เทรนล้ำๆ..สมัยก่อน ที่หลายคนไม่อยากจะนึกถึงมันสักเท่าไหร่

ผู้เขียน หัวข้อ: เทรนล้ำๆ..สมัยก่อน ที่หลายคนไม่อยากจะนึกถึงมันสักเท่าไหร่  (อ่าน 112 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18785
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เทรนล้ำๆ..สมัยก่อน ที่หลายคนไม่อยากจะนึกถึงมันสักเท่าไหร่

นี่คือ เทรนล้ำๆ..สมัยหลายๆคนยังละอ่อน หรืออาจเกิดไม่ทัน ที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับความนิยมขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หากแต่กระนั้นมันก็ได้เสื่อมความนิยมในระยะรวดเร็วพอๆกัน กลายเป็นว่าปัจจุบันคนที่มองเทรนเหล่านั้นเป็น
เทรนที่เลวร้ายสำหรับตัวเอง และหลายคนอยากจะลืมๆมันไปด้วยซ้ำ ถ้าสมัยนี้ก็อย่าง "ตุ๊กตาลูกเทพ" หละมัง..?



Saggy Pants


                   
กางเกงเอวต่ำหรือกางเกงหลุดพ้นบั้นเอว (หลุดตูดนั้นแหละ) เป็นการใส่กางเกง(กางเกงทรงหลวม, กางเกงขาสั้น,
กางเกงขายาว, กางเกงยีนส์)  เพื่อให้เห็นบางส่วนหรือแทบทั้งหมดของกางเกงใน(ถ้าเป็นผู้หญิงจะใส่กางเกงเพื่อให้
เห็นถึงกางเกงในจี-สตริง)


ที่มาของแฟชั่นการใส่กางเกงหลุดพ้นบั้นเอวที่คาดว่ามาจากในคุกที่ไม่อนุญาตให้ใส่เข็มขัด จนเมื่อพวกเขาเหล่านั้นออกมา
จากคุก ก็ยังคงไม่ใส่เข็มขัด จนกระทั้งในต้นทศวรรษ 1990 ศิลปินฮิปฮอปและศิลปินแร็ปได้นำวิธีนี้มาทำให้เกิดความนิยม
เรื่อยมา แต่กระนั้นก็ก่อให้เกิดผลกระทบทางวัฒนธรรมเหมือนกัน คือการแต่งกายไม่เหมาะสมว่าด้วยว่าด้วยการกระทำ
อนาจารต่อหน้าธารกำนัล โดยห้ามการใส่กางเกงที่เปิดเผยโดยเจตนาให้เห็นกางเกงใน และมีบางรัฐอเมริกาห้ามใส่
กางเกงเอวต่ำเพราะอุจาดตา

อย่างไรก็ตามปัจจุบันเราก็ยังเห็นใครบางคนใส่กางเกงในชนิดนี้อยู่



Sea-Monkeys
   


ลิงทะเล หรือบ้านเราเรียกชุดเลี้ยงมังกรทะเลสำเร็จรูป(ของเลียนแบบจากจีน)เคยออกวางตลาดครั้งแรกในปี 1957
ภายใต้แนวคิดของ Braunhut Harold von ฮิตเมื่อปี 1960 ในอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ   


โดยเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขายเป็นแพ็คเก็ต(และมักขายพร้อมตู้พลาสติกรวมถึงเครื่องกรองน้ำและอาหาร) โดยขายภายใต้ชื่อ
"The Amazing Live Sea-Monk eys Ocean-Zoo" โดยสิ่งมีชีวิตที่ว่าก็คือกุ้งน้ำเค็มชนิดหนึ่งนั้นเอง(Brine shrimp)
โดยในแพ็คเก็ตจะมีไข่(แห้ง)และผงชนิดต่างๆ สำหรับเลี้ยงสิ่งมีชีวิตดังกล่าว



