กว่าจะตายในเวทีประหาร

ผู้เขียน หัวข้อ: กว่าจะตายในเวทีประหาร  (อ่าน 281 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19209
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
กว่าจะตายในเวทีประหาร
« เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2019, 14:45:29 »

กว่าจะตายในเวทีประหาร



ในสมัยก่อนการประหารชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม โหดร้าย เพชฌฆาตสุดซาดิสต์ล้วนมีอุปการณ์มากมาย
ให้ประหารนักโทษ หากแต่สมัยนี้การประหารชีวิตนั้นลดความโหดลงมาก เพราะต้องการให้นักโทษตายอย่างรวดเร็ว
และไม่เจ็บปวด นักโทษบางคนยังสามารถอนุญาตเลือกวิธีการประหารชีวิตได้ด้วยตนเองเพื่อความเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การประหารชีวิตบางครั้งนั้นมีบางอย่างที่ผิดพลาดแบบไม่น่าจะเกิด แม้ว่าจะมีการเตรียมพร้อมแล้วก็ตาม
ซึ่งแทนที่จะตายรวดเร็วและหมดจด นักโทษกับทุกข์ทรมาน และลองคิดดูว่าหากนักโทษประหารนั้นเป้นคุณ อยู่ใน
เหตุการณ์ดังกล่าวจะน่าหวาดเสียวเพียงใด



Christopher J. Newton



คริสโตเฟอร์ นิวตัน เป็นคนที่มีนิสัยรักความรุนแรง ตอนแรกเขาถูกจับในข้อหาลักทรัพย์ ระหว่างถูกจำคุกเขาก็ได้ฆ่า
เพื่อนผู้ต้องขังเจสัน บรูเออร์อายุ 27 ปี ด้วยความสูงถึง 182.8เวนติเมตร และหนักกว่า 120.2 กิโลกรัม สามารถ
ฆ่าเพื่อนร่วมห้องขังที่หนักเพียง 58.9 กิโลได้อย่างง่ายตาย ไร้ความปรานี ระหว่างการเล่นหมากรุก นิวตันได้ทำร้าย
เจสัน และใช้เชือกรัดคอ และอ้างว่าได้ดื่มเลือดเขาระหว่างทำการฆาตกรรมด้วย 


ไม่มีแรงจูงใจที่แท้จริงที่นิวตันก่อคดีฆ่าเพื่อนร่วมห้องขัง นิวดันได้สารภาพรายละเอียดการฆาตกรรมและยกเลิกอุทธรณ์
ส่งผลทำให้เขาถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเข้าร่าง ซึ่งเขาประหารชีวิตเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2007
แต่แล้วการประหารชีวิตนั้นก็เกิดเกิดปัญหาขึ้น เพราะมันใช้เวลานานถึงสองชั่วโมงกว่าๆ เลยทีเดียว (เวลา 10.03-11.53)

ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน เพราะใช้เวลากว่าครึ่งใรนการหาเส้นเลือดจุดที่ต้องฉีดยาพิษเข้าร่าง เนื่องจากนิวตันอ้วนเกินไป
จนหาเส้นเลือดที่เหมาะสมไม่เจอ ซึ่งช่วงเวลานั้เขาถูกแทงอย่างน้อยสิบครั้งด้วยเข็ม และในที่สุดเข็มก็ถูกแทรงตรงจุดที่ถูกต้อง
แต่ปัญหาก็ตามมาคือยาออกฤทธิ์ชา (แถมมีการให้นิวตันเข้าห้องน้ำระหว่างประหารชีวิตด้วย) จนกระทั่งเวลาประมาณ 11.37   
ยาพิษก็เริ่มออกฤทธิ์ จากรายงานของพยานเล่าว่าท้องของนิวตันพองขึ้น ร่าวและปากของเขากระตุก และเขาต้องทุกข์ทรมาน
หลายชั่วโมงก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งจะไม่เป็นแบบนี้หากเขาฉีดยาถูกต้อง

