ตำนานเมืองสัตว์ประหลาดจากทั่วโลก

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานเมืองสัตว์ประหลาดจากทั่วโลก  (อ่าน 199 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ตำนานเมืองสัตว์ประหลาดจากทั่วโลก

แม้การสื่อสารจะไร้พรมแดน แต่ทุกวันนี้ยังคงมีรายงานคนพบเห็นสัตว์ประหลาดจากทั่วทุกมุมโลก
ซึ่งแต่เรื่องน่าประหลาดมากกว่าความสมจริง แม้ว่าเราจะไม่ทราบว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือหลอกหลวง 
แต่มันก็น่าสนใจเกี่ยวกับรายงานสัตว์ประหลาดว่าแต่ละตัวพิลึก พิศวงเพียงใด เชื่อว่าหลายคน
แทบไม่เคยได้ยิน



ผีดิบหลังคาแห่งสแกนดิเนเวีย (The Roof Walkers Of Scandinavia)



ในแสกนดิเนเวียมีตำนานเมืองที่แปลเรื่องหนึ่ง เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่ชื่อ The Tag Vandren (ผีดิบหลังคา)
พวกมันรูปร่างเหมือนชายตัวใหญ่ หน้าตาหล่อเหลา แต่มีดวงตาเหมือนสุนัขสีส้ม และมีกรงเล็บมือ และ
สวมเสื้อผ้าสกปรกที่ขโมยมา (อาจมีผิวสีดำ) ที่สำคัญคือพวกมันกระโดดสูงอย่างไม่น่าเชื่อ




มีรายงานการปรากฏตัวของพวกวอร์คเกอร์ จากคำบอกเล่าของชายหนึ่งเล่าว่าคืนหนึ่งเขามองออกนอก
หน้าต่างอพาร์ตเมนต์ของเขา และเห็นคนเดินอยู่บนหลังคาจากอาคารตรงข้าม  และเมื่อคนรู้สึกตัวว่ามี
คนมองเขาอยู่ มันก็กระโดดพุ่งเข้ามาจนยืนอยู่ขอบหน้าต่างเขา และจ้องเขาด้วยดวงตาสีส้มด้วยความ
เร่าร้อน เขากลัวจึงออกจากห้อง โดยไม่หันมามองมันด้วยซ้ำ




ชายตัวเล็กสีแดง (The Little Red Man)


 
ตามตำนานฝรั่งเศส ชายคนหนึ่งชื่อฌอง (Jean) เคยทำงานเป็นคนขายเนื้อใกล้กับตุยเลอรี ในช่วงรัชสมัย
ของแคทเทอเธอรีน เดอ เมดีชี (ประมาณ 1547-1559) ซึ่งต่อมาฌองได้ถูกประหารชีวิต เมื่อเขาขู่จะเผย
ความลับของผู้ปกครองแม้จะถูกประหารแต่ฌองได้สาบานว่าเขาจะลุกขึ้นจากความตาย หลังจากนั้นฌอง
ก็ปรากฏตัวในรูปของผีหลังคลี่อมที่เต็มไปด้วยเลือด (หรือตัวเป็นสีแดง) ออกมาหลอกหลอนแคทเธอรีน
ในช่วงตลอดชีวิตของเธอ




แม้จะสิ้นแคทเธอรีน แต่ “คนร่างเล็กสีแดง” ก็ยังคงหลอกหลอนในพื้นที่ตุยเลอรี ซึ่งมันมักปรากฏในวันที่
เกิดภัยพิบัติ ส่วนใหญ่มักปรากฏต่อหน้าผู้นำ เป็นต้นว่า นโปเลียนเคยอ้างว่าได้พบชายร่างเล็กสีแดงเป็น
ครั้งที่สอง แม้ว่าครั้งแรกจะปรากฏตัวในช่วงทำสงครามในยุโรปและสามารถเอาชนะทุกครั้ง แต่ครั้งที่สอง
เกิดขึ้นในช่วงนโปเลียนสละราชสมบัติและเป็นจุดสิ้นสุดความยิ่งใหญ่ของนโปเลียน




ฮาชิชาคุซามะ (Hachishakusama)


