เรื่องเล่าแม่มดจากทั่วโลก

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าแม่มดจากทั่วโลก  (อ่าน 48 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 18854
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
เรื่องเล่าแม่มดจากทั่วโลก
« เมื่อ: 01 พฤศจิกายน 2019, 11:18:05 »

เรื่องเล่าแม่มดจากทั่วโลก
cr. Cammy-เต่านรก



คำว่า witch หรือแม่มดแผลงมาจากคำว่า wit ในภาษา "แองโกลแซกซอน" = "to know" หรือ หยั่งรู้ ต้องการรู้
ดังนั้น แม่มดจึงหมายถึง พวกที่ต้องการศึกษาหาความรู้ (ในศาสตร์ลึกลับเหนือธรรมชาติ) อาจจะด้วยแนวทางที่ดี
หรือชั่วร้ายก็ได้ แต่เดิม แม่มดขาวส่วนใหญ่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจมาจากความใกล้ชิดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ
หรือจากคัมภีร์โบราณทางศาสนา


ไม่ว่าแม่มดจะมีจริงหรือไม่ หรือจะดีเลวอย่างไรก็ตาม ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มักมีแม่มดปรากฏอยู่เสมอ
และเรื่องราวต่อไปนี้เป็นเรื่องแม่มดที่เคยอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์เหล่านั้น
 


Joan of Arc



ถ้าจะหาที่เป็นผู้บริสุทธิ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด โจน ออฟ อาร์ค น่าจะเป็นกรณีโด่งดังคือ ผู้นำกองทัพฝรั่งเศสใน
สงครามร้อยปีหลายครั้งที่ได้รับชัยชนะต่อฝ่ายอังกฤษโดยอ้างว่ามีพระเจ้าเป็นผู้ชี้ทาง และเป็นผู้มีส่วนทางอ้อม
ในการขึ้นครองราชบัลลังก์ฝรั่งเศสของพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 7 โจน


ภายหลังโจนถูกจับโดยฝ่ายเบอร์กันดีและถูกขายให้แก่ฝ่ายอังกฤษ ส่วนผู้มีอำนาจในฝรั่งเศสสมรู้กันให้เธอกับอังกฤษ
เพื่อแลกกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทั้งที่เธอต่างหากที่ปลดปล่อยฝรั่งเศสให้กลับมาเป็นปึกแผ่น และมีกษัตริย์
ของตนเอง โจนถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดเพราะชาติกำเนิดลึกลับไม่มีที่มาที่ไป  และการเมืองไม่เข้าใครออกใคร
เธอถูกตัดสินว่า ผิดจริงโดยใช้พลังของแม่มดในการเมืองการสงคราม และถูกเผาทั้งเป็น

แต่ภายหลังเป็นร้อยปี ได้มีการรื้อคดีมาทำใหม่ และประกาศว่าการพิพากษาครั้งนั้นไม่ถูกต้อง แล้วเธอได้รับยกย่อง
ให้เป็น หนึ่งใน นักบุญ (เซนต์)



 
Tituba


 
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้น เมื่อวันที่ 20 มกราคม ปี 1692 เด็กหญิงหลายคนในหมู่บ้านซาเล็ม รัฐแมสซาซูเซตต์ เมืองเล็กๆ
เกิดอาการเป็นลมหน้ามืด และมีอาการผิดปรกติหลายอย่าง เช่น หวีดร้องโหยหวน สักพักก็ล้มชักดิ้นชักงอ อยู่ในสถาวะ
ไม่รู้สึกตัว กล่าวถ้อยคำดูหมิ่นพระเจ้า ภาษาประหลาดฟังไม่รู้เรื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่บรรดาเด็กสาวได้อ้างชื่อ
คนใช้หญิงออกมาสามคนคือ ทิทูบา, ซาราห์ ออสบอร์น และ ซาราห์ กู๊ด


