[เภทภัยในไซอิ๋ว5] เจิ้นหยวนจื่อ (鎮元子) กับ ผลไม้อายุยืน (人參果)

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยในไซอิ๋ว5] เจิ้นหยวนจื่อ (鎮元子) กับ ผลไม้อายุยืน (人參果)  (อ่าน 260 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19802
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

[เภทภัยในไซอิ๋ว5] เจิ้นหยวนจื่อ (鎮元子) กับ ผลไม้อายุยืน (人參果)




นักพรต เจิ้นหยวนจื่อ (鎮元子) หรือ ติ้นหยวนต้าเซียน (鎮元大仙) ในภาษาจีนแต้จิ๋ว ผู้เป็นอมตะ เป็นเซียน
ที่อาศัยอยู่ที่ วัดบนภูเขาอายุยืน (萬壽山) โดยในวัดเขามีของวิเศษคือ ต้นไม้ ยิ่นเซียมก๊วย (Ginseng-fruit)
(人參果) ที่จะออกผลไม้รูปร่างเหมือนเด็กทารก  30 ลูกทุกๆ 9000 ปี เมื่อได้ดมกลิ่นอายุจะยืนขึ้น 360 ปี
และเมื่อได้กินอายุจะยืนถึง 47000 ปี


โดยเซียนท่านนี้ได้ออกเดินทางไปฟังธรรมบนสวรรค์ แต่ฝากเด็กรับใช้ 2 คน คือ เซ่งฮอง (ลมบริสุทธิ์ (清風)
และ เม้งง้วย (แสงจันทร์ (明月)
ว่า..ถ้าพระถังมา ให้ถวายผลแก่พระถัง 2 ผล แต่พระถังอิดออดไม่กิน
เพราะรูปร่างเหมือนเด็กทารก เด็กรับใช้จึงกินเข้าไปเอง ต่อมา โป๊ยก่ายหิว จึงได้บอกกับ เห้งเจีย ให้ไปขโมย
ผลไม้มา 3 ผล เผื่อแผ่ให้พี่น้อง คนละใบ เด็กรับใช้ 2 คนก็กล่าวหา เห้งเจีย ว่า เห้งเจีย เป็นขโมย

เห้งเจียโกรธอย่างมาก ได้ถอนต้นไม้ทิ้ง ก่อนที่จะหลบหนีออกมา เมื่อเจิ้นหยวนจื่อกลับมาก็จับตัวทั้งหมดไว้
เห้งเจียเลยต้องหลบหนีไปขอความช่วยเหลือ พระกวนอิม ท่านกลับมาช่วยปลูกต้นไม้สำเร็จ ทำให้เซียน
ใจเย็นลงและเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเห้งเจีย และให้ผลไม้แก่คณะทุกคนก่อนที่จะออกเดินทางต่อไป


เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว



คณะเดินทางมาถึงเขาสูงเทียมฟ้า ก็เห็นอารามที่ยอดสูง และมีต้นไม้งาม พระถังก็พูดขึ้นว่า เดินทางมายาวนาน
นี่น่าจะถึงเขตวัดลุ่ยอิมยี่แล้วนะ (ที่อยู่ของพระยูไล) เห้งเจียตอบกลับว่า ยังอยู่อีกไกลครับ ถ้าน้องสองคนก็ใช้
เวลาเดินทางประมาณ 10 วันก็ถึง ส่วนข้าวันหนึ่งเดินทางไปกลับได้ 10 รอบ แต่ถ้าเป็นพระอาจารย์ก็อย่า
เพิ่งคิดเลย  พระอาจารย์จึงถามว่า แล้วเมื่อไหร่จะถึงกันเล่า เห้งเจียตอบกลับว่า หากสันดานจิตไม่ผ่องใส
เกิดจนตาย 1000 รอบก็ไปไม่ถึง แต่หากจิตผ่องใส ชั่วหายใจก็ถึงแล้ว

 
เมื่อเดินทางมาถึงอาราม ก็พบป้ายบอกว่า ภูเขานี้ชื่อ บ้วนซิ่วซัว  เป็นที่อยู่ของเซียนลัทธิเต๋า ชื่อ ติ้นหวนจื้อ โดยมี
ต้นไม้วิเศษอยู่ต้นหนึ่งที่เกิดมาพร้อมกับโลกที่ยังไม่แบ่งฟ้าดิน ชื่อ ยิ่มเซียมก๊วย ที่ออกผลไม้รูปเด็กครั้งละ 30 ผล 
3000 ปีจึงจะออกดอก 3000 ปีจึงจะออกผล และอีก 3000 ปีผลไม้ถึงจะสุก หากใครได้ดมกลิ่นจะมีอายุยืนขึ้น
360 ปี และหากใครได้กินจะมีอายุยืน 47000 ปี แต่เนื่องจาก เจิ้นหยวนจื่อได้พาลูกศิษย์ 48 คนออกไปฟังเทศน์
บนสวรรค์  แต่ก่อนไปได้สั่งให้ลูกศิษย์ 2 คน คือ เซงฮอง (อายุ 1320 ปี) และเม้งง้วย (อายุ 1200ปี) ว่า
วันพรุ่งนี้จะมีพระถังและคณะจะเดินทางมาถึง ให้เชิญคณะเข้ามาพัก และต้อนรับ รวมถึงสั่งให้ไปเก็บผล ยิ่นเซียม
บนต้นมา 2 ผลเพื่อนำมาถวายแด่พระถัง



