จไปสักการะเทพเจ้าพระนางหนิ่ววาซื่อ ทรงเกิดกำหนัดเมื่อทรงเห็นรูปวาดของเทพองค์นั้น
จึงใช้กระบี่เขียนโคลงกลอนแทะโลมลบหลู่ เจ้าแม่หนี่วาไว้บนเสาหลักในอาราม
ข้างเทพเจ้าหนิ่ววาซื่อ ทรงกริ้ว จึงทรงให้ปีศาจจิ้งจอก
สิงร่างนางต๋าจี่พระสนม และให้ปีแป๋จิ้งปีศาจอีกตนลงไปฆ่าพระเจ้าโจ้วหวาง แต่นางปีศาจทั้งสองกลับไปรักใคร่พระเจ้าโจ้วหวางเสีย
เจียงจื่อหยา รู้ว่านางทั้งสองเป็นปีศาจถึงขั้นพิสูจน์โดยมี ปิกันกง (比干) ขุนนางชั้นสูงเป็นพยาน จนเห็นเป็นจริง นางทั้งสองจึงวางแผนกำจัด
เจียงจื่อหยา ด้วยการให้เข้าไปรับราชการ พระเจ้าโจ้วหวางทรงตั้งให้เป็น “ซังไต้ฟู่ซื่อเทียนกวน” ขุนนางผู้ใหญ่ นางปีศาจ
จึงวางแผนฆ่าเจียงจื่อหยา ด้วยการเสนอพระเจ้าโจ้วหวาง ให้สร้างปราสาทขนาดใหญ่ แต่ตนปฏิเสธ ทรงกริ้วจึงให้ทหารจับฆ่าเสีย
เจียงจื่อหยาจึงหนีออกจากเมืองเฉาเกอไปยังเมืองซีกี


 
ขณะนั้น จีชัง (姬昌) เจ้าเมืองซีกีติดคุกอยู่ที่เมืองเฉาเกอ ด้วยพระเจ้าโจ้วหวางทรงระแวงว่า จีชังจะตีตัวออกหากเพราะมีพวกขุนนางและ
หัวเมืองต่างนิยมชมชอบ  จึงทรงหาเรื่องให้ติดคุกอยู่หลายปี จนจีเปก บุตรชายหัวปีเข้าไปเยี่ยมจนต้องเสียชีวิตเพราะพระนางต๋าจี่
เป็นเหตุ จีชัง หลุดจากโทษและได้รับแต่งตั้งเป็น เหวินหวาง ให้ไปครองเมืองซีกีตามเดิม ส่วน จีฟา (姬發) บุตรชายคนรองอยู่
เมืองซีกี กำลังซ่องสุมผู้คน ฝึกปรือทหารและรวบรวมหัวเมืองเล็กใหญ่ เพื่อวางแผนพิชิตเมืองเฉาเกอในวันข้างหน้า


 
ข้างเจียงจื่อหยาด้วยความอาภัพอัปโชค จึงเดินทางไปยังเมืองซีกี โดยอาศัยอยู่ที่ฝั่งแม่น้ำอุยสุ้ย สร้างกระท่อมอยู่ใกล้ตำบลผานซี
เลี้ยงชีวิตด้วยการตกปลาขาย  เขากำลังรอว่าเมื่อไรพระเจ้าเหวินหวางจะเสด็จมาโปรด ขณะที่อายุก็มากขึ้นกว่าเจ็ดสิบปีแล้ว


จนในที่สุด อู่จี๋ เด็กหนุ่มชาวบ้านผู้ใกล้ชิดกับเจียงจื่อหยา ก็นำพระเจ้าโจวเหวิน ไปพบเจียงจื่อหยาที่กำลังตกปลาอยู่ กล่าวกันว่า
ขณะนั้นเบ็ดของเขาไม่มีเหยื่อ แถมตัวเบ็ดอยู่เหนือน้ำด้วยซ้ำ เขากำลังร้องคำโคลงว่า เมื่อไหร่ปลาใหญ่จะมากินเบ็ดของเขาสักที
แล้วในที่สุดปลาใหญ่ก็มากินเบ็ดของเขาจนได้  เจียงจื่อหยาจึงได้รับแต่งตั้งเป็น อิ้วหวงโจวเซิงซ่วย ขุนนางผู้ใหญ่ว่าราชการ
ทั้งทางทหารและพลเรือนเมืองซีกี เขาได้พัฒนาด้านเศรษฐกิจ การทหาร การเมืองให้เข้มแข็ง แล้วย้ายเมืองหลวงจากเมืองซีกี
ไปยังเมืองเฟิงเฉิง แล้วขยายอาณาเขตออกไปยังลุ่มแม่น้ำแยงซีเกียง บริเวณแม่น้ำหันสุ้ยและรู่สุ้ย ภายหลังพระเจ้าโจวเหวินเสด็จสวรรคต
จีฟาขึ้นครองราชย์ ทรงพระนามว่า พระเจ้าโจวอู่หวาง