โดยขั้นตอนการเลี้ยงนั้นระบุเป็นข้อมูลให้ทำตารมที่ละขั้นตอน โดยเริ่มแรกจะต้องมีตู้ปลาที่สะอาดห้ามีสารเคมีใดๆ เจือปน
และใช้ผงปรับสภาพน้ำที่แถมมาให้น้ำเค็มเหมือนทะเล จากนั้นก็เทไข่ลิงทะลในซองลงไปในน้พและทิ้งไว้ 48 ซม.
มันก็ฟักออกเป็นตัว และให้อาหารที่แถมมาจากแพ็คเก็ต ซึ่งมันมีชีวิตอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่ง(แพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว) และด้วยการ
โฆษณาว่าเป็นสัตว์พันธุ์ใหม่และไม่เหมือนใครทำให้ลิงทะเลฮิตอย่างรวดเร็ว



ปัจจุบันเราสามารถสั่งซื้อสินค้าเหล่านี้ได้ทางอินเตอร์เน็ต



Tamagotchi



ทามาก็อตหรือสัตว์เลี้ยงดิจิตอต เป็นฮาร์ดแวร์รูปเหมือนไข่และหน้าจอเหมือนเกมกด จัดจำหน่ายโดย บันได บริษัทของเล่น
ในประเทศญี่ปุ่น ในปี 1996 คนต้นคิดคือ มากิ มาอิตะโดยมีแรงบันดาลใจมาจากความฝันจะมีสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนแก้เหงา
แต่สภาพสังคมที่ไม่เอื้อต่อการมีสัตว์เลี้ยงในญี่ปุ่น จึงเป็นที่มาของการให้กำเนิดสัตว์เลี้ยงเสมือนจริงที่ผู้เลี้ยงต้องเอาใจใส่
ดูแลเช่นเดียวกับสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิต หากปล่อยปะละเลยก็จะทำให้สัตว์เลี้ยงป่วยและตายในที่สุด




จึงเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการในวงการธุรกิจของเล่นลักษณะนี้เรื่อยมา โดยเกมมีเนื้อหาเกี่ยวกับเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงดิจิดอต
ที่มีรูปร่างน่ารักน่าชัง โดยมีปุ่มต่างๆ (ปกติมี 3 ปุ่ม คือปุ่มเลือก ปุ่มตอบตกลง ปุ่มยกเลิก) เพื่อใช้คำสั่งเกี่ยวกับการดูแล
สัตว์เลี้ยงในหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นการให้อาหาร การสื่อสาร การทำความสะอาด ฯลฯ และเมื่อเลี้ยงระยะหนึ่งมันสามารถ
วิวัฒนาการ(หรือเติบโต) กลายเป็นตัวใหม่ที่น่ารักยิ่งกว่าเก่าได้

ด้วยระบบดังกล่าว ส่งผลทำให้ทามาก็อตฮิตมากในวัยรุ่นญี่ปุ่น(เอาติดกระเป๋านักเรียน หรือพวงกุญแจ) ด้วยเหตุนี้ทำให้มี
ทามาก็อตหลายรุ่น หลายแบบ และพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ถึงขั้นสื่อต่างๆ ต่างเอาทามาก็อตมาเป็นกระแสทุกที่ แต่กระนั้น
อย่างไรทามาก็อตก็เคยเป็นประเด็นเกี่ยวกับการไปเล่นในโรงเรียน



แต่แล้วเวลาผ่านไปไม่ถึงปี ทามาก็อตก็หมดลมหายใจ และหมดความนิยมอย่างรวดเร็ว แม้ทางบันไดจะพยายามต่อลมหายใจ
ทามาก็อต ถึงขั้นลดราคา แต่กลับไม่มีคนสนใจ ในที่สุดเจ้าทามาก็อตก็กลายเป็นแฟชั่นที่ถูกลืมในที่สุด

 



