ผู้เขียน หัวข้อ: ภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดต้องคำสาป (Hollywood Cursed Movies)  (อ่าน 40 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18773
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ภาพยนตร์ฮอลลีวู๊ดต้องคำสาป (Hollywood Cursed Movies)
โดย Cammy-เต่านรก
 
Poltergeist (1982)
   


ภาพยนตร์สร้างมาจากนวนิยายชื่อเดียวกัน  แต่ที่น่ากลัวการเสียชีวิตของดาราที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ทั้ง 4 คน
ในช่วงภาพยนตร์ทั้งสามภาคฉาย โดยประกอบด้วย 


โดมินิค ดันน์ วัย 22 ปี แสดงใน Poltergeist ภาคแรก เสียชีวิตเนื่องจากถูกเพื่อนชายขี้อิจฉาฆ่าด้วยการรัดคอ
ในปี 1982 อีกทั้งระหว่างอยู่โรงพยาบาลเครื่องช่วยชีวิตก็ดับสนิทโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยแฟนเก่าอ้างว่าเขา
ฆ่าเธอเพราะผีบอกว่าไม่อยากให้เธอแสดงหนังเรื่องนี้ จัดการกับเธอซะ!!

จูเลี่ยน เบ็ก วัย 60 ปี แสดงใน Poltergeist ภาค 2 เสียชีวิตในปี 1985 ด้วยสาเหตุมะเร็งในกระเพาะ ทั้งๆ ที่
ก่อนหน้าจะรับบทเล่นในหนังเรื่องนี้ได้ไปตรวจร่างกายแล้วแต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ

วิล แซมสัน วัย 53 ปี เสียชีวิตเนื่องจากไตวายระหว่างการผ่าตัดและขาดสารอาหาร ในปี 1987

ฮีทเธอร์ โอ'รูร์ก วัย 12 ปี แสดงเป็น Carol Anne ใน Poltergeist ทั้งสามภาค เสียชีวิตเนื่องจากไข้หวัดใหญ่
และติดเชื้อในกระแสเลือดแต่ก่อนหน้านั้น เธอก็เป็นโรคสำไส้อุดตันและลำไส้อักเสบอยู่ก่อนแล้ว
 



The Twilight Zone (1983)


 
The Twilight Zone เป็นภาพยนตร์สร้างรีเมคจากต้นฉบับปี 1959 โดยนำเสนอหนังสั้น 4 เรื่องที่นำเรื่อง
เหนือธรรมชาติหักมุมมาเล่น เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นเมื่อตอนถ่ายทำภาพยนตร์ตอนที่หนึ่ง ที่เป็นเรื่องราวของ
คนเหยียดสีผิวที่ย้อนอดีตมาอยู่ในยุคนาซีครองเมือง




โดยวันที่ 23 กรกฎาคม 1982 เวลาประมาณ 02:30 น. ซึ่งเป็นฉากในเฮลิคอปเตอร์ตกระเบิด โดยนักแสดงนำ
Vic Morrow และเด็กสองคน Myca Dinh Le (อายุ 7 ปี) และ Renee Shin-Yi Chen (อายุ 6 ปี)ต้องอยู่
ในฉากนี้ แต่แล้วก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นระหว่างถ่ายทำ โดยใบพัดเฮลิคอปเตอร์เกิดหลุดกระเด็นไปตัดหัวเขา พร้อมกับ
ไปโดนเด็กสองคนที่เข้าร่วมแสดงเสียชีวิตคาที่ จนอุบัติเหตุดังกล่าวได้รับการจารึกว่าเป็นอุบัติเหตุในกองถ่ายที่
น่ากลัวสยดสยองที่สุด ส่งผลทำให้ฉากดังกล่าวได้ถูกเอาออกในเวลาต่อมา ทำให้ตอนดังกล่าวสั้นกว่าตอนอื่น
และตอนนี้ถ่ายยังไม่จบ อีกทั้งยังมีการแก้ระเบียบเกี่ยวกับนักแสดงเด็ก การใช้เทคนิคพิเศษต่างๆ รวมไปถึงการ
หลีกเลี่ยงการถ่ายทำที่มีเฮลิคอปเตอร์ประกอบฉากนานหลายปี