เมื่อมีการสอบสวน หนึ่งในคนรับใช้หญิงทิทูบาได้สารภาพว่าฝึกเวทย์มนต์คาถาของแม่มดจริงๆ ระหว่างฝึกสามารถ
มองเห็นปีศาจร้ายปรากฏกาย มันมีรูปร่างคล้ายหมูอ้วน บางครั้งเป็นหมาใหญ่ ยิ่งกว่านั้นเธอยังบอกด้วยว่าสมรู้ร่วมคิด
กับกลุ่มแม่มดเพื่อประกอบการชั่วร้ายในเมืองซาเล็มด้วย ซึ่งสาเหตุที่เด็กหลายคนมีอาการผิดปกติเพราะเกิดจาก
มนต์สะกดของซาตาน

ทิบูทา นั้นเป็นทาสที่มีชาติกำเนิดลึกลับ แต่เชื่อว่าเป็นชาวพื้นเมืองอเมริกันที่อยู่ที่ไหนสักแห่งในทะเลแคริบเบียน
มีหลายคนชื่อว่าเธอสารภาพว่าเธอเป็นแม่มดเพื่อหลีกเลี่ยงคำตัดสินประหาร ผลจากการสารภาพของเธอทำให้
เกิดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ “ล่าแม่มดซาเล็ม” เกิดขึ้น และทำให้ผู้บริสุทธิ์มากมายประหารชีวิตด้วยการแขวนคอ
และถูกก้อนหินทับตาย ในขณะที่เธอไม่ได้ถูกประหาร หลังจากติดคุกระยะหนึ่งเธอก็ถูกปล่อยตัวออกมา และเธอ
ก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งตำนานอันน่าอับอายในหน้าประวัติศาสตร์อเมริกันเท่านั้น



 
Agnes Waterhouse


 
แอกเนส วอเตอร์เฮาส์ (1503 ปีก่อนคริสตกาล-29 กรกฏาคม 1566) หรือ “แม่มดวอเตอร์เฮาส์” เป็นผู้หญิงคนแรก
ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มดในประเทศอังกฤษ พร้อมกับหญิงอีกสองคนคือลิซาเบธ ฟรานซิส และ โจแอนนา วอเตอร์เฮอร์
ซึ่งเป็นลูกสาวของเธอเอง ทั้งสามคนมาจากเมืองเดียวกัน


วอเตอร์เฮาส์ถูกล่าวหาว่าเธอคบหากับซาตานที่อยู่ในรูปลักษณ์ของแมว (ตอนหลังมาเป็นคางคก และสุนัขสีดำ) และยัง
อ้างอีกว่าเธอกับลูกๆ ของเธอได้ใช้พลังของซาตานแก้แค้นเพื่อนบ้านที่ไม่ถูกกัน โดยทำให้สัตว์เลี้ยงในไร่ตาย นอกจากนี้
ยังส่วนเกี่ยวข้องกับการป่วยและตายของสามีของเธอ  สุดท้ายเธอก็ถูกตัดสินแขวนคอ และจากคดีของเธอนำมาซึ่งยุคมืด
การล่าแม่มดจำนวนมากในประเทศอังกฤษ
 


Karin Svensdotter


 
เรื่องนี้ค่อนข้างแปลกสักหน่อย ในเมืองหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ป่า ที่ประเทศสวีเดน สาวใช้คนหนึ่งชื่อ "การิน สเวนดอทเตอร์" ถูกกล่าวหา
ว่าเธอสมสู่ราชาแห่งภูตในป่า (fairie) จนกำเนิดลูกๆ ทั้งเจ็ดของเธอ และนั้นเองทำให้เธอถูกจับตัวมาพิจารณาคดีในปี 1656
อันเนื่องจากในศตวรรษที่ 17 สวีเดนมีกฎหมายว่าการคบหากับพวกภูตผีถือว่าเป็นอาชญากรรมและต้องถูกลงโทษเช่นเดียวกับ
การเล่นสวาทกับสัตว์ป่า
(ซึ่งที่ผ่านมามีผู้หญิงและชายหลายคนถูกประหารชีวิตเพราะถูกกล่าวหาว่าเล่นกับภูต)