 
เมื่อทางเมืองเฉาเกอรู้ว่าเมืองซีกีแข็งเมือง จึงตั้งแม่ทัพยกทัพไปปราบ เจียงจื่อหยาจึงไปปรึกษาอาจารย์เอวียนซื่อเทียนจวิน อาจารย์จึงให้
รายชื่อผู้ที่จะต้องตายในการสงครามครั้งนี้จำนวน 365 คน ให้เจียงจื่อหยาไปเก็บรักษาไว้ที่ภูเขาจีซานเรียกว่า เฟิงเสินเอี่ยนอี้ (封神演)
(หรือ เฟิงเสินปัง หรือ ห้องสิน) เจียงจื่อหยาจึงทำพิธีตั้งศาล เก็บรายชื่อดังกล่าว มอบให้ "ปีศาจเปกก้าม" (柏鑒) เป็นผู้เฝ้าพร้อมทั้ง
ปีศาจผีพราย 6 ตนตายมาแล้วกว่าสองร้อยปี เปกก้าม นอกจากรายชื่อดังกล่าวแล้ว เจียงจื่อหยายังได้รับพาหนะสัตว์ประหลาดชื่อ
"ซูปุดเสียง" ตัวเป็นเกล็ดสีเขียวคราม หน้าเป็นมังกร เท้าทั้งสี่เป็นเท้าแรด หางเป็นหางวัว พร้อมทั้งได้รับอาวุธวิเศษคือ กระบองเหล็ก
ยาวหกศอกยี่สิบข้อ ปิดยันต์ข้อละสี่ชิ้นกับธงวิเศษอีกผืนหนึ่ง


 
การสู้รบกันทั้งสองฝ่าย ในแต่ละฝ่ายต่างมีขุนพลนายทหารที่เก่งกล้าสามารถ มีวิชาอาคมฤทธิ์เดช มีเซียน มีพวกผีปีศาจมาร่วมรบมากมาย

ฝ่ายเจียงจื่อหยา เช่น หลี่จิ้งบิดาหลี่โลเชีย หลี่บกเชีย หลี่กิมเชีย หลุยจินจู้ เอียวเจี้ยน อึ้งปวยฮอ อึ้งเทียนฮอ อุยฮอ เอียวหยิม ฯลฯ 
ฝ่ายกองทัพเฉาเกอ เช่น เหวินจ้งหรือบุนไท่สือ เตียวกุยหอง ฮองหลิม สี่พี่น้องแซ่หมัวหลี่ เตียวกงเบ๋ง เตียวหุนเนียงเหนียง และ
น้องสาวทั้งสอง แต้หลุน เชาฮู หลี่งัก ซิกงป้า ฯลฯ 


ฝ่ายเซียนที่มาช่วยเมืองซีกี เช่น กงเสงจู้ กงฮวดเทียนจุน เผาเหยียนจินหยิน ผังโตหยิน ไท่อิดจินหยิน โตเหงเทียนจุน กีลิวสุน เหยียนเตงโตหยิน 
ง่วนสีเทียนจุน จุ้นเถโตหยิน ฯลฯ เวียนที่มาช่วยเมืองเฉาเกอคือ ท่องเทียนกาจู้ กิมเหลงเสียงโบ้  พวกปีศาจฝ่ายเมืองเฉาเกอ เช่น อวนหอง
เกาเบ๋งเกากัก กิมไต้เสง ฯลฯ



 
ในที่สุดเมืองเฉาเกอแตก พระเจ้าโจ้วหวางสิ้นพระชนม์ในกองเพลิง พระเจ้าโจวอู่หวางเสด็จเข้าเมืองเฉาเกอเมื่อวันที่ 3 ค่ำ เดือน 4 ปีมังกร 
ราชวงศ์ซังก็ล่มสลาย  ทรงบำเหน็จความชอบแก่ขุนนางนายทหารถ้วนหน้า  โปรดฯให้เจียงจื่อหยา เป็น เจียงไท่กงกีเปก  ครองเมืองเจียง 
แล้วโปรดฯให้เจียงไท่กงประกอบพิธีเรียกวิญญาณทั้ง 365 ดวง มารับโทษและรางวัล  ถ้าเป็นฝ่ายพระเจ้าโจ้วหวางถือว่าซื่อสัตย์ต่อเจ้านาย
จนตายในสนามรบ เป็นความชอบ ถ้าเป็นฝ่ายพระเจ้าโจวอู่หวางถือว่า มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเป็นความชอบ 


เจียงไท่กงจึงกราบบังคมทูลลาพระเจ้าโจวอู่หวาง ไปครองเมืองเจียง จนอายุได้ 102 ปีจึงถึงแก่อนิจกรรม บุตรชายคือ กงจู้กู๋ครองเมืองสืบไป 
ชื่อของเจียงไท่กงยังเป็นที่เกรงขามของพวกภูตผีปีศาจเสมอ  หลายแห่งจึงมักเขียนข้อความว่า 

“เจียงไท่กงอยู่ที่นี่ พวกภูตผีทั้งหลายห้ามเข้า  姜太公在此, 百事無禁忌  ”   



อันเป็นยันต์ป้องกันผีได้ชะงัดนัก เอกสารสำคัญของเจียงไท่กง ที่ได้รับการศึกษาวิเคราะห์ตกทอดสืบต่อกันมากว่าสามพันปีคือ
“หกยุทธวิธีแห่งการสงครามของเจียงไท่กง” หรือ “คำสอนยุทธศาสตร์หกวิธีอันลี้ลับของเจียงไท่กง” กล่าวกันว่านักตำราพิชัยสงคราม
หลายท่านในสมัยโบราณที่มีชื่อเสียง ได้ศึกษาตำราเจ้าตำรับเล่มนี้มาก่อนทั้งสิ้น เช่น ขงเบ้งหรือจูกัดเหลียง ตำราเล่มนี้เขาเขียนเมื่อ
ไปเป็นเจ้าเมืองเจียงก่อนถึงแก่อนิจกรรม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 พฤษภาคม 2019, 12:58:16 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่