ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง Part2 : ต๋าจี่ (妲己) สนมปีศาจล้มแผ่นดิน  (อ่าน 75 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18032
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง ต๋าจี่ (妲己) สนมปีศาจล้มแผ่นดิน



ต๋าจี่ (Daji: 妲己) สนมคนโปรดของ 'พระเจ้าโจ้ว' กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ชาง
เรื่องราวของต๋าจี่ ถูกกล่าวถึงในด้านความโหดเหี้ยมโดยปรากฏอยู่ในตำนานสมัยราชวงศ์ถัง
เล่าย้อนว่านางเป็นสาเหตุแห่งการล่มสลายของราชวงศ์ชาง เวลาต่อมาจึงเกิดลัทธิบูชาจิ้งจอก
และกลายเป็นความเชื่อที่เสมือนความจริงถึงกับมีการสร้างศาลเจ้าปีศาจจิ้งจอกต๋าจี่ขึ้นมาบูชา
จนต้องมีการออกคำสั่งให้ทำลายศาลเจ้าทิ้ง


เดิมทีนั้นต๋าจี่เป็นมนุษย์ธรรมดา ที่มีรูปโฉมงดงามชนิดเพียงแค่เห็นก็ชวนให้รู้สึกหลงใหล นางเกิดในตระกูลชั้นสูง ‘แคว้นซู’
โดยเป็นบุตรสาวของเจ้าแคว้นซูจึงเป็นที่รู้จักกันในนาม ‘ซูต๋าจี่’ (Su Daji) ในเวลานั้นกองทัพราชวงศ์ชางที่เกรียงไกร
กรีฑาทัพเข้าประชิตแคว้นซูหลังจากไม่ได้รับเครื่องบรรณาการตามกำหนดการณ์ เจ้าแคว้นซูไม่มีทางเลือกจึงตัดสินใจ
ส่งต๋าจี่เข้าไปเป็นสนมรับใช้พระเจ้าโจ้ว




จุดเริ่มต้นของตำนานเกิดจากการที่ครั้งหนึ่งพระเจ้าโจ้วเดินทางไปสักการะเจ้าแม่หนี่วาที่วิหาร แต่เมื่อพระเจ้าโจ้วเห็นรูปสลัก
ที่งดงามของเจ้าแม่หนี่วาจึงเกิดความหลงใหลถึงกับเอ่ยออกมา (บ้างว่าเขียนโคลง) ทำนองว่า ‘หากได้เจ้าแม่มาเป็นมเหสี
คงจะดีไม่น้อย’
นั่นจึงเป็นเหตุให้เจ้าแม่หนี่วาพิโรธอย่างรุนแรงถึงกับส่งปีศาจ 3 ตน ได้แก่ ปีศาจจิ้งจอก ผีไก่ฟ้าเก้าหัว
และภูตพิณหยก
มาสร้างความเดือดร้อนแก่พระเจ้าโจ้วที่บังอาจลบหลู่พระนาง

จากที่กล่าวคือ ตำนานอีกแง่มุมหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับปีศาจจิ้งจอกเก้าหางของชาวจีน ที่อ้างว่าเป็นสัตว์รับใช้ของเทพเจ้า
แต่เรื่องราวของตำนานอีกมุมหนึ่ง ถูกบันทึกมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์เซี่ย ปี 2140 – 1711 ก่อนคริสตกาล เก่าแก่กว่า
ราชวงศ์ซางข้างต้นยิ่งนัก โดยมีภาพวาดเกี่ยวกับปีศาจสัตว์ที่จักนำเคราะห์ร้ายมาสู่บ้านเมือง สืบเนื่องยาวนานตกทอด
ถึงจนราชวงศฮั่น ปี 206 ก่อนคริสตกาลถึง ค.ศ. 220 เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ...

ในคืนเดือนดับ บังเกิดมีลูกไฟขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างลึกลับ แสงไฟนั้นสว่างราวแสงตะวัน มันหายลับไป
ทางใต้ จากนั้นไม่นานก็บังเกิดลางร้ายบ่งบอกถึงภัยพิบัติที่กำลังคืบคลานเข้ามาในไม่ช้า



