เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ศุกร์ 13 ในอดีต

ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ศุกร์ 13 ในอดีต  (อ่าน 204 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ ศุกร์ 13 ในอดีต

ก็ผ่านพ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับศุกร์ที่ 13 ฝันหวาน ซึ่งตามความเชื่อของฝรั่งแล้วถือว่า
เป็นวันแห่งความโชคร้าย ซึ่งตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์อะไรแปลกๆ มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพิศวง หรือเรื่องสยองขวัญ  และบทความนี้ขอรวบรวมเหตุการณ์เด่นๆ
ในศุกร์ที่ 13 ว่ามันมีอะไรให้น่ะพิศวงบ้าง



10. Murder of Kitty Genovese


 
วันศุกร์ 13 มีนาคม 1964 ได้เกิดคดีฆาตกรรมเขย่าขวัญ คดีหนึ่งของโลกและการตั้งคำถาม
เกี่ยวกับน้ำใจของคนต่อการช่วยเหลือคนอื่นเวลามีเรื่องเดือดร้อน โดยเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อ
คิตตี เจนโนวีส หญิงสาวอายุ 29 ปี ที่กำลังกลับบ้านเธอในเมืองควีนส์ นิวยอร์ก ได้ถูกคนร้าย
แทงสามครั้ง พร้อมเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือ “พระเจ้า เขาจะแทงฉัน” ผ่านสายตาคน
ที่ผ่านไปผ่านมาในนิว การ์เด้น ซึ่งมีผู้พบเห็นเหตุการณ์หลายคน


แต่ที่น่าตกตะลึงก็คือไม่มีใครเลยที่จะโทรแจ้งตำรวจในขณะที่เห็นเหตุการณ์ แม่้กระทั่งคนเข้าไปช่วย
ก็ยังไม่มี จนกระทั่งมีพลเมืองดีคนเดียวเท่านั้นที่โทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่ก็เป็นหลังจากที่เกิดคดีนาน
ถึงครึ่งชั่วโมง โดยเธอเสียชีวิตในขณะนำตัวส่งโรงพยาบาล (ส่วนคนร้ายถูกประหาร)



ต่อมาประเด็นดังกล่าวได้กลายเป็นหัวข้อน้ำใจของคนที่ไม่ช่วยเหลือคนอื่นเวลาเดือดร้อน โดยคิดว่า
แม้ตนไม่ช่วยก็จะมีคนอื่นไม่ช่วยเอง จึงทำให้ความรู้สึกอยากชวยน้อยลงไปด้วย จนกลายเป็นศัพท์
จิตวิทยาพฤติกรรมของสังคมที่เรียกว่า “การกระจายความรับผิดชอบ (diffusion of responsibility) ” 
หรือ “ปรากฏการณ์คนมุงผู้ เพิกเฉย (the bystander effect)” (หรือ “Genovese syndrome”)
 



9. The Royal Plaza Hotel


   
วันศุกร์ที่ 13 สิงหาคม 2536 ได้เกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุตึกถล่มที่ร้ายแรงของประเทศไทยขึ้น เมื่อโรงแรม
รอยัลพลาซ่า ในจังหวัดนครราชสีมา ของประเทศไทย ได้ถล่มลงมาส่งผลทำให้มีคนตายถึง 137 คนและ
บาดเจ็บ 227 คน


โรงแรมรอยัลพลาซ่า เป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในเมืองนครราชสีมา ในวันนั้นโรงแรมมีการชัดงานประชุมใหญ่
ที่มีครูและข้าราชการ อีกทั้งยังมีคนงานบริษัทน้ำมันมารวมตัวกัน และแล้วเวลา 10.10 น. อาการก็ทรุดตัวลง
อย่างรวดเร็วและใช้เวลาเพียง 10 วินาที เท่านั้นในการถล่มลงมาเบื้องล่าง สาเหตุเนื่องจากมีการต่อเติมอาคาร
จาก 3 ชั้น เป็น 6 ชั้น ทำให้เสาไม่สามารถรับน้ำหนักตัวอาคารได้ และจากโครงสร้างของอาคารมีเสาตั้งอยู่
บนคานโดยชิดแนบกับเสาอาคารเดิม ซึ่งเสาไม่ได้เชื่อมยึดติดกัน เมื่อเสาที่ตั้งอยู่บนคานรับน้ำหนักมากเกินไป
ทำให้คานหลุดออกจากหัวเสาที่บริเวณชั้นสอง เป็นผลให้โครงสร้างอาคารบนหัวเสายุบตามและส่งแรงดึงรั้ง
กระทบเสาต้นข้างเคียงหักล้มตาม