เวลาผ่านจนถึง 11.53 จึงมีการประกาศว่านิวตันเสียชีวิตแล้ว



Brian Steckel



ไบรอัน สเท็กเกิล อาจจะเป็นเช่นเดียวกับมนุษย์ที่น่ารังเกียจที่สมควรตาย เหมือนนักโทษประหารคนอื่นๆ ในรายการ
เพราะลักษณะการก่ออาชญากรรมของเขายากจะหาเหตุผลที่สมควรให้เขามีชีวิตอยู่


มันเริ่มขึ้นเมื่อสเท็กเกิลเคาะประตูห้องของแซนดร้า ลีลองอายุ 29 ปี แฟนเก่าของเขา ในอพาร์ตเมนต์ของเธอ โดยขอใช้โทรศัพท์ 
เมื่อเธอเปิดประตูให้เขาเข้า เขาก็ขอมีเซ็กต์กับเธอ แน่นอนเธอปฏิเสธเขา เป็นเหตุทำให้เขาโกรธ เลยทำร้ายรัดคอเธอด้วยถุงน่อง
ข่มขืนทางด้านหลัง และ ทำร้ายอวัยวะเพศเธอด้วยไขควง แค่นี้ยังไม่พอ เขาจุดไฟเผาห้องซึ่งเธอเสียชีวิตจากการสูดดมควันไฟ
และโดนไฟครอกตาย

แน่นอนว่าโทษของสเท็กเกิล คือ โทษประหารด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้นเลือด ซึ่งวันประหารมีขึ้นวันที่ 4 พฤศจิกายน 2005
แน่นอนว่าการประหารชีวิตนั้นควรทำอย่างรวดเร็ว แต่แล้วมันก็เกิดปัญหาขึ้น เมื่อเครื่องฉีดยาพิษเกิดมีปัญหา ในขั้นตอนฉีดยาพิษ
ระบบหายใจหยุดทำงาน (pancuronium ) เครื่องเกิดบล็อกตัวอย่างดังกล่าว สงผลทำให้ข้ามไปยาโพแทสเซียมคลอไรด์แทน
(ยาพิษทำให้หัวใจหยุดต้น) เป็นเหตุทำให้นักโทษประหารดิ้น ทุกข์ทรมาณอย่างหนัก ซึ่งพยานที่อยู่ที่นั้นอธิบายว่า

“เหมือนหลอดเลือดดำของคุณตั้งอยู่บนไฟ” ก่อนที่เขาจะขาดใจตายในเวลาต่อมา
 



William Kemmler



ในปี 1890 วิลเลี่ยม เคมม์เลอร์ถูกตัดสินโทษในข้อหาฆาตกรรมภรรยาของเขาด้วยขวาน และตัดสินประหารชีวิตด้วยการ
นั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ซึ่งมันพิเศษตรงที่ วิลเลี่ยมเป็น "ผู้ชายคนแรกที่ประหารชีวิตด้วยวิธีดังกล่าว" แน่นอนว่ามันเป็นของใหม่
และน่ากลัวมาก


เคมม์เลอร์นั้นกังวลมาก จนเป็นเหตุทำให้ผู้คุมและเจ้าหน้าจำเป็นต้องบรรเทาความกังวลใจของเขา ด้วยการพูดคุยว่า
“ตามสบาย ไม่ต้องรีบร้อน ทำมันให้ดี แล้วทุกอย่างจะถูกต้อง” ซึ่งเคมม์เลอร์โต้ตอบว่า “มันไม่ได้ทำร้ายคุณนี้น่า”
จากนั้นผู้คุมพยายามให้เคมม์เมอร์เชื่อว่าการประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าไม่เจ็บปวด และมันทำงานได้ดีเมื่อมีการทดสอบ
และมันน่าจะประสบความสำเร็จในการประหารเคมม์เลอร์ด้วย