จากการสอบสวน เธอสารภาพว่าเธอได้เล่นสวาทกับราชาแห่งภูตจริง เธอบอกอีกว่าราชาภูตมีลักษณะเหมือนชายรูปงามสวมเสื้อผ้า
สีทองในภูเขา เขามาพร้อมกับภูตคนอื่นๆ และพวกเขาก็ร้องเพลงและเธอก็เต้นรำกับคนอื่นๆ จนได้เสียในที่สุด และเมื่อเธอเกิดลูก
หลายคนในคราวเดียวทำให้หลายคนสงสัยว่าเธอน่าจะเป็นเด็กของภูตทำให้เธอถูกจับในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผลการตัดสินสรุปว่าเธอเป็นบ้า แถมเชื่ออีกเธอบ้าเพราะพลังอำนาจของซาดาน จึงได้ปล่อยเธอไป แต่เธอยังคง
ยืนยันสมสู่กับราชาภูตจริง และเธออ้างว่าราชาภูตไม่ได้มาหาเธออีกแล้ว



 
Cassandra


   
กรีกก็มีแม่มดอยู่หลายคน แต่ที่โดดเด่นน่าจะเป็นแม่มดผู้พยากรณ์เหตุร้าย คาสซานด้า ธิดาของกษัตริย์ พริอัม และราชินี เฮกคิวบา
แห่งทรอย โดยเป็นฝาแฝดกับ เฮเลนัส โหรประจำกองทัพทรอย


ความงามของคาสซานดราทำให้เทพอพอลโลหลงรัก จึงได้ให้พรนางให้มีความสามารถในการทำนายอนาคตอย่างแม่นยำ โดยแลกกับ
การมีไมตรีตอบ แต่นางก็ได้ปฏิเสธเทพอพอลโลในนาทีสุดท้าย โดยที่อพอลโลไม่สามารถเรียกพรที่ให้ไปแล้วคืนได้ จึงได้สาปให้
ไม่มีใครเชื่อคำทำนายของนาง ในสงครามกรุงทรอย คาสซานดราได้ทำนายล่วงหน้า ว่าทรอยจะแตก ขุนศึกจะถูกฆ่าฟันล้มตาย
และนางเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านการลากม้าไม้เข้าเมือง แต่ทุกคนหัวเราะเยาะและไม่มีใครเชื่อนาง จนกระทั่งกรุงทรอยแตกในที่สุด
คาสซานดราก็ถูก อะกาเมมนอน กวาดต้อนกลับไปยังนครไมซีนี ถูกข่มขืนและให้เป็นเมียน้อย สุดท้ายก็จบชีวิตที่นั่น
 
 


Jenny Greenteeth


 
มาดูแม่มดตามความเชื่อของคนยุโรปกันบ้าง เจนนี่ กรีนทีช เป็นแม่มดภูตหนองนํ้านิสัยชั่วร้ายและโหดร้ายน่ากลัว ปรากฏในเขต
ลันกัสต้าของ อังกฤษ ลักษณะมีฟันคมกริบและผิวสีเขียว เป็นแม่มดที่ชอบล่อลวงเด็กและผู้ใหญ่ให้มาจมน้ำเพื่อความสนุกสนาน
ของมัน ในบางตำนานมันกินเด็กและผู้สูงอายุ ชอบความซาดิสต์ความเจ็บปวดของเหยื่อ 


เชื่อกันว่าเรื่องราวของแม่มดนี้ น่าจะเกิดจากชาวบ้านต้องการให้เด็กหวาดกลัวเพื่อป้องกันไม่ให้เด็กลงไปเล่นน้ำ ในช่วงบ่าย
ซึ่งอาจจะเกิดอันตรายได้นั้นเอง


 

Witch of Wookey Hole
 


ที่อังกฤษมีถ้ำหนึ่งที่เรียกว่า "วูคีย์โฮล์" ถ้ำแห่งนี้มีตำนานหนึ่งเกี่ยวกับหินย้อยในห้องแรกของถ้ำ ซึ่งเล่าว่าครั้งหนึ่งในยุคมืด
ได้มีแม่มดตนหนึ่งอาศัยอยู่ในถ้ำแห่งนี้ แต่เดิมนั้นเธอเป็นหญิงสาวสวยที่อุทิศความรักให้กับคนรักของเธอ หากแต่ชายคนนั้น
ไม่ได้รักเธอ จนเธอเกิดความเสียใจจนต้องออกจากหมู่บ้านไปอยู่ในถ้ำที่ว่ากันว่าเป็นถ้ำของนรก