จนกระทั่งเข้าสู่ยุคดิจิตอลในปี 1990 และชื่อของผู้ช่วยกำกับก็ถูกตัดจากเครดิตภาพยนตร์ และแทนที่ด้วยนามแฝง
 
 


The Dark Knight (2008)


 
ภาพยนตร์แบทแมน ภาค The Dark Knight  ซึ่งภาคต่อของภาพยนตร์แอ็คชั่นเรื่องฮิตที่เอาการ์ตูนแบทแมน
มาดัดแปลง ได้กลายเป็นภาพยนตร์ที่ติดอันดับภาพยนตร์ต้องคำสาป เนื่องจากนักแสดงที่แสดงเรื่องนี้ได้เจอ
ความตาย และความรุนแรง นอกจากนี้แต่ละเหตุการณ์นั้น เกี่ยวข้องกับความมืด(ด้านมืด)ทั้งสิ้น


ไล่ตั้งแต่ตั้งแต่ คอนเวย์ วิคลิฟฟี ทีมงานสเปเชียลเอฟเฟควัย 41 ปี เสียชีวิตในกองถ่ายระหว่างถ่ายทำฉาก
รถบรรทุกเมื่อเดือนกันยายนปี 2007(ในฉากภาพยนตร์มีฉากรถบรรทุกด้วย) ตามมาด้วยการเสียชีวิตอย่าง
กะทันหันของตัวเอกของเรื่องอย่าง ฮีธ เลดเจอร์ คนรับบทโจ๊กเกอร์ในวัย 28 จากการใช้ยาเกินขนาดโดย
ไม่ได้ตั้งใจเมื่อเดือนมกราคม และการถูกจับกุมตัวของ คริสเตียน เบล พระเอกแบทแมนวัย 34 ในข้อหา
ทำร้ายร่างกายแม่ และพี่สาวที่เจ้าตัวปฎิเสธเมื่อเดือนที่ผ่านมาซึ่งเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนวันฉายภาพยนตร์
รอบปฐมทัศน์ที่ลอนดอน

และอาจจะรวมเหตุการณ์ "ลาวงการ" ของ เฉินกว้านซี ที่ปรากฏตัวเพียงแวบเดียวในเรื่อง คนสุดท้ายนั้นคือ
มอร์แกน ฟรีแมน ที่รับบทเป็นผู้ช่วยแบทแมนนักแสดงระดับรางวัลออสการ์วัย 71 ปี ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์
ที่มีผู้โดยสารเป็นสตรีหนึ่งรายพลิกคว่ำเมื่อเวลา 11.30 น. ในมิสซิสซิปปี้ทั้งที่ไม่มีรายงานว่าเขามีแอลกฮอล์
หรือสารเสพติดใดๆ ทำให้เชื่อว่าความมืดในเข้ามาในชีวิตของนักแสดงเหล่านี้แล้ว
 




Soul Men (2008)



"เบอร์นี แม็ค" นักแสดงตลกชื่อดังผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงในแวดวงฮอลลีวูด ได้แสดงหนังเรื่อง ในปี 2008
ซึ่งเป็นภาพยนตร์ดนตรีตลกที่แสดงร่วมกับ แซมมวล แจ็คสัน แต่กลายเป็นว่าหนังได้ทำลายชีวิตเขาโดยสิ้นเชิง
เพราะหนังทำเงินเพียงแค่ 12,000,000 ดอลลาร์เท่านั้นในประเทศ(และคำวิจารณ์ที่ต่ำติดดิน)


ซ้ำอาการป่วยของเขายังกำเริบจากอาการอักเสบที่ปอด ซึ่งมีเซลล์เนื้องอกขนาดเล็กเกาะอยู่ตั้งแต่ปี 2005 และ
เขาได้เสียชีวิตลงเมื่อ 9 สิงหาคม 2008 รวมอายุได้ 50 ปี และนอกจากเบอร์นีแล้วก็ยังมีนาย ไอแซค เฮย์ส
นักแต่งดนตรี นักร้อง นักแสดงจากหนังเรื่องนี้ก็เสียชีวิตด้วยโรคเช่นกัน โดยเขาเสียชีวิตในวันที่ 10 สิงหาคม 2008
หลังจากวันตายของเบอร์นีผ่านไปแค่หนึ่งวัน!!