6 สิงหาคม 1890 เคมม์เลอร์ถูกประหารชีวิตที่เรือนจำออเบิร์น ผูกติดกับเก้าอี้ให้แน่นหนา และเมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้า
ไหลผ่านทุกอย่างเหมือนเป็นไปด้วยดี ท่ามกลางสายตาของผู้เฝ้ามองกว่า 70 คน ไฟฟ้า 1000 โวลท์ ก็ถูกปล่อยไปยัง
เก้าอี้เป็นเวลา 17 วินาที เคมม์เลอร์กระตุกอย่างแรง จนเก้าอี้แทบจะล้ม (เก้าอี้ ไฟฟ้าตัวแรกไม่ได้ถูกยึดติดกับพื้น)
เมื่อไฟถูกตัดและแพทย์เข้าไปตรวจ แต่พวกเขาก็กลับพบว่าเคมม์เลอร์ยังมีชีวิตอยู่ บนมือของเขาเกิดแผลแหวอะ
แสดงให้เห็นว่ามือเขาถูกับเก้าอี้อย่างรุนแรง

ผู้คุมตื่นตระหนกถึงความผิดพลาดที่เห็นได้ชัด เมื่อเคมม์เลอร์ไม่ตายทันที และก่อนที่เขาจะฟื้นคืนสติ เจ้าหน้าที่ทั้งหมด
ก็ตัดสินใจประหารชีวิตครั้งที่สองต่อ ครั้งนี้เคมม์เลอร์ถูกปล่อยไฟ 2000 โวลท์ใส่ติดต่อ กันเป็นเวลาถึง 70 วินาที
ซึ่งในไม่ช้าห้องประหาร ก็เต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อไหม้ มีควันออกมาจากศีรษะของเคมม์เลอร์ และเมื่อตัดไฟฟ้า ไฟก็ลุกขึ้นมา
ซึ่งถือว่าโหดร้ายมากๆ ซึ่งหลังจากความผิดพลาดครั้งแรก ส่งผลให้เอดิสันทำการปรับปรุงเก้าอี้ไฟฟ้าอย่างระมัดระวัง
และใช้เวลากว่า 10 ปีจึงจะทำให้เนื้อเลิกไหม้


 


Jimmy Lee Gray


 
จิมมี่ ลี เกรย์ถูกตัดสินคดีฆาตกรรมในข้อหาลักพาตัว เด็กอายุ 3 ปี ไปข่มขืน ทรมานด้วยการให้เธอจมน้ำในลำห้วย โดยย่ำ
ด้านหลังของลำคอเธอ ก่อนที่จะฆ่าอย่างโหดเหี้ยม และที่น่าสลดใจก็คือฆาตกรรายนี้ก่อคดีหลังจากพึ่งได้รับทำทัณฑ์บน
ในข้อหาฆาตกรรมหญิงสาวอายุ 16 ปีซึ่งเป็นแฟนของเขา   


แน่นอนว่าความผิดครั้งนี้ไม่หนีพ้นโทษประหารแน่นอน เขาถูกตัดสินถูกประหารชีวิตด้วยการรมแก๊สในคุกที่มิสซิปปี้ อเมริกา
ซึ่งเขาเป็นนักโทษประหารชีวิตในรัฐมิสซิสซิปปี้ครั้งแรก ตั้งแต่ปี 1976 หลังจากโทษประหารชิวิตถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง
ซึ่งเพชฌฆาตนั้นหลังจากรู้วีรกรรมของจิมมี่ก็รู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก เป็นเหตุให้จงใจประหารอย่างลวกๆ เพื่อให้เกิดความ
ทุกข์ทรมานอย่างหนักเท่าที่จะทำได้ จนกลายเป็นการประหารที่โหดร้ายในเวลาต่อมา

ในวันที่ 2 กันยายน 1983 จิมมี่ ลี เกรย์นักโทษประหาร ได้ที่ส่งไปยังที่ห้องรมแก๊ส ซึ่งที่ห้องแก๊สนั้นจิมมี่ได้ผูกติดที่เก้าอี้
และผลึกไซยาไนด์ ได้ถูกทิ้งลงในจานซึ่งมีกรดซัลฟูริกและน้ำกลั่นเพื่อสร้างก๊าซพิษ เมื่อพิษเข้าถึงปอด เขาก็เริ่มหายใจไม่ออก
และปิดปาก ประมาณแปดนาทีระหว่างการประหาร ท่ามกลางประจักษ์พยานกว่าสิบเอ็ดคนก็ได้เห็นฉากราวภาพยนตร์สยองขวัญ

