10 ความลึกลับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 ความลึกลับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2  (อ่าน 153 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19205
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

10 ความลึกลับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
cr.Cammy-เต่านรก

สงครามโลกครั้งที่ 2 คือความขัดแย้งระดับโลกที่กลายเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงของมนุษย์ชาติ เพราะในช่วงเวลานั้น
สิทธิมนุษย์ชนถูกละเลย ศิลปะของมีค่าถูกขโมย ผู้นำถูกลอบสังหาร ประชาชนผู้บริสุทธิ์ล้มตายราวใบไม้ร่วง ประเทศต่างๆ
ล้วนทำกิจกรรมที่เป็นความลับสุดยอด สิ่งเหล่านี้ล้วนได้กลายเป็นช่องว่างประวัติศาสตร์จำนวนมากที่มีความลึกลับซับซ้อน
และนี่คือ 10 ความลึกลับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2


10. Centaur CS IV Tanks Discovered


 
ในปี 2008 มีการค้นพบสองซากรถถังขนาดใหญ่ห่างออกไป 8 กิโล ทางตะวันออกของเวสต์ริง เวสต์ซัสเซ็กส์
หลังจากวิเคราะห์ซากปรักหักพังก็พบว่าเป็นเซนทอร์ CS IV ที่ใช้ต่อสู้ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยภายใน
เครื่องติดอาวุธด้วยปืนครก 95 mm ซึ่งรถถังดังกล่าวกำลังมุ่งไปฝรั่งเศสในวัน D-Day


หากแต่ทั้งสองคัน "จมอยู่" ซึ่งเหล่านักวิเคราะห์ก็ไม่สามารถอธิบายสถานการณ์ลึกลับนี้ได้ว่า เหตุใดรถถังทั้งสอง
ถึงได้ไปจมบริเวณนั้น

 


9. Malbork Mass Graves


 
มาลบอร์ก เป็นเมืองในภาคเหนือของประเทศโปแลนด์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง พื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ
เยอรมันตะวันตก (รัสเซียดูแล) ซึ่งในทศวรรษที่ผ่านมาหลุมฝังศพจำนวนมาก ถูกค้นพบในพื้นที่เมืองดังกล่าว
ในเดือนมกราคม 2009 มีการค้นพบศพและซากมนุษย์มากกว่า 1800 ศพ โดยคนงานก่อสร้างเป็นผู้พบครั้งแรก
และที่มาของศพจำนวนมากนี้ยังคงลึกลับ


แต่ที่ชัดเจนคือเหยื่อทั้งหมดเกิดจากการสังหารหมู่ ศพทั้งหมดสวมเสื้อผ้าและเกือบทั้งหมดมีบาดแผลกระสุนที่ศีรษะ
แต่ปัญหาคือตัวการสังหารหมู่ครั้งนี้คือฝ่ายไหน อย่างไรก็ตามหลายฝ่ายเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของรัสเซียที่ฆ่าพลเมือง
ชาวเยอรมันแห่งนี้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ในปี 1945



 
8. Adolf Hitler’s Art Collections



แม้ว่าเยอรมันจะมีพิพิธภัณฑ์มากมายที่นำเสนอโลกของฮิตเลอร์ ไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เยอรมัน หรือที่
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบอร์ลิน หากแต่จนบัดนี้ไม่สมารถค้นพบของสะสมส่วนตัวของฮิตเลอร์ได้ครบเลย


อดอฟ์ ฮิตเลอร์ นั้นเป็นคนที่ชอบหลงใหลในศิลปะ ซึ่งในช่วงสงครามเขาได้เก็บสะสมผลงานศิลป์ที่ทหารเยอรมันกวาดมา
จากบ้านเรือนและพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองต่างๆ ทั่วยุโรป และได้วางแผนให้เมืองลินซ์เป็นเมืองศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรม
อารยัน ด้วยการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากแต่เรื่องต้องยุติลงเมืองเยอรมันกำลังพ่ายแพ้สงคราม อีกทั้งสถานที่
เก็บผลงานศิลปะนี้ก็ไม่ค่อยมีเพราะโดนระเบิดฝ่ายพันธมิตรทำลายหมด หลังสงครามสงบบรรดาฝ่ายพันธมิตรได้ทำกันกู้
ผลงานศิลปะที่ถูกพวกทหารเยอรมันซุกซ่อนตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักฮิตเลอร์ เหมือง ของมีค่ามากมายหลายหมื่นชิ้น
ไม่ว่าจะเป็นภาพวาด ภาพเขียน ประติมากรรม หนังสือ รูปสลักหินอ่อน