มีข่าวลือว่าแซมมวลหวาดกลัวเรื่องนี้มากถึงขั้นขังตัวเองอยู่ในห้องในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงนานกว่าสองเดือน
กว่าจะกล้าออกมาพบเจอผู้คน
 
                 


The Crow (1994)


 
ครั้งหนึ่งเคยมีภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่กล่าวถึงประวัติ บรู๊ซ ลี ดาราที่มีชื่อเสียงในศิลปะการต่อสู้ไว้ว่า ตระกูลของเขา
มีปีศาจตัวหนึ่ง ที่มีความแค้นฝังลึกที่มันจะฆ่าผู้ชายในตระกูลนี้ทุกคนที่เกิดมา ทำให้บรู๊ซต้องหนีออกจากบ้าน
ไปอเมริกาและต้องห้อยเครื่องรางไว้ตลอด


โดยภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นก็ไม่มีใครอธิบายได้ แต่ที่แน่ๆ วันที่ 20 กรกฎาคม 1973 บรูซลีที่ตอนนั้น
เขาอยู่ที่บ้านของเขา ได้บ่นกับเพื่อนว่าปวดหัว และเมื่อเขานอนหลับก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย โดยสาเหตุการเสียชีวิตยังคง
เป็นปริศนา บางคนบอกว่าเป็นเพราะกินยานอนหลับเกินขนาด บางคนบอกว่าลมบ้าหมู ในขณะที่บางคนบอกว่าลีได้
ละเมิดข้อห้ามที่ไม่ควรเอาศิลปะการต่อสู้ ไปถ่ายทอดในโลกตะวันตกทำให้เกิดคำสาป

แต่กระนั้นบุตรชายของบรูซคือแบรนดอน บรูซ ลี ที่ได้สาบานว่าจะตามรอยพ่อของเขาและเขาก็เป็นนักแสดงและ
นักศิลปะการป้องกันตัว และแสดงในหนังแอ็คชั่นและเซ็นสัญญากับทเวนตีธ์เซนจูรีฟอกซ์ อยู่หลายเรื่อง หากแต่ลีก็
ประสบอุบัติเหตุ เมื่อเขาถูกยิงและเสียชีวิต ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อ31 มีนาคม ค.ศ. 1993อายุ 28 ปี ขณะถ่ายทำ
ภาพยนตร์เรื่อง The Crow 1994 ปืนที่ตัวประกอบยิงใส่แบรนดอนดันมีลูกกระสุนจริง ทั้งที่ตอนตรวจสอบตอนเข้า
กล้องนั้นปืนดังกล่าวรังเพลิงว่างเปล่า ทำให้หลายคนว่าคำสาปพ่อของเขาได้ถ่ายทอดมาสู่ลูก
 



The Omen (1976)


   
ภาพยนตร์เรื่อง The Omen หรือ ดิ โอเมน อาถรรพณ์กำเนิดซาตานล้างโลก เป็นผลงานเขย่าขวัญที่ตีความอย่างทันสมัย
เมื่อปี 1976 เรื่องราวของโรเบิร์ต ธอร์น ทูตอเมริกัน ที่รับเด็กคนหนึ่งมาเลี้ยง แล้วเขาก็เลี้ยงลูกจนโตขึ้น เขาก็ได้รู้ว่าลูกคนนี้
ไม่ใช่มนุษย์! ด้วยเนื้อหาที่ขนพองสยองเกล้า เล่าเรื่องราวอย่างมีชั้นเชิง และนักแสดงแถวหน้ายุคนั้นมาร่วมแสดง ส่งให้
The Omen กลายเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของปีที่ออกฉาย แต่เบื้องหลังกว่าจะสำเร็จนั้นทางทีมงาน
ถ่ายหนังก็ต้องพบประสบการณ์ร้ายๆ น่าขนลุกต่างๆ


