สถานที่ที่เชื่อว่ามีจอกศักดิ์สิทธิ์เก็บซ่อนอยู่

ผู้เขียน หัวข้อ: สถานที่ที่เชื่อว่ามีจอกศักดิ์สิทธิ์เก็บซ่อนอยู่  (อ่าน 217 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

สถานที่ที่เชื่อว่ามีจอกศักดิ์สิทธิ์เก็บซ่อนอยู่
cr. Cammy-เต่านรก



จอกศักดิ์สิทธิ์ (Holy Grail) เป็นตำนานความเชื่อในศาสนาคริสต์ เป็นจาน ชาม หรือถ้วย ซึ่งพระเยซูทรงใช้
ในพระกระยาหารมื้อสุดท้ายหรือรองรับพระโลหิตของพระองค์เมื่อถูกตรึงกางเขน เล่าว่ามีอำนาจวิเศษสถิตย์อยู่ 
บางตำนานได้เล่าว่าเมื่อใครได้ครอบครองจอกศักดิ์สิทธ์แล้วนั้นจะมีอำนาจมากและเมื่อใครได้ดื่มน้ำจากจอก
ศักดิ์สิทธ์แล้วจะเป็นอมตะ


ในขณะบางตำนานก็บอกว่าถ้าได้ดื่มน้ำจากจอกศักดิ์สิทธ์แล้วเมื่อมีโรคภัยไข้เจ็บหรือเป็นอะไรทางร่างกายได้หมด เช่น
โดนธนูยิงใส่เมื่อดื่มน้ำผ่านจอกนี้แล้วแล้วเอาน้ำนั้นมาราดลงบนแผลที่เป็นแล้วแผลนั้นจะหายเป็นปลิดทิ้ง และนั่นเอง
ทำให้หลายคนพยายามตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูทุกยุค ทุกสมัย ทั้งที่ไม่รู้ว่ามันมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่

สิ่งที่หลายคนรู้ก็คือจอกศักดิ์สิทธิ์ปรากฏในตำนานหลายเรื่องของยุโรปยุคกลาง แต่เนื้อหาเน้นตำนานที่มักกล่าวถึง
บรรดาอัศวินที่ออกเดิน ทางไปผจญภัยต่างๆนานาเพื่อค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์เสียมากกว่า ที่มีชื่อเสียงที่สุดได้แก่
ตำนานพระเจ้าอาเธอร์และอัศวินโต๊ะกลม พวกเขาได้ค้นพบจอกศักดิ์สิทธิ์ และเก็บรักษาไว้ ทำให้มีหลายคนว่า
จอกศักดิ์สิทธิ์น่าจะเก็บไว้ในสถานที่เกี่ยวกับกษัตริย์อาเธอร์ หรือไม่ก็หลุมฝังศพอาเธอร์


อีกตำนานหนึ่งเชื่อกันว่าจอกศักดิ์สิทธิ์ถูกเก็บในวิหารเยรูซาเล็มซึ่งเก็บสมบัติที่เกี่ยวข้องกับศาสนาคริสต์ไว้ก่อนที่
กรุงเยรูซาเล็มถูกโรมันยึดครองในปีค.ศ.70 กล่าวกันว่าจอกศักดิ์สิทธิ์ได้ถูกนำออกไปด้วย และได้มีผู้สืบทอด
ปกป้องรักษาสมบัติศักดิ์สิทธิ์ต่างๆอยู่เบื้องหลัง และถ่ายทอดความลับเหล่านี้เฉพาะแก่ผู้สืบทอดของตนเท่านั้น
ปัจจุบันตำนานสถานที่เก็บซ่อนจอกศักดิ์สิทธิ์นั่นปรากฏออกมาทั่วโลก

และนี้คือ 10 สถานที่เด่นๆ ที่เชื่อว่าเก็บซ่อนวัตถุลึกลับดังกล่าว


 
10.Accokeek


   
แอคโคคีค เป็นพื้นที่เล็กๆ ตั้งอยู่ในรัฐแมรี่แลนด์ ห่างประมาณ 8.5 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงวอชิงตันดีซี
ตามตำนานเล่าว่าเป็นสถานที่นักบวชของโรมันคาทอลิก กับกัปตันจอห์น สมิธมาเยือน (จากโพคาฮอนทัส) แล่นเรือ
จากแม่น้ำโพโตมาสไปรอบๆ  1606-1607 และเล่ากันว่าพระดังกล่าวเป็นสมาชิกของสมาคมอัศวินเทมพลาร์