นักประหารจิมมี่ เอาหัวด้านหลังโขกกับเสาเหล็กดังลั่นตลอดเวลา (ที่ห้องแก๊สมีเสาเหล็กที่หลังเก้าอี้นักโทษ) เขาโขกหัวอยู่นาน
จนกระทั่งตาย (ความจริงจะมีเบาะรองหัวเอาไว้ แต่ดูเหมือนมันหลุดออก) เมื่อทำการตรวจสอบศพพบว่าเขาไม่ได้ตายเพราะ
สำลักควันพิษ หากแต่ตายเพราะกะโหลกศีรษะกระแทก กับวัตถุแข็งอย่างหนักจนเสียชีวิตอย่างทรมาน ซึ่งต่อมาการตายของจิมมี่
เป็นที่ถกเถียงถึงความลวกของเพชฌฆาต

เป็นเหตุทำให้รัฐมิสซิปปี้จึงยกโทษประหารรมแก๊สออกในเวลาต่อมา



 
George Painter



ในปี 1891 ในชิคาโก จอร์จ เพนเทอร์ได้ถูกตัดสินให้ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ สำหรับการก่ออาชญากรรมอันน่าสยดสยอง
ที่เขาฆ่าแฟนสาวด้วยการรัดคอและศีรษะของเธอถูกหวดกับเสาเตียงจนกระทั่งเธอตาย เลือดของเธอสาดกระจายบนเตียงและ
เฟอร์นิเจอร์เกือบทุกอัน ซ้ำจอร์จยังคงอ้างความบริสุทธิ์ของเขาไม่ยอมรับอาชญากรรมที่เขาก่อขึ้น เขาอำพรางคดีทำอย่างกับว่า
เธอถูกขโมยฆ่า จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ความผิดของเขาถึงขั้นโทษประหาร


เพนเทอร์ถูกแขวนคอเมื่อวันที่ 26 มกราคม 1897 ท่ามกบางผู้ชมประมาณ 70 คนและเมื่อเขาได้รับอนุญาตให้พูดคำสั่งเสียสุดท้าย
ซึ่งเขาก็ยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองและอยากให้หาฆาตกรตัวจริงให้พบ จากนั้นการประหารชีวิตก็เริ่มต้น ตัวนักโทษต้องสวม
ผ้าคลุมหัวสีขาว และมัดแขนมัดขาเพื่อไม่ให้ใช้มือหรือเท้าเหนี่ยวพื้นเอาไว้ได้ เมื่อเพชฌฆาตเปิดประตูกลให้ตัวนักโทษหล่นลง
ตามทฤษฎีแล้ว ทันทีที่ทิ้งน้ำหนักลงไปจนสุดปลายเชือก กระดูกสันหลังของที่สามหรือสี่ของนักโทษจะเคลื่อนออกจากกัน ทำให้
เสียชีวิตในทันที

แต่แล้วมันก็เกิดปัญหาขึ้น เมื่อเชือกรองรับน้ำหนักเพนเทอร์ไม่ได้ เขาตกลงไปพื้นดินที่แข็งด้านล่าง เมื่อแพทย์เข้าไปตรวจดูพบว่า
คอของเขาหัก ผ้าคลุมและเลือดมีเลือดสีแดงไหลจากหัวที่ตกสู่พื้น จนตัวโชกเลือด หากแต่เขายังไม่ตาย  เมื่อผู้คุมตัดเชือกออกจาก
ลำคอและจัดในตำแหน่งนอน เขาก็ร้องสาปแช่ง หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเขาก็เงียบอีกครั้ง ต่อมาหลายคนเห็นว่า ควรให้แเพนเทอร์
แขวนคออีกครั้ง และประตูกลก็เปิดอีกครั้ง ก่อนที่แพทย์ประกาศว่าตายสนิทในเวลาต่อมา
 


