เมื่อเทพนิยายใสๆ กลายเป็นงานด้านมืด

ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อเทพนิยายใสๆ กลายเป็นงานด้านมืด  (อ่าน 190 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18618
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เมื่อเทพนิยายใสๆ กลายเป็นงานด้านมืด
credit : Cammy-เต่านรก

ต้องยอมรับว่านิทานเทพนิยายแฟนตาซีถือว่าเป็นพล็อตชั้นดีในการเล่าเรื่องราวในสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์,
การ์ตูน, นิยาย แน่นอนหากนึกถึงนิทานเทพนิยายมักนึกถึงดีสนีย์ที่มีฉากจบลงอย่างมีความสุขเสียมากกว่า แต่กระนั้นคุณรู้หรือไม่
ว่าตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน มีสื่อหลายสื่อได้สร้างภาพนิทานเทพนิยายในลักษณะด้านมืด โรคจิต น่ากลัวไว้ด้วย จนหลายคน
ไม่เชื่อว่านี้คือเทพนิยายที่พวกเขาใฝ่ฝัน เรียกได้ว่าทำลายความฝันเด็กโดยเฉพาะ และนี้คือ 7 เมื่อเทพนิยายถูกบิดเบือน
ที่แสนโรคจิต

 
7. The Path
   


The Path หรือรู้จักในนาม “เส้นทาง” เป็นเกมแนวศิลปะเล่าเรื่อง ของเครื่อง PC วางจำหน่ายเมื่อปี 2009 โดยเกมดังกล่าว
มีแรงบันดาลใจจากเทพนิยายหนูน้อยหมวกแดงและปรัชญาต่างๆ มารวมด้วยกัน โดยในเกมผู้เล่นจะสามารถเลือกบทเป็นหนูน้อย
หมวกทั้ง 6 คนที่มีลักษณะ นิสัย และอายุแตกต่างกันออกไป(ประกอบด้วย 9 ปี, 11 ปี, 13 ปี, 15 ปี, 17 ปี และ 19 ปี)
และเมื่อทำการเลือกคุณจะสามารถควบคุมหนูน้อยหมวกแดงไปตามทิศทางต่างๆ ได้ โดยเกมจะให้เราเลือกว่าคุณจะเดินตรงไป
บ้านคุณย่าหรือจะออกไปนอกเส้นทาง


กราฟฟิกของเกมดังกล่าวแม้ไม่ได้ดีโด่อะไร แต่กระนั้นก็ทำออกมาได้ดี สภาพแวดล้อมตอนต้นเรื่องโลกทัศน์ที่แสนงดงาม
หากคุณตรงไปบ้านคุณย่าคุณ จะพบฉากจบที่งดงาม แต่กระนั้นนั่นไม่ใช้จุดประสงค์ของเกม เพราะเกมต้องการให้เราออก
นอกเส้นทาง หากเราบังคับหนูน้อยหมวกแดงออกนอกเส้นทาง เข้าไปในป่า บรรยากาศเกมจะเริ่มมืดลง มืดลง เผยสิ่งน่ากลัว
อารมณ์หลอนประสาท และสิ่งที่ปรากฏตรงข้างหน้าคือ สถานที่และวัตถุต่างๆ ที่แตกต่างกันไปในบทหนูน้อยหมวกแดง
ทั้ง 6 ต้องเจอ ได้จับ ตอบโต้ ได้เล่น เก็บรวบรวม และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือหมาป่า ที่ปรากฏออกมาในภาพลักษณ์ที่
แตกต่างกัน เช่น เป็นผู้ชาย, หญิงสาว, คนตัดไม้, หมาป่ายักษ์ ฯลฯ



สิ่งที่เกมนี้กำลังสอนคือสภาพจิตใจของหนูน้อยหมวกแดงทั้ง 6 ที่มีปฏิสัมพันธ์ การมองโลกที่แตกต่างกันสุดขั้ว การออกนอก
เส้นทางคือการผจญภัยที่หมายถึงการออกนอกกรอบสังคมที่ขีดเส้นเอาไว้ โดยเส้นทางที่ออกนอกกรอบนั้นหากเต็มไปด้วย
เรื่องทุกข์ใจ ความหลงระเริง รวมไปถึงเรื่องผิดศีลธรรม(เสพยา, ผู้ชาย) ส่วนหมาป่าในเรื่องก็เปรียบเสมือนสิ่งยั่วยุให้หนูน้อย
หมวกแดงทั้ง 6 ให้เสียคน ก่อนที่ทุกคนจะพบจุดจบเหมือนกันหมดคือ เมื่อคุณมั่วเมาจนถึงขีดสุด ฉากเกมจะมืดลง ก่อนที่
จะตัดมาเป็นภาพหนูน้อยหมวกแดงจะตื่นขึ้น กลางสายฝนพัดกระหน่ำตรงหน้าบ้านคุณยาย และเมื่อเราเดินข้ามบ้านในสภาพ
โซซัดโซเซ (อย่างกับโดนรุมโทรม) ปรากฏว่าในบ้านของคุณยายกลายเป็นมิติพิศวง สัญลักษณ์แปลกๆ มากมาย เหมือนกับ
ภาวะจิตใจของเราสับสน ก่อนที่ตัวละครทั้งหมดจะพบกับความตายในรูปแปลกที่เรา งง ว่าตายเพราะอะไร?