ใครที่ไม่รู้จักอัศวินเทพลาร์ก็ขอเล่าย่อๆ ว่าสมาคมอัศวิน เทมพลาร์ เป็นกลุ่มอัศวินศาสนาคริสเตียนที่มีบทบาทในสงครามครูเสด
ก่อตั้งเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 12 จุดมุ่งหมายคือปกป้องผู้แสวงบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ และ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สร้างระบบธนาคาร
ภายหลังมี ตำนานต่างๆ ที่เกิดจากกลุ่มนี้ รวมไปถึงกลุ่มนี้ค้นพบอะไรของวิเศษบางอย่างที่สามารถเปลี่ยนโลกได้ เล่ากันว่า
ของวิเศษนั่นก็คือจอกศักดิ์สิทธิ์ โดยต่อมาเมื่อกลุ่มนี้ล่มสลายลง ก็ปรากฏข่าวลือมากมายว่ากันว่าพวกเขาได้เก็บสมบัติที่มีค่า
ของพวกเขาไว้ในที่ต่างๆ ของโลก และเชื่อกันว่าจอกศักดิ์สิทธิ์คือหนึ่งในนั้น

และนอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ซ่อนหลุมฝังศพอาร์เธอร์ อย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้
เป็นจริงหรือไม่

 


9.Oak Island


   
เกาะโอ๊ค เป็นเกาะที่อยู่นอกอ่าวมาโฮนี่ ทางเหนือของโนวาสโกเดีย ของประเทศแคนาดา เป็นที่หนึ่งที่เชื่อกันมานานแล้วว่ามี
สมบัติจำนวนมหาศาลฝังอยู่ สถานที่แห่งนี้ถูกค้นพบโดยบังเอิญโดยสามวัยรุ่นบนเกาะในปี 1795 ซึ่งเป็นตอนแรกเป็นเหมือง
ใต้ดินลึกที่ฝังอยู่ใต้ต้นโอ๊คใหญ่ โดยตามตำนานระบุไว้ว่าเป็นสมบัติที่ซ่อนเป็นของ กัปตัน คิดด์ จอมสลัดทะเลหลวงที่เลื่องชื่อ
ลือนามในช่วงปลายศตวรรษที่ 17 ต่อต้นศตวรรษที่ 18


และยังมีอีกตำนานที่เล่ากันว่าเป็นที่ซ่อนของจอกศักดิ์สิทธิ์ที่สมาคมอัศวิน เทมพลาร์นำมาเก็บเอาไว้ และหลายศตวรรษ
ที่ผ่านมา มีคน 6 คนต้องตายเพราะพยายามขุดหาสมบัติที่จุดดังกล่าวจนกลายเป็นหลุมลึกกว่า 100 ฟุต

หากแต่หลายคนล้มเหลสวเพราะยิ่งขุดหลุมดังกล่าวจะมีน้ำซึมเข้ามา จนกลายเป็นบ่อน้ำโคลนสูงขึ้นมาถึงระดับ 3O ฟุตจาก
ผิวพื้นดิน ตักออกอย่างไรก็ไม่หมด เอาปั๊มมาสูบจนปั๊มระเบิดไปคาบ่อก็ไม่ได้ผล ระดับน้ำยังคงกลับมาเท่าเดิมทุกครั้ง จนยาก
ที่จะทำให้หาเจอสมบัติแถมเอาชีวิตไปทิ้งอีก แม้ในปัจจุบันเกาะโอ๊คจะแทบไม่เหลือสภาพเดิมแล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนมาก
ที่เชื่อว่ามีสมบติของกัปตัน คิดด์ฝังอยู่ที่นั่นรอให้คนที่มีทุนทรัพย์และมันสมองมากพอมาเอาไป

ก็บอกแล้วว่าเรื่องสมบัติพัสถาน มันมีเสน่ห์ให้คนหลงใหลมาทุกยุคทุกสมัย



 
8.Rosslyn Chapel


   
หนึ่งในตำนานที่หลายคนรู้จักกันดีที่สุดจากนิยายของแดนบราวน์ “The Da Vinci Code” (อีกแล้วครับท่าน) โดยได้กล่าวถึง
โบสถ์ที่ชื่อโบสถ์รอสลิน ทางตอนใต้ของเอดินเบอระในสกอตแลนด์ ซึ่งที่นั่นมีช่องหินลับเอาไว้ และผนังและหลังคาโบสถ์มี
รหัสลับที่ช่างโบราณแกะสลักซึ่งเต็มไปด้วยปริศนาให้หลายคนสนใจ


