[เภทภัยในไซอิ๋ว7] หวงเผา (黃袍怪) ปีศาจเสื้อเหลือง

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยในไซอิ๋ว7] หวงเผา (黃袍怪) ปีศาจเสื้อเหลือง  (อ่าน 189 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19541
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

[เภทภัยในไซอิ๋ว7] หวงเผา (黃袍怪) ปีศาจเสื้อเหลือง



ปีศาจเสื้อเหลือง (黃袍怪) อาศัยในถ้ำคลื่นจันทร์ (波月洞) ที่ภูเขาอั้วจื้อซัว (碗子山) ภายในอาณาจักรแห่ง เป่าเซี่ยงก๊ก
(寶象國 : ทรัพย์สมบัติ) เดิมเขาเป็หนึ่งในดาวฤกษ์ทั้ง 28 ชื่อ ดาวกุยแซ (奎木狼) เขาไปตกหลุมรักนางฟ้าเง็กหนึง (玉女)
ที่อยู่บนสวรรค์ เมื่อนางฟ้าเง็กหนึงมาจุติบนโลก ชื่อ แป๊ะฮ่องเซียว (百花羞) เป็นเจ้าหญิงไป่แห่งเมือง เป่าเซี่ยง (Baoxiang)
เขาจึงได้แอบหนีจากสวรรค์ลงมาบนโลก นั้นทำให้เขากลายมาเป็นปีศาจเสื้อเหลือง หรือ ปีศาจหวงเผา (黃袍怪) แล้วจึงไป
ลักพาตัวเจ้าหญิงไปเพื่อข่มขืนอยู่กินฉันท์ผัวเมียจนมีลูกด้วยกัน 2 คน ชายหนึ่ง หญิงหนึ่ง


ตอนเริ่มเรื่อง เขาก็จับพระถังได้ เนื่องจาก โป๊ยก่ายแอบไปหลับและซัวเจ๋งไปตามโป๊ยก่าย ทำให้พระถังอยู่คนเดียวในป่า ศิษย์ทั้งคู่
พยายามไปช่วยพระถัง แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถสู้กับปีศาจได้ จึงต้องกลับไปขอร้อง หงอคง แม้ว่าหงอคจะมาสู้เองก็ไม่สามารถปราบได้
ต้องไปขอร้องเง็กเซียนฮ่องเต้ เมื่อเง็กเซียนรู้เรื่อง ก็ตรวจดูพบว่าดาวหายไป 1 ดวงเหลือเพียง 27 เท่านั้น จึงให้ดาวทั้ง 27 ภาวนา
เรียกตัวขึ้นมาบนสวรรค์ กลับมารับโทษเป็นเป็นคนพัดเตาหลอมยาของ ไท้เสียงเหล่ากุง (太上老君)



เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว




คณะเดินทางมายังป่าแห่งหนึ่ง คณะยังไม่ได้กินอะไรเลย พระถังซำจั๋ง จึงให้โป๊ยก่ายไปบิณฑบาตร  แต่โป๊ยก่ายกลับไปแอบหลับ
พอพระถังซำจั๋ง เห็นว่าโป๊ยก่ายหายไปนาน จึงให้ซัวเจ๋งไปตามหา พระถังซำจั๋งเมื่ออยู่คนเดียว ก็เดินไปรอบๆ สายตามองไปเห็น
เจดีย์และอารามจึงเดินเข้าไปเพื่อหวังนมัสการ แต่เมื่อเข้าไปกลับไปเจอปีศาจยักษ์