อย่างไรก็ตาม ยังมีผลงานศิลปะหลายชิ้นที่สูญหาย ซึ่งเชื่อว่าถูกทำลายในระหว่างสงคราม ในขณะที่บางส่วนเชื้อว่ามันถูก
ซุกซ่อนที่ไหนสักแห่ง บางชิ้นถูกขายในตลาดมือ ที่ให้คนร่ำรวยไปประมูล ทำให้ผลงานที่มีชื่อเสียงจำนวนมากยังคง
สูญหายไปจนถึงทุกวันนี้



 
7. Rommel’s Treasure
 


จอมพลเออร์ วิน รอมเมล เป็นจอมพลเยอรมันที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี 1944 กองกำลัง
ของเขาได้ถูกกองกำลังพันธมิตรปิดล้อม ทำให้เขาได้สั่ง 4 เจ้าหน้าที่และนักดำน้ำ ฝังสมบัติเยอรมันเป็นกล่องเหล็กขนาดใหญ่
ข้างในมีอัญมณีและทองแท่งจำนวนมาก ซึ่งสมบัติดังกล่าวขนย้ายมาจากแอฟริกานเหยือโดยเชื่อว่าสมบัติฝังอยู่ในถ้ำใต้น้ำ
นอกชายฝั่งตะวันออกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียม บนเกาะคอร์สิคา และเมื่อทำภารกิจสำเร็จสี่เจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็ถูกจับโดย
พันธมิตรเสียก่อน และถูกบังคับให้เปิดเผยที่ตั้งของสมบัติ


หากแต่สุดท้ายก็ล้มเหลว และสมบัติดังกล่าวก็หายสาบสูญไปจากประวัติศาสตร์ จนกระทั่งปี 2007 นักประวัติศาสตร์และ
นักล่าสมบัติได้ค้นพบแผนที่ทหารเยอรมันที่มีรหัสสลับระบุตำแหน่งสมบัติของรอมเมล ซึ่งเชื่อว่าพวกเขาจะค้นพบสมบัติ
ที่มีค่าดังกล่าว แต่จนบัดนี้สมบัติของรอมเมล ก็ยังไม่มีการยืนยันว่ามีใครเป็นผู้ค้นพบอย่างเป็นทางการ




 
6. Velzer Affair


 
เมื่อไม่นานที่ฮอลแลนด์ได้ลงมือสอบสวนตามหาตัวคนทรยศใน Velzer Affair ซึ่งเป็นที่ตั้งองค์กรรักรบต่อต้านคอมมิวนิสต์
และให้ความร่วมมือกับนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยคนทรยศตั้งกล่าวได้รายงานกิจกรรมต่อต้านนาซีส่งไปยังเยอรมัน
และได้รับคำสั่งปฏิบัติการลับอะไรสักอย่าง


โดยหนึ่งในกรณีที่โดดโด่งที่สุดคือการเสียชีวิตของ Hannie Schaft นักต่อต้านคอมมัวนิสต์หญิงชาวดัตซ์ที่ถูกฆาตกรรม
สามสัปดาห์ก่อนที่เนเธอร์แลนด์จะประกาศเป็นอิสระภาพ หลายคนเชื่อว่าหัวหน้าและเจ้าหน้าที่หลายคนร่วมมือกับนาซีและ
พวกเขายังเป็นสมาชิกพรรคสังคมนิยมแห่งชาติ (NSB) ที่ร่วมมือกับนาซีเพราะเชื่อว่าตนจะอยู่ในอำนาจต่อ

แต่สุดท้ายจากการสืบสวนก็ไม่พบหลักฐานแต่อย่างใด ทำให้เรื่องราวเหล่านี้ยังคงลึกลับ


 
5. Battle of Los Angeles


 
ไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ฐานทัพเรือเพิร์ล ฮาเบอร์ และ แอลวูดฝ่ายอักษะญี่ปุ่นโจมตีจนย่อยยับ ส่งผลทำให้
สหรัฐอเมริกาต้องเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 และเตรียมกับพร้อมรับมือบุกโจมตีของญี่ปุ่นเข้มงวดขึ้น


จนกระทั่งในคืนของวันที่ 24 และ 25กุมภาพันธ์ 1942 เวลาประมาณ 2:25 น. ที่ลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย
จู่ๆ ก็ได้มีฝูงวัตถุบินลึกลับไม่ปรากฏที่มาปรากฏที่น่านฟ้ามากกว่าหนึ่งลำเรืองแสงอยู่เหนือน่านฟ้าของเมือง 
สัญญาณเตือนไซเรนดังไปทั่ว เพราะหลายคนเชื่อว่าเป็นเครื่องบินศัตรู ทำให้พยานหลายคนในตอนนั้นตื่นมา
เพื่อออกมาดูการปรากฏตัวของฝูงวัตถุบินลึกลับดังกล่าว ซึ่งตอนแรกทางกองทัพเชื่อว่าเป็นเครื่องบินรบของ
ฝ่ายอักษะญี่ปุ่น ทำให้มีการใช้ปืนต่อสู้อากาศยานระดมยิงตอบโต้ทันที

