การแก้แค้นของลูกผู้หญิง ที่ยิ่งกว่า Kill Bill

ผู้เขียน หัวข้อ: การแก้แค้นของลูกผู้หญิง ที่ยิ่งกว่า Kill Bill  (อ่าน 372 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19802
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

การแก้แค้นของลูกผู้หญิง ที่ยิ่งกว่า Kill Bill
โดย Cammy-เต่านรก



Kill Bill เป็นภาพยนตร์ที่เป็นเรื่องราวของ เดอะไบรด์ (อูม่า เธอร์แมน) เจ้าสาวที่กำลังเข้าพิธีแต่งงานในโบสถ์
แถว เอล พาโซ่ แต่บิล (เดวิด คาราดีน) พร้อมพวกสมาชิกได้บุกเข้ามาและเข้าทำร้ายเธอ และคนที่อยู่ในโบสถ์
รวมทั้งเจ้าบ่าวจนหมด ซึ่งนั้นเป็นเหตุทำให้เธอเกิดความแค้นและตามล่าราวีพวกมันสุดขอบโลก


แม้ว่า Kill Bill จะเป็นแค่ภาพยนตร์ แต่ในโลกแห่งความจริงนั้นมีผู้หญิงมากมายที่มีความแค้นพอๆ กับเดอะไบรด์
เหมือนกัน และการแก้แค้นของเธอนั้นสะใจพระเดชพระคุณสำหรับลูกผู้หญิงเป็นอย่างยิ่ง

 

Jackie Clarke



เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2005 นางแจ๊คกี้ คล๊าร์ค อายุ 41 ปี ได้เชิญคนไปที่บ้านของเธอ เธอได้ชงกาแฟและเจือยาเสพติด
ให้เขา ทำให้วิงเวียนจนไม่ได้สติ เธอใช้เจสันลูกชายอายุ 19 ปีของเธอผูกเขาไว้ (ลูกชายนึกว่าเป็นเกม) และจากนั้น
ก็ตีที่ขาเขาด้วยเบสบอล เมื่อชายคนน้องร้องเจ็บปวดเธอก็เอาถุงเท้ายัดปาก จากนั้นก็สักคำว่า “ข่มขืน” บนอวัยวะเพศ
ของเขาด้วยเข็ม และขวดหมึกสไตล์คนคุก ซึ่งได้สร้างความเจ็บปวดทุกข์ทรมานมาก

สาเหตุเพราะชายคนนั้นข่มขืนเธอ ต่อมาเธอก็ถูกนำตัวดำเนินคดี แต่เธอปฏิเสธว่าไม่ได้สักคำว่าข่มขืนบนอวัยวะเพศชาย
แต่อย่างใด แต่สุดท้ายศาลให้จำคุกกับเธอ 6 ปี

 
 

Sonnet Ehlers



แม้ไม่ได้เป็นเหยื่อข่มขืนโดยตรง แต่แพทย์หญิง ซอนเน็ต เอห์เล่อร์ เจ็บแค้นเหยื่อที่โดนข่มขืนหลายราย หลังจากทำงาน
เกี่ยวกับคดีข่มขืนในแอฟริกาใต้ ซี่งเป็นประเทศที่มีสถิตข่มขืนมากที่สุดหลายปี ผลก็คือเธอก็ได้คิดค้นอุปกรณ์ป้องกันการ
ข่มขืนแบบใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า "Rape-aXe" ขึ้นมา มันเป็นถุงยางอนามัยป้องกันข่มขืน มีลักษณะคือมีเขี้ยวตะขอ คล้ายหนาม
เป็นแนวที่จะทำร้ายเจ้าโลกของผู้ชายได้ ซึ่งแพทย์หญิงซอนเน็ต ถึงขนาดลงทุนขายบ้าน ขายรถ เพื่อหาเงินมาพัฒนา
ถุงยางอนามัยป้องกันข่มขืน โดยเฉพาะ สำหรับประสิทธิภาพของมันคือ ถ้าผู้ชายคนไหนจะไปข่มขืนผู้หญิงที่ใส่ถุงยางป้องกันนี้
จะเจ็บปวดมาก ปัสสาวะก็ไม่ได้ เดินก็ไม่ไหว ทำให้ตำรวจสามารถจับกุมได้ทันที