เมื่อคณะเดินทางมาถึง ลูกศิษย์ทั้ง 2 ก็ออกมาต้อนรับ โดยเชิญมานั่งกินน้ำชา ได้เล่าที่มาของอารามแห่งนี้ว่า บูชา
เพียงฟ้าดิน พรหมและเทวดา รวมถึงดวงดาว อาจารย์ข้าไม่ขอบูชาเพราะเป็นเพื่อนกันหมด และได้ขอตัวไปเก็บ
ผลไม้วิเศษ มามอบให้แก่พระถัง แล้วพูดว่า วัดนี้ไม่มีอะไรจะถวายท่าน อาจารย์ข้าจึงให้นำผลไม้มาถวายแด่ท่าน
นิมนต์ท่านฉันเพื่อให้อายุยืนยาว แต่พระถังนั้นไม่กล้ากินเพราะรูปร่างเหมือนเด็กทารก และปฎิเสธไป ทำให้ศิษย์
ทั้ง 2 คนเห็นว่า ปล่อยไว้ผลไม้จะเสียเพราะผลไม้นี้มีอายุน้อยมาก จึงมาแบ่งกันกินเอง
 
โป๊ยก่ายนั้นเห็นผลไม้ ก็เกิดอยากกินเพราะหิว จึงชักชวน เห้งเจีย ให้ไปเด็ดผลไม้กินกัน เด็ดมา 4 ผล ผลหนึ่งตกลง
พื้นหายไป อีก 3 ผลนำมาแบ่งกินกันคนละผล ลูกศิษย์ทั้ง 2 คนของเซียน เห็นว่า ผลไม้หาย จึงได้เข้าไปหาพระถัง
และ ด่าหยาบคายใส่พระถัง พระถังสงสัยว่า ท่านทั้งสองร้อนใจอะไร  เมื่อทั้งสองบอกว่า ท่านไม่ทานผลไม้ แต่ลูกศิษย์
ของท่านขโมยกินผลไม้ ช่างทำตัวน่าเกลียด


พระถังจึงเรียกลูกศิษย์ทั้งหมดมาไต่ถาม แต่ทั้งหมดปฎิเสธ พระถังจึงบอกว่า เราเป็นคนถือศีล อย่าพูดโป้ปด อย่ากิน
ของคนอื่น แม้หากกินแล้วก็ขอขมาลาโทษเพื่อให้พ้นผิด เห้งเจีย จึงได้ยอมรับว่า ขโมยมา 3 ผล ลูกศิษย์ของเซียน
ก็แย้งทันทีว่า ท่านทุศีลได้อย่างไร ผลไม้หายไป 4 ผล แต่ท่านมาบอกว่า กินไปเพียง 3 ผล แล้วก็ด่าทอหยาบคาย
เห้งเจียได้ยินก็โมโหมาก ตะโกนกลับไปว่า งั้นข้าจะโค่นต้นไม้เสียให้สิ้น จะได้ไม่มีใครได้กินมันอีก จึงได้แปลงกาย
ออกไปใช้ไม้พลองฟาดเข้าที่ต้นไม้แล้วถอนต้นไม้ทิ้งเสีย
 
เมื่อลูกศิษย์ทั้ง 2 ออกมาเห็นต้นไม้ก็ตกใจ และวางแผนขังคณะทั้งหมดไว้ในห้อง รออาจารย์กลับมา พระถังนั้น เรียก
เห้งเจีย มาต่อว่า เห้งเจีย เจ้าไปไหนมีแต่เรื่อง วันนี้ลักผลไม้มากิน แถมยังโค่นต้นไม้เขาอีก เจ้าจะทำตัวแย่ไปถึงไหน
แต่ตกดึก เห้งเจีย ก็สะเดาะกุญแจ แล้วพากันหนีออกมาทั้งหมด
 


