ซัวเจ๋ง (沙僧) ปีศาจพรายน้ำ

ผู้เขียน หัวข้อ: ซัวเจ๋ง (沙僧) ปีศาจพรายน้ำ  (อ่าน 152 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19205
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
ซัวเจ๋ง (沙僧) ปีศาจพรายน้ำ
« เมื่อ: 13 กันยายน 2019, 11:55:59 »

ซัวเจ๋ง (沙僧) ปีศาจพรายน้ำ แห่งแม่น้ำทรายไหล
cr. kooljo



ซัวหงอเจ๋ง หรือ จีนกลางว่า ชา อู้จิ้ง (沙悟凈) หรือ ซัวเจ๋ง (沙僧) Sha Wujing (อังกฤษ)
แปลว่า ทรายผู้บริสุทธิ์ได้ตื่นแล้ว เดิมเป็นขุนนางคอยแหวกม่าน (卷帘大将)ให้ เง็กเซียนฮ่องเต้
ในงานเลี้ยงแต่ทำความผิดพลาดพลั้งทำคนโทตกแตก จึงได้ถูกเง็กเซียนฮ่องเต้  ลงโทษขับไล่
ซัวเจ๋งไปยังโลก และโดนมีด 7 เล่มแทงหัวใจ เหาะมาจากสวรรค์มาแทงที่อกเขาทุกวันต้องทน
ทุกข์ทรมานทุกวัน ทำให้เขาต้องหนีลงอยู่ใต้น้ำเพื่อหลบมีดเหล่านี้


ตัวเขาจึงกลายเป็นปีศาจพรายน้ำในแม่น้ำ ลิ้วชัวฮ้อ (流沙河 แปลว่า แม่น้ำทรายไหล) คอยจับผู้คน
กินเป็นอาหาร




โดย “ซัวเจ๋ง” ได้ไปอาศัยอยู่ร่วมกับพรายน้ำอีกตัว คือ องค์ชายสี่ลูกชายของเจ้าสมุทรซีไห่ วันหนึ่ง
คณะพระถังซัมจั๋งเดินทางผ่านมาถูกพรายน้ำจับตัวหมายกินเนื้อพระถังซัมจั๋ง แต่ในที่สุดก็ถูกเทศนา
จนกลับใจเป็นคนดี บวชเป็นพระออกติดตามไปอัญเชิญพระไตรปิฎก ที่ชมพูทวีปด้วย โดยมากจะรับ
หน้าที่แบกสัมภาระ

ซัวเจ๋ง มีอาวุธคือ พลั่วพระธรรม เป็นท่อนยาวด้านหนึ่งคล้ายเสี้ยวพระจันทร์ อีกด้านหนึ่งเป็นเหล็ก
สี่เหลี่ยมคล้ายจอบ หรือพลั่ว ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจไปอัญเชิญพระไตรปิฏกแล้ว จึงพ้นโทษกลับ
ไปเป็นเป็น พระอรหันต์ร่างทอง (金身羅漢)




ซัวเจ๋งนั้น เชื่อกันว่า มีต้นแบบมาจาก บันทึกของ พระฮุ่ยลี่ (慧立) ลูกศิษย์ของพระถัง ที่ได้บันทึกการ
เดินทางตามคำบอกเล่าว่า ครั้งหนึ่ง ขณะที่พระถังอยู่กลางทะเลทราย พระถังได้ดื่มน้ำจนหมด
หลายวันผ่านไป พระถังก็หมดสติไป และฝันว่ามีชายสูงใหญ่ถือพลอง มาตำหนิเขาว่า การเดินทางครั้งนี้
ยิ่งใหญ่มาก แต่ท่านมามัวนอนหลับฝันอยู่ ทันทีที่เขาตื่นมา ตัวเขาก็อยู่บนม้าที่กำลังวิ่งไปหาโอเอซิส
ในทะเลทราย และ “ทรายไหล” ในทะเลทราย นี่เองที่เป็นชื่อ แม่น้ำที่ซัวเจ๋งอาศัย


เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว



พระถังและสานุศิษย์ เดินทางต่อมาถึงริมแม่น้ำขวางกว้างไกลมาก พระถังได้อ่านป้ายที่ปักไว้ว่า ลิ้วชัวฮ้อ
(แม่น้ำกระแสทรายไหล) กว้าง 800 โยชน์  ลึก 3000 เส้น แม้แต่ขนห่านหรือใบไม้ก็ไม่อาจลอยอยู่ได้
นอกจากแม่น้ำจะกว้างมากแล้ว ยังไม่มีเรือข้ามฟากอีกด้วย เห้งเจียบอกกับพระถังว่า เราเจอปัญหาเข้าแล้ว
เพราะข้ากับโป๊ยก่ายสามารถข้ามไปได้ แต่อาจารย์คงยากที่จะข้าม อาจต้องใช้เวลานับแสนปี ทันใดนั้น
ก็มีปีศาจปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับห้อยหัวกระโหลก 9 หัว และมือถือไม้พลองวิเศษ เข้าต่อสู้กับโป๊ยก่าย
เข้ารับมือและสู้กันอยู่นาน ต่อมาเริ่มเหนื่อย ปีศาจจึงได้หนีลงน้ำไป เห้งเจียนั้นไม่ถนัดสู้ในน้ำ แต่โป๊ยกาย
นั้นสามารถสู้ในน้ำได้ เพราะเขาเป็นอดีตแม่ทัพสวรรค์ที่ดูแลแม่น้ำสวรรค์ จึงได้กระโดดตามลงน้ำไป

 
เมื่อลงไปในน้ำก็เจอปีศาจ ก็ถามไถ่ ปีศาจก็ตอบว่า เจ้าจำข้าไม่ได้หรือ ข้าหาใช่ปีศาจใดไม่ เดิมข้าได้
ศึกษาธรรม จนสำเร็จฌาณสมาธิ ทำให้ตนได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นขุนนางคู่กายคอยเปิดม่าน
ราชรถของเง็กเซียนฮ่องเต้ ในงานเลี้ยงผลลูกท้อ ข้าเคราะห์ร้ายทำแก้วคนโทแตก ทำให้เหล่าเทวดาตกใจ
เง็กเซียนฮ่องเต้ทรงพิโรธรับสั่งให้ประหารชีวิตข้า ท่านชิดเคียดเซียน ได้กราบทูลลดโทษให้ข้าพเจ้า
เหลือการเฆี่ยน 800 ที แล้วให้ลงมาอยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ เมื่อข้าหิว ข้าก็จะขึ้นมาจับผู้คนกิน โดยเฉพาะ
คนตัดไม้ และชาวประมง ที่สำคัญคือ พลองของข้าเป็นพลองวิเศษ ชื่อ "ไต้เจียงกุน" ที่เง็กเซียนฮ่องเต้
ประทานให้ เจ้าแน่มาจากไหน ถึงลงมาหาเรื่องกับข้า ข้าจะจับทำหมูแช่เกลือ โป๊ยกายนั้นได้ยินก็โมโห
พยายามหลอกล่อให้ปีศาจขึ้นบนมาเจอกับเห้งเจียให้ได้



ฝ่ายหนึ่งเป็นถึงผู้บัญชากองทัพสวรรค์ พร้อมอาวุธที่ได้รับพระราชทานจากเง็กเซียน (แต่เมาแล้วหยอกล้อ
กับหญิงในงานเลี้ยงลูกท้อ) กับอีกฝ่ายเป็นองค์รักษ์พิทักษ์เง็กเซียนฮ่องเต้ พร้อมกับอาวุธที่ได้รับจาก
เง็กเซียนฮ่องเต้เช่นกัน (แต่เผลอทำคนโทแตกในงานเลี้ยงลูกท้อเช่นกัน)  โป๊ยก่าย นั้นพยายามหลอกล่อ 
แต่เกือบหลอกล่อขึ้นมาสำเร็จแต่ เห้งเจีย ใจร้อนรีบกระโดดไปตีปีศาจ  ปีศาจเห็นเข้าจึงรีบกลับลงน้ำไป
โป๊ยก่ายโมโหมาก จึงตะโกนน่า ลิงกังเอ้ย เหมาะกับตำแหน่งคนเลี้ยงม้าจริงๆ แล้วโป๊ยก่าย กับ เห้งเจีย
ก็มาวางแผนบนบกได้ความว่า เห้งเจีย จะไปนิมนต์พระกวนอิมให้มาช่วยปราบปีศาจตนนี้

เมื่อไปพบพระกวนอิม เห้งเจียก็เล่าปัญหาให้ พระกวนอิมฟังว่า ตอนนี้คณะเดินทางมาถึงแม่น้ำ
ที่กว้างใหญ่ เรือข้ามฟากก็ไม่มี แถมเจอกับปีศาจน้ำอีก โป๊ยก่าย ก็ไม่สามารถปราบได้ ตัวข้า
ก็ไม่สามารถลงน้ำไปปราบได้  พระกวนอิม จึงตำหนิว่า