อย่างไรก็ตาม นักวิจารณ์บางส่วนได้ออกมาให้ความเห็นว่าเป็นอุปกรณ์ข่มขืนที่น่ากลัวและน่าขยะแขยงและไม่ได้ช่วยให้
สถิติป้องกันข่มขืนในแอฟริกาใต้ลดลงแต่อย่างใด อีกทั้งยังทำให้ผู้สวมเป็นอันตรายอีก



 
Chiomara


 
ชเวมีร่า เป็นมาดามแห่งกาลาเทีย (ทางภาคเหนือของตรุกีปัจจุบัน) เธอเป็นภรรยาของ Orgiagon หัวหน้าของชนเผ่า
Tectosagi หนึ่งในสามของชนเผาที่ต่อสู้กับพวกชาวโรมันในช่วงปี 189 ก่อนคริสกาล หลังจากที่คนของพวกเธอ
พ่ายแพ้แก่โรมัน เธอก็ถูกขังอยู่รวมกับกลุ่มเชลย หัวหน้าคุมนักโทษ (น่าจะระดับนายกอง) เห็นเธอว่าเธอมีผู้หญิงที่สวย
เลยข่มขืนเธอ และต่อมา พวกโรมันรู้สึกผิดเลยเสนอให้เรียกค่าไถ่ให้เธอกลับไปหาคนของเธอ

เมื่อพวกของเธอมาถึงและตกลงจ่ายค่าไถ่ ในขณะที่พวกโรมันนับทองอยู่ เธอก็ชี้ไปที่พวกเขาและบอกให้คนของเธอตัด
ศีรษะให้หมด หลังจากนั้นเธอก็ห่อศีรษะคนร้ายกับชุดของเธอและกลับบ้าน เมื่อได้พบกับสามี เธอก็โยนหัวที่เท้าของเขา
และประกาศว่า “มีเพียงคุณคนเดียวที่ได้นอนกับฉัน และยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น”

ไม่รู้ว่าตอนนั้นสามีของเธอตอบเธอว่าอะไร แต่คงพยักหน้าเธออย่างว่าง่ายละมั้ง


 
Lorena Bobbitt


    
หากคุณไม่เคยได้ยินเรื่องราวของ ลอเรนา บ็อบบิตต์ ล่ะก็...นี้เป็นโอกาสดีที่ทำให้คุณรู้จักเธอให้มากขึ้น เมื่อวันที่
23 มิ.ย.1993 นายจอห์น เวยน์ บ็อบบิตต์ สามีของนางลอเรนา ได้เมากลับบ้านหลังจากดื่มเหล้ากับเพื่อน และเกิด
อารมณ์ทางเพศ เลยข่มขืนเธอทั้งที่เธอมิเต็มใจจะมีเพศสัมพันธ์ด้วย หลังโดนข่มขืนเสร็จ นางลอเรนาจึงเกิดความแค้น
เลยคว้ามืดเฉือนเจ้าหนูของจอห์น จากนั้นก็ขับรถนำจู๋ไปทิ้งนอกบ้าน

คงไม่ต้องตอบว่านายจอห์นนั้นเจ็บปวดแสนสาหัสยังไง แต่เขาก็พอมีแรงร้องเรียกเพื่อนที่มาดื่มเหล้าที่มาค้างที่บ้าน
พาไปส่งโรงพยาบาล และต่อมาก็เอาจู๋ของนายจอห์นมาต่อกลับเป็นปกติอีกครั้ง

ต่อมามีการขึ้นโรงขึ้นศาล ซึ่งนางลอเรนนามีความผิดต้องจำคุกถึง 20 ปี แต่ทนายของฝ่ายจำเลยแก้ต่างว่าจำเลยถูกโจทก์
ข่มขืนจนสุขภาพจิตเสีย และสูญเสียการควบคุมตนเองชั่วราว อีกทั้งชีวิตการแต่งงานในหลายปีที่ผ่านมา จำเลยมีแต่ความ
ทุกข์ไม่เคยมีความสุขเลย อีกทั้งกลุ่มสิทธิสตรีก็กดดัน ทำให้ศาลยกฟ้อง และให้ลอเรนาอยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาล
โรคจิตของรัฐเป็นเวลา 45 เพื่อสังเกตการณ์ว่านางลอเรนาสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้หรือไม่