 
ปีศาจจึงสั่งให้บริวารจับพระถังมัด แล้วเอากลับไปยังถ้ำคลื่นจันทร์ เมื่อซัวเจ๋งไปพบกับโป๊ยก่าย ก็ต่อว่าโป๊ยก่ายว่า ที่มาหลับนอน
ทำให้เสียงานเสียการ ระหว่างนั้น ศิษย์ทั้งสองก็กลับมาไม่เห็นพระอาจารย์จึงออกตามหา  เมื่อมาถึงเจดีย์ก็เข้าไป ก็พบกับปีศาจ
“อึ่งเพ้าไต้อ๋อง” หรือ ปีศาจเสื้อเหลือง  (黃袍怪) ปีศาจก็บอกว่า ข้าทำบุญเลี้ยงอาหารทุกวัน หากทั้งคู่ไม่รังเกียจก็เชิญมาทาน
อาหารด้วยกัน แต่โป๊ยก่าย กับซัวเจ๋งไม่ฟังเสียง เข้ารุมสู้ทันที แต่ไม่รู้แพ้รู้ชนะกัน



 
กลับมาที่ภายในถ้ำ มีหญิงสาวคนหนึ่ง เดินเข้ามาพบพระถังถูกมัด จึงได้แก้เชือกให้ แล้วบอกกับพระถังว่า ตัวข้าไม่ใช่ปีศาจ แต่เดิม
เป็นเจ้าหญิงอยู่เมืองเป่าเซี่ยงก๊ก  (寶象國 ทรัพย์สมบัติ) แต่ปีศาจได้จับตัวข้ามาข่มขืนเป็นภรรยาปีศาจ เมื่อ 13 ปีที่แล้ว มีลูก
ด้วยกัน 2 คนชาย1 หญิง1 แต่ไม่เคยได้ส่งข่าวให้บิดาเลย และได้ถามว่าพระถังจะเดินทางไปไหน เมื่อทราบเรื่องว่าจะต้องผ่านเมือง
ของบิดา จึงได้เขียนจดหมายแล้วฝากพระถังไปแจ้งข่าวให้บิดาแล้ว ก๋งจู๊ (ชื่อแปลว่า น่ารักกว่าดอกไม้ ) ก็มาหน้าถ้ำเห็นกำลังสู้รบ
กันอยู่ ก็เรียกสามีมาบอกว่า ก่อนแต่งได้อธิฐานต่อหน้าพระว่า

“ชาตินี้ขอให้ได้สามีที่แสนดี จะทำบุญใหญ่ถวาย ครั้งนี้ข้าได้ท่านอึ้งเพ้าเป็นสามีที่แสนดี เมื่อครู่ข้านอนฝันว่า มีพระท่านมาทวง
คำอธิฐานในครั้งนั้น ตื่นมาข้าเห็นพระภิกษุท่านหนึ่งถูกมัด ข้าจึงมาขอให้ท่านสามีช่วยปล่อยพระภิกษุไปเพื่อแก้คำอธิฐานให้ข้า
ท่านเห็นสมควรหรือไม่”


อึ้งเพ้าไต๋อ๋องนั้นเป็นคนรักเมียมาก ได้ยินดังนั้นจึงบอกว่า

“ต้องสงสัยไปใยเล่า ตามแต่ภรรยาจะประสงค์เถอะ”

แล้วปีศาจก็เรียก ซัวเจ๋งกับโป๊ยก่ายมาบอกว่า

“ข้าไม่ได้แพ้พวกเจ้านะ แต่เมียข้าปล่อยอาจารย์เจ้าไปแล้วอยู่หลังถ้ำ พวกเจ้าไปรับอาจารย์ที่หลังถ้ำเถอะ"

เมื่อคณะรวมกันได้อีกครั้ง ก็เดินทางมาถึงเมือง เป่าเซียงก๊ก ที่มีความวิจิตรพิศดารมาก เมื่อมาถึงก็ยื่นหนังสือของพระเจ้าถังไท้จง เพื่อขอ
เฝ้าเจ้าเมืองทันที และได้ไต่ถามเรื่องลูกสาวของเจ้าเมืองที่ถูกปีศาจลักพาไป 13 ปีก่อน พร้อมกับยื่นจดหมายที่ลูกสาวฝากให้ท่านเจ้าเมือง
ภายนอกจดหมายเขียนว่า “ความสุข” ภายในจดหมายเขียนว่า



