เห้งเจีย (行者) จอมอิทธิฤทธิ์

ผู้เขียน หัวข้อ: เห้งเจีย (行者) จอมอิทธิฤทธิ์  (อ่าน 278 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19541
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
เห้งเจีย (行者) จอมอิทธิฤทธิ์
« เมื่อ: 30 สิงหาคม 2019, 15:35:00 »

เห้งเจีย (行者) จอมอิทธิฤทธิ์



เห้งเจีย (行者) หรือ ซุนหงอคง เป็นหนึ่งในตัวละครเอกตามพงศาวดารจีนเรื่องไซอิ๋ว ซึ่งเห้งเจีย
เดิมเป็นหินที่ถูกแสงสุริยันจันทราอาบมากว่า 1,000 ปี วันหนึ่งจึงแตก และมีลิงตัวหนึ่งกระโดดออกมา
ลิงตัวนั้นจึงได้ไปอยู่กับฝูงลิงที่เขาไม้ผล (เขาฮวยก๊วย จีนกลางว่า เขาฮัวกั่ว) และตั้งตัวเป็นหัวหน้าฝูง
บรรดาลิงในฝูงนับถือเป็นท่านอ๋อง


วันหนึ่ง ลิงหินตัวนี้เห็นลิงในฝูงตัวหนึ่งตายลงด้วยความแก่ จึงเกิดความคิดจะออกเดินทางไปหาวิชา
ที่จะไม่ทำให้เจ็บ ไม่ทำให้ตาย จึงออกจากฝูงเดินทางเสาะแสวงหาผู้รู้ไปเรื่อย ๆ ในที่สุดก็พบกับ
พระพุทธสาวกรูปหนึ่งนามว่า "โผเถโจ๊ซือ" คือ พระสุภูติ (菩提祖師 - सुभूति - Subhuti)"

เมื่อเซียนรับเป็นศิษย์ ได้ฝึกวิชาต่าง ๆ เช่น การแปลงกายที่แปลงได้ 72 ร่าง, ตีลังกาได้ไกลกว่า
100,000 ลี้, ยืด-หดตัวได้, ถอนขนเสกเป็นของต่าง ๆ, ขี่เมฆวิเศษ เป็นต้น พร้อมกับตั้งชื่อให้ว่า
"ซึงหงอคง"(孙悟空)



เมื่อฝึกวิชาสำเร็จแล้ว หงอคง เกิดลำพองใจ ไปอาละวาด อวดวิชาตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่เว้นแม้กระทั่ง
สวรรค์หรือบาดาล ทำให้ 3 โลก ปั่นป่วนไปหมด เง็กเซียนฮ่องเต้ส่งทหารสวรรค์นับ 100,000 นาย
และเทพต่าง ๆ ไปจับ ก็จับไม่ได้ กลับถูกเห้งเจียปราบกลับมาจนเข็ดเขี้ยวตาม ๆ กัน


ในที่สุด เง็กเซียนฮ่องเต้ ต้องยอมให้เห้งเจียขึ้นเป็นใหญ่ พร้อมตั้งให้เป็น "มหาเทพ" (ฉีเทียนต้าเซิ้น
แปลตามตัวว่า ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน)
จากเดิมที่เป็นเพียงคนเลี้ยงม้า (ปี้ม่าอุน) แต่หงอคงก็ยังเหิมเกริม
ไม่เลิก ในที่สุด องค์ยูไล(พระพุทธเจ้าในความเชื่อของชาวจีน) ต้องเสด็จมาปราบเอง โดยให้หงอคง
ถูกทับด้วยภูเขาห้านิ้วนาน 500 ปี และผู้ที่จะช่วยออกมาได้ คือ พระถังซัมจั๋ง ผู้เดียวเท่านั้น และเห้งเจีย
ต้องบวชเป็นลูกศิษย์รับใช้พระถังซัมจั๋งไปชมพูทวีป และมีหน้าที่คุ้มครองพระถังซัมจั๋งไปตลอดทาง

เมื่อพระถังซัมจั๋งรับหงอคงเป็นศิษย์แล้ว จึงตั้งชื่อให้ใหม่ว่า "เห้งเจีย" หรือ "ซุนเห้งเจีย"
(อักษรจีน: 孫行者)
แต่เห้งเจียก็ยังคงติดนิสัยเดิม ๆ คือ ใจร้อน ห่าม ดื้อรั้น ไม่เชื่อฟังพระถังซัมจั๋ง
พระถังซัมจั๋งมีไม้ตายที่ปราบพยศเห้งเจียคือ มงคล ที่ได้รับประทานจากพระโพธิสัตว์กวนอิม
ที่รัดอยู่กับหัวของเห้งเจีย เมื่อเห้งเจียพยศเมื่อไหร่ พระถังซัมจั๋ง จะสวดมนต์ เห้งเจียจะเจ็บปวดมาก
มงคลอันนี้จะหายไปเมื่อภารกิจได้เสร็จสิ้นแล้ว




ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ต้องผจญกับอุปสรรคนานัปการ โดยเฉพาะปีศาจ ที่มักปลอมตัวมาหลอกลวงให้เข้าใจผิด
โดยเฉพาะกับพระถังซัมจั๋ง ซึ่งเห้งเจียมักจะมองปีศาจออกก่อนทุกครั้ง และลงมือทำร้ายไปก่อน จึงสร้างความขัดแย้ง
ให้แก่ศิษย์ อาจารย์ คู่นี้ไปตลอด ว่ากันว่า เป็นการเจตนาสร้างความขัดแย้งของตัวละคร ซึ่งสะท้อนถึงบุคคลิก
ของบุคคลในลักษณะต่าง ๆ

อาวุธสำคัญของเห้งเจีย คือ กระบองวิเศษ ที่ปกติจะเก็บไว้ในรูหู สามารถยืด-หดได้ ซึ่งเดิมเป็นเสาค้ำมหาสมุทร
ของเจ้าสมุทรทะเลตะวันออก (ทะเลตงไห่) และมีพาหนะเป็นเมฆวิเศษ


ปัจจุบัน หงอคง หรือ เห้งเจีย ได้รับการนับถือจากชาวจีน โดยตามศาลเจ้าบางแห่ง จะมีรูปเคารพ และนับถือเป็น
ไต่เสี่ยฮุกโจ้ว หรือเจ้าพ่อเห้งเจีย เป็นต้น

เห้งเจีย ได้รับอิทธิพลมาจาก หนุมานจากวรรณกรรมรามายณะของอินเดีย และประเพณีความเชื่อของชาวจีน



ไซอิ๋ว เป็น นิยายสื่อธรรมะที่ดีมากอันหนึ่งเห้งเจีย คือ ลิงเปรียบเสมือนใจคนเรา คือสามารถคิดไปไกล
ได้หลายหมื่นโยชน์ในพริบตาเดียว เมื่อครั้งยังหลงผิดก็อาละวาดทั่วไปทั้งสวรรค์ และมนุษย์ แต่จะคิดไปไกล
ขนาดไหน ตีรังกาไปที่ไหนก็เปรียบได้กับ ขันธ์ 5
(ในนิยายเปรียบเสมือนมือทั้ง 5 นิ้ว ของพระพุทธองค์)

ครั้นเริ่มสนใจศึกษาธรรมะ ก็ต้องใช้สติ คือมงคลครอบหัวไว้เตือนใจ เวลาจะทำผิด กระบองของเห้งเจีย เปรียบเหมือน
ปัญญาเมื่อไม่มีธรรมะ ก็ใช้ในทางผิด เที่ยวรังแกชาวบ้าน เพิ่มพูนกิเลสให้กับตน พอพบ พระถังซำจั๋ง(ธรรมะ)
ก็มีสติ(มงคล) และมีเป้าหมายคือไปเอาพระไตรปิฎก(นิพพาน) จึงใช้กระบอง(ปัญญา) ต่อสู้กับ ปีศาจ(กิเลส) ต่างๆ
เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของตน ปัญญา เมื่อใช้ก็ทำให้ฉลาด(ยาว) ถ้าไม่ใช้มันก็โง่(สั้น) นอกจากนี้ ในหลายกรณีที่
บรรดาสิงสาราสัตว์ แม่น้ำลำธาร ขุนเขา ป่าไม้ อาวุธยุทโธปกรณ์ ฯลฯ ก็เป็นสัญลักษณ์ ทางธรรมอยู่ด้วย

เห้งเจียมีชื่อและฉายาต่าง ๆ ตามที่ปรากฏในเรื่องไซอิ๋วตัวอย่างเช่น..



ฉือโหว หรือ เจี้ยะเก๊า (石猴)
แปลว่า "ลิงหิน" อ้างถึงชาติกำเนิดดั้งเดิมของของเห้งเจียซึ่งเกิดจากหินที่อาบแสงอาทิตย์แสงจันทร์มานับพันปี
บนยอดเขาฮวยก๊วยซัว

เหม่ย์โหวหวาง หรือ มุ้ยเกาอ๋อง (美猴王)
แปลว่า "พญาวานรโสภา" เรียกโดยย่อว่า โหวหวัง (Hóuwáng) คำคุณศัพท์ "เหม่ย์" (Měi) หมายถึง "งดงาม, สง่างาม, น่ารัก"
และยังหมายความว่า "หลงตัวเอง" ซึ่งอ้างอิงถึงอัตตาของหงอคง คำว่า "โหว" (Hóu) ซึ่งแปลว่าลิง ยังเน้นถึงนิสัยที่ดื้อรั้นและ
เจ้าเล่ห์ของหงอคงด้วยเช่นกัน