 
The Trung Sisters


 
พี่น้องตระกูลจึง สองพี่น้อง จึงจ๊าค และ จึงหญิ เป็นพี่สาว น้องสาว และ ลูกสาวของผู้ปกครอง ในพื้นที่ภาคเหนือของเวียดนาม
ในช่วงศตวรรษแรกคริสต์ศักราช ประเทศของพวกเธอถูกบุกรุกโดยกองทัพจีนในราชวงศ์ฮั่นซึ่งเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งในเวลานั้น
พื้นที่เวียดนามส่วนใหญ่ยอมจำนน ซึ่งประมาณ คริสต์ศักราช 39 แม่ทัพจีนได้ฆ่าสามีของจึงจ๊าค เป็นเหตุทำให้สองพี่น้อง
เจ็บแค้นเลยก่อกบฏด้วยการรวบรวมกองกำลัง 80,000 คนทั้งหญิงทั้งชายชาวเวียดนาม ซึ่งกองพลหนึ่งในกองทัพนั้น
กว่า 36 คนเป็นผู้หญิง ซึ่งมีแม่ของสองพี่น้องจึงรวมอยู่ด้วย ทั้งหมดต่อสู้กับกองทัพจีนอย่างดุเดือด จนชนะกองทัพจีน
หลายครั้ง

อย่างไรก็ตามผลสุดท้ายกองทัพจีนบุกเข้ามาอีกครั้ง บุกหนักพวกเขาพ่ายแพ้ไปในที่สุด จึงกระโดดแม่น้ำแดงเพื่อฆ่าตัวตาย
เมื่อ ค.ศ. 43 นักรบเกือบทั้งหมดได้ฆ่าตัวตาย เพื่อปกป้องเกียรติของพวกเขาและเสียชีวิตในการสู้รบ กลายเป็นตำนาน
และตัวแทนความเข้มแข็งของสตรีเวียดนามจนถึงทุกวันนี้



 

Gloating Rapist Torched


 
มีชายคนหนึ่งชื่อนาย อันโตนิโอ (Antonio Cosme Velasco Soriano) ชาวสเปนได้ข่มขืนลูกสาวอายุ 13 ปีของผู้หญิงคนหนึ่ง
และถูกจำคุกๆไป 9 ปี และหลังจากที่ถูกปล่อยตัวออกมเมื่อปี 1998 เขาก็อายุ 69 ปีไปแล้ว และในขณะที่เดินบนถนนใน Benejúzar
บ้านเกิดของเขานั้น เขาก็พบแม่ของเด็กที่โดนข่มขืนคนนั้น จากรายงานว่าเขาได้ยั่วแม่ของเด็กคนนั้นด้วยการพูดว่า

“ลูกสาวเธอเป็นยังไงบ้าง?”

จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปในบาร์ หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของเหยื่อก็เดินเข้าไปในบาร์ ราดเขาด้วยน้ำมันเบนซินและจุดไฟเผาท่ามกลาง
สายตาคนอื่นในบาร์เวลานั้น ซึ่งเธอเฝ้ามองขณะที่เปลวไฟยังคงลุกท่วมเขาก่อนที่จะเดินออกไป อันโตนิโอเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากอาการบาดเจ็บไฟไหม้ตัว และ 11 วันต่อมาแม่ของเด็กก็ถูกจับ ท่ามกลางเสียงของชาวบ้านที่ออกมาเรียกร้องบอกให้ปล่อยตัวเธอ