- เริ่มจากระหว่างการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เครื่องบินที่คนเขียนบท เดวิด เซลท์เซอร์ นั่ง โดนฟ้าผ่าแต่โชคดีที่ไม่ตาย
- ต่อมานักแสดงชื่อเกรกอรี่ เพ็ค และ ผู้ช่วยผู้กำกับ เมซ เนียวเฟลด์ซก็โดนฟ้าผ่าเครื่องบินเช่นกัน
- นอกจากนี้โรงแรงที่ผู้กำกับไปพักระหว่างถ่ายทำถูกผู้ก่อการร้าย IRA บอมบ์ ตรงร้านอาหารที่ผู้กำกับและนักแสดง
กำลังจะไปกินข้าว โชคดีอีกแล้วที่ไม่มีตาย
- ดารานำ Gregory Peck บอกยกเลิกเที่ยวบินเช่าเหมาลำไปอิสราเอล เครื่องบินเช่าลำที่ว่าตก ผู้โดยสารตายหมด
- เจ้าหน้าที่สวนสัตว์ที่ใช้ถ่ายฉายลิงบาบูนคลั่งถูกสิงโตในสวนสัตว์ขย้ำจนเสียชีวิตเพียงแค่วันเดียวหลังจากที่กองถ่ายถ่ายทำเสร็จ
- ในวันเปิดกล้อง ทีมงานตัวหลักหลายคนรอดตายจากรถชนประสานงา
- และที่ช็อกที่สุด จอห์น ริชาร์ดสัน หนึ่งในทีมงานสเปเชียลเอฟเฟกต์ที่รับผิดชอบฉากตัดคอในหนังพบอุบัติเหตุขณะขับรถ
ไปฮอลแลนด์เพื่อถ่ายหนัง A Bridge Too Far เพื่อนของเขาที่นั่งรถร่วมไปด้วยเคราะห์ร้ายเอวขาดร่างเกือบถูกตัดเป็น 2 ท่อน
ตายคาที่ สภาพศพคล้ายศพที่คอขาดในหนัง และที่สำคัญ อุบัติเหตุเกิดขึ้นที่หลักกิโล 66.6 กม.นอกเมือง Ommen !!
(Ommen 66.6km.!! ) จากนั้นเวลาต่อมาลูกชายของ เกรกอรี่ เพคก็เอาปืนยิงฆ่าตัวตายอีกทำให้หลายๆ คนเชื่อว่า
หนังเรื่องนี้มีคำสาป

และความน่ากลัวยังไม่สิ้นสุดในปี 2006 หลังจากเวลาผ่านไป 30 ปี บริษัท Twentith Century Fox จับ The Omen
มารีเมก และทีมงานก็พบเรื่องเขย่าขวัญอีกครั้ง เช่น อุบัติระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ ดาราแสดงนำเกิดอาการอาหารเป็นพิษ
ทั้งที่ไม่พบเชื้อบักเตรีใดๆในอาหาร



   
'Superman' (1951 และจนถึงปัจจุบัน)


 
Curse Of Superman หมายถึงเคราะห์ร้ายที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ซูเปอร์แมน ที่ ส่วนสาเหตุของคำสาป
น่าจะมาจากคนแต่งการ์ตูนเรื่องซูเปอร์แมนคือโจ ชัสเตอร์และเจอร์รี่ ซีเกลที่สองคนโกรธแค้นไม่พอใจที่สำนักพิมพ์ DC ทำ
เปรียบพวกเขา เมื่อทำกำไรจากการ์ตูนเรื่องนี้เป็นจำนวนมหาศาล จึงสาปแช่งเอาไว้ว่าใครที่เอาผลงานของเขามาสร้างหนัง
เป็นอันต้องเคราะห์ร้าย ไม่ว่าจะเป็น ดาราผู้รับบทซุปเปอร์แมน ดาราผู้ร่วมแสดง หรือแม้กระทั่งบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ
ภาพยนตร์ซุปเปอร์แมน


เริ่มจาก เคิร์ค เอลิน ดาราคนแรกที่รับบทซุปเปอร์แมนในภาพยนตร์ กลายเป็นดาราตกอับไม่มีใครจ้างและเสียชีวิตด้วย
โรคเรื้อรังในเวลาต่อมา คนต่อมาที่แสดงเป็นซุปเปอร์แมนคือ จอร์จ รีฟส์ ก็เสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอนในบ้าน โดยมี
บาดแผลถูกยิงที่ศีรษะ 1 นัด