สิ่งเหล่านี้ต้องการสื่อว่า แม้เราจะออกนอกกรอบไปสู่ด้านมืดของสังคมแต่กระนั้นเรียนรู้ดังกล่าวก็ทำให้เติบโตขึ้น
แต่กระนั้นก็อย่าหลงมั่วเมากับสิ่งดังกล่าว เพราะหากหลงลึกเข้าไป คุณจะไม่มีวันกลับมาแก้ตัวอีกเลย.......

 




6. Tokyo Akazukin


 
Tokyo Red Hood (manga) หรือ Tokyo Akazukin เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นแนวแอ็คชั่น,สยองขวัญ,กุโระ ของ เบนเคียว แทมโอกิ
(Benkyo Tamaoki) ที่เอานิทานเทพนิยายมาดัดแปลงเขียนในปี 2003-2004 ออกมา 4 เล่มจบ ในนิตยสาร Comic Birz
(นิตยสารนี้ส่วนใหญ่จะเป็นการ์ตูนแนวโหด) โดยบริษัท Gentosha Comics โดยนักเขียนคนดังกล่าวขึ้นชื่อในเรื่องการ์ตูนแนว
คิดมุกประหลาดพิลึกไม่เหมือนใครที่ นำมาใส่การ์ตูนธรรมดาให้กลายเป็นการ์ตูนไม่ธรรมดา งานของเขาจะเป็นการเล่าเรื่องที่ยอดเยี่ยม
และบรรยากาศมืดๆ ที่น่ากลัวสมจริง ซึ่งงานของเขาแสดงให้เห็นถึงทักษะในการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว


Tokyo Akazukin เป็นเรื่องของเด็กหญิงอายุ 11 ปี คนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าชื่อจริงชื่ออะไร เพราะเธอสูญเสียความทรงจำก่อนหน้านี้ทั้งหมด
แต่หลายคนเรียกเธอว่า อาคาซึกิน(Akazukin ) หรือ ภาษาไทยแปลว่า “หนูน้อยหมวกแดง” ที่เธอไม่รู้ว่าเธอเป็นตัวอะไรกันแน่
เพราะว่าเธอเป็นอมตะฆ่ายังไงก็ไม่ตาย แต่กระนั้นเธอก็โรคจิตมาโซอย่างรุนแรง เธอพยายามตามหาคนที่ชื่อ “หมาป่า” มากินเธอ
เพื่อจบชีวิตอมตะของเธอสักที ซึ่งเหตุผลนอกเหนือจากนั้นเธอก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะมันถูกซ่อนอยู่ภายในจิตใจส่วนลึกของเธอ



แต่การหาหมาป่ามันไม่ง่ายเลย ดังนั้นเธอก็ต้องหาที่อยู่ก่อน เธอเลยมารับจ๊อบ เป็นนักฆ่าให้กับมาสโค คนขายเนื้อโรคจิตไปพลางๆ
ทำให้ชีวิตของเธอต้องพบเจอคนหลากหลาย ในด้านมืดของสังคม นอกจากนี้ ระหว่างที่เธอค้นหาหมาป่า ก็มีบุคคลหลายกลุ่มที่ไม่
ต้องการให้เธอพบหมาป่า พยายามขัดขวาง ฆ่าหรือทำให้เธอห่างจากหมาป่ามากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนของคริสตจักร และสาวกของ
พระเจ้า โดยเหตุผลคือ หากหนูน้อยหมวกแดงถูกหมาป่ากินจะส่งผลกระทบต่อโลกมนุษย์ และเมื่อใครมาขวางเธอเพื่อบรรลุจุดประสงค์
ละก็เธอฆ่าเรียบไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

Tokyo Akazukin เป็นการ์ตูนมังงะแนวกุโระ ที่ค่อนข้างโหดไม่เหมาะสำหรับเยาวชนเพราะเต็มไปด้วยฉากรุนแรง โหดเหี้ยม ไส้ทะลัก
อย่างน่าสยดสยอง อีกทั้งยังฉีกแนวหนูน้อยหมวกแดงไปเสียสิ้น เพราะหนูน้อยหมวกแดงที่หลายคนคงรู้จักนั่นในลักษณะใสซื่อ น่ารัก
ไร้พิษภัย แต่ในการ์ตูนกับสร้างภาพหนูน้อยหมวกแดงที่เต็มไปด้วยด้านมืด น่ากลัว โรคจิต อีกทั้งเต็มไปความต้องการทางเพศ (เนื่องจาก
เป็นโสเภณี) การร่วมเพศกับปีศาจ ความรุนแรง ฯลฯ