“ข้าถูกปีศาจจับไปเมื่อ 13 ปีก่อนในคืนวันเพ็ญ เดือน 8ทำให้ข้าไม่สามารถตอบแทนบุญคุณท่าน จึงขอให้ท่านส่งทหาร
มาปราบปีศาจ เพื่อช่วยเหลือข้าจากปีศาจ”

เมื่อเจ้าเมืองอ่านจบก็น้ำตาไหล และประกาศขออาสาจากเหล่าขุนนาง เหล่าขุนนางตอบกลับว่า

"พวกข้าแม้จะฝึกยุทธ์ และตำราพิชัยสงคราม มามากมาย ก็ไม่สามารถนำไปปราบปีศาจได้ จึงขอให้ท่านผู้วิเศษคือ พระถัง
ผู้มีบุญญาธิการช่วยไปปราบแทนด้วยเถอะ"


พระถังจึงบอกว่า ข้ามาถึงที่นี่ได้ด้วยอิทธิฤทธิ์ของศิษย์สองคน
 
เจ้าเมืองจึงรับสั่งให้ศิษย์ทั้งสอง ไปช่วยปราบปีศาจแล้วจะตอบแทนรางวัลให้ ซัวเจ๋ง และโป๊ยก่ายจึงรีบเหาะไปถ้ำของปีศาจ แล้วเข้าสู้รบ
กับปีศาจเสื้อเหลืองทันที แต่ว่า ทั้งสองสู้ไม่ได้ โป๊ยก่ายนั้นหนีออกมาก่อน ทำให้ซัวเจ๋งพลาดท่าโดนจับมัดตัวไว้ที่ถ้ำของปีศาจ


ปีศาจเสื้อเหลือง สงสัยว่า ทำไมทั้งสองจึงกลับมาสู้รบอีก เพราะปล่อยตัวพระถังไปแล้ว โดยสงสัยในตัวภรรยา จึงเดินไปถามว่า
นางแพศยา ภรรยาจึงถามกลับว่า "โกรธเรื่องอะไร"

ปีศาจจึงตอบว่า ตั้งแต่ข้านำตัวเจ้ามาที่นี่ เจ้าอยากได้อะไรข้าไปนำมาให้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเสื้อผ้า ทรัพย์สิน เงินทอง แม้แต่มงกุฎทองที่เจ้าสวม
แต่ในใจเจ้าคิดถึงแต่พ่อแม่ ไม่คิดถึงข้าเลย วันนี้ เจ้าปล่อยพระถังไป ฝากจดหมายไปบอกพระราชารึเปล่า ภรรยาก็แกล้งเฉไฉ ปีศาจจึงบอกว่า
ข้าจับพยานได้หนึ่งคนข้าจะไปถามไถ่ดู พูดจบก็จิกหัวนางลากไปต่อหน้าซัวเจ๋ง แล้วถามกับซัวเจ๋งว่า

“ที่กลับมารนหาที่ตายอีกครั้ง ทั้งๆ ที่ข้าปล่อยไปรอบหนึ่ง เพราะภรรยาข้าแอบส่งจดหมายให้เจ้าเมืองใช่หรือไม่” 



ซัวเจ๋งนั้นเห็นนางกำลังโดนทรมานก็เข้าใจทันที จึงแกล้งตอบไปว่า

“อาจารย์ข้าไปเห็นรูปในวัง เห็นว่าหน้าตาเหมือนนางจึงถามเจ้าเมืองว่า นี่ใครกัน จึงรู้ความ เจ้าจะฆ่าข้าก็รีบฆ่าข้าเสีย
อย่าเสียเวลาไปฆ่านางผู้ซึ่งซื่อสัตย์ เลย”


ปีศาจเสื้อเหลืองได้ยินดังนั้น ก็รีบยกนางขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ แล้วก็ขอโทษขอโพยภรรยาสุดที่รักทันที แล้วพูดว่า

“ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ข้าโมโหขึ้นมาทีไรขาดสติทุกที ขอภรรยาจงอภัยให้ข้าด้วย”