ต่อมาก็ถึงคิวของซุปเปอร์แมน คริสโตเฟอร์ รีฟ แต่ก็โชคร้ายเขาประสบอุบัติเหตุจากการขี่ม้าในปี ค.ศ.1995 ทำให้
ต้องกลายเป็นอัมพาตนับแต่นั้น ตราบจนกระทั่งเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายในปี ค.ศ.2004 ด้วยวัยเพียงแค่ 52 ปี
คำสาปนี้ดำเนินมาจนกระทั่งในปัจจุบัน นักแสดงหลายคนต่างปฏิเสธจะรับบทซูเปอร์แมนมากมาย

อีกทั้งเคราะห์ร้าย ที่เกิดขึ้นกับบรรดาคนที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ ซุปเปอร์แมนก็ยังคงไม่ ยุติ เพราะมีทีมสร้างภาพยนตร์
ซุปเปอร์แมน รีเทิร์นส์ ก็ล้วนเจอเรื่องเจ็บตัวไปตามๆกัน ผู้เคราะห์ร้ายก็มี ร็อบ เบอร์เน็ทท์ ผู้อำนวยการสร้าง ซึ่งถูกพวก
หัวขโมย รุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส 

อดัม โรบิเทล ผู้มีหน้าที่ตัดต่อภาพยนตร์ ประสบอุบัติเหตุตกทะลุหน้าต่างและถูกเศษกระจกทิ่มทะลุปอด รวมทั้งได้รับ
บาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง และทอดด์ สแตนลีย์ ซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วยผู้อำนวยการสร้างและตากล้อง ก็ตกบันไดบาดเจ็บถึง
ขนาดกะโหลกศีรษะร้าวและนิ้วก้อยฉีก ฯลฯ



 

Atuk (ล้มเหลวในการถ่ายทำ)


   
Atuk เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับชายตลกอ้วนเอสกิโมที่ย้ายมาอยู่นิวยอร์ก แต่ดูเหมือนว่าคนในฮอลลีวู้ดจะเอาเรื่องเอสกิโม
ไปปู้ยี้ปู้ยำทำให้ เอสกิโมไม่ชอบเลยสาปว่าใครแสดงเป็นตัวเอกเรื่องนี้ต้องตายลูกเดียว!!


เริ่มจาก จอห์น เบลุชิดารานักแสดงนำของเรื่องตายด้วยการกินยาเกินขนาดในปี 1982 ซึ่งเมื่อนายจอห์นตายทำให้
ดาราตลกอย่าง แซม คินิสัน มาแสดงแทน จากนั้นก็มีปัญหามากมายตามมา จนทำให้หนังถูกแบ่งเป็น Re-written
แต่พอปีผ่านมานิดหน่อย แซมคินิสันก็ตายเพราะรถชนอีก ทำให้บทละครตลกเกี่ยวกับชาวเอสกิโมต้องส่งต่อมาที่
จอห์น แคนดี้

ในปี 1994 แต่หลังจากรับบทก็ตายด้วยหัวใจวายทันที ทำให้หนังเรื่องนี้โดนยกเลิก ฟิล์มก็ยังถ่ายไม่เสร็จและตัวตลก
อ้วนทั้งหลายสาบานว่าจะอยู่ห่างจากบทหนัง เรื่องนี้ตลอดกาล ทำให้ฟิล์มทั้งหมดถูกฝังเก็บเข้ากรุที่ใดที่หนึ่งในออลวีวู้ด

แต่ในปี 1997 ดาราชื่อ คริว ฟาร์ลีย์ คิดจะลองดูโดยไม่เชื่อคำสาป ผลคือเขากินยาเกินขนาดตายในปีนั้น!!




Rosemary's Baby (1968)


 
เป็นภาพยนตร์สยองขวัญ ที่สร้างจากนิยายมีเนื้อหาเกี่ยวกับคนท้องซึ่งเด็กคนนั้นเป็นซาตาน กำกับโดย โรมัน โปลันสกี
หลังจากภาพยนตร์ฉายผ่านไปหนึ่งปี ภรรยาคนที่สอง ชารอน เทต (ซึ่งกำลังต้องท้องเหมือนนางเอกในหนังเรื่องนี้)
ได้ตกเป็นเหยื่อในการสังหารหมู่ที่บ้านพัก ขณะกำลังตั้งครรภ์ได้ 8 เดือน เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ. 1969 เธอถูก
แทงถึง 16 แผล ถูกใช้มีดผ่าท้องของเธอจนเหวอะหวะ และถูกไม้ตีที่ศีรษะซ้ำ จากนั้นก็ตัดเต้านมของเธอทิ้งทั้งเป็น
แล้วยังใช้มีดเล่มนั้นชำแหละกรีดตั้งแต่บริเวณยอดอก จนถึงหัวหน่าวอย่างโหดเหี้ยม