สิ่งที่เรารู้คือโบสถ์รอสลินถูกสร้างขึ้นในปี 1456 โดยคำสั่งผู้ก่อตั้ง เซอร์วิลเลียม ซินต์แคลร์ขุนนางและอัศวินที่ลือกันว่าเป็น
สมาชิกสมาคมอัศวิน เทมพลาร์ จึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่ทำให้หลายคนเชื่อว่าสถานที่ดังกล่าวจะมีจอกศักดิ์สิทธิ์เก็บซ่อนเอาไว้
โบสถ์รอสลินนี้ทำด้วยหินทั้งหลังเหมือนโบสถ์ทั่วไป จะต่างกันก็ตรงรายละเอียดภายในได้แกะสลักเอาไว้ เต็มทั้งหลัง ตั้งแต่
เพดานจนถึงหน้าต่าง แท่นบูชาตลอดจนผนังทั่วทั้งโบสถ์ ถูกสลักลายไว้เต็มไปหมด แต่ที่น่าสนคือการแกะสลักบางอย่างมี
ลักษณะแปลกๆ เช่น ข้าวโพดอินเดียรอบๆ หน้าต่าง ซึ่งข้าวโพดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยุโรปเวลานั้นไม่ได้ยินมาก่อน

นอกจากนี้ยังมีการเกาะสลักคนสีเขียวซึ่งน่าจะเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน และการสลักนี้เองทำให้หลายคน
เชื่อว่าเป็นน่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ อาจมีซ่อนลับ ทำให้หลายคนที่มาเยือน โบสถ์รอสลินต่างก็พยายามแกะความหมาย
ของหินสลักภายในโบสถ์ หลายคนเชื่อว่าเป็นโน้ตเพลง แต่เพลงอะไรก็ยังไม่มีใครแกะออกเสียที หรือมีข่าวลือว่าใต้ถุนโบสถ์
มีที่ฝังศพลึกลับที่ถูกปิดสนิทอย่างแน่นหนา ซึ่งทางโบสถ์เองปฏิเสธที่จะเปิดเผยเรื่องดังกล่าว

 


7. Glastonbury Tor


   
กลาสตันเบอรี่ ทอร์ เป็นเนินเขาที่อยู่ในกลาวตัน ประเทศอังกฤษ โดยเชื่อกันว่าสถานที่ดังกล่าวคือเอวาลอน สถานที่พักผ่อน
ของคิงอาเธอร์ ซึ่งอาเธอร์ใช้รักษาแผลบาดเจ็บจากการรบ หลังจากการศึกครั้งสุดท้ายที่คัมลานน์  ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
ในปีค.ศ.1911 นักบวชที่วิหารกลาสตันเบอรี่ ในซอมเมอร์เซต ได้ค้นพบพระศพของกษัตริย์และราชินีคู่หนึ่ง ซึ่งต่อมาประกาศว่า
เป็นพระศพของกษัตริย์อาเธอร์และราชินีของพระองค์


ทางพระเจ้าเฮนรี่ที่ 2 จึงโปรดให้จัดพิธีฝังพระศพขึ้นใหม่เพื่อเป็นสัญลักษณ์อันดีงามและเป็นความฝันของชาวอังกฤษ
หากแต่ในเวลาต่อมาก็พบว่ามันเป็นของปลอม แต่กระนั้นหลายคนก็ยังคงเชื่อว่าหลังฝังศพคิงอาเธอร์และจอกศักดิ์สิทธิ์
ยังคงถูกฝัง ณ ที่ใดที่หนึ่ง ในกลาสตันเบอรี่ ทอร์



 
6. The Dome of the Rock


   
โดมทองแห่งเยรูซาเลม เป็นศาสนสถานของศาสนาอิสลามที่เป็นที่ตั้งของศิลาฤกษ์ (Foundation Stone) เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ที่สุดของศาสนายูดาย ในกรุงเยรูซาเลม โดมทองสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 691 ซึ่งทำให้เป็นสิ่งก่อสร้างของอิสลามที่เก่าที่สุดในโลก
ทำไมสถานที่ดังกล่าวถึงเชื่อว่ามีจอกศักดิ์สิทธิ์อยู่..? อาจเป็นเพราะสถานที่ถือว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่เด่นที่สุดบนภูเขาเทมเพิล