   
เรื่องราวของฮาชิซาคุซามะ ซึ่งแปลว่า “ท่าน 8 ฟุต” (ฮาชิ แปลว่า 8, ชาคุแปลส่าระยะห่างซึ่งเป็นหน่วยวัด
ความยาวของญี่ปุ่น และซามะแปลว่านายท่าน) เป็นตำนานเมืองในอินเทอร์เน็ตที่เผยแพร่ทางออนไลน์ครั้งแรก
ในปี 2008 ก่อนที่จะแพร่อย่างรวดเร็ว และปรากฏในการ์ตูนและเกมในเวลาต่อมา โดยฮาชิซาคุซามะนั้นเป็น
ผู้หญิงที่สูงยาวเหมือนเปรต 8 ฟุตที่ชอบโผล่มาลักพาตัวเด็ก


เรื่องเล่าอินเทอร์เน็ตมีอยู่ว่ามีชายคนหนึ่ง สมัยที่เขาเป็นเด็กได้ไปเยี่ยมบ้านของตายายในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง
ระหว่างทางที่เขาเดินทางอยู่นั้นเขาก็ได้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่สูงผิดปกติ สวมหมวกฟาง ใส่ชุดเดรสสีขาวกำลัง
หัวเราะส่งเสีย “โป.... โป....โปโปโป...โป” มาทางเขาอยู่



เมื่อเขาเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ตายายฟัง พวกท่านก็ตกใจ เพราะผู้หญิงคนนั้นก็คือฮาชิซาคุซามะ หากเด็กคนไหน
ได้เห็นมันจะเสียชีวิตภายในไม่กี่วัน และนั่นทำให้ครอบครัวของชายคนนั้นจ้างนักบวชทำพิธีขับไล่ พร้อมกับส่ง
หลานออกนอกพื้นที่ไม่ให้กลับมาที่นี่อีก แม้ว่าเขาจะรอดมาได้ แต่เขาไม่สามารถไปเยี่ยมปู่ย่าอีกเลย แม้กระทั่ง
ไปงานศพของคุณตา


 

เอล ซาโกเมน (El Sacoman)


   
เอล ซาโกเมน เป็นตำนานแถวละตินอเมริกา (ซิลิ, คิวบา, เม็กซิโก) โดยเล่าว่ามีชายคนหนึ่งชื่อ ฟรานซิสโก ออร์เตก้า
(Francisco Ortega) กำลังป่วยเป็นวัณโรค และต้องการหาวิธีรักษา เขาได้ขอความช่วยเหลือจากหญิงคนหนึ่งที่
เป็นหมอท้องถิ่น โดยเธอบอกวิธีรักษาขายขาดโดยให้ดื่มเลือดเด็กและเอาไขมันของเด็กถูทาที่หน้าอกของเขา


ออร์เตก้าหลงเชื่อวิธีรักษาดังกล่าว เขาได้ลักพาตัวเด็กอายุ 7 ปีคนหนึ่งชื่อ เบอร์นาร์โด ด้วยการวางยาแล้วใส่เขา
ลงไปในกระสอบ และกรีดใต้วงแขนเพื่อดื่มเลือดจนเด็กตาย และต่อมาทั้งเขาและหมดท้องถิ่นก็ถูกลงโทษตามกฎหมาย



อย่างไรก็ตาม เขาได้กลายเป็นปีศาจ ตำนานเมืองเล่าว่าเขาสวมใส่เสิ้อผ้า สวมหมวกที่สกปรก และถือกระสอบ
ไม่ก็ถุงดำ เหมือนขอทาน แล้วออกเดินบนถนนในเวลากลางคืนทั่วละตินอเมริกาและเม็กซิโก เพื่อมองหาเด็กที่มี
พฤติกรรมชอบเที่ยวก็จะลักพาเด็กเพื่อดื่มเลือด ไม่ก็จับไปเป็นทาส ซึ่งภายหลังถูกเรียกว่าอัล ซาโกเมน



 

เหตุประหลาดที่ลอนดอน (London Oddity)
 