ณ พระราชวัง พระจักรพรรดิทรงคัดเลือกนางสนมจากสาวงามทั่วทั้งแผ่นดิน พระองค์ทรงเลือกมา 20 คน จากพันๆ คน
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีหญิงใดที่งามดั่งใจ วันหนึ่งพระองค์กำลังวัดพระวรกาย เพื่อตัดชุดฉลองพระองค์และรองพระบาท
ขณะที่กำลังถอดรองพระบาทนั้น ทรงพลาดพลั้งเหยียบมือของนางกำนัลนางหนึ่ง เมื่อพระองค์ทรงเห็นใบหน้าอันงดงามนั้น
ก็ตราตรึงมิรู้หน่าย ทรงมีรับสั่งเรียกตัวมาเป็นนางสนมคอยรับใช้ไม่ห่างกาย จนเป็นที่ริษยาของนางสนมองค์อื่นๆ
เพราะนางมีความงามอย่างลึกลับ มีเสน่ห์อันน่าหลงใหล นางมีนามว่า ต๋าจี่

ต๋าจี่ มีดวงหน้าที่แสนงดงาม แต่จิตใจนางหางามดังใบหน้า การเห็นคนอื่นทนทุกข์ทรมานคือความสุขสำราญของสนมต๋าจี่
มีเรื่องเล่าว่าครั้งหนึ่งสนมต๋าจี่เห็นชาวนาเดินเท้าเปล่าบนพื้นที่เย็นเป็นน้ำแข็งนางถึงกับสั่งให้ตัดเท้าของชาวนาเพื่อ
มาดูว่าเหตุใดจึงทนอุณหภูมิต่ำได้ การผ่าท้องของหญิงตั้งครรภ์เพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นภายในท้อง


นางสั่งฆ่านางสนมองค์อื่นที่งดงามกว่าตนเอง จับคนที่ไม่ชอบหน้ามาทรมานอย่างเลือดเย็น อีกทั้งนางเป็นผู้คิดค้น
การทรมานนักโทษและเชลยศึกที่โหดร้ายผิดมนุษย์ อาทิเช่น หลุมอสรพิษ ที่นำสัตว์มีพิษทุกชนิดมาเทรวมใส่ในหลุมลึก
แล้วจับนางกำนัลหรือนางสนมโยนลงไปยังก้นหลุมนรก นั่งฟังเสียงกรีดร้องอย่างพึงพอใจ



หากครั้งใดที่นางขึ้นว่าราชการแทน ก็มักคิดสำเร็จโทษเชลยศึกต่างแดนด้วยตัวเอง โดยการจับมัดกับแท่งเสาทองแดง
สั่งเทราดน้ำมันจนท่วมตัว จุดไฟเผาทั้งเป็น ปรารถนาเห็นร่างนั้นมอดไหม้เป็นจุล แต่สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือ หากวันใด
นางนึกสนุก ก็จะชักชวนเหล่าบริวารมาเล่นเลี่ยงทายว่า เด็กในครรถ์ของหญิงท้องแก่ใกล้คลอดนี้เป็นชายหรือหญิง
เมื่อได้คำตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางสั่งให้ผ่าท้องหญิงเคราะห์ร้ายผู้นี้ทั้งเป็น เพื่อพิสูจน์ว่า เด็กทารกเป็นเพศใด
แม้แต่การนำหัวใจของขุนนางเพื่อพิสูจน์คำกล่าวของคนโบราณว่าหัวใจของคนมีเจ็ดช่องจริงหรือไม่
เหตุการณ์บางส่วนนี้สะท้อนถึงความซาดิสม์ในตัวของนาง

พระจักรพรรดิทรงทอดพระเนตรเห็นความเลวร้ายในการกระทำต่างๆ เหล่านี้ พระองค์ทรงหวาดกลัวและหวาดหวั่น
กับชะตากรรมของตนเอง ถึงกระนั้นก็มิกล้าสั่งลงโทษนางแต่อย่างใด เพราะยำเกรงกับกลิ่นคาวปีศาจที่แฝงเร้น
ภายใต้เงามืดของนางต้าจีผู้นี้



เมื่อกิจการบ้านเมืองเป็นไปด้วยความล้มเหลวจึงสบโอกาสให้ราชวงศ์โจวนำกองกำลังเข้าปะทะราชวงศ์ชางจนเป็นที่รู้จัก
กันในชื่อ ‘ยุทธการมู่เหย่’ (Battle of Muye) เมื่อ 1046 ปีก่อนคริสต์ศักราช ราชวงศ์โจวมีเจียงจื่อหยาเป็นผู้นำทาง
การทหาร ตามตำนานเล่าว่าการต่อสู้ครั้งนี้ลุกลามบานปลายไปถึงชั้นสวรรค์เมื่อเหล่าเทพเซียนมีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
แต่สุดท้ายแล้วกองทัพราชวงศ์โจวภายใต้การบัญชาทัพของเจียงจื่อหยาก็เป็นฝ่ายกุมชัยชนะ ราชวงศ์ชางที่เคยเกรียงไกร
จึงสิ้นสุดลง พระเจ้าโจ้วปลงพระชนม์ตนเองไปพร้อมกับสมบัติมากมายในเปลวเพลิง