 
Lady Margaret Pole


 
เลดี้ มาการ์เร็ต โพล เป็นขุนนางชั้นสูงที่มีชีวิตอยู่ในช่วงการครองราชย์ของกษัตริย์เฮนรี่ที่ 8  แม้เธอจะมีความสัมพันธ์กับกษัตริย์เฮนรี่
ว่าเป็นญาติ (มาการ์เร็ตเป็นลูกพี่ลูกน้องของเอลิซาเบธแห่งยอร์ก ซึ่งเธอเป็นแม่ของพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8)


หากแต่เมื่อเธออายุ 67 ปี เธอถูกกล่าวหาว่าเป็นกบฏ เนื่องจากลูกชายของเธอพลัดถิ่นไปอยู่ฝรั่งเศสและอิตาลีออกห่างจากกษัตริย์อังกฤษ
โทษของเธอคือการตัดหัวด้วยขวาน เธอถูกนำตัวไปขังในหอคอยลอนดอนตลอดสองปีครึ่งซึ่งเวลานั้นมาร์กาเร็ตเองก็เป็นไม้ใกล้ฝั่งแล้ว
และยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าขายชาติ แต่เธอไม่มีหลักฐานพิสูจน์ตนเองจนกระทั่งถึงวันตัดสิน

การประหารชีวิตมีขึ้นตอนเช้าวันที่  27 พฤษภาคม 1541 ต่อหน้าพยานประมาณ 150 คน นางมาการ์เรคยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหา
จนวาระสุดท้ายของชีวิต และถูกส่งตัวไปยังหอคอยลอนดอนในตอนนั้นเธอเครียดมากและไม่ยอมคุกเข่าเอาหัววางลงที่แท่นประหาร
เพื่อให้เพชฌฆาตบั่นคอ อีกทั้งเธอยังกรีดร้องพยายามดิ้นรนหนี อีกทั้งเพชฌฆาตกรมือใหม่ ในขณะที่เหวี่ยงขวานลง แทนที่จะจามลำคอ
ของของเธอให้ตายทันที ดันล้มเหลวกลายเป็นว่าจามโดนไหล่แทนที่เป็นคอ ทำให้เธอดิ้นเจ็บปวดเป็นอยากมาก

จากนั้นก็จามขวานผิดพลาดหลายจังหวะซึ่งกว่าที่จะบั้นคอเธอได้ต้องจามกว่าสิบครั้งเลยทีเดียว 




Tom Ketchum


 
ทอม เคทชัม (ฉายา "แบล็คแจ๊ค")  เป็นคาวบอยธรรมดาก่อนที่หันมาเป็นอาชญกร ปล้น ฆ่า ในแถบเท็กซัสและนิวเม็กซิโกร่วมกับ
พรรคพวก เขาเกิดในปี 1863 ออกจากบ้านในปี 1890 แล้วกลายเป็นโจรปล้นรถไฟ จนกระทั่งถูกจับและถูกตัดสินประหารชีวิตด้วย
การแขวนคอ




ทอม เคทชัม ถูกประหารชีวิตเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1901 แต่การประหารชีวิตเกิดผิดพลาด เมื่อเชือกที่ใช้แขวนคอยาวเกินไป
ทำให้เชือกตึงและร่างของเขาดิ่งลงสู่พื้นแบบกระชากทันทีที่ประตูกลเปิดออก แม้ว่าการประหารประสบความสำเร็จแต่สภาพไม่น่าดูเลย
เพราะศีรษะของเขาถูกฉีดขาดเกลี้ยงจากไหล่ เลือดพุ่งกระฉูดจากคอราวกับท่อประปาแตก สร้างความตกตะลึงแก่พยานผู้สื่อข่าว
จนถึงทุกวันนี้โปสการ์ดที่ขายในเคลย์ตัน ยังมีภาพถ่ายสภาพศพสุดสยดสยองขอเขาขายอยู่เลย



 
Wallace Wilkerson



วอลเลซ วิลเกอร์สัน เป็นคาวบอยในอเมริกันที่ถูกตัดสินประหารชีวิตในยูทาห์ในข้อหาฆาตกรรมวิลเลียม  แบ็กซ์เตอร์ ซึ่งเขาเลือกตาย
จากการยิงเป้าแบบทหาร มากกว่าแขวนคอ หากแต่การประหารใช้เวลานานถึง 27 นาที เหตุเพราะทีมยิงพลาดหัวใจ