Mood Rings


                 
แหวนวัดอารมณ์เป็นแหวนที่ผลึกสีจะทำหน้าที่เหมือนเทอร์โมโครมิกเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิร่างกาย ถ้าแหวนเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน
ก็คือมีความสุขมาก สีเขียวมีความสุขปกติ สีม่วงมีความสุขน้อย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสีดำนั่นหมายความว่า กำลังเครียดไม่มีความสุข
ซึ่งตอนแรกแหวนดังกล่าวฮิตมากเนื่อง จากเป็นที่นิยมของวัยรุ่นที่เป็นคู่รักสามารตอบสอบอารมณ์ของแต่ละฝ่ายได้ และได้รับ
ความนิยมกลายเป็นแฟชั่นในปี 1970




หากแต่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 70 แหวนดังกล่าวก็หายไปจากท้องตลาดและกลายเป็นเรื่องตลกไปเพราะอุณหภูมิร่างกายของมนุษย์
ไม่สามารถเจาะบอกอารมณ์ลงอย่างแม่นยำได้เสมอไป




 
Cabbage Patch Kids
   


ตุ๊กตากะหล่ำปลีเป็นตุ๊กตาผ้าที่สร้างขึ้นในปี 1978 โดยซาเวียร์ โรเบิร์ต และขายตามท้องตลาดในปี 1982 เป็นแฟชั่นที่ครั้งหนึ่ง
ได้ถูกจารึกว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษที่ 1980 ฮิตถึงขั้นผู้ปกครองต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงตุ๊กตาดังกล่าวเพื่อเป็นของขวัญวันคริสต์มาส
ให้เด็กจนเกิดจลาจลมาแล้ว


โดยสิ่งที่ตุ๊กตามีรูปร่างหัวเหมือนกะหล่ำปลีไม่เหมือนใครนี้ ก็คือมันลูกเล่นมากมาย แต่ลูกเล่นที่หลายคนจดจำสามารถกินอาหาร
(ขนมพลาสติก) ที่ป้อนปากได้ โดยกลไกของปากตุ๊กตาขยับเหมือนกินขนม หากแต่อนิจจาแม้ว่าของเล่นดังกล่าวจะมีสร้างรายได้
600,000,000 ดอลลาร์ ในการขายในปี 1985


หากแต่ต่อมาก็เสื่อมความนิยมอย่างรวดเร็วเมื่อเด็กเด็กบางคนเอาอาหารของจริงให้มันกิน (ถ้าจำไม่ผิดของกินดังกล่าวไม่สามารถ
เอาออกได้ด้วย) เมื่ออาหารเกิดบูดเน่าตุ๊กตาจะเหม็นเน่าทันที นอกจากนั้นยังมีรายงานว่าเด็กถูกตุ๊กตากัดระหว่างที่นิ้วหรือเส้นผม
ในขณะที่ให้อาหารตุ๊กตาอีก จนทำให้ตุ๊กตาดังกล่าวเสื่อมความนิยมอย่างรวดเร็ว และไม่มีใครอยากนึกถึงจนถึงปัจจุบัน


 
Lava Lamps


   
โคมไฟลาวา เป็นโคมไฟที่ใช้ตกแต่งมากกว่าใช้ส่องสว่าง(นอกจากนั้นยังช่วยเสริมดวง) ถูกค้นค้นในปี 1960 โดยสิ่งที่แปลกของ
โคมไฟนี้คือ ภายในประกอบด้วยขี้ผึ้งเหลว(มีหลายสีหลายแบบ) ตัวฐานบรรจุหลอดไฟ ให้แสงสว่างและพลังงานความร้อนทำให้
ของเหลวเกิดการเคลื่อนที่คล้ายลาวา นิยมมากในยุค 60


หากแต่ใช้เพิ่มบรรยากาศให้แปลกใหม่เท่านั้น นอกจากนี้ในปี 2004 ยังมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากการเอาโคมไฟลาวาไปตั้งห้องครัว
ความร้อนจากเต่าทำให้โคมไฟระเบิดและชิ้นส่วนของแก้วโคมไปโดนคนเข้าทำให้เสียชีวิตทันที(และยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากเหตุโคมไฟนี้ระเบิดหลายราย) จนเป็นเหตุทำให้โคมไฟเสื่อมความนิยมลง