แม้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้ค่อนข้างโหดเต็มไปด้วยเซ็กต์และกามราคะ แต่กระนั้นก็แฝงอะไรหลายอย่าง เช่น ด้านมืดของสังคม
ความรักที่ผิดศีลธรรม และเหล่าคนชั่วในเรื่องที่ภายนอกเป็นคนดีมีศีลธรรมแต่จิตใจนั้นเดรัจฉาน เสมือนหนึ่งหมาป่า
ที่ห่อหุ้มขนแกะไว้ไม่มีผิด

 




5.American McGee's Alice/ Alice: Madness Returns
                 


American McGee's Alice เป็นเกมแนวแอ็คชั่นผจญภัยมุมมองบุคคลที่สอง ของเครื่อง PC  ในปี 2000 ที่หลายคนรู้จักในชื่อ อลิซโรคจิต
จัดจำหน่ายโดย EA โดยนำเทพนิยายอลิซในแดนมหัศจรรย์และอลิซ ผจญภัยทะลุกระจก มิติพิศวง มาดัดแปลง โดยตัวละครออกแบบโดย
American McGee โดยเกมดังกล่าวถือว่าแปลกใหม่มากเวลานั้นเพราะว่าสร้างภาพอลิซเด็กสาวที่ใสซื่อให้มืดมนและมีอาการทางจิต
กับดินแดนมหัศจรรย์กลายเป็นดินแดนแห่งความมืดราวกับนรกอเวจีที่เสมือนหนึ่งโลกในจิตใจของอลิซไม่มีผิด


American McGee's Alice เป็นเรื่องของอลิซที่ตอนนี้เธอมีปัญหาทางจิต เนื่องจากบ้านเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ฆ่าครอบครัวของเธอ
จนมีแต่เธอคนเดียวที่รอดชีวิต และเธอก็เริ่มไม่สามารถแยกโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝันได้ จนกระทั้งเธอนำตัวไปรักษา
ที่โรงบาลบ้าของ สิบปีผ่านไปอลิซอาการยังไม่ดีขึ้น อีกทั้งเธอได้สร้างอีกโลกหนึ่งคือโลกวันเดอร์แลนด์(ซึ่งเธอเชื่อว่าตนเองเป็น
อลิซในแดนมหัศจรรย์) และต่อมาก็ได้เข้าไปยังโลกดังกล่าว แต่ปรากฏว่าโลกที่ตอนแรกที่เธอวาดฝันได้กลายเป็นโลกแห่งความมืด
หวาดกลัว สยดสยอง ตัวละครพิกลพิการ และเธอก็ได้พบว่าดินแดนดังกล่าวที่เป็นแบบนั้นก็เพราะการปกครองของราชินีโพแดง
ซึ่งเธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อนำโลกมหัศจรรย์ที่สวยสดใสกลับคืนมา



American McGee's Alice เป็นเกมที่สอดแทรกโลกแห่งความจริงและโลกแห่งความฝันเข้าด้วยกัน ในเกมได้สอดแทรกอาการทางจิต
ของอลิซได้อย่างแยบยล ไม่ว่าจะเป็นภาพบ้านที่อลิซถูกไฟไหม้ในโลกวันเดอร์แลนด์ หรือฉากต่อสู้กับราชินีโพแดงก็ทำออกมาได้สยดสยอง
หลอนหัวใจอย่างมีศิลปะ จนทำให้ช่วงแรกที่เกมออกได้รับการยกย่องว่าเป็นเกมที่มีกราฟฟิกซับซ้อน และใช้ศิลปะเล่าเรื่องราวได้น่าติดตาม
ทำให้เกมได้คะแนนเฉลี่ยค่อนข้างมาก จนมีข่าวว่าจะมีโรงการนำเนื้อหาอลิซโรคจิตม าสร้างภาพยนตร์ แต่กระนั้นผลสุดท้ายก็ถูกยกเลิก
อย่างไรก็ตามต่อมาภาพยนตร์ดังกล่าว ก็ถูกสร้างอีกครั้งโดยฝีมือของทิม เบอร์ตันเพียงแต่อลิซในเรื่องไม่ได้โรคจิตแต่อย่างใด



หลังจากนั้น 11 ปีต่อมา American McGee's Alice ก็มีภาคต่อ ในชื่อ Alice: Madness Returns เป็นเกมแนวแอ็คชั่นผจญภัย
ของเครื่อง PS3 และ Xbox360 โดยพล็อตยังอยู่ที่อาการของทางจิตของอลิซที่ยังคงเป็นบ้าเนื่องจากเหตุการณ์สูญเสียพ่อแม่จากบ้าน
ไฟไหม้ในอดีต แต่หลังจากที่เธอสามารถกำจัดพระราชีนีหัวใจในวันเดอร์แลนด์ได้(แต่ภาคนี้พระราชินี้ยังไม่ตายแต่สูญเสียอำนาจลง)
และสามารถคืนความสงบสุขวันเดอร์แลนด์ในที่สุด เธอก็ออกจากโรงพยาบาลบ้ามาอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่อยู่ภายใต้ดูแลของแองกัส
หมอสะกดจิต ที่จะทำการสะกดจิตช่วยเหลือผุ้ป่วยลืมความทรงจำของพวกเขา แต่อลิซยังเชื่อว่าเธอยังคงเป็นบ้าเนื่องจากอาการประสาท
หลอนจากวันเดอร์แลนด์ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เป็นเนื่องๆ