วอลเลซ วิลเกอร์สัน เกิดในปี 1834 ในตวินซี อิลลินอยด์ ก่อนท่ะจย้ายไปยูทาห์กับครอบครัวของเขาตอนอายุ 18 เคยเกณฑ์ทหาร
ทำหน้าที่เป็นมือกลองในซานฟรานซิสโก ต่อมาเมื่อปี 1877 เขาก็ได้พบวิลเลียม เบ็กซ์เตอร์และทั้งสองก็ได้เล่นเกมไพ่คริบเบจ
(เกมชนิดหนึ่งสำหรับผู้เล่น 2 ถึง 4 คนซึ่งท่านพยายามทำแต้มให้ได้ 121 แต้ม ในขณะเคลื่อนย้ายหมากรอบกระดานเพื่อให้ชนะ)
แต่ระหว่างเกมเกิดทะเลาะกัน และเกิดการต่อสู้กัน และวิลเกอร์สันก็ได้ใช้ปืน ยิงเข้าที่หน้าผากของเบ็กซ์เตอร์จนเสียชีวิต และหนีออก
จากที่เกิดเหตุ แต่ก็ถูกจับในเวลาต่อมา และถูกพิพากษาให้ประหารชีวิต โดยเขาเลือกที่ประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าแบบทหารแทนที่
จะเป็นแขวนคอ

วอลเลซ วิลเกอร์สัน ถูกประหารชีวิตวันที่ 16 พฤษภาคม 1879 ก่อนที่จะถูกประหารชีวิตนั้นวิลเกอร์สันได้รับอนุญาตให้ใช้เวลา
ที่เหลืออยู่กับภรรยา เขาปฏิเสธการเทศน์ของหลวงพ่อ ในวันนั้นเขาแต่งตัวในชุดดำกับชุดขาว หมวกสักหลาด และสูบซิการ์
เขากล่าวอำลาและพูดขอบคุณเจ้าหน้าที่ ในเวลานั้นมีคนชมมากกว่า 200 คน เขาในขณะที่รอเวลาประหารเขานั่วอยู่บนเก้าอี้
ที่มุมของลาน ปฏิเสธที่จะปิดตา เพราะไม่จำเป็น โดยให้เหตุผลว่า

“ฉันให้คุณค่าของฉัน...ฉันตั้งใจจะตายโดยที่ฉันจะได้ตาขวามองหาเพชฒฆาตของฉันแบบเต็มตา”

และเมื่อถึงเวลาประหารเขาสูดลมหายใจลึกๆ และยืดตัวตรงอยู่เก้าอี้ และเมื่อเหล่าคนยิงปืนระดมยิง ปรากฏว่าแทนที่ตายทันที
กระสุนเหล่านั้นพลาดหัวใจหมด กระสุนนัดหนึ่งกระทบที่แขนซ้ายของเขา ในขณะที่กระสุนที่เหลืออยู่ในลำตัว วิลเกอร์สันกระโดด
จากเก้าอี้และลงกองพื้นร้อง “โอ้ พระเจ้! โอ้ พระเจ้า!” ซ้ำไปซ้ำมา

และเมื่อแพทย์เข้าไปอาการก็พบว่าเขาไม่ตาย และมีความเห็นว่าควรยิงเขาอีกครั้ง แต่สุดท้ายวิลเกอร์สันก็เสียชีวิตลงจากการ
เสียเลือดมากจากบาดแผล แต่นั้นก็ต้องใช้เวลากว่า 27 นาที กว่าที่เขาจะเสียชีวิตลงจริงๆ



