[เภทภัยไซอิ๋ว 17] โจรป่า และ วานรหกหู (六耳獼猴)

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 17] โจรป่า และ วานรหกหู (六耳獼猴)  (อ่าน 57 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19209
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

[เภทภัยไซอิ๋ว 17] โจรป่า และ วานรหกหู (六耳獼猴)
ผู้กำราบ : พระยูไล (โคตมพุทธเจ้า)



วานรหกหู ปลอมตัวเป็นซุนหงอคง ไม่มีใครสามารถแยกแยะออกว่า ตัวไหนคือตัวจริง ตัวปลอม ไม่ว่าจะเป็นโพธิสัตว์กวนอิม
พระอาจารย์ บนสวรรค์ ยมโลก จนพากันไปหาพุทธองค์ พุทธองค์จึงเอาบาตรคว่ำใส่ซุนหงอคงตัวปลอม จากนั้นหงอคงตัวจริง
จึงจัดการปลิดชีพเจ้าตัวปลอมในทันที!!

เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว



พระถังซัมจั๋งและศิษย์รอนแรมกันมาระหว่างทาง ถูกโจรป่า 2 คน พาพรรคพวกเข้าปล้น หงอคงก็ชักตะบองออกตีจนตายสิ้น
พระถังก็โกรธหงอคงว่าโหดร้ายไร้ศีลธรรม หงอคงก็เถียงว่าขืนไม่ฆ่ามัน มันจะฆ่าอาจารย์ ทำให้อาจารย์และศิษย์ให้นึกเคือง
ซึ่งกันและกัน


ครั้นตกกลางคืน พระถังและศิษย์ขอเข้าพักค้างที่บ้านบิดาของสมุนโจรที่หงอคงตีตาย บุตรชายเจ้าของบ้านสมุนโจรคิดแค้น
จึงลอบพาสมัครพรรคพวกเข้าจับตัวหงอคง หมายจะฆ่าแก้แค้น แต่กลับถูกหงอคงจึงตีจนตาย แล้วยังตัดคอเหล่าโจรให้
พระถังได้ชม พระถังโกรธสุดขีด จึงร่ายคาถาบีบขมับหงอคง มงคลที่สวมหัวก็บีบจนหงอคงล้มกลิ้งไปมา พระถังเดือดดาล
ใส่หงอคงไม่ให้ร่วมทางไปไซที หงอคงน้อยใจ จึงร้องท้าทายกับพระถังว่าจะไม่ร่วมทางอีก ครั้นจะกลับไปถ้ำจุ๊ยเลี่ยมต๋อง
ก็นึกละอายสมุนลิง จึงเหาะลิ่วไปสำนักน่ำไฮ้ของกวนอิมโพธิสัตว์ กวนอิมขอให้หงอคงอยู่ที่นั่น เพราะเล็งญาณรู้ว่า การไป
ไซทีนั้นปราศจากหงอคงนำทางแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ ถ้าพระถังให้โป๊ยก่ายนำทางจะเข้าที่คับขัน และจะต้องมาตามหงอคง
ที่นี่อยู่ดี

ฝ่ายพระถังเมื่อไล่หงอคงไปแล้ว ก็ให้โป๊ยก่ายจูงม้านำทางพอตะวันใกล้เที่ยงพระถังก็ให้โป๊ยก่ายเหาะไปบิณฑบาต โป๊ยก่าย
ก็เหาะหายไปนานจนพระถังหิวทุรนทุราย ซัวเจ๋งจึงรับอาสาไปหาน้ำมาให้พระถังรองท้อง พระถังจึงอยู่กับม้าขาวและหาบห่อ
จีวรตามลำพัง



ทันใดนั้น หงอคงก็ผลุนผลันเข้ามาเอาหม้อน้ำถวาย ฝ่ายพระถังยังไม่หายโกรธก็ร้องด่าและขับไล่หงอคงก็ดกรธจึงฉวยตะบอง
มาทุบตีพระถังจนล้มคว่ำสลบแน่นิ่ง หงอคงก็รวบหอบเอาข้าวของห่อจีวรหนีไปยังถ้ำจุ๊ยเลี่ยมต๋อง ภูเขาฮ้วยก๊วยซัว


ฝ่ายโป๊ยก่ายกับซัวเจ๋งไปพบกันกลางทาง ก็รีบกลับมาหาพระถัง เห็นนอนนิ่งอยู่ก็เข้านวดเฟ้นแก้ไขจนฟื้นขึ้นมา เมื่อพระถัง
เล่าเหตุการณ์ให้ฟังทั้งสองก็โกรธแค้นหงอคงนักที่ทรยศเนรคุณต่ออาจารย์ของตัว

พระถังซัมจั๋งไม่มีจีวรจะครองก็เศร้าใจ ขอร้องให้ซัวเจ๋งไปตามคืนมาให้ได้ ซัวเจ๋งก็คว้าตะบองเหาะลิ่วไปถ้ำจุ๊ยเลี่ยมต๋อง
พบหงอคงกำลังจัดขบวนไปไซทีใหม่ โดยเนรมิตพระถังซัมจั๋ง โป๊ยก่าย ซัวเจ๋ง และม้าขาวขึ้นด้วยฤทธิ์ ซัวเจ๋งก็โกรธสุดขีด
คว้าตะบองเข้าไล่ทุบตีซัวเจ๋งตัวปลอมจนตาย ฝ่ายหงอคงก็เรียกให้ลูกสมุนเข้าจับตัวซัวเจ๋ง