ผลงานโศกนาฏกรรมดังกล่าวทำให้วิศวกรผู้ออกแบบชั้นเพิ่มเติมถูกจับกุมและตัดสินจำคุก ส่วนหน่วยงาน
ความปลอดภัยที่ประเมินสภาพโรงแรมถูกตรวจสอบ จนกระทั่งการสืยสวนได้พบว่ามีการติดสินบน ลามไปถึง
การก่อสร้างอาคารหลายแห่งในประเทศไทย ซึ่งตอนนั้นนายก ชวน หลีกภัย ได้ตั้งข้อสังเกตว่า

“มันดูเหมือนว่าเราคนไทยไม่เคารพกฎระเบียบนี้ ส่งผลทำให้เกิดปัญหาตามมาบ่อยครั้ง”



 
8. Uphaar Cinema Fire


   
วันศุกร์ 13 มิถุนายน 1995  ได้เกิดไฟไหม้โรงภาพยนตร์ ในนิวเดลี ซึ่งเวลานั้นโรงละครอัดแน่นไปด้วยฝูงชน
ที่เข้ามาดูภาพยนตร์ “ชายแดน” แต่เมื่อเวลาประมาณห้าโมงเย็น หม้อแปลงไฟฟ้าในบริเวณที่จอดรถซึ่งอยู่
ชั้นใต้ดินของโรงภาพยนตร์ได้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น และประกายไฟได้ไปทั่วน้ำมันของรถจนเกิดไฟไหม้
โรงภาพยนตร์อย่างรวดเร็ว อีกทั้งไฟไหม้ยังกระจายไปยังอาคารที่อยู่รอบๆ




ส่งผลทำให้เหยื่อไฟไหม้ที่เป็นส่วนใหญ่ถูกขังอยู่บนระเบียงไม่สามารถหนีออกมาตายเสียชีวิต และบางส่วน
ถูกฝูงชนอัดทับขณะที่กำลังแย่งกันวิ่งหนีตาย  ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตถึง 59 คน และบาดเจ็บ
อีก 103 คน ถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมไฟไหม้ที่รุนแรงอีกเหตุการณ์หนึ่งในประเทศอินเดีย ต่อมาโรงภาพยนตร์
ก็ถูกสั่งปิดเพราะไม่มีมาตราฐานความปลอดภัย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแร แต่เคยเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้
มาก่อนแล้ว เมื่อ 14 ที่แล้ว แต่ผู้รับผิดชอบก็ยังคงละเลยในการแก้ไข จนเกิดโศกนาฏกรรมซ้ำรอยอีกครั้ง




 
7. Sam Patch


   
วันศุกร์ 13 พฤศจิกายน 1829 เป็นวันเสียชีวิตของ แซม แพท ชาวอเมริกันคนแรกที่มีชื่อเสียงจากการแสดง
บ้าบิ่นจากการกระโดดลงแม่น้ำไนแองกาในปี 1829 ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาเคยเป็นกรรมกรมาก่อน และชื่นชอบ
การกระโดดลงจากที่สูงโดยเริ่มครั้งแรกในปี 1828 จากการน้ำตก Passaic ที่มความสูง 70 ฟุต หลังประสบ
ความสำเร็จเขาก็ทำเริ่มได้ใจทำการแสดงเสี่ยงตายหลายครั้ง และรอดหมด จนทำให้ชื่อเสียงของเขาเริ่มโด่งดัง
จนมีฝูงชนจากที่ต่างๆ แห่มาดูเขาแสดงทุกครั้ง