นางโศกเศร้ามาก สาบานจะสาปแช่งคนที่ทรยศเธอ นั้นทำให้เธอพบปีศาจ และทำการขายวิญญาณจนกลายเป็นแม่มด
กลับมาสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านแถบนั้นมาก โดยเฉพาะกับคู่รัก จนชาวบ้านต้องขอร้องให้นักบวชมาช่วยเหลือ
นักบวชได้จับแม่มดได้ไล่แม่มด จนต้อนแม่มดจนมุมและได้ขว้างน้ำมนต์ใส่แม่มดจนแม่มดกลายเป็นหิน และหลังจากนั้นมา
ก็ไม่มีเหตุเพศภัยเกิดขึ้นกับชาวบ้านในแถบนั้นอีกเลย

เรื่องราวของแม่มดอาจเหมือนตำนาน แต่ความจริงไม่นานมานี้ในปี 1912 มีการพบโครงกระดูกของผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 1000 ปี
ในถ้ำทำให้เชื่อว่าตำนานแม่มดวูคีย์ โฮล์เป็นเรื่องจริง และนอกจากนี้ยังมีคนพบเห็นผีและปรากฏการณ์แปลกๆ ในถ้ำแห่งนี้
จนถึงทุกวันนี้




Mary Worth



บลัดแมรี่เป็นตำนานของผีสาวในกระจก ซึ่งจะปรากฏตัวให้เห็นก็ต่อเมื่อมีคนเรียกชื่อ บางครั้งเธอจะแสดงให้เห็นไม่เป็นอันตราย
แต่ก็เกือบทุกครั้งที่เธอจะออกมาในสภาพโชกเลือด


ที่มาของบลัดแมรี่นั้นมีมากมาย และหนึ่งในนั้นที่เวิร์ท รัฐอิลลินอยส์ ก็มีตำนานที่มาของบลัดแมรี่ โดยเล่าว่าครึ่งที่นี้เคยมีแม่มด
ที่มีชื่อเสียง อาศัยอยู่ฟาร์มทางทิศตะวันตกของ Gurnee in Lake County ในปี 1800 ก่อนที่จะมีสงครามกลางเมืองเธอ
จะจับทาสที่หนีและทรมานพวกเขาในโรงนาของเธอ ชาวบ้านจึงรับไม่ได้กับการกระทำของนางจึงเผาเธอทั้งเป็น และนำกระดูก
ของเธอไปฝังในสุสานเซนต์แพทริค (หรืออีกตำนานหนึ่งบอกว่าฝัง ณ ฟาร์มของเธอ)

ปีต่อมาก็มีการสร้างบ้านทับพื้นที่อดีตโรงนาของเธอ และนั้นเองทำบ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านผีสิง ในปี 1989 บ้านหลังที่ว่าถูก
ไฟไหม้ หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่มีการสร้างสิ่งก่อสร้างในพื้นที่แห่งนี้อีกเลย หากสร้างก็จะล้มเหลวทุกครั้ง หลายคนเชื่อว่า
เรื่องนี้เป็นที่มาของตำนานบลัดแมรี่นี้เอง
 

 
 
The Bell Witch


 
คงไม่มีเรื่องไหนแล้วที่น่าขนลุกเท่าแม่มดเบลล์ ในช่วงศตวรรษที่ 19 เมืองอดัมส์ มลรัฐเทนเนสซี จอห์น เบลล์ เกษตรกรคนหนึ่ง
ได้ทะเลาะอย่างรุนแรงกับ หญิงชราคนหนึ่งชื่อ เคท แบทส์ เธอหาว่าเขาโกงเธอในการซื้อขายที่ดี และหญิงชราคนนั้นก็ได้สาปว่า
ครอบครัวเบลล์จะได้รับความทุกข์ทรมานตราบใดที่พวกเขายังอยู่