ซัวเจ๋งเห็นเหลือกำลังก็ล่าถอย เหาะไปยังน่ำไฮ้เพื่อจะไปฟ้องพระกวนอิม เรื่องการทรยศเนรคุณของหงอคงและคิดกำเริบ
จะไปอาราธนาพระไตรปิฎกด้วยตัวเอง

ครั้นถึงเขาน่ำไฮ้ ซัวเจ๋งก็พบหงอคงยืนอย่ข้างกวนอิม ก็โกรธฉวยตะบองได้ก็ไล่ทุบ จนกวนอิมต้องร้องห้าม เมื่อซัวเจ๋งทราบ
ความว่าหงอคงอยู่ที่เขาน่ำไฮ้กับกวนอิมตลอดมิได้ไปไหนเลย ก็ประหลาดใจ เล่าความที่ตนเองไปพบหงอคงที่ถ้ำจุ๊ยเลี่ยมต๋อง
ให้ทราบ หงอคงก็โกรธที่มีผู้บังอาจปลอมแปลงเป็นตนไปทำร้ายพระถัง จึงชวนซัวเจ๋งเหาะลิ่วไปสู่เขาฮ้วยก๊วยซัว


พอเห็นหงอคงอีกตนหนึ่งแล้ว หงอคงก็โกรธ ชักตะบองออกจากรูหู กระโดดเข้าทุบตี ต่างสู้รบกันนัวเนีย จนซัวเจ๋งไม่รู้
จะช่วยฝ่ายไหน หงอคงจึงรบล่อไปจนถึงพระพักตร์พระกวนอิม เพื่อให้ภาวนาคาถาให้มงคลบีบขมับ



ครั้นเมื่อกวนอิมภาวนาคาถาแล้วหงอคงทั้งสองต่างล้มกลิ้งไปมาด้วยกันทั้งค่ ร้องเรียกชื่อก็ขานรับเหมือนกัน จนแยกไม่ออกว่า
ตัวไหนจริงตัวไหนปลอม เมื่อไม่สำเร็จหงอคงก็รบล่อลงไปถึงนรก ให้ยมบาลเปิดบัญชีดูว่าใครบังอาจปลอมแปลงมา ก็ไม่สำร็จ

ฝ่ายพระโพธิสัตว์เตจ๋องอ๋อง(ขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ในพื้นดิน)ได้ใช้ให้สิงห์ที่นอนหมอบอยู่แทบเท้า(ชื่อทีเทีย)นั้นนอนกกลงกับดิน
แล้วก็ได้รู้ความลับเรื่องหงอคงทั้งสองสิ้น เมื่อทีเทียทำตามคำสั่งแล้วก็กราบทูลพระโพธิสัตว์ว่า แม้หงอคงปลอมนี้ก็จริงเหมือนกัน
แต่ไม่ควรพูดออกมาในบัดนี้ เพราะจะเกิดจลาจลโกลาหล แล้วจะไม่มีความสุขเลย เพราะฤทธิ์ของหงอคงทั้งสองเสมอกัน
ไม่มีใครแยกได้ เว้นแต่พระยูไล พระโพธิสัตว์เตจ๋องอ๋องจึงแจ้งความลับนี้ให้แก่หงอคงทั้งสองทราบ

ฝ่ายหงอคงตัวจริงเมื่อได้ยินดังนั้นก็รบล่อไปไซที เสียงก้องอึกทึกทั้งฟ้าดิน พระยูไลจึงตรัสเรียกให้สาวกมาดูว่า

"เธอจงสำรวมจิตให้เป็นหนึ่ง คอยดูสองจิตรบกันให้ดี "



แล้วทรงเล่าให้สาวกฟังถึงกำเนิดของลิง 4 ประเภท เรียกว่า มูลวานร 4 คือ
1. เจื๊อเก๊า มีฤทธิ์แปลงกายได้ทุกอย่าง รู้ฟ้า - ดิน
2. เบ๊เก๊า รู้ฟ้าดินด้วย รู้เรื่องมนุษย์ และเป็นอมตะ
3. อวนเก๊า มีฤทธิ์อาจลูบพระอาทิตย์พระจันทร์ได้
4. มิเก๊า (หกหู) รู้แจ้งสิ่งทั้งปวง มีหูที่ฟังเสียงได้ไกลนับพันโยชน์

พระยูไลตรัสมูลวานร 4 แล้วก็เอาบาตรขว้างไปครอบวานรหกหู ที่เหมือนกับหงอคงทุกประการไว้ได้ หงอคงกำลังโกรธ
มิฟังเสียงห้ามของพระยูไล ก็เอาตะบองกระทุ้งลงในบาตร จนลิงหกหูถึงแก่ความตาย แล้วทูลลา เหาะมุ่งกลับไปหาพระถัง

ฝ่ายโป๊ยก่ายเหาะไปที่ถ้ำจุ๊ยเลี่ยมต๋อง เอาคราดเก้าซี่สับพระถังปลอม โป๊ยก่ายปลอมตายสิ้น แล้วหอบห่อจีวรของพระถัง
เหาะกลับมาสมทบกัน หงอคงกับพระถังคืนดีกันแล้วก็ออกเดินทางรอนแรมมุ่งทิศปราจีนต่อไป.............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 มกราคม 2020, 16:11:43 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่