มีตำนานเล่าว่า อัศวินเทมพลาร์ได้ค้นพบวัตถุมงคลในคริสต์ศาสนาในภูเขาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นหีบแห่งพันธสัญญา หรือจอกศักดิ์สิทธิ์ 
อีกทั้งภูเขาดังกล่าวนั้นเชื่อกันว่าน่าจะฝังศพของโจเซฟสาวกพระเยซู  ภูเขาดังกล่าวยังมีสิ่งก่อสร้างของอัศวินเทมพลาร์เด่นๆ มากมาย
อีกทั้งยังเป็นสถานที่ใกล้พระเยซูตรึงไม้กางเขนซึ่งจอกที่ลองพระโลหิตน่าจะถูกฝังบริเวณนั้นด้วย

อีกทั้งโดมทองเป็นสถานที่มงคลของสามศาสนา ไม่ว่าจะเป็น ศาสนายิว. คริสต์ และอิสลาม และยังเคยเป็นสถานที่เกี่ยวข้อง
กับอัศวินเทมพลาร์มาก่อน



 
5. Cattedrale di San Lorenzo


   
วิหาร ดิ ซาน ลอเรนโซ่ หรือวิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ เป็นวิหารในเจนัว ประเทศอิตาลี โดยสมเด็จพระสนตะปาปา Gelasio II สร้างขึ้น
ในปี 1100 ซึ่งมันไม่เสร็จเนื่องจากเกิดเหตุการณ์อะไรหลายอย่างขึ้นมาเสียก่อน แม้ว่ามันจะสร้างไม่เสร็จแต่สถานที่ดังกล่าว มีภาพ
จิตรกรรมผาผนังที่ล้ำค่ามากมาย นอกจากนี้มันยังมีข่าวลือเรื่องจอกศักดิ์สิทธิ์ด้วยโดยกล่าวว่า


ครั้งหนึ่งมีการอ้างว่าจอกศักดิ์สิทธิ์เคยปรากฏผ่านสายตาผู้คนมาแล้วที่วิหารเซนต์ลอว์เรนซ์ เจนัว ซึ่งนักบุญลอว์เรนซ์ได้เก็บรักษาถ้วยนี้ไว้
ชามดังกล่าวเป็นแก้วสีเขียวที่คาดว่าทำด้วนมรกต ต่อมามันก็สูญหายหรือแตกหักเสียหายไปในยุคของนโปเลียน คาดว่านักบุญลอว์เรนซ์
ได้ส่งถ้วยดังกล่าวให้ผู้สืบทอดเก็บรักษาเอาไว้


 
4. Catedral de Santa Maria de Valencia


   
มหาวิหาร ดิ  ซานต้า มาเรีย ดิ วาเลนเซีย หรือวิหารเซนต์แมรีแห่งวาเลนเซีย เป็นวิหารในวาเลนเซีย ประเทศสเปน โดยสถานที่ดังกล่าว
ได้เก็บรักษาสิ่งที่เรียกว่าจอกศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ ที่มาของตำนานก็เหมือนๆ กับที่อื่นคือตอนแรกอยู่เยรูซาเล็ม ต่อมาก็ไปเอวาลอน กรุงโรม
ก่อนที่จะมาอยู่ที่มหาวิหารวาเลนเซียในที่สุด 


โดยรูปร่างเป็นถ้วยหินโมรา(หินสังเคราะห์) เส้นผ่าศูนย์กลาง 9.5 ซม, มีการเพิ่มเครื่องประดับตกแต่งและส่วนที่จับภายหลัง จากการ
ตรวจสอบคาร์บอนในปี 1960 พบว่ามันมีอายุระหว่าง 300 ก่อนคริสต์กาล -100 คริสต์ศักราช ผลิตในตะวันออกกลาง ดังนั้นโอกาส
จึงเป็นไปได้ว่ามันคือจอกศักดิ์สิทธิ์จริง และคริสตจักรเองก็สนับสนุนว่าเป็นของแท้ ปัจจุบันมันยังถูกเก็บเอาไว้และไม่มีการแสดงในที่
สาธารณอย่างเป็นทางการ
 


3. Santa Maria de Montserrat


   
วิหารแมรี่ เด มอนด์เซอน์รัตสำคัญทางศาสนา ตั้งอยู่ในภูเขาสูงมอนต์เซอร์รัต คาตาโลเนีย ประเทศสเปน เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว
และชาวบาร์เซโลน่าเนื่องจากมีความสวยงามและเก่าแก่ ในอดีตดังกล่าวเคยเป็นสถานที่หลบภัยของนักวิชาการ ศิลปิน และนักการเมืองชาว
ฝรั่งเศสที่หนีภัยการเมือง 