 
Off With His Head


มีข่าวเล็กๆ หนึ่งรายงานว่า เมื่อปี 2008 ในหมู่บ้าน Makkapurva เมืองลักเนาว์ ในรัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย หญิงอายุ 35 ปี
รายหนึ่ง เดินถือศีรษะที่เต็มไปด้วยเลือดของชายผู้หนึ่ง เดินไปทั่วหมู่บ้านใน ซึ่งเธอได้ให้การว่าเธอได้เข้าป่าเพื่อตัดหญ้ามาเลี้ยงวัว
ก่อนที่จะถูกชายรายหนึ่งโจมตีจากเบื้องหลัง ทำให้เธอต่อสู้และใช้เคียวฟันชายดังกล่าวคอขาด โดยชายผู้นี้ได้พยายามคุกคามเธอ
มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว และเธอไม่รู้สึกเสียใจที่ฆ่าเขาเสียชีวิต เพราะทำไปเพื่อปกป้องลูกผู้หญิง
 



Honor Restored


 
เมื่อเดือนกันยายน 2012 ที่ประเทศตุรกี ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อนางเนวิน ยิลดิริม ได้ก่อเหตุสยองยิงนายนูเร็ตตินจนเสียชีวิต ก่อนจะ
ตัดศีรษะของชายคนดังกล่าววางกลางหมู่บ้าน โดยเธอได้อ้างว่า เธอโกรธแค้นที่ถูกชายคนดังกล่าวข่มขืนเธอจนตั้งครรภ์

จากเนื้อหาข่าวรายงานว่า นางเนวิน ถูก นายนูเร็ตติน ข่มขืนเป็นเวลานานกว่า 8 เดือน หลังสามีออกของเธอไปทำงานต่างเมือง
เขาขู่ว่าจะฆ่าลูกของเธอทิ้งด้วยหากเธอนำเรื่องไปบอกคนอื่น กระทั่งถึงเดือนสิงหาคม เมื่อความอดทนหมดลง เธอตัดสินใจยิงเขา
ไป10 นัด ขณะที่เขาปีนออกจากกำแพงบ้านของเธอ ทั้งยังยิงอวัยวะเพศของเขา ก่อนตัดศีรษะเขาไปวางไว้กลางหมู่บ้าน
พร้อมตะโกนบอกว่า

“อย่านินทาเธอลับหลัง อย่าเล่นกับศักดิ์ศรีของผู้หญิง และนี่คือหัวของคนที่เล่นกับศักดิ์ศรีของเธอ”

นอกจากนี้เธอยังให้การกับตำรวจว่า นายนูเร็ตติน ได้ถ่ายรูปเธอท้อง และขู่จะส่งภาพดังกล่าวให้ครอบครัวของเธอ หากเธอ
ไม่ยอมนอนกับเขา และยังขู่จะบอกเรื่องนี้กับทุกๆคน รวมทั้งลูกสาวของเธอด้วย เธอต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
แต่เธอไม่กล้าพอจะฆ่าตัวตาย จึงคิดฆ่าเขาแทน

แน่นอนว่าตำรวจต้องดำเนินคดีกับนางเนวินตามกฎหมาย ในขณะที่กลุ่มพิทักษ์สิทธิผู้หญิงได้พากันยกย่องนางเนวินว่าเป็น
สตรีผู้กล้าที่ลุกขึ้นปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงของตนเอง



 
Phoolan Devi



พูลัน เทวี เกิดในประเทศอินเดียในปี 1963 ในครอบครัววรรณะต่ำ ด้วยชีวิตที่ยากจนข้นแค้นถูกเอารัดเอาเปรียบทำให้เธอ
กลายเป็นสหายของผู้นำกองโจรกลุ่มหนึ่ง ในระหว่างที่เธอต่อสู้เพื่อเป็นผู้นำกองโจร สหายของเธอถูกฆ่าตาย และเธอก็ถูก
แก๊งที่มีผู้ชายหลายคนในหมู่บ้าน Behmai ข่มขืนเป็นเวลาถึงสามสัปดาห์ เธอถูกทุบตีและถ่มถุยด่าทออย่างหยาบคาย
เธอสาบานว่าจะแก้แค้นให้คนในหมู่บ้านนี้อย่างสาสม และเธอก็หนีออกมาได้และจัดตั้งแก๊งใหม่ภายใต้การนำของเธอเอง