หลังจากที่อลิซออกมาทำธุระข้างนอก เธอก็เกิดอาการประสาทหลอนและเชื่อว่าตนเองอยู่ในวันเดอร์แลนด์อีกครั้ง และเมื่อเธอเข้าไปใน
ดินแดนดังกล่าวก็ปรากฏว่าดินแดนวันเดอร์แลนด์กลายเป็นขุนนรก ทีครั้งเนื่องจากมีศัตรูใหม่มารุกราน และเมื่อเธอผจญภัยตามรายทาง
ไปเรื่อยๆ ก็พบความจริงว่าศัตรูของเธอที่รุกรานดินแดนดังกล่าว ก็คือหมอแองกัสที่พยายามลบความทรงจำของเธอ เพื่อให้เธอกลายเป็น
ของเล่นที่จิตใจว่างเปล่า และหลังจากที่เธอสามารถทำชนะหมอแองกัสในวันเดอร์แลนด์มาได้ เธอก็ผลักหมอแองกัสให้รถทับทับร่างจน
ตายในโลกแห่งความจริง ก่อนที่อลิซจะทิ้งโลกแห่งความจริงกลับไปยังโลกวันเดอร์แลนด์ ที่ตอนนี้กลายเป็นดินแดนที่สวยงามอีกครั้ง

แต่สุดท้ายเกม Alice: Madness Returns นั้นกลับไม่ได้ผลตอบรับที่ดีเหมือนภาคแรก เนื่องจากเกมมีจุดบกพร่อง
ค่อนข้างมาก กระนั้น..เกมก็สอดแทรกประเด็นน่าคิดมากมาย โดยเฉพาะการพัฒนาจิตใจของอลิซที่ไม่สามารถแยกโลก
แห่งความจริง และโลกแห่งความฝันไม่ออกบางทีโลกแห่งความฝันในเรื่องไม่มีอยู่จริงหากแต่เป็นภายในจิตใจของตัวอลิซเอง
ที่เธอพยายามต่อสู้ หากแต่สุดท้ายเธอเลือกเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความฝันเนื่องจากมันหอมหวานอยู่แล้วสบายใจ ดีกว่าโลก
แห่งความจริงที่โหดร้าย และมีแต่เรื่องทุกข์ใจ





 
4.The Brothers Grimm


 
หากพูดถึงนิทาน หลายคนคงรู้จักพี่น้องตระกูลกริมม์ (วิลเล็ม คาร์ล กรัมม์ และเจค็อบ ลุควิก คาร์ล กริมม์) สองพี่น้องชาวเยอรมันที่
อาศัยอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นผู้รวบรวมนิทานหลายเรื่องไม่ว่า รัมเพลสทิลสกิน, สโนไวท์, ราพันเซล, ซินเดอเรลล่า และ
แฮนเซลกับเกรเธลให้เราท่านๆ ได้อ่านกัน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าชีวิตของพี่น้องทั้งสองนั้นยิ่งกว่านิทานเสียอีก เพราะทั้งคู่เกิดในครอบครัว
ที่มีลูกหลายคน ในบ้านคับแคบที่แม่เป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัวคนเดียว อีกทั้งในยุคที่ทั้งสองอยู่เยอรมันเต็มไปด้วยความวุ่นวายเนื่องจาก
ถูกปกครองโดยฝรั่งเศส ทำให้เยอรมันในช่วงดังกล่าวเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่าง จนหลายคนอาจเริ่มลืมเลือนนิทาน
พื้นบ้าน จนเป็นเหตุทำให้ทั้งคู่ได้รวบรวมนิทานพื้นบ้านจากที่ต่างๆ เพื่อเป็นตัวสะท้อนรากเหง้าของชาวเยอรมัน หนังสือทั้งคู่เสร็จใน
ปี 1812 แต่กระนั้นกว่าจะใช้เวลาทำให้หลายคนยอมรับก็อีกหลายปีต่อมา จนเป็นที่รู้จักจนถึงทุกวันนี้