เหยื่อในตอนนั้นประกอบไปด้วย ชารอน เทต โพลันสกี ที่บินไปถ่ายหนังในยุโรป และเพื่อน ๆ ของเธอคือ เจย์ ซีบริง
ช่างทำผม, วอจเซียส ฟรายคาวสกี นักเขียนบทภาพยนตร์และแฟนสาวของเขา อบิเกล แอน ฟอลเกอร์ ในคืนนั้น
สตีเวน แพเรนต์ ที่แวะมาเยี่ยมเยียน ชารอน เทต ก็ตกเป็นเหยื่อไปด้วย

จนกระทั่งเดือนธันวาคม 1969 “แมนสันแฟมิลี” ทั้งหมดถูกจับกุมซึ่งรวมถึงตัว ชาร์ลส์ แมนสัน ทั้งหมดถูกตัดสินประหารชีวิต
แต่ต่อมาถูกลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต เนื่องจากมีการยกเลิกโทษประหารในรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 1972

การตายของภรรยาทำให้ โรมัน โปลันสกีเปลี่ยนไป จากคนมองโลกในแง่ดี มีความหวัง กลายเป็นคนหดหู่ ไม่พอใจในชีวิต
และมองโลกในแง่ร้าย จนต้องย้ายไปอยู่ฝรั่งเศส ส่วนผู้เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนี้เช่น ผู้แต่งของฟิล์มตายเพราะก้อนเลือด
แข็งตัวสมอง ต่อมาผู้ผลิตชื่อวิลเลียมเป็นโรคประสาท และตายโดยอาการไตวายหลังจากฟิล์ม ผลิตออกมาไม่นาน



 
The Conqueror (1956)


 
The Conqueror (1956) เป็นภาพยนตร์แสดงโดยจอห์น เวย์น ภาพยนตร์ที่เล่าถึงนักรบมองโกลผู้ยิ่งใหญ่ "เจงกิสข่าน"
ผู้มีนามเดิมว่า "เตมูจิน" โดยเบื้องหลังการถ่ายทำนั้นเต็มไปด้วยความร้อนและความตาย ถ่ายทำหนังเรื่องนี้เกือบตายยกกอง

ไล่ตั้งแต่ ซูซานเฮย์วาร์ด โดนกลุ่มเสือดาวจู่โจมแต่โชคดีรอดมาได้ แล้วต่อมาก็เจออีกเมื่อบ้านผู้กำกับโดนไฟไหม้ แถมสถานที่
ถ่ายทำหนังเรื่องนี้ที่ทะเลทรายใน เซ็นต์จอร์จ ยูทาห์บังเอิญพอดีที่ทางการสหรัฐทดลองระเบิดปรมาณูเสียอีก โดยทดลองไป
11 ลูก (อะไรจะซวยขนาด) แถมเกิดขึ้นหลังหนังใกล้ถ่ายทำจบแล้ว แต่ทีมงานต้องดันทุรังถ่ายหนังต่อไป (ใกล้จุดทดลอง
ระเบิดนั้นแหละ) ท่ามกลางความร้อนถึง 120 องศาในทะเลทราย จนโดนกัมมันตรังสีเต็มๆถ้วนหน้า ทำให้ 2-3 ปี ต่อมา
91 คน จาก 220 สมาชิกกองถ่ายเป็นมะเร็ง และอีก 46 คนตายเพราะโรคนี้

รวมถึงดารานำและผู้กำกับ ซูซาน เฮย์วาร์ด และผู้กำกับ และทำให้ เปโดร อาร์เมนดาริซ ซึ่งเป็นดารานำเรื่องนี้ ต้องฆ่าตัวตาย
หลังทราบข่าวว่าตัวเขาเป็นมะเร็ง นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้กลายมาเป็นประวัติศาสตร์อีกหนึ่งหน้าในวงการมายา ในฐานะ
"หนังดับของจอห์น เวย์น" ทั้งๆ ที่ทุนการสร้างสูงถึง 12,000,000$ แต่ผลตอบแทนที่ได้รับกลับขาดทุนเจ๊งไม่เป็นท่า