จากนั้นแก๊งโจรของพูลัน เทวี ก็ออกปล้นทั่วทั้งแคว้นอุตระประเทศ และ มัธยะประเทศ แก๊งค์โจรภายใต้การนำของ พูลัน เทวี
ออกอาละวาด ปล้น,ฆ่าหมู่บ้านแล้วหมู่บ้านเล่า ทุกแห่งที่เธอและพรรคพวกผ่านไปถ้าเธอรู้ว่ามีผู้หญิงถูกข่มขืน,โดนบังคับให้
ทำแท้งหรือถูกบีบคั้นให้ฆ่าตัวตาย เพื่อรักษาเกียรติของครอบครัวเธอจะตัดสินโดยศาลเตี้ยของเธอเอง โดยเธอหาตัวผู้ชาย
ที่เป็นต้นเหตุนำมาเชือดพวงสวรรค์ทิ้งและทรมานและตัดชิ้นส่วนของร่างกายออกทีละชิ้นให้ตายอย่างทรมาน

และในปี 1981 เธอก็ฆ่าหมู่ผู้ชายในหมู่บ้าน Behmai ที่เคยข่มขื่นเธอมาก่อนเป็นการแก้แค้น เธอถูกจับ ติดคุก 11 ปี
เมื่อพ้นโทษชาวบ้านเลือกเธอเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสุดท้ายโดนฆ่าตายในปี 2001 โดยผู้ชายที่บอกว่านี้เป็น
การแก้แค้นในเหตุการณ์สังหารหมู่บ้าน Behmai



 
Boudica



คุณเคยสงสัยไหมว่ารูป "ควีนโพธิ์" ที่ปรากฏในชุดไพ่นั้นคือใคร คำตอบก็คือเธอคือราชินีบูดิคาก้า หรือเป็นที่รู้จักกัน
อีกชื่อคือ ราชินีโบอาดิเซีย เป็นราชินีของบริทิชไอเซนีในคริสในคริสตศักราชที่ 60-61 เธอเป็นคนนำทัพเผ่าไอเซนี
ต่อต้านโรมัน

เรื่องราวของเธอยังคงเป็นที่ถกเถียงอยู่ว่าเป็นเรื่องจริงหรือตำนาน แต่ที่รู้แน่ๆ เธอแค้นพวกโรมันแน่นอน โดยก่อนหน้านั้น
สามีของเธอ พราซูทากัส (Prasutagus) ได้ตกลงยกลูกสาวของตนให้จักรวรรดิโรมันเพื่อยุติการรุกราน แต่สามีของเธอ
ก็ด่วนจากไปเสียก่อน โรมันจึงถือว่าเรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้นและเข้ายึดครอง บูดิก้าถูกเฆี่ยนตี และลูกสาวของเธอก็ถูกข่มขืน!

ด้วยความเจ็บปวดนี้เธอจึงได้นำทัพสู้กับโรมัน วีกรกรรมของนางก็คือการบุกยึดเมืองลอนดีนิอุม (หรือลอนดอนในปัจจุบัน)
ที่เป็นที่ครอบครองของโรมัน เธอจัดการเผาเมืองและเข่นฆ่าชาวโรมันอย่างเหี้ยมโหดตายนับหมื่นคน (ประมาณ 70,000
-80,000 คน) แต่ต่อมาชาวโรมันสามารถยึดเมืองกลับมาได้ และชนะการรบราชินีโบดิก้า 

ส่วนทางด้านชะตากรรมบูดิก้า ไม่ทราบแน่ชัดบ้างก็ว่าเธอฆ่าตัวตายเพราะไม่อยากถูกจับกุม บางก็ล้มป่วยลงเสียชีวิต
จนกลายเป็นตำนานการแก้แค้นของผู้หญิงไป

 
 
อ้างอิง

http://listverse.com/2013/01/05/10-women-who-took-serious-revenge/
http://news.mthai.com/world-news/188897.html
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 16 พฤศจิกายน 2019, 11:51:28 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Oaty

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 213
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: การแก้แค้นของลูกผู้หญิง ที่ยิ่งกว่า Kill Bill
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 25 พฤศจิกายน 2019, 07:28:01 »

ขอบคุณครับ