“เห้งเจีย ทำไมเจ้าเอาแต่สู้รบ ไม่บอกกล่าวไปว่า คณะจะเดินทางไปไซทีกันเล่า” 

เห้งเจีย ตอบกลับว่า
“ข้าคิดว่าจะจับปีศาจตนนี้ให้พระอาจารย์ขี่หลังไป ข้าจึงเข้าสู้รบ โดยลืมเล่าเรื่องจะเดินทางไปไซที” 

พระกวนอิม จึงกล่าวว่า
“เดิมที ปีศาจตนนี้เป็นสานุศิษย์ของข้าได้สั่งสอนพระธรรมจนได้เป็นขุนนางสวรรค์ และเมื่อถูกลงโทษ
ข้าได้แนะนำไปว่า หากมีผู้แสวงบุญเดินทางไปไซที ให้สวามิภักษ์เป็นศิษย์แล้วร่วมเดินทางไปด้วย” 


พระกวนอิม อธิบายจบก็เรียก ฮุยไง้ ศิษย์เอก แล้วหยิบลูกน้ำเต้าเพื่อยื่นให้ฮุยไง้ แล้วจงไปเรียก “ซัวหงอเจ๋ง”
(ทรายผู้บริสุทธิ์ได้ตื่นแล้ว) ขึ้นมา ว่าบัดนี้ มีผู้จะไปอาราธนาพระไตรปิฎกเดินทางมาถึงแล้ว ให้รีบสวามิภักดิ์
แล้วติดตามไปด้วย และสั่งว่า ให้เอากระโหลก มาพันรอบน้ำเต้านี้ อาศัยข้ามฟากแม่น้ำไป
 
หลังจากที่ทั้งหมดกลับมา ก็ปฎิบัติตามที่พระกวนอิมได้สั่งแล้ว คณะก็สามารถข้ามแม่น้ำมาได้  เมื่อข้ามมาได้
กระโหลกที่ผูกรอบน้ำเต้าก็หายไป โดยพระถังได้บวชให้กับ ซัวเจ๋ง ด้วยการโกนหัว แล้วทั้งหมด ก็ออก
เดินทางต่อ โดย มีซัวเจ๋งมาเป็นศิษย์เพิ่มอีกคน




เรื่องเรือน้ำเต้า นั้นผู้แต่งน่าจะอ้างอิงจากในพระไตรปิฎก ดังนี้

สมัยพุทธกาลมีพระภิกษุ จำนวน 500 รูปได้เข้าไปเพ่งจิตในป่า เมื่อฌาณเกิด จึงเชื่อว่าตนเองสำเร็จมรรคผล
เป็นพระอรหันต์แล้ว สามารถข่มกิเลสได้ และได้มาทูลกับพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้าได้ตรัสกับพระอานนท์ว่า


“พระภิกษุเหล่านี้ยังไม่สำเร็จ โดยให้ไปเพ่งจิตในป่าช้าก่อน ค่อยมาพบเราอีกครั้ง”

เมื่อพระเหล่านั้นไปยังป่าช้าก็พบ ซากศพที่ทิ้งไว้ 2 วัน ศพเหล่านั้นเริ่มขึ้นอึด น่าเกลียด น่ากลัว พระภิกษุ
ก็เข้าใจว่า ตนเองยังละกิเลสไม่ได้ พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย การที่เธอทั้งหลายเห็นร่างกระดูกเช่นนั้น
ยังความยินดีด้วยอำนาจราคะให้เกิดขึ้น ควรละหรือ ?

ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า“กระดูกเหล่านี้ที่ทิ้งเกลือนกลาดดุจน้ำเต้าในสารทกาล
มีสีเหมือนนกพิราบ ความยินดีอะไรเล่า ? เพราะเห็นกระดูกเหล่านั้น”


นั่นคือในท้ายเรื่อง นั้น คณะเดินทางได้เอาน้ำเต้าของพระกวนอิม มาผูกรอบด้วยหัวกะโหลก
เมื่อเดินทางข้ามไปได้ หัวกะโหลกจึงหายไป นั่นคือเพ่งจิตจนกระดูกดุจน้ำเต้า นั่นเปรียบเสมือน
ได้บรรลุฌาณสมาธิตามที่พระพุทธองค์ได้กล่าวไว้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 กันยายน 2019, 10:03:32 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่