นอกจากนี้ยังมีเพิ่มเติมอีกหลายกรณี



24 พ.ย. 1950 นักโทษประหาร นอร์แมน โกลด์โธรป ถูกประหารชีวิตในเมืองนอร์วิช ประเทสอังกฤษ โดยการแขวนคอ
ปรากฏว่าระหว่าเท้านักโทษถูกเลื่อนออกจากตะแลงแกงเพื่อประหารนั้น ที่หัวของนักโ?ษซึ่งมีผ้าคลุมอยู่เกิดการขลุกขลัก
ผ้าคลุมหัวไปติดกับบ่วงแขวนคอทำให้นักโทษไม่ตายทันที ตั้งใช้เวลานานถึง 2 นาทีกว่าที่นอร์แมนจะตาย ทำให้ชื่อเขา
จารึกว่าเป็นนักโทษประหารที่ตายทรมานมากที่สุดในประวัติศาสตร์


22 เมษายน 1983 นักโทษประหาร จอห์น อีแวนส์ ถูกประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า ที่คุกอัลลาบาม่า อเมริกา ระหว่าง
เดินสายไฟเข้าร่างนักโทษสายรัดที่ขานักโทษเกิดติดไฟขึ้นมา และมีควันขโมงตลอดจนกลิ่นเหม็นหนังไหม้ตลอดระยะ
เวลา 14 นาทีแห่งความตาย


20 สิงหาคม 1986 นักโทษประหาร แรนดี้ วูลส์ ถูกประหารด้วยการฉีดยาพิษเข้าร่างที่คุกเท็กซัส อเมริกา แต่ช่างเทคนิค
เกิดคลำหาเส้นเลือดใหญ่ไม่เจอ ทำให้แรดดี้ต้องช่วยเจ้าหน้าที่หาเส้นก่อนที่จะตายตามที่ทางการต้องการ


4 พฤษภาคม 1990 นักโทษประหาร เจสซี่ โจเซฟ ทาเฟอโร่ ถูกประหารด้วยเกาอี้ไฟฟ้าในคุกฟลอริด้า อเมริกา ระหว่าง
การประหารนั้นอยู่ๆ ฟองน้ำที่อยู่ในหมวกประหารเกิดติดไฟขึ้นมา จนทำให้ต้องเดินไฟฟ้าถึง 3 ยกใหญ่ๆ กว่าจะทำให้
เจสซี่ตายได้


17 ตุลาคม 1990 นักโทษประหาร วิลเบีร์ต ลี อีเวนส์ ถูกประหารชีวิตด้วยเก้าอี้ไฟฟ้าที่เวอร์จีเนีย อเมริกา ระหว่าง
เดินไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายนั้นมีเลือดปะทุออกท่วมหน้ากากประหาร แถมภายหลังการเดินไฟฟ้านั้นเขาดันไม่ตายอีก


24 มกราคม 1992 นักโทษประหาร ริกกี้ เรย์ เร็ตเตอร์ ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเข้าร่างที่คุกอาร์คันซอร์ อเมริกา
ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำการประหารชีวิตนั้นต้องใช้เวลานานถึง 50 นาทีในการหาเส้นเลือดที่ฉีดยาพาเข้าเส้น


7 พฤษภาคม 1992 นักทาประหาร จัสติน ลีเมย์ ถูกประหารด้วยการฉีดยาเข้าร่างในคุกเท็กซัส อเมริกา ก่อนตาย
อย่างทรมานสุดๆ โดยเขาไออย่างรุนแรง มีอาการคร่ำครวญน่าเวทนา หน้าแหงกหงายลงข้างหน้า ดิ้นทุรนทุราย
หายใจไม่ออก และสปักซั่มจนตาย


18 กรกฎาคม 1996 นักโทษประหาร ทอมมี่ สมิธ ถูกประหารด้วยการฉีดยาพิษเข้าร่างที่คุกอินเดียนน่า อเมริกา
ก่อนตายเขาทนทรมานนานถึง 1 ชั่วโมงกับอีก 20 นาที กว่าที่ยาพิษจะออกฤทธิ์เต็มที่ แถมยังไม่ตายอีก เจ้าหน้าที่
เลยสงสารไม่อยากให้เขาทรมานเกินไป จึงจำเป็นต้อง “สอดเข้มพิษปักฉีดเข้าหัวใจเขาโดยตรง”