หากแต่หลังสิ้นเสียงปืน ผลปรากฏว่าอาวุธของพวกเขาไม่สามารถทำอันตรายกับฝูงวัตถุบินลึกลับดังกล่าวได้เลย
อีกทั้งสะเก็ดของกระสุนปืน ได้ตกลงบนพื้นดินทำลายบ้านเรือน และมีผู้เสียชีวิตจากลูกหลงจากเหตุการณ์ดังกล่าว
หลายราย ก่อนที่วัตถุบินลึกลับจะหายอย่างลึกลับ

ในเวลาต่อมา ทางการสหรัฐออกแถลงการณ์ปฏิเสธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่ามันไม่ใช่ยูวัตถุบินลึกลับจากนอกโลก
เพราะเชื่อว่าเป็นการทำสงครามประสาทของฝ่ายศัตรู ที่ปลาอบบอลลูนอากาศมาหลอกสหรัฐ หรือไม่ก็ใช้เทคนิค
สงครามจิตวิทยาสร้างภาพลวงตา อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ประหลาดดังกล่าว ยังไม่สามารถอธิบายได้ในปัจจุบัน




 
4.The Death of Subhas Chandra Bose


 
สุภาส จันทรโภส (1897-1945) รู้จักกันในชื่อ เนตาจี ผู้นำของกลุ่มอิสระชาวอินเดีย ที่ต้องการการปลดปล่อย
ประเทศอินเดียให้เป็นอิสระ จากการปกครองของอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยมีความคิดแตกต่าง
จากมหาตมาคานธี คือใช้ความรุนแรงเข้าจัดการปัญหาในอินเดีย โดยเขาให้ความช่วยเหลือชาวญี่ปุ่นสู้กับอังกฤษ
ในอินเดีย 


ซึ่งการกระทำของเขานั้นก่อให้เกิดความขัดแย้งในหมู่นักประวัติศาสตร์และนักการเมือง บางคนบอกว่าเขาสนับสนุนพวกนาซี
ในขณะที่บางคนบอกว่าเขามีส่วนทำให้อินเดียกลายเป็นประเทศอิสระ  อย่างไรก็ตามสุภาสได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในไทเป
ในขณะที่บินไปยังกรุงโตเกียว (บ้างก็บอกว่าไปรัสเซีย) เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 1945 โดยยังไม่ได้บรรลุจุดประสงค์ขับไล่
อังกฤษไปจากอินเดีย

อย่างไรก็ตาม ศพของสุภาสนั้นไม่ได้ค้นพบ ทำให้มีทฤษฏีจำนวนมากว่าเขารอดตายหรือยังมีชีวิตอยู่ หนึ่งในทฤษฏีที่เชื่อว่า
สุภาสมีชีวิตอยู่นั้นเชื่อว่าเขาเสียชีวิตในขณะถูกจองจำในไซบีเรีย บางคนเชื่อว่าเขาเนรเทศและอยู่เมืองไฟซาบัดก่อนเสียชีวิตลง
ในปี 1985 แต่ความลึกลับของเขายังคงไม่ได้รับเปิดเผย และคำตอบที่น่าจะพิสูจน์ได้ก็น่าจะเป็นเอกสารลับของประเทศ
อังกฤษที่จะมีการเปิดเผยในปี 2020 (ใกล้แล้ว)


 


3. The Amber Room


                     
หนึ่งในความลึกลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสงครามโลกครั้งที่สอง คือสมบัติที่หายไปจากห้องอำพัน โดยห้องอำกันนั้นเป็นห้องโถง
มีขนาดกว่า 55 ตารางเมตร ซึ่งเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ผนังเต็มไปด้วยอำพันทั้งสิ้น 6 ตัน กระจกขอบทองขนาดใหญ่ ของมีค่าต่างๆ
ถูกนำมาตกแต่ง จนความงามของห้องนี้ได้รับสมญาว่าเป็น “สิ่งมหัศจรรย์ที่แปดของโลก”


ห้องอำพันนั้นถูกสร้างในสมัยปรัสเซีย เมื่อพระเจ้าฟรีดริช วิลเฮล์มที่ 1 แห่งปรัสเซียถวายให้แก่ซาร์ปีเตอร์มหาราชแห่งจักรวรรดิรัสเซีย
ในปี 1916 ซึ่งห้องนี้ตั้งอยู่ใน ตั้งอยู่ภายในพระราชวังแคทเธอรีนที่หมู่บ้านซาร์สโคเยอเซโลไม่ไกลจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หากแต่
ในปี 1941 นาซีได้บุกเข้ามารื้อถอนห้องและถูกส่งไปยังปราสาทเคอนิกสแบร์กให้ประชาชนได้ดู

