ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง Part3 : แดนอาทิตย์สังหาร อวสานราชันย์ปีศาจ

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง Part3 : แดนอาทิตย์สังหาร อวสานราชันย์ปีศาจ  (อ่าน 182 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19210
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ตำนานจิ้งจอกเก้าหาง Part3 : แดนอาทิตย์สังหาร อวสานราชันย์ปีศาจ
cr. ilovejapan.co.th



เรื่องราวของนางปีศาจได้ปรากฏขึ้นในบทประพันธ์ในสมัย มุโรมาชิ (Muromachi) ราวปีค.ศ. 1338 – 1573
แต่เนื้อเรื่องระบุว่าเป็นเหตุการณืที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ถึง 400 ปี ในสมัยของพระจักรพรรดิ์โคโนเอะ ที่ทรงขึ้น
ครองราชในปีค.ศ. 1142 – 1155 ตรงกับสมัยฟุจิราวะ (Fushiwara) ในช่วงปีค.ศ. 858 – 1160 ได้
พรรณนาว่ามีหญิงงามนาม ทามาโมะ มาเอะ ปรากฏตัวขึ้น


อัตชีวะประวัติของนางเริ่มจาก วันหนึ่งในปีค.ศ. 1113 ซามูไรนามว่า ซาคาเบะ ยูคิซึนะ ผู้ไร้ครอบครัว ได้พบเจอ
เด็กทารกเพศหญิงถูกทิ้งอยู่แถวริมบึง เขารู้สึกเอ็นดูจึงนำมาอุปถัมณ์ โดยตั้งชื่อว่า มิซุคุเมะ แปลว่า เด็กน้อย
แห่งตะไคร่น้ำ วันเวลาผ่านไปเมื่อนางเติบโตจนอายุครบ 18 ปี นางถูกส่งตัวเข้าวังโดยเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น
"ทามาโมะ มาเอะ"



ทามาโมะเป็นหญิงที่มีความงดงามอย่างน่าประหลาด มีกลิ่นหอมรัญจวนใจ มีความลึกลับภายในตัวเองที่สามารถดึงดูด
ให้ทุกคนอยากค้นหา ความงามไม่ใช่สิ่งเดียวที่นางมี แต่นางมีศาสตร์ความรู้ทุกแขนง ถึงแม้ว่า ณ ตอนนั้นนางจะมี
อายุเพียง 20 ปี แต่ก็ไม่มีคำถามใดๆ ที่นางไม่สามารถตอบได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา ดาราศาสตร์ ดนตรีและรวมถึง
การทำนายโชคชะตาอย่างแม่นยำ ด้วยความงามสวยงามและความชาญฉลาดนี้เอง ที่ทำให้ทุกคนในพระราชวังรัก
และเอ็นดูนาง

โดยเฉพาะพระจักรพรรดิ์โคโนเอะ (หรือบางตำนานก็บันทึกชื่อว่าเป็นจักรพรรดิ์โทบะ) ที่ลุ่มหลงนางจนตาบอด
ไม่มองถึงสิ่งผิดปกติใดๆ นั้นก็คือ เครื่องแต่งกายของนางไม่เคยมีรอยยับย่นตามธรรมชาติ ไม่เคยเปียกน้ำหรือ
มีคราบสกปรกเช่นมนุษย์ปกติทั่วไป




​วันหนึ่งพระองค์ทรงพระประชวรอย่างหนัก หมอหลวงไม่สามารถตรวจหาสาเหตุที่มาของโรคประหลาดนี้ได้
อาเบะ ยาซุชิคะ โหรหลวงจึงได้ตรวจดวงชะตาและพบว่า สาเหตุของโรคนี้มาจากปีศาจที่สิงสู่อยู่ข้างพระวรกาย
ของพระองค์ จึงได้กราบเรียนให้ทรงทราบและวางแผนกำจัดนางปีศาจตนนี้เสีย

แผนการคือ ทางวังหลวงได้นิมนต์พระสงฆ์หลายรูปมาสวดมนต์ทำพิธีปัดรังควาน ในพระราชวังเป็นเวลา 7 วัน 7 คืน
ระหว่างที่ทำพิธีอยู่นี้ ทามาโมะได้ป่วยอย่างหนัก ส่งเสียงร้องครวณครางตลอดทั้งวันทั้งคืน จนวันสุดท้ายนางไม่อาจ
ทนต่อความเจ็บปวดได้อีกต่อไป นางจึงได้เผยร่างจริงออกมาให้พระจักรพรรดิ์ทรงทอดพระเนตรว่า แท้ที่จริงแล้ว
มันคือ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง ที่กำลังกลายร่างอยู่ในสภาพครึ่งคนครึ่งจิ้งจอก มันรีบหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

พระจักรพรรดิ์ได้รับสั่งให้ คาสุซา ซุเกะ และ มิอุระ ซุเกะ สองพี่น้องยอดนักรบผู้เก่งกาจ ออกตามล่าและฆ่ามัน
โดยระดมกองทัพหลวงและนักล่าสัตว์นับพัน เพื่อปลิดชีพในวันรุ่ง คืนนั้นนางจิ้งจอกได้เข้าฝัน มิอุระ ขอร้องให้ไว้ชีวิต
เมตตาอย่าฆ่านางเลย แต่ถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดี



เช้าวันรุ่งขึ้นกองทัพเดินหน้าสู่ที่ราบสูงนาซุ ที่ซ่อนของจอมปีศาจ เมื่อมันปรากฏกายขึ้นเหนือฝากฟ้า มิอุระได้ใช้
ลูกธนูอาคมยิงใส่จนมันทิ้งร่างร่วงลงบนที่ราบแห่งนี้ ร่างนั้นกลายเป็นก้อนหินสีดำขนาดใหญ่นอนแน่นิ่งหมดฤทธิ์ต่อกร

หินก้อนนี้มีเชื่อเรียกว่า เซะโชเซะกิ หรือ ก้อนหินมรณะ หรือชื่ออื่นๆ คือ ก้อนหินนักล่า มีความเชื่อต่อมาว่าเมื่อ
ปีศาจจิ้งจอกตายลง ร่างกายของมันเปลี่ยนสภาพเป็นก้อนหิน แต่ด้วยความ แค้นหินก้อนนี้จึงส่งก๊าซพิษพวยพุ่งรอบๆ
ตัวเอง ทำให้สิ่งมีชีวิตที่เข้าใกล้รัศมีต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก

วันเวลาผ่านไปนานนับปี วันหนึ่งมีพระสงฆ์ต่างแดนนามว่า เก็นโนะ ได้เดินทางผ่านมาพบก้อนหินนี้ เมื่อจะเดินเข้าไป
ใกล้รัศมีของควันพิษ ก็ปรากฏหญิงสาวลึกลับส่งเสียงร้องทัก ห้ามว่าอย่าได้เข้าไปใกล้มันอันตราย ขณะหันไปมอง
หญิงคนดังกล่าว ท่านจึงเหลือบไปเห็นนกน้อยตัวหนึ่งที่กำลังบินอยู่เหนือก้อนหินนี้ เมื่อมันเข้าใกล้ควันนั้นก็ตกมาตาย
ในทันทีหญิงสาวผู้นั้นได้เล่าเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดของหินก้อนนี้ให้ฟังอย่างละเอียด เมื่อเล่าจบเธอก็หายเข้าไป
ในก้อนหิน ใช่แล้วเธอคือ ทามาโมะ ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตัวนั้น


พระเก็นโนะ จึงได้ทำการจดบันทึกเรื่องราวที่นางเล่าอย่างละเอียด ที่เรื่องเริ่มจาก อินเดีย จีนและสุดท้ายญี่ปุ่น
รวมถึงชัยชนะของมนุษย์ในการทำสงครามครั้งนี้ โดยมีใจความหลักๆ ว่า



"เราจึงได้เปลี่ยนร่างเป็นหิน เพื่อพักรักษาตัวและใช้เวลาที่เหลืออยู่ฆ่าผู้คนให้ได้มากที่สุด แล้วมาในวันนี้เราได้พบเจอ
กับสิ่งที่ล้ำค่ากว่าความแค้นนั้นคือ พระธรรมคำสอนจากพุทธศาสนา เราได้กระทำบาปมามากมาย สร้างความเสียหาย
อย่างใหญ่หลวง แต่จากนี้ไปเราให้สัญญาว่าจะไม่ทำร้ายใครอีก"


จากนั้นพระเก็นโนะได้เพ่งทางในและประกอบพิธีกรรมทางศาสนา จากนั้นมาก้อนหินนี้ก็ไม่ปล่อยควันพิษฆ่าสิ่งมีชีวิตใดๆ
อีกเลย ตราบจนปัจจุบัน

ตำนานจิ้งจอกเก้าหางเป็นนิทานปรัมปราที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับชาวญี่ปุ่น โดยถูกนำมาแสดง
ละครโนและคาบุกิอย่างแพร่หลาย โดยใช้ชื่อว่า ทามาโมะ มาเอะ หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า The Beautiful Fox
ปีศาจจิ้งจอกจำแลง อีกทั้งยังเป็นเกร็ดเล็กๆ ส่วนหนึ่งของพงศาวดารญี่ปุ่น




ก้อนหินมรณะนี้ยังคงตั้งอยู่บนทางเหนือของที่ราบสูงนาซุ จังหวัดโทชิกิ ปัจจุบันเป็นเนินภูเขาไฟที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับ
แร่ธาตุกำมะถัน เป็นตำนานที่มีหลักฐานยืนยันความจริง



แม้แต่ในประเทศเกาหลีเองก็มีบันทึกถึงปีศาจจิ้งจอกเช่นกัน ซึ่งมีชื่อเรียกว่า คุมิโฮ เป็นสาวงามวัย 16 ปี
ชอบหลอกล่อชายหนุ่มมากินเป็นอาหาร สิ่งที่มันโปรดปรานคือ เด็กทารก หัวใจและตับอ่อน สุดท้ายก็ถูกไล่ล่าเป็นเวลา
เกือบ 4 ปี กล่าวว่า มีต้นกำเนิดมาจากจีนและหนีมาพักรักษาตัวที่ประเกาหลี ช่างคล้ายคลึงกับจิ้งจอกเก้าหางของญี่ปุ่นนัก
ในบันทึกของเกาหลีมีตำนานเกี่ยวกับจิ้งจอกที่แตกต่างกันออกไป แต่น้อยมักที่จะพูดถึงด้านที่ดีงามหรือความอ่อนโยน
ของมัน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 พฤษภาคม 2019, 15:25:29 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

eakiwaz

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 98
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด

ได้ความรู้อีกมากมายทีเดีย