25 มีนาคม 1997 นักโทษประหาร เปโดร เมดิน่า ถูกประหารด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า แต่เมื่อถึงเวลาประหารนั้นจู่ๆ
เปลวไฟก็พุ่งจากหัวของเขาเนิ่นนานกว่า 10 วินาทีเต็มๆ แน่นอนศพไม่สวย

 
8 มีนาคม 1997 นักโทษประหาร สก๊อตต์ คาร์เพนเตอร์ ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดพาเข้าร่างในคุกโอคลาโฮมา อเมริกา
แต่หลังจากฉีดพิษเข้าไปแล้วเขาก็ดิ้นรนทุราย ชักดิ้นชักงอนานถึง 2 นาทีเต็มๆ ก่อนที่จะสงบนิ่ง

 
23 เมษายน 1998 นักโทษประหาร โจเซฟ แคนนอน ถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษเข้าเส้น ในคุกในเท็กซัส อเมริกา
แต่ในช่วงฉีดยาพิษอยู่นั้น จู่ๆ เข็มฉีดยาเกิดกระเด็งออกจากแขนของเขา ผู้ทำการประหารต้องหาทางเจาะเข็มเข้าเส้นเลือด
อีกครั้งโดยใช้เวลายาวนานถึง 15 นาทีให้หลัง


8 กรกฎาคม 1999 นักโทษประหาร อัลเล็น ลี เดวิส ถูกประหารด้วยการให้นั่งเก้าอี้ไฟฟ้าในคุกฟลอริด้า อเมริกา แต่ใน
ช่วงที่ไฟฟ้าแรงสูงใส่ร่างเขา เลือดของเขาก็ออกมามากมายจากเขาจนเลอะเทอะอย่างหนักจนท่วมหน้าอกในเวลาต่อมา



สำหรับในประเทศไทยหากมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการประหารมาเป็นการฉีดยานั้น ขั้นตอนการประหารจะแตกต่างจากในสหรัฐ
เพราะการประหารชีวิตของไทยจะกระทำโดยทันทีที่ได้รับคำสั่ง โดยปกติจะเป็นเวลาเย็น นักโทษประหารจะไม่รู้ตัวล่วงหน้า
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินเข้าไปในแดนประหารและนำตัวผู้ใดออกมา เมื่อนั้นจึงจะรู้ตัว


และเมื่อผ่านพิธีการด้านการตรวจสอบบุคคล พิธีกรรมทางศาสนาและอื่นๆแล้ว จะถูกนำตัวเข้าสู่แดนประหารซึ่งในช่วงนี้แทนที่
จะเป็นการนำไปผูกกับหลักประหาร ก็เปลี่ยนเป็นการนำไปสู่เตียงประหารนั่นเอง ทั้งนี้ การเปลี่ยนจากการประหารชีวิตโดยการ
ยิงเป้ามาเป็นการฉีดยานั้น อาจทำได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมมากนัก เพราะสามารถใช้ห้องประหารในเรือนจำกลาง
บางขวาง เช่น เดิมหาฉากกั้น จัดหาเตียงและสายหนังรัด และจัดอุปกรณ์เข็มและเครื่องฉีดยาเพิ่มเติม ค่าใช้จ่ายในการประหาร
แต่ละครั้งโดยเฉพาะค่ายาจะถูกกว่าค่ากระสุนปืน ส่วนการประกาศเวลาตายต่อหน้าพยานรวมใช้เวลาในการดำเนินการตาม
ขั้นตอนนี้ทั้งสิ้นประมาณ 20-30 นาที

ผู้แทนจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร จะพิมพ์ลายนิ้วมืออีกครั้ง และเคลื่อนย้ายศพของนักโทษไปห้องเก็บศพต่อไป
โดยเก็บไว้ตรวจสอบอีก 1 วัน ตลอดเวลาจะมีการถ่ายรูปและวีดีโอตามขั้นตอนต่างๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 พฤษภาคม 2019, 12:13:27 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

eakiwaz

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 98
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: กว่าจะตายในเวทีประหาร
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2019, 00:04:24 »