ในฤดูใบไม้ร่วงของปี 1829 เขาก็เริ่มมีชื่อเสียงจากการกระโดดลงไปแม่น้ำไนแองกา ซึ่งเขาได้โดดจากบันได
ลงไปแม่น้ำเบื้องล่าง แม้ว่าเวลานั้นจะเกิดมีอุปสรรค์ เนื่องจากมีสภาพอากาศเลวร้ายและความล่าช้า แต่ในที่สุด
เขาก็ประสบผลสำเร็จจากการแสดงดังกล่าว จงทำให้เขามีชื่อเสียงไปทั่วประเทศ



อย่างไรก็ตาม..หลังจากนั้นไม่นานเขามีความคิดที่จะโดดลงแม่น้ำไนแองก้าอีกครั้ง เนื่องจากการแสดงครั้งล่าสุด
ได้สร้างความผิดหวังแก่ผู้ชมที่ซื้อตั๋ว คราวนี้เขาเพิ่มความสูงถึง 125 ฟุต และเมื่อถึงวันศุกร์ 13 พฤศจิกายน 1829
และเมื่อโดดลงน้ำ ร่างของเขาก็ไม่โผล่ขึ้นน้ำอีกเลย ตอนแรกหลายคนคิดว่าเขาคงซ่อนตัวอยู่ในถ้ำใต้น้ำ
แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ ร่างของเขาไม่โผล่พ้นน้ำเลยหลังจากนั้น จนกระทั้งพบศพของเขาในสภาพถูกแช่งแข็ง
ในฤดูใบไม้ผลิถัดมา


 
 
6. A Series of Unfortunate Events



ศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2006 เป็นวันเปิดตัวของหนังสือ “อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย” หรือ “A Series of
Unfortunate Events“
ซึ่งเป็นหนังสือเล่มที่ 13ของเรื่องดังกล่าว และเป็นเล่มจบ วรรณกรรมเยาวชน
ภายใต้นามปากกา เลโมนี สนิกเก็ต และวาดภาพประกอบโดย เบร็ต เฮลควิสท์ (ลิขสิทธิ์ไทยโดย
โดยสำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์) ซึ่งชุดหนังสือดังกล่าวได้รับความนิยมและประสบผลสำเร็จในเชิงพาณิชย์ทั่วโลก




A Series of Unfortunate Events มีเนื้อหาเรื่องราวการติดตามชีวิตของสามเด็กกำพร้าตระกูบโบดแลร์
ไวโอเล็ต เคลาส์ และซันนี่ หลังจากการจากไปอย่างกระทันหันของพ่อแม่ในกองเพลิงในบ้านของตัวเอง
ในลางร้ายเริ่มปรากฏ พวกเขาถูกส่งไปอยู่กับญาติห่างๆ เคาต์โอลาฟ ซึ่งเป็นคนชั่วร้ายมาก ในเล่มต่อๆไป
โอลาฟปลอมตัวเพื่อเข้าใกล้พวกโบดแลร์เพื่อขโมยมรดกพวกเขา พวกโบดแลร์พยายามที่จะขอความ
ช่วยเหลือจากผู้ดูแลมรดกของพวกเขา มิสเตอร์โพ แต่โพไม่รู้ตัวเกี่ยวกับโอลาฟเสมอ ในตอนแรก เขาคิดว่า
โอลาฟเหมาะสมสำหรับดูแลพวกโบดแลร์ แต่สุดท้ายเขาก็รู้ถึงความชั่วร้ายของโอลาฟ และเล่มหลังๆ
พวกเขาต้องผจญกับความชั่วร้ายของโอลาฟในทุกทีที่เขาไป
 




5.Shakur Tupac


 
ในวันศุกร์ 13 กันยายน 1996 เป็นวันเสียชีวิตของนักร้องแร็พชื่อดัง ที่ตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหว
โดยก่อนหน้านั้นเขาถูกคนกลุ่มคนร้ายไม่ทราบกลุ่มยิงเข้ามาในรถระหว่างเดินทางออกจากเวทีมวย
เอ็มจีเอ็มแกรนด์ หลังจากสิ้นสุดการชกของ ไมค์ ไทสัน