พูดจบก็จัดโต๊ะเลี้ยงอาหารและสุราทันที แล้วบอกกับภรรยาว่า “พระถังอยู่ที่วังในเมือง ข้าต้องการไปเยี่ยมพ่อตา (เจ้าเมือง)” 
ภรรยาบอกว่า “อย่าไปเลยรูปร่างหน้าตาท่านไปแล้ว บิดาข้ามีแต่จะกลัวท่าน”

ปีศาจเสื้อเหลืองจึงแปลงกายเป็นหนุ่มรูปงาม ภรรยาเห็นดังนั้น ก็กล่าวเตือนว่า

“หากท่านดื่มสุรา ท่านจะกลับคืนร่างนะให้ระวังเรื่องนี้ด้วย แล้วก็อนุญาตให้ปีศาจเสื้อเหลืองไปเยี่ยมพ่อตา”

เมื่อเข้าเมืองมา ก็ขอเข้าเฝ้าเจ้าเมืองทันที เพราะเขาคือ ลูกเขยคนที่สาม เจ้าเมืองอดใจไม่ได้จึงถามไถ่ว่า

“ทำไมเจ้าถึงบอกว่า เจ้าเป็นลูกเขยข้า” 




ปีศาจที่ปลอมมาจึงทูลเท็จว่า

“เมื่อ 13 ปีก่อน ข้าเห็นเสือคาบลูกสาวท่านมา จึงได้จับปีศาจเสือขังไว้ แล้วอยู่กินกับลูกสาวท่าน แต่ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดา
ไม่กล้าสู้หน้าท่าน จึงปล่อยเเรื่องนี้ให้เนิ่นนาน แต่วันก่อน เสือที่ข้าจับไว้นั้นได้หลุดออกมา ได้ข่าวว่า มันปลอมตัวเป็นพระอ้างว่า
มาจากเมืองถัง”
พูดจบก็เสกให้พระถังเป็นเสือ
 
เจ้าเมืองเห็นดังนั้น จึงสั่งลูกน้องจับพระถังที่เป็นเสือไปขังไว้ในกรง ม้าขาวทนไม่ไหว จึงแปลงร่างเป็นมังกรหนีออกมาแล้วแปลง
เป็นหญิงแอบไปลอบฆ่าปีศาจ แต่ปีศาจรู้ทัน ฟันไปที่หญิง ต้องรีบแปลงร่างกลับเป็นมังกรหนีลงน้ำ ก่อนที่จะแปลงกลับมาเป็น
ม้าอีกครั้ง





โป๊ยก่ายกลับเข้าเมืองก็เห็นว่า ซัวเจ๋ง ถูกปีศาจจับ ม้าขาวก็ถูกทำร้ายเจียนตาย พระถังก็ถูกขัง โป๊ยก่ายจึงร้องไห้เสียใจมาก
จึงตัดสินใจเหาะไปหา หงอคง ที่ถ้ำม่านน้ำ แล้วก็เล่าเรื่องให้หงอคงฟัง หงอคงรีบออกตัวว่า

“ข้าไม่สามารถไปช่วยได้เพราะท่านอาจารย์สั่งไว้” โป๊ยก่าย ไหวพริบดี รีบชิงบอกว่า ที่ท่านเคยบอกว่า

“หากเจอปีศาจ ให้อ้างชื่อท่าน แต่ปีศาจตนนี้ เมื่อข้าอ้างชื่อท่านไป มันกลับบอกว่าจะจับลิงมาต้มกิน”

หงอคงโมโหมาก รีบเหาะมากับโป๊ยก่ายไปที่ถ้ำของปีศาจ เจอแต่ภรรยา จึงปลดมัดซัวเจ๋ง โดยภรรยาบอกว่า ปีศาจตนนี้
มีอิทธิฤทธิ์มากเพราะมียาวิเศษที่อมไว้ในปาก 