หลังจากการเสียชีวิตของหญิงชรา นับจากนั้นเป็นต้นมา ครอบครัวเบลล์ก็เดือดร้อนจากการโจมตีของผู้ที่มองไม่เห็น ซึ่งเชื่อว่าเป็น
ฝีมือของแม่มด หรือคำสาปของเคท แบทส์ ไม่ว่าจะเป็นข้าวของแตกกระจาย เข็มทิ่มตามร่างกาย นมหกเลอเทอะ ดึงผ้าคลุม
จากเตียง การทุบตี แถมเสียงหัวเราะสยองแกล้งแบบสะใจ แม้กระทั่งตอนสมาชิกในครอบครัวตายผีตนนี้ยังไม่วายที่จะแสดง
อิทธิฤทธิ์ หัวเราะร้องเพลงอย่างเริงร่าและดังยาวนาน

ตำนานอื่นๆ ยังเล่าเรื่องน่าเหลือเชื่อมากกว่านั้น เช่น พวกเขาได้เห็นสัตว์ครึ่งสุนัขครึ่งกระต่ายปรากฏตัว แม่มดที่พยายามขัดขวาง
ความสุขของพวกเขาทุกอย่างแม้กระทั่งการคว้าอาหารจากปากของพวกเขาในช่วงรับประทานอาหาร  แม้แต่จอห์นเสียชีวิตก็ยัง
เชื่อว่าถูกวางยาพิษโดยแม่มด

แม้ทุกวันนี้ครอบครัวเบลล์จะหมดรุ่นไปแล้วเกือบ 200 ปี ก็ตาม แต่ทุกวันนี้วิญญาณยังปรากฏตัวอยู่ เนื่องจากมีผู้พบเห็น
ปรากฏการณ์แปลกๆ ภายในถ้ำแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในบริเวณครั้งหนึ่งที่เคยเป็นสมบัติของเบลล์

 
 


Marie Laveau


   
มารี ลาโว (10 กันยายน 1794-16 มิถุนายน 1881) ถือว่าเป็นตำนานที่มีชื่อเสียงของนิวออร์ลีน เชื่อว่าเธอเป็นแม่มดวูดูที่มี
อิทธิฤทธิ์เก่งกล้า  เพื่อนบ้านรํ่าลือกันว่าเธอสามารถสาปได้ทั้งคนและสัตว์ โดยใช้มนต์ดําของวูดู  มีคนเชื่อว่าเธอเต้นรำกับงู
และทำพิธีกรรมเลือดลับ และใครที่คิดจะเป็นศัตรูของเธอจะต้องพบหายนะ


ทำให้เธอมีอิทธิพลมาก จนได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งนิวออร์ลีน” แม้ว่าเธอตายไปแล้วแต่หลายคนยังเชื่อว่าที่หลุมฝังศพของเธอ
ยังคงมีพลังบางอย่างลึกลับ

ทุกวันนี้ที่หลุมศพของเธอมีชื่อเสียงมากคนทั่วไป เพราะสามารถ บนบานขอให้เธอช่วยสาปใครก็ได้ ผู้ขอจะต้องปฏิบัติดังนี้....
เริ่มจากเคาะ 3 ครั้งบนโลงศพของมารี แล้วหมุนกายทวนเข็มนาฬิกา 3 รอบ เซ่นเหล้ารัม ข้ามหลุมศพ 3 หน แล้วเปล่งชื่อ
ของเธอออกมาดังๆจากนั้นก็บอกกล่าวถึงจุดประสงค์ของคุณ
(ว่าจะให้เธอดลให้ศัตรูของคุณวิบัติอย่างไร)
 
ที่มาข้อมูล

http://thep.blogspot.com/2004/05/iliad.html
http://mysteriousheartland.com/top-10/top-10-tales-of-witchcraft-in-illinois/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 02 พฤศจิกายน 2019, 14:40:01 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่