นอกจากนี้สถานที่ดังกล่าวยังเชื่อว่า ณ พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในโบสถ์หรือบริเวณหุบเขามีจอกศักด์สิทธิ์เก็บซ่อนอยู่ โดยมีหลายจุดทำให้เชื่อ เช่น
เป็นสถานที่นักบุญเจอโรมเคยเดินทางมา(ชื่อยอดเขาเรียกว่า เซนต์เจอโรม) หรือชื่อของภูเขาเกี่ยวข้องกับจอกดังกล่าว โดยภูเขาดังกล่าว
มีอีกชื่อหนึ่งในภาษาลาตินว่า ภูเขาแห่งการผจญภัย (the mount of salvation)



2. Somewhere in the Jerusalem Sewers


   
ตำนานดังกล่าวคล้ายอันดับที่ 6 กล่าวกันว่า ในสงครามครูเสดครั้งแรกไม่ได้พบจอกศักดิ์สิทธิ์ และหีบพันธสัญญาเนื่องจากมันถูกเก็บซ่อนท่อ
ระบายน้ำใต้ดินของเยรูซาเล็มซึ่งเป็นสถานที่ซ่อนที่ดีที่สุดในเวลานั้น ภายใต้บ้านเมืองชาวยิวที่แออัดยัดเยียดนั้นที่ใต้ดินยังมีท่อระบายน้ำ
โบราณที่ก่อสร้างก่อสร้างด้วนหินและอิฐที่คงทนอยู่มานานหลายทศวรรษ 


และยังเชื่อว่าสถานที่แห่งนั้นมีจอกศักดิ์สิทธิ์และหีบพันธสัญญา เนื่องจากพบโบราณวัตถุ ชิ้นส่วนเรือ อีกทั้งเส้นทางสลับซับซ้อน การวางระบบน้ำ
ขึ้นน้ำลงเพื่อป้องกันบุกรุก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางท่อระบายน้ำอีกหลายเส้นทางที่ยังไม่มีการค้นพบและกำลังรอคอยผู้ที่คิดท้าทายอยู่


 
1. United States Bullion Depository


     
ใช่..!! คุณอ่านไม่ผิดหรอก สถานที่ที่เชื่อว่าเก็บหอกศักดิ์สิทธิ์เอาไว้อยู่ในอเมริกา โดยสถานที่นี้รู้จักในชื่อ โกดังเก็บทองแห่งชาติสหรัฐ
ตั้งอยู่ในฟอาณ์ตน็อตซ์ เคนตักกี้ อเมริกา  เป็นสถานที่เก็บทองแท่งสำรองของอเมริกากว่า 5,046 ตัน และเก็บของมีค่าต่างๆ นาๆ
ไม่ว่าจะเป็นของมีค่าของบุคคลสำคัญจำพวกเพชรหรือมงกุฎ คำประกาศอิสรภาพและเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์จากทั่วโลก




โดยสถานที่ดังกล่าววางระบบรักษาปลอดภัยขั้นสูงสุดจนได้ขึ้นชื่อว่าปลอดภัยที่สุดในโลก สถานที่ดังกล่าวใกล้อยู่กับทางหลวงที่ 31
ประมาณ 400 เมตรจากอาคารรักษาความปลอดภัย ประกอบด้วยรั้วไฟฟ้าหลายด้าน มีสัญญาณเตือนภัย กล้องวงจรปิด ยามติดอาวุธ
และบริเวณใกล้เคียงมีกองกำลังเป็นหมื่นคนคอยประจำการอยู่โดยรอบ มีเฮลิคอปเตอร์, รถถัง และทุกคนติดเกราะและติดอาวุธหนัก
ส่วนภายในอาคารสลับซับซ้อนมีห้องใต้ดินมากมาย ผนังหินแกรนิตแข็งแกร่ง และทุกห้องทนต่อหัวรบนิวเคลียร์ 

นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่าจอกศักดิ์สิทธิ์(นอกจากนี้ยังมีหีบพันธสัญญา)ถูกเก็บในสถานที่แห่งนี้ด้วย โดยสถานที่ดังกล่าวมีพื้นที่หนึ่ง
ที่ยังคงลึกลับไม่รู้ว่าใช้ทำอะไร มีข่าวลือว่าแม้แต่ผู้นำของประเทศก็ไม่สามารถเข้าไปพื้นที่ดังกล่าวได้

 
 
อ้างอิงจากบทความ 10 possible resting places of the holy grail

http://listverse.com/2010/02/08/10-possible-resting-places-of-the-holy-grail/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 ธันวาคม 2019, 11:50:57 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

bladeofimmortal

  • เด็กทะลึ่ง
  • ****
  • กระทู้: 52
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด