10 วัตถุต้องคำสาป

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 วัตถุต้องคำสาป  (อ่าน 63 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19080
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
10 วัตถุต้องคำสาป
« เมื่อ: 03 มกราคม 2020, 17:03:58 »

10 วัตถุต้องคำสาป
โดย Cammy-เต่านรก


สิ่งของบางชิ้นมีชื่อเสียงและความสวยงามน่าดึงดูดใจต่อผู้พบเห็น หากแต่สิ่งของเหล่านั้นได้มีสิ่งไม่พึ่งประสงค์
ติดมาด้วยนั่นก็คือคำสาป ที่จะนำความโชคร้ายและความตายมาสู่เจ้าของ หากคุณไม่เชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติ
ก็ขอให้ระวังให้ดีเพราะเหยื่อต่อไปอาจเป็นคุณ
 

10. Maori Warrior Masks


   
ชาวเมารีเป็นชนพื้นเมืองในนิวซีแลนด์ที่ได้ใช้เวลาเกาะสลักหน้ากาก และรูปปั้น ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปสนามรบ
ตามความเชื่อของชาวเมารี หากนักรบคนใดเสียชีวิตจากการสู้รบ ดวงวิญญาณของพวกเขาจะสิ่งสถิตใน
หน้ากาก และกลายเป็นหน้ากากต้องสาปที่เป็นภัยคุกคามคนอื่นๆ


โดยเฉพาะผู้หญิงตั้งครรภ์และช่วงมีประจำเดือนจะเป็นอันตรายมากหากเข้ใกล้ ด้วยเหตุนี้ในพิพิธภัณฑ์
อังกฤษจึงมีป้ายเตือนผู้หญิงให้ทราบในขณะรับชมหน้ากากของชนเผ่ามารี


 
9. Koh-i-Noor Diamond


   
เพชรโก อิ นัวร์ (มีความหมายว่าภูเขาแห่งแสงสว่าง) เป็นเพชรหนักกว่า 186 1/16 กะรัต (37.21 กรัม)
ที่มีความเก่าแก่ที่สุดทฃในบรรดาเพชรที่มีชื่อเสียงต่างๆ จากทั่วโลก เพชรดังกล่าวถูกยึดมาจากลีปซิงห์ในปี
ค.ศ. 1850 โดยบริษัทอังกฤษอินเดียตะวันออก และกลายเป็นส่วนหนึ่งของมงกุฏเพชรอังกฤษ


โดยตำนานฮินดูโบราณเชื่อว่าพระกฤษณะเป็นผู้สวมใส่เพชรเม็ดนี้ กล่าวกันว่าผู้ใดครองเพชรเม็ดนี้จะได้ครองโลก
หากแต่จะพบโชคร้ายของมันด้วย โดยเจ้าของเพชรจะพบแต่ความขัดแย้งและความรุนแรง ตัวอย่างเช่น
เชอร์ ชาห์ ซูรินาเม แห่งอินเดียได้พ่ายแพ้สนามรบ จักรพรรดิหุมายุนได้เพชรต่อมาก็เสียชีวิตจากการถูกระเบิด
ลูกชายชาลัล ถูกฆ่าตายโดยพี่ชายของเขา ซึ่งจะยกเว้นพระเจ้าหรือผู้หญิงเท่านั้นที่สวมเพชรเม็ดนี้โดย
ไม่ต้องคำสาปแต่อย่างใด


 
8. TerraCotta Army


   
ในปี 1974 กลุ่มชาวเกษตรกร 7 คนได้ค้นพบโบราณคดีที่น่าอัศจรรย์ นั้นคือกองทัพของทหารดินเผาที่ถูกฝังใต้ดิน
ในหมู่บ้านซีหยาง เมืองหลินถง ซึ่งกองทัพทหารดินเผานั้นมีการปั้นที่มีความละเอียดสมจริง ตัวหุ่นสวมชุดเกราะมีคันธนู
และลูกธนูทองเหลือง และเมื่อมีการค้นหาเพิ่มเติมก็พบว่ามีรูปปั้นทหารและรถม้าดินเผามากกว่า 8,000 ตัว และ
รถม้าไม้ 100 คัน ในอาณาเขตพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร


เชื่อว่าเป็นหนึ่งในสุสานของฉินสื่อหวง ที่ยิ่งใหญ่ของจีน อย่างไรก็ตามแม้ว่าการค้นพบจะมีคุณค่าทางโบราณคดีและ
มีชื่อเสียงของประเทศมากเพียงใด หากแต่กลุ่มเกษตรกรที่พบดินเผาะพวกนี้กลับต้องพบกับคำสาปและความโชคร้าย
สามในกลุ่มเกษตรเสียชีวิตไม่กี่สิบปีต่อมาทั้งที่ยังหนุ่ม เกษตรกรที่เหลือลาออกและทำงานแรงงานขั้นต่ำทั้งที่เต็ม
ไปด้วยหนี้และโรคภัยไข้เจ็บ
 


7.Crying Boy Painting


   
ภาพแด็กร้องไห้เป็นภาพชุดซีรีย์โดยจิตกรจี บราโกลิน ที่หลายคนเชื่อว่าจิตกรคนดังกล่าวใช้เด็กชายโชคร้ายที่สูญเสีย
ครอบครัวจากเพลิงไหม้ลึกลับคนหนึ่งเป็นต้นแบบร่างภาพ ซึ่งรูปถ่ายดังกล่าวเป็นที่นิยมมากในอังกฤษ

หากแต่เวลาต่อมาในปี 1980 ก็กลายเป็นตำนานเมืองว่ากันว่าเป็นภาพต้องสาป หากใครแขวนภาพบนนี้ในบ้านก็จะ
เกิดไฟไหม้บ้านลึกลับ และที่น่าแปลกใจคือในขณะที่บ้านและข้าวของไหม้เป็นเถ้าถ่าน หากแต่มีภาพวาดเด็กร้องไห้
ผนังที่แขวนเท่านั้นที่ไม่ไหม้จากเปลวเพลิงอย่างน่าพิศวง
 


6.Delhi Purple Sapphire


 
เดลี เพอร์เพิล แซฟไฟร์ หรือไพลินม่วงแห่งเดลี เชื่อว่าหินถูกปล้นมาจากวัดอินเดีย ในช่วงกลางปี 1800 กล่าวกันว่า
ใครที่ครอบครองมันจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพและการเงินแก่ผู้เป็นเจ้าของ ตัวอย่างเช่น เอ็ดเวิร์ด เฮรอน–อัลเลน นักเขียน
ชื่อดังที่ได้ครอบครองไพลินนี้ จนเกิดเรื่องโชคร้ายแก่เขาและคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพและการเงิน


แม้เขาพยายามโยนมันลงไปในคลองเพื่อกำจัดมันให้พ้นทาง แต่สามเดือนต่อมามันยังกลับคืนสู่เจ้าของ จนเขาต้องส่งมัน
ไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติลอนดอน พร้อมกับมีคำแนะนำว่าห้ามให้ใครแตะต้องสัมผัสมันหลังจากตาย
ของเขา
 
 
 
. Hope Diamond


 
เพชรโฮป เป็นเพชรขนาดใหญ่ หนัก 45.52 กะรัต (9.10 กรัม) สีน้ำเงินเข้ม ปัจจุบันเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์
ธรรมชาติสมิธโซเนียนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพชรโฮปได้รับการอธิบายว่าเป็น "เพชรที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก "และเป็นเพชร
ที่มีคำสาป


ซึ่งมันมีประวัติศาสตร์บันทึกยาวนานเปลี่ยนมือเจ้าของหลายครั้งระหว่างทางจากอินเดียไปฝรั่งเศส ไปอังกฤษและสหรัฐอเมริกา
โดยผู้ที่เป็นเจ้าของนั้นจะพบกับความโชคร้าย ความตายที่เกิดจากการฆาตกรรมและโศกนาฏกรรมอื่นๆ โดยเจ้าของคนแรก
คือพ่อค้าเพชรชาวฝรั่งเศสชอง-แบปตีส ตาแวร์นีเย ซึ่งเขาได้นำเพชรนี้ลอบเข้าไปในปารีสซึ่งตามตำนานกล่าวว่าเขาถูก
หมาป่ากิน


 
4. Uluru Rocks


 
เอเยอร์สร็อค หรือ อูลูรู เป็นหินยักษ์ที่ตั้งตระหง่านในชนบทของออสเตรเลีย ที่มีนักท่องเที่ยวหลายพันคนเข้าชมมากมาย
ในแต่ละปี ซึ่งสำหรับชาวอะบอริจินิสถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเนื่องจากหินยักษ์นั้นเม็ดหินเรียบและมีเม็ดแร่สวยงาม
เพราะมีหินต่างๆ หลายชนิดรวมกัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวบางคนเอาชิ้นส่วนหินกลับบ้านด้วย 


นอกจากจะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายที่เอาชิ้นส่วนหินออกนอกประเทศแล้ว หินนั้นยังเป็นมีคำสาปแช่งหากใครครอบครองมัน
จะนำมาซึ่งโชคร้าย โดยเฉพาะหากนำชิ้นส่วนออกจากสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของมัน ซึ่งส่วนมากนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะโดน
คำสาปกันถ้วนหน้าและมักส่งหินของพวกเขาทางพัสดุกลับไปยังประเทศออสเตรเลียพร้อมกับข้อความขอโทษ


 
3. Black Orlov


 
เพชร แบล็ก ออร์โลฟ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ " เนตรแห่งพรหม" ขนาด 67.50 กะรัต ค้นพบในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ใน
ประเทศอินเดีย กล่าวกันว่า เป็นดวงตาของพระพรหมที่ถูกขโมยมาตามความชื่อของนักบวชศาสนาฮินดู ซึ่งอัญมณีถูกส่งผ่าน
ไปยังเจ้าของหญิงหลายคนและซึ่งมีประวัติว่าผู้ที่เคยเป็นเจ้าของมันถึง 3 ราย ต้องพบจุดจบชีวิตที่น่าสยดสยอง สองใน
ผู้หญิงที่ครอบครองมันได้กระโดดจากตึกสูงตาย


อย่างไรก็ตามมีความพยายามล้างคำสาปที่ติดตามกับเพชร ด้วยการเพชรออกเป็นสามเม็ดย่อม จากนั้นเพชรถูกกระจาย
ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรดามหาเศรษฐีทำให้สามารถรอดพ้นคำสาปมาได้ อีกทั้งผู้เป็นเจ้าของก็ไม่หวั่นเพราะเพชรที่ว่า
สวยมากจนไม่สนคำสาปเลยทีเดียว


 
2. Blarney Stone Rocks


 
ผนังหิน บลาร์นีย์ สโตนเป็นหินในตำนานบนยอดหอคอยของปราสาทบลาร์นีย์ ที่สร้างขึ้นเมื่อ 600 ปี ในไอร์แลนด์
กล่าวกันว่า "ผู้ใดที่จุมพิตผนังหินที่นี่ จะมีแต่ความโชคดีร่ำรวย" ซึ่งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีบุคคลสำคัญ ประธานาธิบดี
นักแสดงและนักท่องเที่ยวจำนวนมากมายจูบผนังนี้


อย่างไรก็ตามหากนำชิ้นส่วนของหินใดๆ จะนำมาซึ่งคำสาปแช่งในชีวิตของคนที่ขโมยมัน จากรายงานพบว่ามีหลายคน
โชคร้ายหลังแอบหินนี้กลับมาบ้าน หลายคนมีภาวะซึมเศร้า ถูกเลิกจ้างงาน เป็นผลทำให้หลายคนทนไม่ไหวจึงส่งหินนี้
ทางพัสดุไปยังสถานที่ของมันในที่สุด
 
 
 
1.Iceman


 
ไอซ์แมน เป็นมัมมี่ที่มีสภาพสมบูรณ์ของชายอายุมากกว่า 5,000 ปีมาแล้ว โดยพบในเดือนกันยายน1991 ในเทือกเขาแอลป์
พรมแดนระหว่างออสเตรียกับอิตาลี โดยร่างของเขาถูกคนพบในน้ำแข็งครึ่งร่าง ถือว่าเป็นมัมมี่สมบูรณ์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์
ปัจจุบันอยู่ในพิธภัณฑ์โบราณคดีในโบลซาโน ภาคเหนือของอิตาลี


มัมมี่ดังกล่าวเต็มไปด้วยเรื่องประหลาดและน่าพิศวง รวมไปถึงคำสาปโดยเชื่อว่าใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับมัมมี่ตนนี้ไม่ว่าจะเป็น
คนค้นพบและคนตรวจสอบจะตายอย่างลึกลับ โดยมีเหยื่อตายเพราะคำสาปทั้งสิ้นเจ็ดราย หนึ่งในผู้ค้นพบไอซ์แลนด์เสียชีวิต
ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างเดินทางที่จะไปกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสิ่วที่เอาพบ และนักวิจัยคนอื่นๆ เสียชีวิตเพราะหิมะถล่ม
ในเวลาไม่นาน ส่วนนักวิจัยคนอื่นเสียชีวิตจากสาเหตุเลือดผิดปกติหลังจากพบไอซ์แมน

อ้างอิง

http://listverse.com/2012/11/09/top-10-creepy-cursed-objects/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 มกราคม 2020, 14:33:10 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่