ทูแพ็ก อมารู ชาเคอร์ หรือมีอีกชื่อว่า ทูแพ็ก (2Pac) หรือ Makaveli เป็นแร็ปเปอร์ชาวอเมริกัน
นอกจากนั้นยังมีผลงานแสดงภาพยนตร์ เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคม หนังสือกินเนสบุ๊กบันทึกไว้ว่า
เป็นศิลปินแร็ปที่มียอดขายมากที่สุด ด้วยยอดขาย 75 ล้าน ชุดทั่วโลก รวมถึง 50 ล้านชุดในอเมริกา
เพลงของชาเคอร์ส่วนใหญ่จะพูดถึง การโตมาท่ามกลางความรุนแรง ความยากลำบากในชุมชนสลัม
การเหยียดเชื้อชาติ ปัญหาในสังคม การขัดกันเองในหมู่แร็ปเปอร์



วันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1996 ชาเคอร์พร้อมด้วย ชู้ก ไนท์เจ้านายของเขา และบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่ง
ได้พร้อมกันไปดูการชกมวยของ ไมค์ ไทสัน ที่เอ็มจีเอ็มแกรนด์ ในลาสเวกัสหลังจากการชกนัดนั้น
ชาเคอร์และพวก ได้นั่งรถออกมาจนถึงแยกหนึ่ง ทันใดนั้นเอง ก็มีรถยนต์คาดิลแล็กสีอ่อน จอดเทียบ
กับรถของชาเคอร์ ในรถคันนั้นมีคนผิวดำทั้งหมดสี่คน ได้กราดยิงปืนใส่รถที่เขานั่งอยู่ ชาเคอร์ถูกยิง
4 นัด และถากชู้กไนท์ผู้ซึ่งเป็นคนขับ

ชาเคอร์เสียชีวิต 7 วันหลังจากนั้นที่โรงพยาบาล ในวันศุกร์ที่ 13 พอดิบพอดี ส่วนคดีดังกล่าว
ไม่สามารถจับตัวคนผิดมาลงโทษได้แม้แต่คนเดียว ทำให้คดียังคงเป็นคดีปริศนาที่ไม่คลี่คลาย
จนถึงปัจจุบัน

 



4. Fatima Apparition



วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม 1917 ได้เกิดเหตุการณ์ปาฏิหาริย์ทางศาสนาเกิดขึ้น ซึ่งพระแม่มารีปรากฏตัว
ต่อหน้าเด็กเลี้ยงแกะสามคนในหมู่บ้านฟาติมา ประเทศโปรตุเกสเป็นครั้งแรกที่ โดยเด็กเลี้ยงแกะสามคน
คือ ลูเซีย ดอส ซานตอส อายุ 8 ขวบ กับญาติของเธอ ฟรานซิสโกและจาซินตา มาร์โต ได้อ้างเห็น
พระแม่ มารีย์ปรากฏพระองค์ถึง 6 ครั้ง โดยเธอปรากฏมาวันเดียวกันของทุกเดือนถัดไป ในจุดเดิม
ที่นอกหมู่บ้าน โดยเด็กทั้งสามอ้างว่า “เป็นผู้หญิงในชุดสีขาวและสว่างกว่าดวงอาทิตย์.....”


จนกระทั่งการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 1917 ซึ่งเรียกว่า “พระอาทิตย์เริงระบำ”
ที่คนมากมายจากทุกสารทิศต่างแห่กันมาดูปรากฏการณ์ดังกล่าวกันทั่วหน้า และเมื่อถึงเวลาทุกคน
ตกตะลึง จู่ๆ ก็เกิดฝนตก และเมื่อฝนหยุดตก เมฆครื้มแต่เช้าจางหายไป ดวงอาทิตย์ปรากฏตรงศีรษะ
เหมือนรูปจานบิน มองด้วยตาเปล่าไม่เคืองตา แล้วฉับพลันนั้นเองดวงอาทิตย์ก็เริ่มหมุนรอบตนเอง
ประดุจล้อไฟ แสงพวยพุ่งไปรอบทิศ เปลี่ยนเป็นสีต่างๆ บนท้องฟ้า ต้นไม้ แผ่นดิน หิน  และฝูงชน
เหมือนถูกต้องด้วยสีเขียว เหลือ แดง ม่วง ดวงอาทิตย์หยุดชั่วครู่ แล้วหมุนแผ่รังสีจ้ากว่าเก่าอีก
แล้วเริ่มใหม่เป็นครั้งที่สาม ฝูงชนต่างอกสั่นขวัญแขวงต่างสวดวิงวอนกันยกใหญ่ 



เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 10 นาที ท่ามกลาวฝูงชน 70,000-100,000 คน เห็นกันโดยถ้วนหน้า แม้ผู้ที่
อยู่ห่างไกลถึง 30-40 กม. และทุกคนยังต้องประหลาดใจอีกครั้ง เพราะเสื้อผ้าที่เปียกด้วยน้ำฝน
และรอยเปื้อนน้ำโคลนเมื่อสักครู่นี้กลับแห้งสนิท และสะอาดหมดจด จนกลายเป็นวันแห่งปาฏิหาริย์
เหตุการณ์หนึ่งของโลกในที่สุด





 
3. Alfred Packer


 
วันศุกร์ 13 เมษายน 1883 อัลเฟร็ด แพคเกอร์ ถูกตัดสินโทษในคดีฆาตกรรมและตัดสินให้ประหารชีวิต
สำหรับการถูกกล่าวหาว่าฆ่าและกินคนห้าคน เขาเป็นหนึ่งในสองคนอเมริกันที่เคยตัดสินอาชญากรรม
กินเนื้อพวกเดียวกัน และภายหลังเขาก็ถูกลดโทษเหลือเพียงจำคุกถึง 40 ปีในคุก


ในช่วงปลายเดือนพฤษจิกายน 1873 อัลเฟร็ด แพคเกอร์ นักขุดทองชาวสหรัฐอเมริกา และเพื่อนอีก 5 คน
ประกอบไปด้วยแชนนอล วิลสัน เบลล์ , เจมส์ ฮัมฟรีย์, แฟรงก์ มิลเลอร์, จอร์จ นูน และ อิสราเอล สวอน
ได้เดินทางไปเทือกเขาโคโลราโดที่แสนหฤโหดและสภาพอากาศเลวร้าย แต่ว่ากันว่าที่นี้มีแร่ทองคำอยู่
มากมายมหาศาล เหมาะอย่างยิ่งจะขุดทองเพื่อรวยทางลัด



ความจริงแล้วคณะของอัลเฟร็ด ได้ถูกเตือนว่าควรรอให้ถึงฤดูใบไม้ผลิดีกว่าที่จะเดินทางในช่วงฤดูหนาว
หากพวกเขาปฏิเสธความหวังดีดังกล่าว และทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปภูเขาโคโลราโด จากนั้นสองเดือนต่อมา
เขากลับจากภูเขาเพียงคนเดียว ทำให้คนอื่นๆ ตั้งคำถามว่า...

“อีก 5 คนหายไปไหน” อัลเฟรดบอกว่า “ฉันกินพวกเขาเองแหละ”

พอดีตอนไปถึงสภาพอากาศเลวร้ายมากๆ และอาหารเริ่มหมด เลยมีการต่อสู้เพื่อแย่งอาหาร เขาฆ่าคนอื่น
เพื่อป้องกันตัวเอง และถูกบังคับให้กินเนื้อคนที่ตายเพื่อรอดชีวิต เรื่องราวของเขาดูไม่เหมือนน่าเชื่อ
แต่การตรวจสอบศพแล้วก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ  ร่องรอยบนกระดูกเห็นได้ชัดว่าสี่คนถูกตีจนตายด้วยด้านขวาน
และมีร่อยรอยการใช้มีดแล่เนื้อออกอย่างระมัดระวัง เขาถูกจำคุกและมีความพยายามหลบหนีออกจากคุก
แต่ถูกจับมา และเขาเสียชีวิตในปี 1907 

ปัจจุบันมีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์อัลเฟร็ด แพคเกอร์ เพื่อระลึกถึงโศกนาฏกรรมของเหตุการณ์ในครั้งนั้น
 



2. Confluence of Unlucky 13s



มันเหมือนเป็นข่าวที่ไม่น่าเชื่อถือหรือเรื่องหลอกลวง หากแต่มันเป็นเรื่องจริง เมื่อมีเด็กชายคนหนึ่งเกี่ยวข้อง
กับเลข 13 อย่างไม่น่าเชื่อในวันเดียวกัน


ในวันศุกร์ ที่ 13 สิงหาคม 2010 เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เด็กชายวัย 13 ปี ชาวอังกฤษคนหนึ่ง
ถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจังเมื่อเวลา 13.00 น. ขณะชมการแสดง "แอร์โชว์" หรือ "บินผาดแผลง" ที่เมืองซัฟโฟล์ค
ทาตะวันออกของสหราชอาณาจักรหนำซ้ำเมื่อรถพยาบาลเข้าไปช่วยเหลือ แล้วก้มมองดูนาฬิกา พบว่ามันเป็น
เวลา 13.13 น.

ทั้งนี้ เด็กชายที่ไม่เปิดเผยชื่อรายนี้ ถือร่มซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าไว้ในมือ ขณะเกิดฝนตกหนัก โชคดีที่เขาไม่ได้
รับบาดเจ็บมากมาย เพียงแค่มีแผลไหม้เล็กน้อยที่ไหล่เท่านั้น และได้ถูกนำส่งโรงพยาบาลในเมืองนอร์ฟ็อล์ค
ประเทศอังกฤษ เพื่อรักษาตัว พร้อม ๆ กับอีก 2 คนที่ถูกฟ้าผ่า หลังถือร่มซึ่งเป็นตัวนำไฟฟ้าไว้ในมือเช่นเดียวกัน 
เคราะห์ดีเด็กชายคนดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย มีแผลไหม้ที่หัวไหล่ อาการทรงตัว และยังหายใจ
เมื่อรถพยาบาลมาถึงจุดเกิดเหตุ ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเวลาต่อมา
 




1. Apophis



ในวันศุกร์ 13 เมษายน 2029 มีการคาดการณ์ว่า “อะโฟฟิส” ซึ่งเป็นชื่อของดาวเคราะห์น้อยขนาดประมาณ
1100 ฟุต จะเข้าเฉียดโลกใกล้กว่าวงโจรดาวเทียม (ระยะห่างประมาณ 64,400 กิโลเมตร) โดยดาวเคราะห์
ดังกล่าวมีการติดตามใกล้ชิดโดยนาซ่าที่พบครั้งแรกในปี 2004 หลายฝ่ายต่างตื่นกลัวว่าจะเป็นมฤตยูล้างโลก
จากการพุ่งเข้าชนโลก หากแต่จากการคำนวณของนักดาราศาสตร์สามารถบอกได้ว่าดาวเคราะห์น้อยจะไม่พุ่ง
เข้าชนโลกแน่นอน


อย่างไรก็ตามแม้ว่าอัตราส่วนที่โอกาสดาวเคราะห์ดวงนี้จะพุ่งเข้าชนโลกจะน้อยก็ตาม แต่นักวิทยาศาสตร์
ก็ไม่ได้ฟันธงว่าโลกจะเผชิญกับหายนะของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ หรือไม่เพราะหากมันมีอาการโครงเคลง
ส่ายไปส่ายมามันจะมีโอกาสพุ่งเข้าสู่โลกด้วยแรงดึงดูดของโลก ทำให้อะโฟฟิสยังคงอยู่ในรายชื่อดาว
เคราะห์น้อยที่ต้องจับตามองต่อไป
 
 
อ้างอิง

http://listverse.com/2012/01/13/top-10-lesser-known-friday-13th-events/
http://listverse.com/2012/04/12/10-more-lesser-known-friday-the-13th-events/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กันยายน 2019, 09:47:17 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่