หงอคงคิดแผนได้ ไล่ให้ศิษย์น้องสองคนกลับไปก่อนพร้อมกับจับลูกของทั้งคู่กลับไปที่เมือง ระหว่างนั้น ปีศาจกินเหล้าในวัง
เลยแปลงร่างกลับเป็นปีศาจ โป๊ยก่ายกับซัวเจ๋งไปเห็นเข้าก็จับทุ่มเด็กจนเสียชีวิตทั้งคู่   ปีศาจเห็นก็ตกใจแล้วรีบกลับมาที่ถ้ำ
ก็พบว่า เมียรักนอนสลบอยู่ จึงเอายาวิเศษในปากมาวนทั่วตัว เมื่อนางฟื้นก็บอกว่า โป๊ยก่าย มาช่วยซัวเจ๋งไปแล้ว  พอปีศาจเผลอ
ภรรยาก็เอายาวิเศษเข้าปาก แล้วเผยตัวว่าเป็นหงอคงแปลงตัวมา เมื่อทั้งคู่เจอกัน ปีศาจก็ร้องว่า “เคยเจอกันที่ไหนมาก่อน”


หงอคงไม่สนใจก็เข้าต่อสู้ แต่ปีศาจรีบหนีไปหลบซ่อน หงอคงได้ยินว่าเคยเจอกันมาก่อนจึงสงสัย ว่าแล้วก็ขึ้นไปบนสวรรค์
ไปถามไถ่ที่มาของปีศาจตนนี้ เมื่อทูลถามเง็กเซียนฮ่องเต้ ก็ได้ความว่า เดิมเป็น ดาวกุยแซ 1ใน 28 ดาวฤกษ์  จึงได้ให้ดาว
ทั้ง 27 ช่วยกันภาวนาเรียกกลับขึ้นมารับโทษ เมื่อดาวทั้ง 27 ช่วยกันภาวนา ดาวกุยแซก็จำต้องขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อรับโทษ
เง็กเซียนฮ่องเต้จึงถามว่า อยู่บนสวรรค์บรมสุข แต่ทำไมจึงลงไปจุติเป็นปีศาจ ดาวกุยแซจึงตอบว่า เดิมข้าสมัครใจผูกพันธ์
กับนางฟ้าเง็กนึ้ง ข้ากลัวทำให้สวรรค์มัวหมอง เมื่อเห็นนางลงไปจุติเป็นนางก๋งจู๊ ลูกสาวเจ้าเมือง ข้าจึงแปลงกายเป็นปีศาจ
ไปลักพาตัวนางมา บัดนี้ข้าโดนจับได้ข้าขอยอมรับโทษทั้งหมด เง็กเซียนฮ่องเต้จึงได้ถอดยศดาวกุยแซออก แล้วส่งไปอยู่กับ
ไท้เสียงเหล่ากุง โดยให้ไปคอยสุมไฟเอาคุณไถ่โทษ




เมื่อปราบปีศาจสำเร็จ หงอคงก็มาช่วยพระถัง เมื่อหงอคงพบอาจารย์ก็กล่าวว่า

“เพราะความใจดีของท่าน ทำให้ท่านต้องเป็นเช่นนี้” 

โป๊ยก่าย จึงกล่าวว่า “อย่าซ้ำเติมท่านอาจารย์เลย” หงอคง จึงต่อว่า

“พวกเจ้ามีหน้าที่ดูแลอาจารย์ก็ดูแลต่อไป ข้าจะกลับละ” ซัวเจ๋งรีบกราบ หงอคง แล้วบอกว่า

“ไม่เห็นแก่พระสงฆ์ก็เห็นแก่พระโพธิสัตว์เถอะ ข้าขอร้องท่านพี่ละ” 

หงอคงจึงพรมน้ำมนต์ให้อาจารย์กลับร่างเป็นคนเมื่อพระถังออกมาจากกรงได้ก็กล่าวขอโทษหงอคง แล้วคืนนั้น ทั้งหมด
ก็เลี้ยงฉลองกัน แล้วออกเดินทางต่อไป


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15 พฤศจิกายน 2019, 15:04:35 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่