6 เรื่องเล่า ตำนานเมือง เกียวโต อาถรรพ์ลี้ลับของอดีตเมืองหลวง

ผู้เขียน หัวข้อ: 6 เรื่องเล่า ตำนานเมือง เกียวโต อาถรรพ์ลี้ลับของอดีตเมืองหลวง  (อ่าน 46 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18631
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

6 เรื่องเล่า ตำนานเมือง เกียวโต อาถรรพ์ลี้ลับของอดีตเมืองหลวง
cr.workandtravel.co.th

เกียวโต เมืองเก่าแก่ร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยวัดวาอาราม สวนสวย และคาเฟ่น่านั่งมากมาย แต่ขึ้นชื่อว่า
เป็นเมืองเก่าแล้ว คงหนีไม่พ้นเรื่องเล่าเกี่ยวกับตำนานเมือง เรื่องลี้ลับต่างๆ โดยเฉพาะยามโพล้เพล้
ของเกียวโตนี่ ต่อไปนี้คือเรื่องราวน่าขนลุกต่างๆ ที่เราอยากให้คุณรู้ไว้ก่อนไป จะได้ไม่เผลอไปโดน
คำสาปอะไรเข้าไงล่ะ


 
1. ศาลเจ้าจิชู (Jishu-jinja)



ศาลเจ้าจิชู ตั้งอยู่ภายในวัดน้ำใส หรือคิโยะมิสึที่เรารู้จักกัน ว่ากันว่าถ้าได้มาขอพรที่นี่จะสมหวังในเรื่องความรัก
เราจึงเห็นภาพของสาวๆ ที่เดินทางมาขอพรกันจนชินตา แต่แน่นอน เมื่อมีคนสมหวังย่อมต้องมีคนผิดหวังด้วย
เช่นกัน ข้างๆ ศาลเจ้าจะมีต้นสนศักดิ์สิทธิ์ที่เต็มไปด้วยรูตะปูตอก


เชื่อกันว่ามาจากร่อยรอยของการทำพิธีสาปแช่ง “อุชิ โนะ โคะคุไมริ” (Ushi no Kokumairi)



อุชิ โนะ โคะคุไมริ เป็นการทำพิธีสาปแช่งตามความเชื่อโบราณของชาวญี่ปุ่น โดยนำเอาตุ๊กตาฟางมาตอกเข้ากับ
ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในศาลเจ้า ทำในช่วงเวลาตีสองเป็นเวลาติดต่อกัน 7 วัน หากทำสำเร็จโดยไม่มีใครเห็น
คำสาปแช่งจะบรรลุผล


นอกจากศาลเจ้าจิชู ยังมีศาลเจ้าคิฟุเนะอีกแห่งที่มีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ และโดนตอกตะปูทำพิธีสาปแช่งลักษณะนี้
เหมือนกัน ทุกวันนี้ถ้าลองไปดูดีๆ ก็จะยังเห็นรอยตะปูอยู่เหมือนเดิม

 

 

2. วัดโรคุโดะ ชินโน (Rokudo Chinno Temple)



ที่วัดแห่งนี้เชื่อกันว่ามีบ่อน้ำที่เป็นทางผ่านไปสู่ยมโลกได้ ตามตำนานเล่าว่าในยุคเฮอันมีบัณฑิตนามว่า โอโนะ ทากามูระ
ที่ทำงานอยู่ในศาลหลวงยามกลางวัน แล้วใช้บ่อน้ำนี้เดินทางลงไปทำงาน ช่วยเหลือการตัดสินคดีความในยมโลกยามค่ำคืน

 

 


3. ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari)



เชื่อว่าใครที่ได้ไปเยือน เกียวโต คงไม่มีใครพลาดมาเที่ยวศาลเทพเจ้าจิ้งจอกแห่งนี้แน่นอน โดยเฉพาะระหว่างทางที่จะต้อง
เดินผ่านเสาโทริอิสีแดงนับหมื่นต้น ยาวกว่า 4 กิโลเมตรผ่านป่าเขียวขจี ถ่ายรูปยังไงก็ดูสวย แต่ก็มีหลายคนพูดกันว่าบรรยากาศ
มันแอบดูวังเวง และน่ากลัวเหมือนกัน ซึ่งก็มีตำนานเรื่องผีลักซ่อนอยู่หลายเรื่อง เช่น ถ้าเผลอไปจ้องตารูปปั้นเทพเจ้าจิ้งจอกมากๆ
จะออกจากทางเดินเสาโทริอิไม่ได้หรือถ้ามาเดินที่นี่ในช่วงโพล้เพล้ก็จะหลงทางอยู่ในนี้ พอหลุดออกมาได้ก็จะหลงลืมเหตุการณ์
ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ฯลฯ ซึ่งความจริงแล้วเรื่องหลงทางก็คงไม่แปลกเท่าไหร่ เพราะกว่าจะเดินถึงตัวศาลเจ้าก็ไกลอยู่ ใครมาเที่ยว
ก็อย่าเถลไถลออกนอกเส้นทางล่ะ


 

 

4. อุโมงค์คิโยทากิ (Kiyotaki Tunnel)



หนึ่งในสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อุโมงค์แห่งนี้สร้างขึ้นช่วงประมาณปี ค.ศ. 1929 บนที่ที่เคยเป็น
ทั้งสนามรบ และลานประหาร แค่นี้ก็สยองพออยู่แล้ว แต่เรื่องราวที่ทำให้อุโมงค์นี้โด่งดังขึ้นมา ก็คือเรื่องหญิงสาวที่มาฆ่าตัวตาย
อยู่ใกล้ๆ นี้