ปี้หม่าเวิน หรือ เป๊กเบ้อุน (弼馬溫)
ตำแหน่งคนเลี้ยงม้าสวรรค์ ล้อมาจากคำว่า bìmǎwēn (避馬瘟) ซึ่งมาจากความเชื่อของคนจีนว่า เอาลิงไปไว้ในคอกม้า
จะทำให้ม้าไม่เจ็บป่วย มีสุขภาพสมบูรณ์ ตามท้องเรื่องกล่าวว่า หงอคงได้ตำแหน่งเป๊กเบ้อุนจากเง็กเซียนฮ่องเต้หลังจากที่เขา
ไปอาละวาดบนสวรรค์ครั้งแรก โดยครั้งนั้นเขาได้รับคำมั่นว่าจะแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งของเทพขั้นสูง แต่เมื่อความจริงปรากฏว่า
เปี๊ยกเบ๊อุนเป็นตำแหน่งชั้นต่ำสุดในสวรรค์ ซึงหงอคงก็โกรธ จึงทำลายคอกม้า ปล่อยม้าอาละวาดบนสวรรค์ แล้วกลับมาอยู่
เขาฮวยก๊วยซัว ศัตรูของหงอคงมักเรียกหงอคงด้วยชื่อนี้เพื่อเป็นการเยาะเย้ย



ฉีเทียนต้าเชิ่ง หรือ ชีเทียนไต้เสี่ย (齊天大聖)
แปลว่า "ผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้า"

ต้าเชิ่งฝัวจู่ หรือ ไต๋เสี่ยฮุดโจ้ว (大聖佛祖)
เป็นนามที่ได้รับเมื่อบรรลุเป็นพระโพธิสัตว์แล้ว.


เห้งเจีย ที่เราเห็นกันในวรรณกรรมไซอิ๋ว นั้นเป็นลิงสายพันธุ์ใด..?



ต้นแบบ ลิง ที่นำมาเขียนอยู่ในวรรณกรรมไซอิ๋ว นั้นแท้ที่จริงคือ "ลิงจมูกเชิดสีทอง" ลักษณะลิงชนิดนี้ จะมีขนยาว บ้างก็มีสีทอง
บ้างก็มีสีแดง แตกต่างกันไปตามถิ่นที่อยู่อาศัย โดยเป็นหนึ่งในเครือญาติลิงจมูกเชิดห้าชนิด ที่เหลือรอดมาจากยุคน้ำแข็งยุคสุดท้าย
และทำให้มีถิ่นกระจายพันธุ์จำกัดเฉพาะป่าดิบทึบบนภูเขาสูงกว่า 3,000 เมตร ในตอนกลาง และตอนใต้ของประเทศจีน เช่น
มณฑลยูนนาน, เสฉวน, ฉ่านซี, กานซู และหูเป่ย์ และชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้เจ้าลิงพันธุ์นี้ ถูกนำมาใช้
เป็นต้นแบบของ เห้งเจีย ในไซอิ๋ว เพราะตามวรรณกรรม เห้งเจีย มีถิ่นอาศัยอยู่บนเทือกเขาสูง และมักอยู่รวมกันเป็นฝูง




ปัจจุบันมี ลิงจมูกเชิดสีทอง เหลืออยู่ในโลกประมาณ 20,000 ตัว โดยราว 4,000 ตัวอาศัยอยู่ในแถบภูเขาซึ่งทางการจีนจัดตั้ง
เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติโจวจื้อ ลิงจมูกเชิดสีทอง อาศัยอยู่ทั้งในและนอกเขตอนุรักษ์ พวกมันดำรงชีพด้วย เห็ดรา สาหร่าย
และเปลือกไม้ซึ่งมีโปรตีนต่ำ



เทศกาลเทพเจ้าเห้งเจีย



นับตั้งแต่เทพเห้งเจีย หรือซุนหงอคง ได้ปรากฏตัวครั้งแรกในวรรณกรรมสมัยราชวงศ์หมิง (1386–1644) เรื่อง
Journey to the West หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ไซอิ๋ว เทพเจ้าองค์นี้ก็เป็นตัวละครที่เป็นที่ชื่นชอบของชาวเอเชีย
แถมเรื่องราวยังถูกฉายบนจอแก้วในฝั่งซีกโลกตะวันตกอีกหลายต่อหลายครั้งด้วย


ตั้งแต่นั้นมา เทพเจ้าเห้งเจียก็ได้รับความนับถือสืบต่อมาเป็นวัฒนธรรมของชาวจีน และมีการจัดเทศกาลฉลองขึ้น
โดยมีการแสดงกิจกรรมที่ดูเหมือนจะเหนือธรรมชาติ กล่าวกันว่าคนทรงเทพเจ้าสามารถเดินเท้าเปล่าไปบนถ่านหินร้อนๆ
และปีนบันไดมีดโดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ เลย

ทุกวันนี้ ผู้คนรำลึกถึงเทพเจ้าเห้งเจียด้วยการจุดธูปและเผากระดาษในเทศกาลดังกล่าว สถานที่ที่ดีที่สุดในการชมพิธีกรรม
เหล่านี้คือที่วัดเห้งเจีย หรือ Monkey God Temple ที่โป๋วตัตเอสเตทในซาวมาวเผ่งในฝั่งเกาลูน ซึ่งผู้คนหลายร้อยคน
จะมาที่นี่เพื่อประกอบพิธีถวายสิ่งบูชา โดยเทศกาลเทพเจ้าเห้งเจียตรงกับวันที่ 16 ของเดือนแปดตามปฏิทินจันทรคติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 เมษายน 2020, 11:50:59 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่