เมื่อปี 2005 มีผู้กำกับคนหนึ่งชื่อเทอรี่ กิลเลี่ยม ได้นำชีวิตประวัติของพี่น้องตระกูลกรมม์มาสร้างภาพยนตร์แฟนตาซีแอ็คชั่นผจญภัย
โดยสร้างเรื่อว่าพี่น้องตระกูลกริมม์เป็นนักเดินทางที่หากินโดยการต้มตุ๋นหลอกชาวบ้านว่าเป็นนักปราบผีและใช้นิทานมาเป็นเครื่องมือ
หาเงิน(ซึ่งตามประวัติแท้จริงแล้วพี่น้องตระกูลกริมพ์ไม่ได้มีอาชีพดังกล่าว หากแต่เป็นบรรณารักษ์) ต่อมาทางการฝรั่งเศสได้ยินกิตติศักดิ์
ดังกล่าว(สมัยนั้นเยอรมันอยู่ภายใต้การปกครองของกองทัพนโปเลียน) จึงสั่งให้พี่น้องไปกำจัดปีศาจร้านในป่าอาถรรพ์เพื่อช่วยเหลือ
ชาวบ้าน และเมื่อเขาไปทั้งสองก็พบราชินีที่มีพลังอำนาจเหนือธรรมชาติที่ชอบลักพาตัวจริงสาวชาวบ้านเพื่อนำเลือดมาดื่ม เพื่อคง
ความสาวตลอดไป และทั้งสองตึงต้องปกป้องหญิงสาวไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของราชินีคนดังกล่าว และต้องเอาตัวรอดจากทหารฝรั่งเศส
ไปด้วย จนกลายเป็นการผจญภัยมหัศจรรย์ในเวลาต่อมา



ภาพยนตร์ดังกล่าวได้รับเสียตอบรับไม่ดีนัก แม้ว่าเนื้อหาจะสอดแทรกยำนิทานต่างๆ ของกริมม์เข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็น
ซินเดอร์เรลล่า, หนูน้อยหมวกแดง, แฮนเซลกับเกรเธลมาเชื่อมโยงกับฉากในภาพยนตร์ หรือการสอดแทรกความคิด
ที่แตกต่างกันของสองพี่น้อง คนหนึ่งที่เป็นที่สนใจของสาวๆ ส่วนอีกคนติดในโลกแห่งความฝัน(บ้าถั่ววิเศษ)แต่ทั้งสอง
ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่นักวิจารณ์เห็นว่าภาพยนตร์ดังกล่าวไม่ได้แปลกใหม่อะไร





   
3.The Bloody Chamber


   
The Bloody Chamber หรือแปลเป็นไทยว่า “ห้องกระหายเลือด” (หรือห้องกระหายเลือดและเรื่องอื่นๆ) เป็นเทพนิยายสั้น
เขียนโดยแองเจเล่า คาร์เตอร์ ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในสหราชอาณาจักรในปี 1979 โดนเนื้อหาเป็นเทพนิยายทั้งหมด 10 โดยหลายเรื่อง
มีแนวคิดมาจากเทพนิยายกริมม์ที่หายไป, โฉมงามกับเจ้าชายอสูร, หนูน้อยหมวกแดง แต่ละเรื่องมีเนื้อหาไม่ใช่นิทานสำหรับเด็กอ่าน
แต่เป็นนิทานสำหรับผู้ใหญ่ ที่เต็มไปด้วยเรื่อง ฆาตกรรม ความรุนแรง และแฟนตาซี และสอดแทรกคติเตือนใจที่ลึกยิ่งกว่านิทานทั่วไป
คือเป็นนิทานเป็นตัวเชื่อมสะพานโลกของเด็กและผู้ใหญ่ให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่เร็วๆ โดยเฉพาะเด็กผู้หญิงที่ทำให้กลายเป็นผู้ใหญ่
ที่ไม่ไร้เดียงสา จงเรียนรู้โลกแห่งความโหดร้ายเอาไว้ เพราะโลกเราไม่มีเรื่องสวยหรูอย่างที่หลายคนคิด ไม่มีเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วย
ตอนใกล้จบ ไม่มีฉากจบที่สงบสุข ไม่มีนางฟ้าใจดีมาคอยช่วยเหลือ




ยกตัวอย่างเรื่อง The Bloody Chamber เป็นนิทานดัดแปลงจากตำนานเคราน้ำเงิน โดยนิทานเล่าว่าหญิงสาวคนหนึ่งแต่งงาน
กับชายที่ร่ำรวยอายุมากกว่า(และเธอไม่ได้รักเขา) เมื่อเขาและเธอไปใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทของเขาก็พบว่าเขามีนิสัยซาดิสต์และมี
แต่กามตัณหาชอบมีความสุขเมื่อเธอทุกข์ทรมาน เธอเป็นนักเปียโนที่มีพรสวรรค์ตนชายหนุ่มนักจูนเนอร์เปียตาบอดได้ยินเสียงเธอ
ก็ตกหลุมรักเธอ ต่อมาสามีของนางออกเดินทางไปทำธุระนอกเมืองและห้ามเธอเข้าห้องหนึ่งโดยเด็ดขาด แต่ด้วยความรู้อยากเห็น
เธอก็เข้าห้องดังกล่าวจนพบศพของภรรยาคนก่อนอยู่ในห้อง เมื่อชายร่ำรวยกลับมาบ้านก็พบว่าเธอเข้าห้องดังกล่าวจึงพยายามจะฆ่า
เธอเพื่อเป็นของสะสมของเขา หากแต่จูนเนอร์เปียโนที่กล้าหาญได้มาช่วยเหลือแต่ก็ตายไปแทน แต่กระนั้นเธอก็รอดชีวิตในตอนท้าย
เมื่อแม่ของเธอมาปราสาทและฆ่าชายร่ำรวยตายหลังจากจะทำการฆาตกรรมหญิงสาว