ช่วงประมาณปี 1998 หลังจากนั้นก็เริ่มมีคนพบวิญญาณผู้หญิงในนี้เรื่อยมา บ้างก็ได้ยินเสียงร้องไห้ บ้างก็เห็นเงาในกระจกหลังรถ
ฯลฯ มีหลากหลายเรื่องเข้าก็เกิดเป็นตำนานเมืองขึ้นมา ว่าถ้าสัญญาณไฟเขียวหน้าอุโมงค์สว่างขึ้น อย่าเพิ่งรีบขับผ่านไป ปล่อยให้
ผ่านไปอีกหนึ่งไฟแดงก่อน แล้วค่อยขับเมื่อไฟเขียวอีกครั้ง เชื่อกันว่าไฟเขียวแรกนั้นเป็นการเชื้อเชิญของดวงวิญญาณในอุโมงค์
หลอกให้เราเข้าไปนั่นเอง

 

 

5. ศาลเจ้าคุบิสึกะ ไดเมียวจิน (Kubizuka Daimyojin Shrine)



 
ศาลเจ้านี้อาจไม่ได้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยือนมากนัก แต่ก็มีตำนานเล่าขานว่าที่นี่เป็นสถานที่ฝังศรีษะของปีศาจ ชูเทนโดจิ
(Shutendouji) ที่ออกอาละวาดฆ่าผู้คน และลักพาตัวผู้หญิงในช่วงยุคเฮอัน หลังจากถูกปราบลงได้ก็โดนสะกดวิญญาณอยู่ที่นี่
ทุกๆ ปีก็จะมีจัดงาน ชูเทนโดจิมัตสึริ เพื่อเสริมอาคมสะกดให้แข็งแกร่งขึ้น


ส่วนวันอื่นๆ ของปีนั้นก็จะไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ เลยทำให้ที่นี่ดูเงียบ และวังเวง กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คนชอบเรื่องลี้ลับ
มักมาพิสูจน์ความกล้ากัน

 

 

6. ตำนานขบวนร้อยอสูร (Hyakki-Yako)



มีตำนานว่าผู้คนในเกียวโตนั้นเคยเห็นฝูงปีศาจจำนวนมากมาย พากันมาเดินพาเหรดผ่านเมืองเป็นประจำทุกปีตั้งแต่สมัยเอโดะ
และถ้าใครออกมานอกบ้านช่วงนั้นแล้วไปจ๊ะเอ๋กับขบวนปีศาจเข้าจะถูกดึงวิญญาณออกจากร่างไป


ขบวนร้อยอสูรยามวิกาล (百鬼夜行 Hyakki Yakou) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “ขบวนร้อยอสูร” เป็นตำนาน และความเชื่อของ
ชาวญี่ปุ่นเกี่ยวกับปีศาจหรือ โยไค จำนวน 100 ชนิดร่วมเดินขบวนพาเหรด ในยามค่ำคืน หากใครได้พบเห็นก็จะมีอันเป็นไป

นอกจากนั้นยังเชื่อว่าขบวนร้อยอสูรไม่ได้ออกมาปรากฏตัวทุกคืน โดยตำราโบราณชูไกโช (拾芥抄 Shuugaishou)
บันทึกไว้ว่าขบวนร้อยอสูรจะปรากฏตัวออกมาใน วันปีใหม่, วันชวด เดือน 2, วันมะเมีย เดือน 3 และเดือน 4,
วันมะเส็ง เดือน 5 และเดือน 6, วันจอ เดือน 7 และเดือน 8, วันมะแม เดือน 9 และเดือน 10, วันมะโรง เดือน 11
และเดือน 12 ตามปฏิทินโบราณ




ที่มาของขบวนร้อยอสูรมีเสียงร่ำลือต่อ ๆ กันมาว่า แท้จริงแล้วมาจากบุคคลท่านหนึ่งที่สนใจเรื่องราวของตำนานภูติผีปีศาจ
ประเทศญี่ปุ่น จึงเดินทางทั่วญี่ปุ่นเพื่อรวบรวมข้อมูล เมื่อเดินทางแล้วเสร็จก็ปรากฏว่าได้ข้อมูลของเหล่าปีศาจต่าง ๆ มา
100 ชนิดพอดี เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยก็เป็นที่โด่งดังและสนใจของคนทั่วไปจำนวนมาก เพราะได้รู้จักปีศาจต่างถิ่น
มากขึ้น

จนภายหลังได้มีการวาดภาพของขบวนร้อยอสูรออกมามากมายแต่ไม่ปราฏแน่ชัดว่าใครเป็นผู้รวบรวมข้อมูลปีศาจทั้งหลาย
เหล่านั้น นอกจากนั้นยังเชื่อว่าเคยมีผู้พบเห็นขบวนร้อยอสูรจริง ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนเอโดะจนถึงปัจจุบันอยู่หลายคนเลย
หรือบางคนเห็นขบวนปีศาจล่องลอยอยู่บนท้องฟ้าก็มี


และเหล่านี้ก็เป็นตำนานบางส่วนของเมืองแห่งไสยเวทย์อย่างเกียวโต ซึ่งถ้าลองมองดูให้ลึกลงไปเราจะพบกุศโลบายของ
คนโบราณเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยต่างๆ แฝงอยู่เหมือนกัน แถมยังเป็นตัวช่วยเสริมเรื่องราวให้สถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้
มีความน่าสนใจมากขึ้นด้วย เอาเป็นว่าอย่าเพิ่งกลัวผีจนลืมเที่ยวล่ะ เกียวโตมีอะไรดีๆ อีกเพียบ ไปเถอะ!
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 10 สิงหาคม 2019, 15:10:25 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่