อย่างไรก็ตามในปี 1945 ห้องอำพันก็สูญหายไประหว่างความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในบั้นปลายของสงคราม ทำให้ชะตาของห้องยังคง
เป็นเรื่องลึกลับ แม้ว่าจะมีข่าวการพบห้องลับใต้ดินในสาธารณรัฐเช็คว่า เป็นที่เก็บสมบัติของนาซีในช่วงสงครามโลกก็ตาม แต่ก็ยัง
ไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด ว่าเป็นเรื่องจริง

 



2. The Flight of Rudolf Hess


 
หนึ่งในที่สุดเหตุการณ์ลึกลับของสงครามโลกครั้งที่สอง คือ เที่ยวบินของรูดอล์ฟ เฮสส์ไปสกอตแลนด์ในปี 1941

เหตุการณ์ดังกล่าวมีการตั้งทฤษฏีมากมายว่าเขามีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปประเทศดังกล่าว โดยในวันที่เกิดเหตุนาซีกำลังทำสงคราม
กับสหภาพโซเวียต ฮิตเลอร์เลยสั่งมือขวาของเขารูดอลฟ์ เฮสส์บินเดี่ยวไปสกอตแลนด์ หากเขาถูกจับกุมเสียก่อนและถูกตัดสินคดี
ที่นูเรมเบิร์กและพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต และเขาเสียชีวิตในปี 1987 แต่คำถามที่ตามมาคือ

ทำไมรูดอลฟ์จงใจบินไปสกอตแลนด์เพื่อที่จะถูกจับ...?

มันเป็นการเห็นได้ชัดว่ารูดอลฟ์กำลังพยายามเจรจาสันติภาพกับอังกฤษ ระหว่างนาซีและอังกฤษ หากแต่ไม่มีหลักฐาน อังกฤษ
พยายามเงียบ เนื่องจากพวกเขาตระหนักการทำสงครามรัสเซีย ในที่สุดเรื่องนี้จึงเก็บเข้าแฟ้มในประวัติศาสตร์ไม่เปิดเผย
แม้จนกระทั่งสงครามสงบ และเหตุการณ์ดังกล่าวยังเป็นบันทึกลับที่มีอิทธิพลต่อสงครามโลกครั้งที่ 2



 
1. Foo Fighters or Kraut Fireballs


 
ฟูไฟเตอร์ส หรือ ลูกไฟเคราท์ เป็นปรากฏการณ์ลูกไฟลึกลับ ที่ปรากฏต่อหน้าเครื่องบินของฝ่ายพันธ์มิตรในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
บนท้องฟ้าเหนือบริเวณยุโรปและแปซิฟิก โดยเชื่อว่าเป็นยูเอฟโอ ส่วนสาเหตุที่เรียกว่าฟูไฟเตอร์ก็เนื่องจากส่วนใหญ่มักปรากฏต่อหน้า
ในช่วงต่อสู้เครื่องบินขับไล่นั้นเอง หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นอาวุธลับของฝ่ายศัตรูแต่ก็ไม่มีหลักฐานยืนยันแต่อย่างใด


ปรากฏการณ์ดังกล่าวครั้งแรกเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 1944 เมื่อนักบินในเยอรมันพบวัตถุเรืองแสงสีแดงเพลิง, ขาว หรือสีส้ม
บางคนอธิบายว่า คล้ายไฟต้นคริสมาสต์ที่เคลื่อนไหวได้รวดเร็ว มีขนาดใหญ่ 300 ฟุต จนถึงขนาดเล็ก 1 ฟุต และต่อให้ยิงอะไรใส่
มันก็ไม่ได้ผลกระทบอะไรเลย

หลายฝ่ายเชื่อว่าปรากฏการณ์ลึกลับนี้ อาจเป็นอาวุธลับของเยอรมัน แต่เมื่อมีการสอบสวนเพิ่มเติมก็พบว่าเยอรมัน และ ญี่ปุ่น
ก็มีรายงานปรากฏการณ์ดังกล่าวคล้ายกันเช่นกัน นั้นทำให้เรื่องของไฟลึกลับยังคงเป็นเรื่องที่พิศวงจนถึงปัจจุบัน

 
อ้างอิง

http://www.listzblog.com/top_ten_world_war_2_mysteries_list.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 กรกฎาคม 2019, 13:10:39 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่