พระองค์รับสั่งจับตัวทุกคนในราชวงศ์รวมถึงนางสนมนางกำนัล ข้าทาสบริวารที่สมรู้ร่วมคิดกับนางจิ้งจอกต้าจี
มาประหารเสียให้สิ้น มิให้ใครเอาเป็นเยี่ยงอย่างครั้งเมื่อเพชรฆาตเงื้อดาบขึ้นสุดแรงหมายตัดคอนางให้ขาดกระเด็น
กลับต้องส่งเสียงร้องครวญครางอย่างทรมานก่อนจะสิ้นใจตายคนแล้วคนเล่า นางจิ้งจอกยิ้มแสยะ หัวเราะเยาะเย้ย
ด้วยเสียงสูงหวีดหวิว ก่อนจะกลายร่างจริงให้ผู้คนทั่วทั้งเมืองได้ประจักษ์แก่สายตา ก่อนที่มันจะหลบหนีหายไปนั้น
มันได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า



"ข้าทำสำเร็จแล้ว ข้าล่อลวงจักรพรรดิผู้นี้ให้ทำลายบ้านเมืองและพสกนิกรของตัวเองได้สำเร็จ ไม่มีเหตุผลอันใดที่ข้าต้องอยู่ต่อ"

สิ้นเสียงหัวเราะชวนขนลุก จิ้งจอกเก้าหางก็หายลับไปกับกลุ่มก้อนเมฆสีดำของท้องฟ้ายามค่ำ ไม่มีใครพบเห็นมันอีกเลย
ถึงกระนั้นก็ยังทรงรับสั่งให้ประหารนางสนมนางกำนัล รวมถึงหญิงสาวชาวบ้านที่มีอายุราว 16 ปีเพื่อป้องกันการกลับมา
ของปีศาจร้ายตัวนี้ เพราะก่อนที่มันจะหนีหายลับไปมันได้ใช้หางของมันตัดหัวกองกำลังทหารถึง 1,000 นาย ในพริบตาเดียว
การไล่ล่านี้ดำเนินมานานถึง 30 ปี ฝันร้ายจึงสิ้นสุดลง

ต๋าจี่พาพวกพ้องปีศาจหนีไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าแม่หนี่วา แต่เจ้าแม่หนี่วาเห็นว่าสิ่งที่ต๋าจี่ทำนั้นรุนแรงเกินกว่าเหตุ
ไปมาก ทั้งยังสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแก่มวลมนุษย์จนผู้บริสุทธิ์มากมายต้องบาดเจ็บล้มตาย เจ้าแม่หนี่วาจึงส่ง
ต๋าจี่และเหล่าปีศาจให้เจียงจื่อหยาสำเร็จโทษเป็นอันจบสิ้นตำนานปีศาจจิ้งจอกต๋าจี่

เรื่องของปีศาจจิ้งจอกเก้าหางเป็นตำนานอันลือเลืองของวรรณกรรมจีนทุกยุคทุกสมัย แต่ทว่าในสมัยราชวงศ์ฮั่น
ความเชื่อด้านลบเกี่ยวกับปีศาจตนนี้ได้เปลี่ยนไป มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของลางร้าย ที่นำไปสู่การปฏิวัติการปกครอง
อันมีสาเหตุมาจากจักรพรรดิไม่มีศีลธรรม และกลายเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของผู้อุปถัมณ์ค้ำชูแห่งองค์พระราชาอีกด้วย
แต่มิได้รับความนิยม

ก็เป็นอีกเรื่องเล่าวีรกรรมของนางจิ้งจอก ที่มีจุดเริ่มจากอินเดียโบราณแห่งชมพูทวีป เดินทางมาสู่จีนแผ่นดินใหญ่
เป้าหมายต่อไปของการทำลายล้างที่มันเลือกไว้คือ ประเทศเล็กๆ ที่รวมตัวกันเป็นหมู่เกาะนั่นก็คือ ประเทศญี่ปุ่น
แต่ทว่ามันคงประเมินค่ามนุษย์ที่อาศัยอยู่ดินแดนนี้ต่ำเกินไป เพราะต่อจากนี้ ที่นี่คือ สุสานที่ฝังมันไปพร้อมกับ
ตำนานวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ไปตลอดกาล.....
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11 พฤษภาคม 2019, 09:41:52 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่