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการแต่งงานไม่ได้เป็นฉากสวยหรูนิยาย คนแต่งงานกันใช่ว่าทุกคู่จะมีความรักแท้ แต่มีเหตุผลอำนาจ
และเงินตราก่อนที่จบลงอย่างโศกนาฏกรรม




อีกเรื่องที่น่าสนใจ เช่นเรื่อง The Lady of the House of Love เป็นเรื่องของนายทหารชาวอังกฤษที่ถูกส่งไปรบในสงครามโลก
ครั้งที่หนึ่งในโรมาเนียด้วยการบั่นจักรยานเดินทาง ระหว่างทางเขาได้พบคฤหาสน์จึงขอเข้าไปพัก และพบว่าคฤหาสน์ดังกล่าวมีเจ้าของ
เป็นแวมไพร์หญิงที่มีชีวิตอยู่ด้วยการล่อลวงชายหนุ่มเข้าห้องนอนของเธอและฆ่าพวกเขาเพื่อเป็นอาหารของเธอ เธอตั้งใจจะกินชายหนุ่ม
แต่เธอก็พบว่าเขาบริสุทธิ์จนทำให้เธออยากรู้อยากเห็น ทำให้เธอต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง จนตายในที่สุด และเมื่อชายหนุ่มพบว่า
เธอตายแล้ว เขาก็ออกเดินทางเพื่อเข้าร่วมกองทัพของเขา



The Werewolf เป็นนิทานดัดแปลงจากหนูน้อยหมวกแดง ที่หญิงสาวไปเยี่ยมคุณยายของเธอ แต่พบว่ามนุษย์หมาป่า และมันเข้ามา
ทำร้ายเธอด้วยการตัดตีนของเธอด้วยมีด และเมื่อเธอเข้ามาบ้านของคุณยายก็รู้ว่าคุณยายเป็นหมาป่า และเธอก็ฆ่าหมาป่าด้วยการขว้าง
ก้อนหินจนตาย ต่อมาเธอก็ได้สืบทอดมรดกทรัพย์สินจำนวนมากของคุณยายในที่สุด



The Snow Child ดัดแปลงจากสโนไวท์ เป็นเรื่องของท่านเคานท์ขี่ม้าเดินทางในฤดูหนาว จนกระทั้งเขาได้เห็นเด็กหญิงที่ผิวขาว
เป็นหิมะ จึงตกหลุมรักและเอาใจนาง จนเป็นเหตุทำให้ภรรยาของท่านเคานท์ฆ่าเธอตาย ต่อมาท่านเคานท์ก็ชิงศพและข่มขืนศพเธอ
หลังจากนั้นซากศพของเธอก็ตกลงไปหิมะและละลายเหลือแต่รอยเลือดบนหิมะ ขนนกสีดำ และดอกกุหลาบ

The Bloody Chamber ได้ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในชื่อเรื่อง The Company of Wolves ภาพยนตร์แฟนตาซีสยองขวัญ
ในปี 1984 ที่ดัดแปลงจากหนูน้อยหมวกแดงในเทพนิยายดังกล่าว





2. Revolting Rhymes


   
Revolting Rhymes หรือ “บทกวีน่ารังเกียจ” เป็นบทกวีของโรนัลด์ ดาห์ล ที่เผยแพร่ในปี 1982 ซึ่งเนื้อหาเป็นการล้อเลียน
นิทานพื้นบ้านดั้งเดิม ซึ่งมีทั้งหมด 6 เรื่อง  ซึ่งเป็นสไตล์ของนักเขียนชาวเวลส์ผู้มีชื่อเสียง จากการเขียนเรื่องสั้น เนื้อหาหมิ่นเหม่
ศีลธรรมและเขียนหักมุมอย่างมีชั้นเชิง กับเรื่องเด็กขำขันแต่น่าขนลุก สะท้อนความโหดเหี้ยมหยาบคายต่อผู้ใหญ่




Snow White and the Seven Dwarves หรือสโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด โดยเรื่องเริ่มต้นนายพรานไม่ฆ่าสโนไวท์ และให้
เธอทำงานเป็นแม่บ้านและคนทำอาหารให้กับคนแคระทั้งเจ็ดที่มีอาชีพเล่นพนันแข่งม้า แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ สโนไวท์เลยแก้
ปัญหาด้วยการขโมยกระจกวิเศษเพื่อทำนายผลม้าตัวที่ชนะ จนทำให้สโนไวท์และคนแคระทั้งเจ็ดกลายเป็นเศรษฐีในที่สุด....