ในปี 1958 รถไฟสองขบวนได้ชันกันหลังจากทั้งสองออกจากสถานีบีคอนทรีทิวบ์ ของลอนดอน อุบัติเหตุนั้นได้ฆ่าคน
ไปสิบคน อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปี 1992 ได้เกิดเหตุประหลาดซึ่งจนถึงบัดนี้ก็ยังมีแน่ใจว่ามันจะเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
รถไฟชนกันหรือไม่


กล่าวคือ....ในคืนหนึ่ง หัวหน้างานสถานีคนหนึ่งได้พบว่าประตูห้องทำงานของเขาสั่นโดยไม่มีที่มาที่ไป เขาออกจาก
สำนักงานและเดินลงบันได แต่เขาก็เริ่มรู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนกำลังเดินอยู่ข้างหลังเขาอยู่ และเมื่อเขามองไป
ข้างหลังก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีขาว ผมสีบลอนด์ยาว หากแต่ที่แปลกประหลาดคือ เธอไม่มีใบหน้า และร่างนั้น
ก็จางหางไปอย่างรวดเร็ว

วันต่อมาเมื่อเขาเอาเรื่องนี้ไปรายงานต่อหัวหน้า ก็พบว่าก่อนหน้านี้เพื่อนร่วมงานของเขาคนหนึ่งก็เห็นผู้หญิงไร้หน้า
เหมือนกัน แต่ไม่กล้าบอกใคร




แอม เฟียร์ ไลเออ มอร์ (Am Fear Liath Mor)


 
ในสกอตแลนด์ในปี 1925 นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งได้ขึ้นภูเขาเบน แมคดูร์ (Ben Macdui) หากแต่เมื่อพวกผ่าน
หมอกที่หนาทึบ พวกเขาก็ต้องวิ่งหนีจากอะไรบางอย่างไม่รู้จัก เมื่อเห็นเงาร่างใหญ่กำลังตรงมาทางพวกเขา


ต่อมาสิ่งนั้นก็ถูกเรียกว่า Am Fear Liath Mor หรือ มนุษย์ยักษ์สีเทา แห่งเบน แมคดูร์ ซึ่งมาจากคำบอกเล่าของ
ผู้พบเห็น แม้จะมีรายงานจากนักปีนเขาไม่กี่ราย แต่มันก็พอจะบรรยายได้ว่า มันเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ เดินสองเท้า
ขนสั้น เหมือนบิ๊กฟุตของอเมริกาเหนือ และมันชอบปรากฏตัวตอนหมอกหนา

มนุษย์ยักษ์สีเทายังคงปรากฏให้นักปีนเขาเป็นบางครั้ง อย่างรายงานของหนึ่งนักปีนเขาในปี 1939 เล่าว่าในช่วงฤดูร้อน
เขาได้ปีนเขาผ่านหมอกหนาของภูเขาเบน แมคดูร์ จากนั้นเขาก็ได้ตระหนักกถึงอะไรบางอย่างที่ขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้
เขาไม่กี่หลาที่ข้างหลังท่ามกลางสายหมอก ซึ่งสร้างความหวาดกลัให้กับเขามาก


 

ผีแคนเบอร์รา (Canberra Ghosts)


 
เมื่อวันที่  13 สิงหาคม 1940 ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คนสิบคนรวมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลออสเตรเลียสี่คน
ได้ประสบเหตุเครื่องบินทิ้งระเบิดที่พวกเขานั่งอยู่ไปชนเข้ากับเนินเขาจนเสียชีวิตหมด หลังจากบริเวณจุดที่เครื่องบินตก
ซึ่งอยู่ในแคนเบอร์รา คือเมืองหลวงของออสเตรเลีย ก็ได้กลายเป็นสถานที่มีผีสิงมากที่สุด

มีพยานได้เห็นไฟกระพริบที่แปลกประหลาด และได้ยินเสียงเครื่องบินกระแทก หนุ่มสาวที่ขับรถตอนกลางคืนก็เห็นผีพุ่ง
ข้ามถนนต่อหน้าพวกเขา และ ต่อมาเด็กสาววัยรุ่นได้อ้างว่า พวกเขาได้หนีออกจากป่า โดยสิ่งที่ไล่ตามนั้นคือวิญญาณ
ที่รูปร่างเหมือนนักบินที่ถูกไฟเผา และกรีดร้อง