The Passion of The Christ (2004)



อาจไม่ใช่เรื่องลี้ลับเหนือธรรมชาติ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับหนัง The Passion of The Christ นั้นราวกับต้องคำสาป ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ
เจ็บตัวในกองถ่าย ภัยธรรมชาติสายฟ้าฟาด และชีวิตที่ตกต่ำของนักแสดงนำ จิม คาวีเซล (Jim Caviezel) หลังจากตัดสินใจ
รับบท พระเยซู ในเรื่องนี้


ไม่น่าเชื่อว่าเหตุสายฟ้าผ่าคนที่เกิดขึ้นประมาณ 240,000 ครั้งต่อปี กลับเกิดขึ้นในกองถ่ายหนังศาสนาเรื่องนี้ถึง 3 ครั้ง 3 คราด้วยกัน
ผู้เคราะห์ร้ายรายแรกคือหนุ่ม จิม คาวีเซล ที่เล่าว่า ทันทีที่โดนฟ้าผ่าในฉากสุดท้ายของการถ่ายทำ ก็มีประกายไฟลุกขึ้นบนหัวของเขา
พร้อมกับรู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นสว่างวาบขึ้นมา หลังจากนั้นไม่กี่นาที ผู้ช่วยผู้กำกับ จอน มิคาลินี่ (Jon Mikalini) ที่เดินเข้ามา
ดูอาการก็ถูกฟ้าผ่าด้วยอีกคน ซึ่งนั่นไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยเกิดเหตุฟ้าผ่ากับจอนมาแล้วก่อนหน้านี้ในกองถ่าย แต่ครั้งนั้นสายฟ้าผ่า
เข้าที่ปลายร่มและทำให้ปลายนิ้วมือของเขามีรอยไหม้เท่านั้น

ใครจะรู้ว่าฉากทรมานโดนแส้หนามฟาดในหนังจะเป็นเรื่องเจ็บตัวจริง.. เมื่อนักแสดงประกอบกะระยะลงแรงแส้ผิดคิว เป็นเหตุให้
ลวดหนามนั้นปักเข้าไปกลางหลังของ จิม คาวีเซล เข้าอย่างจัง ขนาดที่นักแสดงหนุ่มอธิบายว่า

"มันแรงจนผมไม่สามารถหายใจได้เลย"

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ที่มีเหตุทำให้จิมต้องเจ็บตัวอีกครั้งขณะถ่ายทำฉากแบกกางเขนที่ทีมงานใช้วัสดุหนักราว ๆ 68 กิโลกรัม
และการถ่ายทำที่ยาวนานทำให้ร่างกายของจิมทนไม่ไหว จนไหล่หลุดในที่สุด

หลังปิดกล้องถ่ายทำนอกเหนือจากอุบัติเหตุข้างต้น จิม คาวีเซล ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพมากมาย ทั้งปอดบวม ปอดติดเชื้อ
ปวดศีรษะ ไมเกรนเรื้อรัง รวมถึงอนาคตในวงการฮอลลีวูดที่ดับวูบลง เนื่องจากหนังถูกโจมตีมากมายว่ามีเนื้อหาเหยียดชาวยิว
ทำให้จิมถูกโปรดิวเซอร์เชื้อชาติยิวคว่ำบาตรถาวร ทั้งนี้ จิม ไม่เคยเสียใจที่ตัดสินใจรับบทบาทนี้ และเชื่อว่าภาคต่อ
The Passion of the Christ 2 จะต้องประสบความสำเร็จและเป็นที่ฮือฮาเช่นเดียวกับภาคแรกอย่างแน่นอน



เนื้อหาบางส่วนมากจากการ

http://www.thestudentroom.co.uk/showthread.php?t=735979
http://retardzone.com/2009/01/14/10-biggest-curses-in-hollywood/
http://www.allvoices.com/news/1087467-jinxes-curses
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 ตุลาคม 2019, 14:59:24 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่