 
Black Light


 
ในทศตวรรษที่ 1960 ไฟแบลคไลท์หรือไฟเรืองแสงมักนิยมนำมาใช้ประดับหรือสร้างบรรยากาศในไนท์คลับ นอกจากนี้ก็มีหลายคน
ทาสีตัวเองด้วยสีเรืองแสงให้ตัวเรืองแสงภายใต้ความมืดสลัวในไนต์คลับ และเมื่อเวลาผ่านไปจนถึงยุค 80 สารเรืองแสงก็เริ่มมีการ
นำมาใช้เป็นแฟชั่นอย่างหากหลาย ไม่ว่ายุคของพังค์ที่ใช้สารเรืองแสงกับทรงผม




แต่กระนั้นปัจจุบันมีการพบว่าสารเรืองแสงดังกล่าว มีผลทำให้เกิดต้อกระจกและโรคมะเร็งทางผิวหนัง (แล้วแต่สารบางชนิดและ
ขึ้นอยู่ปัจจัยต่างๆ ร่วมด้วย)ทำให้สารเรืองแสงทาตัวหมดความนิยมลง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสารเรืองแสงยังเป็นที่นิยมใช้ในงานบันเทิง งานคอนเสิร์ตทั่วไปอยู่



 
Smiley Buttons



ใบหน้าเปื้อนยิ้ม ได้รับความนิยมในช่วงต้นปี 1970 โดยสองพี่น้อง เมอร์เรย์ และ เบอร์นาร์ด สเปน ที่ออกแบบปุ่มสัญลักษณ์เป็นสินค้าใหม่
โดยปุ่มดังกล่าวมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นในแก้วกาแฟ เสื้อยืด สติ๊กเกอร์กันชน ฯลฯ แต่ที่นิยมก็คือเข็มกลัด


ปัจจุบันใบหน้าเปื้อนยิ้มได้กลายเป็นอีโมติคอนในคอมพิวเตอร์ที่มีความหมายว่า “วันนี้มีความสุข” ที่เป็นอีโมที่เราพบเห็นได้บ่อยในอินเตอร์เน็ต
 



Pet Rock
   


หินสัตว์เลี้ยง เป็นแฟชั่นที่เกิดขึ้นในโลสกาตอส, แคลิฟอร์เนีย เมื่อปี 1970 โดยแกรี่ ดาห์ล ซึ่งได้คิดสินค้าตัวหนึ่งที่โครตไม่ลงทุนคือ
เอาหินธรรมดาหนึ่งก้อน (รุ่นหลังมีติดตา) และโฆษณาว่าเพ็ทร็อค ตัวแทนจำหน่ายสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่


โดยแนวคิดดังกล่าวเริ่มขึ้นเมื่อเขาได้ฟังเพื่อนบ่นเรื่องสัตว์เลี้ยงของตน เขาเลยแนวคิดว่าหากเป็นสัตว์เลี้ยงสมบูรณ์แบบ คือไม่เห่า
ไม่ส่งเสียง ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ขับถ่าย ไม่ตาย ไม่วิ่งหนีไปไหน ไม่ต้องอาบน้ำ ไม่ป่วย ไม่ทำบ้าอะไรเลย ผลก็คือนี้เลยเป็นสัตว์เลี้ยง
ก้อนหินดังกล่าว(ประชดซะเลย??)



โดยตอนจำหน่ายครั้งแรกราคาประมาณ 4.99 (ร้อยกว่าบาท) มาในกล่องกระดาษแข็ง(ที่มีรูหายใจของสัตว์) พร้อมคู่มือว่า เลี้ยงง่ายสุดๆ
แค่วางมันไว้เฉยๆ คุณก็เลี้ยงมันได้แล้ว (อาจมีคำแนะนำสอนวิธีให้คุณเล่นกับมัน สอนมันนั่งเฉยๆ พามันไปอาบแดด และพามันไปอาบน้ำ)
ในกล่องจะมีหินติดตาหนึ่งก้อน มีฟางไว้เพื่อเป็นที่นอน ในรุ่นหลังๆยังมีสายจูงเพื่อพามันไปเดินเล่นอีกด้วย และเริ่มมีหลายขนาด

แฟชั่นดังกล่าวสิ้นสุดเพียง 6 วัน...แต่มันก็เพียงพอที่ทำให้แกรี่ ดาห์ลเป็นเศรษฐีในทันที ปัจจุบันสัตว์เลี้ยงดังกล่าวกลับมาอีกครั้ง
ในรูปแบบมีสาย USB ตามสมัยนิยม เพื่อเสียบกับ com มาด้วย ถึงเสียบแล้วจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เถอะ
(ปัจจุบันมีขายในอีเบย์)



 
Baby on Board


   
แผ่นจุ๊บติดกระจก หรือแผ่นเด็กอ่อน (แล้วแต่จะเรียกเถอะผมก็นิยามมันไม่ออก) เป็นป้ายสำหรับแขวนที่กระจกด้านหลังหรือด้านข้างบนรถ
เพื่อให้รถคนอื่นเห็นว่ามีเด็กอ่อนอยู่ในรถ หรือจะมีข้อความนอกเหนือจากนี้ด้วย


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการขับขี่ปลอดภัย ออกวางตลาดครั้งแรกในเดือนกันยายนปี 1984 โดยบริษัทความปลอดภัยที่ 1
(Safety 1st Corporation) ก่อนที่จะแพร่หลายเป็นแฟชั่นเฟื่องฟู 1985 และเสื่อมลงอย่างรวดเร็วในปี 1986 ตัวป้ายมีขนาด 6 นิ้วx6นิ้ว
(มาตรฐานห้านิ้ว) ทำจากผ้าและนำมาสกรีนลาย ไม่ต้องห่วงเรื่องการกรอบของป้าย เพราะข้างในใส่ใยสังเคราะห์ไว้

ปัจจุบันป้ายดังกล่าวมีหลากหลายในข้อความและมีการเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ เข้าไป เช่นไฟกะพริบเป็นต้น(ปล. รถของพ่อผมติดป้ายนี้ด้วยนะ)
 



MySpace


                 
มาย สเปซ คือเว็บสังคมออนไลน์ที่คล้ายกับ hi5 facebook MySpace ก่อตั้งในปี 2002 โดยกลุ่มวัยรุ่นโนเนมใช้กลยุทธ์ด้านดนตรีเป็นจุดขาย
สนับสนุนให้วงดนตรีอินดี้สร้างหน้าประวัติของวงบน เพื่อพูดคุยกับแฟนๆ และพัฒนาระบบให้ผู้ใช้เข้ามาฟังเพลงออกใหม่ผ่านอินเทอร์เน็ต 
ในประเทศไทยเราเว็บดังกล่าวไม่นิยมมากนัก


แต่ในต่างประเทศโดยเฉพาะในอเมริกาได้รับความนิยมมากในปี 2006,2008 โดยมี 200 ล้านสมาชิกที่เป็นเหล่าวัยรุ่นอเมริกันอีกทั้งเว็บดังกล่าว
ยังกลายเป็นธุรกิจไฮเทคที่ทำเงินอย่างมหาศาล หากแต่เมื่อมีการเข้ามาของ facebook เว็บดังกล่าวก็เริ่มเสื่อมความนิยมลง จนถึงขั้นใกล้ล้มละลาย
ทางผ้บริหารมาย สเปซ พยายามเปลี่ยนกลยุทธในการเรียกศรัทธาเก่าๆ กลับมา

 
เนื้อหาบทความจาก

https://listverse.com/2007/11/11/top-10-worst-fads/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 พฤษภาคม 2019, 11:28:04 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่