แม้ว่ารายงานดักล่าวจะขาดข้อเท็จจริง และไม่มีการตรวจสอบ แต่มันก็เป็นที่สนใจและเล่าลือไปทั่ว




นักไต่ (Climber)



ในเดือนตุลาคม ปี 2013 มีคลิปวีดีโอหนึ่งถูกโพสในเว็บยูทูป โดยในคลิปเผยให้เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ยักษ์มาก
มันรูปร่างเหมือนแมงมุมขายาว แต่มันมีสีขา ทมันกำลังปีนไต่ผนังอาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในกรุงมอสโก
กลางวันแสดๆ และเมื่อมันปีนถึงด้านบนหลังตา มันก็หายไปจากกล้อง


คลิปวีดีโอนี้ถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็ว และมีคนดูเป็นล้าน และถูกตั้งชื่อว่า “กลายพันธุ์” อย่างไรก็ตาม หลายคน
ที่ดูคลิปก็รู้เกือบทันทีว่ามันเป็นเรื่องหลอกลวง ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้นจริง ผู้ทำคลิปนี้คือ Dmitry Kataev เขาบอกว่า
ได้สร้างมันจากโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แล้วโฟสยูทูป อย่างไรก็ตามยังคงมีเชื่อว่าภาพในคลิปเป็นของจริงอยู่




สัตว์ร้ายแห่งทางระบายน้ำเบมพ์ตัน (The Beast Of Barmston Drain)
 


เมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 ในฮัลล์ ประเทศอังกฤษ ผู้คนเริ่มมีการอ้างว่าพวกเขาได้เห็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ใกล้
ทางน้ำไหลที่เรียกว่าทางระบายน้ำเบมพ์ตัน  มันมีรูปร่างครึ่งคนครุ่งสุนัข มีขน มันยืนสองขา สูงประมาณ 2.4 เมตร (8 ฟุต)
ผู้หญิงคนหนึ่งได้เห็นสิ่งมีชีวิตกำลังกระโดดข้ามน้ำและหายไปในบริเวณที่ว่า ส่วนรายงานอื่นๆ ก็มีสองสามีภรรยาได้เห็น
สัตว์ร้ายขนาดใหญ่สูงกว่า 2.4 เมตรกำลังคาบสุนัขเยอรมันเชฟเพิร์ดด้วยขากรรไกรที่แข็งแกร่ง และมันก็กระโดข้ามรั่ว
ก่อนที่จะหายไปในความมืดต่อหน้าต่อตา


วันที่ 29 สิงหาคม 2016 ผู้หญิงคนหนึ่งกับเพื่อนสองคนได้เห็นสัตว์ร้ายที่มีลักษณะใกล้เคียงกับสัตว์ร้ายแห่งทางระบายน้ำ
เบมพ์ตัน ขณะขับรถในความมืด ตอนแรกพวกเขาคิดว่าเป็นสุนัขจิ้งจอกที่พบเห็นข้างทาง หกแต่จากนั้นเจ้าจิ้งจอกมันได้
เนสองขาและมันเดินเข้ามาใกล้รถ ยิ่งเข้าใกล้ก็พบว่าตัวมันเต็มไปด้วยขนสีเทา ตัวของมันมีขนาดใหญ่พอๆ กับรถ 
และใบหน้าเหมือนมนุษย์ และด้วยความตกใจผู้หญิงคนนั้นก็เร่งขับรถหนีไป

กระแสของการพบสัตว์ร้ายแห่งทางระบายน้ำเบมพ์ตัน มีมากขึ้น ทำให้เมื่อถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง ชาวบ้านจะมารวมตัวกัน
เพื่อตามล่าสัตว์ร้าย หากแต่จนบัดนี้พวกเขายังไม่สามารถอธิบายได้ว่าตกลงแล้วตัวจริงของสัตว์ร้ายนี้เป็นตัวอะไรกันแน่


อ้างอิงจาก

http://listverse.com/2016/09/18/10-monster-legends-from-around-the-world/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 กันยายน 2019, 11:07:10 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่