Goldilocks หรือเด็กหญิงผมทองกับหมีสามตัว เด็กหญิงผมทองเข้าบ้านหมีสามตัวโดยไม่รับอนุญาต อีกทั้งยังขโมยกินอาหาร
ทำลายเฟอร์นิเจอร์โบราณ ทำให้เตียงสกปรกเต็มไปโดยโคลนรองเท้าของเธอ และเมื่อหมีสามตัวกลับบ้านจึงกินเธอเป็นอาหารเสีย....



Little Red Riding Hood หรือหนูน้อยหมวกแดง ที่เริ่มเรื่องว่าหมาป่าไปบ้านคุณยายและกินคุณยายลงท้องและปลอมเป็นคุณยาย
เพื่อหวังจะกินหนูน้อยหมวกแดง และเมื่อหนูน้อยหมวกแดงมาถึง หมาป่าก็เผยตัว แต่หนูน้อยหมวกแดงก็ยังใจเย็น พร้อมกับชักปืนพก
ที่ซ่อนเอาไว้ในกางเกงของเธอยิงหมาป่าจนตาย และเธอก็เอาหนังหมาป่ามาทำเป็นเสื้อโค้ทใหม่ใส่กลับบ้านไป....



The Three Little Pigs หรือนิทานเรื่องลูกหมูสามตัว โดยหมาป่าจะพยายามจับหมูสามตัวไปกิน ตอนแรกหมูพ่นลมใส่บ้านฟาง
ของหมูตัวแรกและจับกินเป็นอาหาร ตัวที่สองเป็นบ้านไม้หมาป่าก็พ่นลมและจับหมูตัวที่สองกิน และบ้านที่สามเป็นอิฐแข็งแรงเกินกว่า
ที่หมาป่าจะทำลายได้มันเลยบอกหมูตัวที่สามว่าตอนเย็นมันจะกลับมาทำลายบ้านหลังดังกล่าวด้วยระเบิด หมูตัวที่สามเลยโทรไปหา
หนูน้อยหมวกแดงให้มาช่วย และหนูน้อยหมวกแดงก็เอาปืนมายิงหมาป่าและใช้หนังหมาป่าเป็นเสื้อโค้ทก่อนที่จะลาหมูตัวที่สาม
กลับบ้านเดิม....



Jack and the Beanstalk หรือแจ๊คกับถั่ววิเศษ โดยเนื้อหาแจ๊คถูกแม่ใช้ให้ไปขายวัวแลกเงิน แต่แจ๊คกลับเอาเงินไปซื้อถั่ว
ให้แม่แทน ทำให้แม่โกรธมากและทิ้งถั่วลงไปกองถังขยะ วันรุ่งขึ้นถั่วก็โตเป็นต้นถั่วขึ้นไปบนฟ้า และข้างบนมีใบถั่วทองคำ
แม่แจ๊คเห็นจึงสั่งให้เขาปีนต้นถั่วเก็บมันมา แต่แจ๊คขึ้นไปข้างบนก็พบกับยักษ์ที่พูดจาข่มขู่ว่าจะฆ่าเขาหากเขาเด็ดใบถั่วทองคำ
และเมื่อเขาลงมาแม่แจ๊คเลยขึ้นไปด้วยตนเองเลยถูกยักษ์จับกิน ต่อมาแจ๊คตัดสินใจอาบน้ำและปีนขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาสามารถเ
ด็ดใบถั่วทองคำได้สบายเพราะยักษ์ไม่ได้กลิ่นของเขา และทุกวันหากแจ๊คจะปีนเด็ดใบถั่วทองต้องอาบน้ำทุกวันก่อนทุกครั้ง....







1. Pan’s Labyrinth
   
Pan’s Labyrinth หรือ “เขาวงกตของแพน” เป็นภาพยนตร์แฟนตาซีค่อนข้างแปลกกว่าเรื่องอื่นๆ เนื่องจากภาพยนตร์แฟนตาซี
ส่วนใหญ่มักจบแบบมีความสุขเป็นส่วนมาก หากแต่ภาพยนตร์ดังกล่าวมีฉากจบค่อนข้างเลวร้ายหักมุมอย่างร้ายกาจยิ่งกว่าภาพยนตร์
แฟนตาซีทั้งหมด