เมื่อเจิ้นหยวนจื่อกลับมาก็ถามไถ่ลูกศิษย์ก็ได้ความ เจิ้นหยวนจื่อโกรธมากจึงรีบเหาะไปตามพระถังกับคณะ เมื่อพบเจอ
ก็แปลงกายเป็นคนแก่ถือศีลเข้าไปถามไถ่ว่า ท่านเดินผ่านมาทางนี้ได้แวะพักที่ภูเขาหรือไม่ เห้งเจียรีบตอบทันที ข้าเดิน
มาตามทางใหญ่มิได้แวะพักที่ใดเลย  เจิ้นหยวนจื่อได้ยินดังนั้น ก็ตวาดไปทันที หากพวกเจ้าไม่ได้แวะ แล้วลิงตัวไหน
มันแวะไปลักผลไม้และยังโค่นต้นไม้ของข้า ยังมีหน้ามาโกหกข้าอีก เห้งเจีย ได้ยินก็ชักกระบองขึ้นมาหมายจะฟาด
เจิ้นหยวนจื่อแต่เจิ้นหยวนจื่อหลบ แล้วหยิบถุงวิเศษรวบเอาทั้งคณะเข้าไปในถุง โดยเมื่อเซียนจับคณะกลับมาที่อาราม
ก็วางแผนลงโทษโดยเฉพาะพระถัง ฐานที่เป็นอาจารย์ไม่ดูแลศิษย์ให้ดี  โดยการเฆี่ยนด้วยแส้คนละ 30 ที นับตาม
จำนวนผลโสม





ฝ่ายเจิ้นหยวนจื่อจึงบอกว่าให้เฆี่ยนพระถังฯก่อนเป็นคนแรก แต่หงอคงบอกว่าเฆี่ยนเองก่อน เนื่องจากตนเองเป็นคน
ขโมยผลโสมเอง หงอคงบอกว่าร่างกายกระดูกเอ็นเนื้อเหล็กไหล แส้เจ็ดดาวนั้นทำมาจากเอ็นมังกร เฆี่ยนเอ็นกระดูก
เอ็นเนื้อเหล็กไหลโดยเฉพาะ เมื่อพอเฆี่ยนเสร็จเจิ้นหยวนจื่อจึงสั่งให้เฆี่ยนพระถังฯ 30 ที หงอคงจึงรับโทษแทน
อาจารย์ของตน หงอคงได้อ้างไปว่าอาจารย์ของตนไม่มีส่วนเกี่ยวคล้องกับเรื่องนี้ เมื่อเฆี่ยนเสร็จฝ่ายเจิ้นหยวนจื่อ
จึงสั่งให้ลูกศิษย์ของตนค่อยมาเฆี่ยนต่อพรุ่งนี้เช้า จึงได้เฆี่ยนต่อซึ่งก่อนหน้านี้ หงอคงได้แอบหนีแต่นำต้นไม้ทั้งหมด
4 ต้นมาแทนที่อาจารย์ ตนเอง และศิษย์น้องทั้งสอง เจิ้นหยวนจื่อคิดว่านี่เป็นแผนของหงอคง จึงได้เหาะไปหา
พระถังฯและศิษย์จึงได้ดูดเข้ามาในแขนเสื้อทั้งคนและม้า เจิ้นหยวนจื่อจึงลงโทษโดยการเอาทุกคน (ยกเว้นม้า
มังกรขาวหรือเสี่ยวไป่หลง) มามัดกับผ้าที่ชุบน้ำมาเพื่อเอาตัวไปทอดบนน้ำมันเดือด

[/url]

หงอคงคิดว่าตัวเราคงไม่เป็นอะไรแต่เจิ้นหยวนจื่อคงมีแผนอะไรอยู่เป็นแน่ หงอคงจึงใช้วิธีโดยการสลับร่างกับสิงโตหิน
ลูกศิษย์ของเจิ้นหยวนจื่อจึงแบกตัวหงอคงที่เป็นสิงโตหินไปทิ้งที่กระทะเดือด แต่ก็กลายเป็นสิงโตหิน ซ้ำยังทำให้
กระทะที่ตั้งน้ำมันอยู่นั้นแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้ลูกศิษย์ที่แบกสิงโตหินนั้นได้โดนน้ำมันเดือด แต่ฝ่ายเจิ้นหยวนจื่อ
ต้องการแค่ต้นไม้ของตนคืน หงอคงจึงเจรจาขออาสาไปหาของวิเศษมาฟื้นคืนต้นไม้วิเศษ แทน

ครั้งแรกพบซัมแซทั้ง 3 (ฮกลกซิ่ว) แม้จะรู้จักกับเจิ้นหยวนจื่อ แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ แต่อาสาจะไปช่วยพูดให้ ต่อมา
เห้งเจียไปพบกับ ตังอวยตี้กุน และยังได้พบกับ เทวดาชื่อ ตังฮอวงเซาะ ก็ไม่สามารถช่วยได้ เหาะไปเจอเทวดาชื่อ
กิ้วเล้า ก็ไม่สามารถช่วยได้


 
จนต้องไปหาพระกวนอิมอีกครั้ง พระกวนอิมจึงเสด็จมาที่ต้นไม้แล้วพรมน้ำมนต์ที่มือของเห้งเจีย แล้วให้เห้งเจียค่อยๆ
ประคองต้นไม้ขึ้นมา ต่อมาต้นไม้ก็กลับฟื้นคืน จนเจิ้นหยวนจื่อดีใจ และผูกมิตรกับพระถังและลูกศิษย์ รวมถึงยังได้สาบาน
เป็นพี่น้องกับเห้งเจียอีกด้วย รุ่งเช้าคณะก็ออกเดินทางต่อ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 25 ตุลาคม 2019, 14:31:53 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่