Pan’s Labyrinth มีชื่อไทยว่า “อัศจรรย์แดนฝัน มหัศจรรย์เขาวงกต” เป็นภาพยนตร์สเปน ฝีมือผู้กำกับกีเลอร์โม เดล โตโร
ออกฉายในปี 2006 คว้ารางวัล 3 ออลการ์ ทั้งที่มีงบการสร้างเพียงไม่กี่ล้านแต่กลับได้กำไรหลายเท่ากว่า 80 ล้านดอลลาร์
(ทั้งที่ทุนสร้างมีเพียง 9 ล้านดอลลาร์เท่านั้น) พร้อมกับเสียงวิจารณ์เกือบให้คะแนนเต็ม และ เนื่องจากมีเนื้อหาน่าติดตาม
เต็มไปด้วยข้อคิดสอนใจและบรรยากาศของเรื่องมืดๆ น่ากลัว  เนื้อเรื่องกล่าวถึงเด็กสาวชื่อโอฟิเลียที่อาศัยอยู่ในยุคที่สเปน
ปกครองด้วยระบบเผด็จการของฟรานซิสโก ฟรานโก(ปี 1944) ที่ย้ายบ้านกับแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ที่ไปอยู่อาศัยนายทหารระดับ
ร้อยเอกชื่อวีดัลบัญชาการค่ายทหารที่ตั้งภูเขา และที่นั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายของสงครามและลัทธิฟาสซิสต์ครอบงำ
ทำให้เด็กหญิงเริ่มเข้าสู่โลกแห่งความจริงและโลที่เธอสร้างขึ้นมา

อย่างไรก็ตามโลกจินตนาการของโอฟิเลีย ใช่ว่าจะสวยสดงดงามเหมือนโลกเหมือนคนอื่นๆ เนื่องจากเต็มไปด้วยความรุนแรง
ปีศาจพิกลพิการ บรรยากาศน่าหดหู่ มืดหม่นโดนตอนแรกเธอพบกับเขาวงกตของเทพฟอน ซึ่งได้มอบหนังสือนิทานชื่อ
Book of Crossroads และกล่าวว่าจริงๆแล้วเธอเป็นเจ้าหญิงในเทพนิยายชื่อ เจ้าหญิงโมแอนนา โอฟีเลียจะต้องปฏิบัติ
ภารกิจตามที่เทพฟอนสั่ง สามประการ จึงจะได้กลับไปครองอาณาจักรของเธอทำให้เธอผจญสัตว์ประหลาดมากมายโดยเฉพาะ
อยากเด่นที่สุดคือฉากเผชิญหน้าสัตว์ประหลาดที่มีตาอยู่ที่มือ (และฉากกินแฟรี่)




สิ่งที่ภาพยนตร์เรื่องนี้สื่อมีมากมาย และหลายประเด็นสามารถวิเคราะห์ได้อย่างซับซ้อนหรืออธิบายได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น
การที่ตัวเด็กหญิงคนหนึ่งที่อยู่สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายก็สามารถเปลี่ยนทัศนะคติและมุมมองที่เลวร้ายตามไปด้วย การสร้างโลก
แห่งจินตการที่หลีกหนีความจริง หากแต่โลกที่ว่าก็มีอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมที่เลวร้ายตามเข้ามาครอบงำไม่ว่าจะเป็นปีศาจที่
เปรียบเสมือนลัทธิฟาสซิสต์ สิ่งของต่างๆ และการกระทำของโอฟิเลียมีแต่สัญลักษณ์ เรียกได้ว่าเป็นแฟนตาซีที่สอดแทรก
การเมือง, จิตวิทยาเด็ก ได้อย่างแยบยล



และเมื่อถึงฉากตอนจบของเรื่อง ภาพยนตร์ได้ทำร้ายจิตใจคนดูอย่างร้ายกาจ เมื่อให้โอฟิเลียเสียชีวิตจากเงื่อมมือของคนเลว
ในโลกแห่งความจริง ตรงกันข้ามกับโลกในจินตนาการที่เธออยู่กับแม่และน้องอย่างมีความสุข เป็นการตอบย้ำว่าโลกแห่ง
ความจริงมันโหดร้ายกว่าโลกจินตนาการความฝัน


Pan’s Labyrinth ในภาพยนตร์ได้รับเรต R คือไม่เหมาะสำหรับเด็กเข้าไปดู แม้ว่าภาพในภาพยนตร์จะไม่มี
ฉากโหดจำพวก ตัดหัว ไส้ทะลัก แต่กระนั้นก็ทำลายจิตใจเด็กพอสมควร จนไม่เชื่อว่านี้คือภาพยนตร์แฟนตาซี
เทพนิยาย



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 มิถุนายน 2019, 15:27:37 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

johnson83

  • แอบจิต
  • **
  • กระทู้: 19
  • Country: 00
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อเทพนิยายใสๆ กลายเป็นงานด้านมืด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 08 มิถุนายน 2019, 22:31:22 »

แอพมากมายไม่ว่าจะเป็น 918kiss live22 และยังมีแอพมากมายอีกหลายแอพรอให้คุณเล่นได้ง่ายผ่านมือถือ
อ่านรายละเอียดและเลือกแอพที่คุณต้องการได้ง่ายๆ ที่ลิ้งค์ข้างล่าง
heng 555

eakiwaz

  • เด็กหัดแอ่ว
  • *
  • กระทู้: 100
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เมื่อเทพนิยายใสๆ กลายเป็นงานด้านมืด
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 02 กรกฎาคม 2019, 21:53:02 »

เจ๋งดี