หญิงโหด แห่งค่ายกักกันนรกนาซี

ผู้เขียน หัวข้อ: หญิงโหด แห่งค่ายกักกันนรกนาซี  (อ่าน 160 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19513
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
หญิงโหด แห่งค่ายกักกันนรกนาซี
« เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2020, 11:25:13 »

ผู้หญิงโหดแห่งค่ายกักกันนรกนาซี




ค่ายกักกันนาซีเต็มไปด้วยความโหดร้ายชนิดที่เรียกว่ายังคงอยู่ในความทรงจำของชาวโลกถึงทุกวันนี้
นักโทษนับล้านเสียชีวิตในค่ายกักกันเนื่องจากการทำทารุณโดยเจตนา โรคระบาด การอดอาหาร และ
การใช้แรงงานหนัก หรือถูกประหารชีวิตเนื่องจากไม่สามารถใช้แรงงานได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องรมแก๊ส
ยิงหรือด้วยวิธีการอื่น ๆ

ข้อมูลที่น่าสนใจคือนอกจากเจ้าหน้าที่ผู้ชายแล้วยังมีผู้หญิงกว่า 5,500 คนที่ทำหน้าที่ในตำแหน่งต่างๆ
ในค่ายกักกันนาซี และวีรกรรมของพวกเธอนั้นโหดเหี้ยมเกินกว่าที่จะเรียกมนุษย์ และนี่คือ 10 บางส่วน
ความโหดร้ายเหล่านั้น
 


Dorothea Binz (1920-1947)


 
โดโรธี ไบนซ์ ฉายา “ลา ไบนซ์” เป็นเอสเอสที่ถูกส่งมาเป็นหัวหน้าผู้คุมในค่ายกักกันราเฟนสบรึค ในช่วง
สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งไต่เต้าเลื่อนยศไปพร้อมกับทรมานและฆ่านักโทษจำนวนมากมาย เธอเป็นที่รู้จัก
กันดีในการชอบประหารนักโทษด้วยการยิงและเฆี่ยนด้วยแส้ อีกทั้งยังเคยสับนักโทษตายด้วยขวาน
ในขณะที่มอบหมายบังคับให้ทำงาน


ภายหลังค่ายแตกเธอก็พยายามหลบหนีแต่ก็ถูกจับได้ในเวลาต่อมา ผลสุดท้ายเธอก็ถูกประหารชีวิต
ด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 1947
 


Juana Bormann (1893-1945)
 


ยูอันนา บอร์แมน ได้รับฉายาว่า “วีเซล” และ “ผู้หญิงกับสุนัข” เธอเป็นผู้คุมแห่งค่ายนรกเยอรมัน ในปี 1939
เธอได้เข้าร่วมเอสเอส (Auxiliary SS) ด้วยเหตุผลว่าได้เงินดี จากนั้นเธอก็ถูกส่งไปยังค่ายกักกันนาซีตาม
ที่ต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็น ค่ายกักกันค่ายกักกันราเฟนสบรึค, เอาชวิตซ์ และ แบรกเกิล-เบลเซน ทั้งหมดเป็นค่าย
มรณะสังหารหมู่ชาวยิวทั้งสิ้น ซึ่งเธอขึ้นชื่อในเรื่องความทารุณโหดร้ายและความซาดิสม์ ซึ่งหลายคนมักพบ
เห็นเธอปรากฏตัวพร้อมกับสุนัขเยอรมันเชฟเฟิร์ดอยู่เสมอ (และใช้สุนัขขย้ำนักโทษด้วย)


ภายหลังนาซีล่มสลาย และเยอรมันพ่ายแพ้สงคราม จวนน่า บอร์มันน์ก็ถูกนำตัวมาพิจารณาคดีในปี 1945 ใน
ฮาเมล์น สภาพของเธอในตอนนั้นซูบผอมอย่างหนัก เดินกะโผลกกะเผลกไปมา ผลสุดท้ายเธอถูกตัดสินให้
ประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในฐานะอาชญากรสงคราม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 1945 ขณะอายุ 52 ปี
(พร้อมกับอาชญากรสงครามหญิงสองคนคือเกรเซอและโวลเคนเนธ)


 
Greta Bosel (1908-1947)


 
ในตอนแรกนั้น เกรทา โบเซล ไดัรับฝึกอบรมวิชาชีพเป็นนางพยาบาล แต่ต่อมาเธอก็ได้เป็นผู้คุมในค่ายกักกัน
Ravensbrück ระหว่างปี 1939 และ 1943  จากหน้าที่ตำแหน่งของเธอนั้นสามารถตัดสินใจส่งตัวนักโทษ
เข้าห้องแก๊สทันทีหรือว่าจะถูกส่งทำงานในค่ายกักกัน จากการสอบสวนพบว่าเธอนั้นได้รับปรัชญานาซีเต็มเปี่ยม
เมื่อเออ้างถึงนักโทษว่า (If they cannot work let them rot.)


“ถ้าพวกเขาไม่สามารถทำงานได้ก็ปล่อยให้เน่าไปซะ ”

อย่างไรก็ตาม หลังจากนักโทษในค่ายกักกันราเฟนสบรึคถูกปลดปล่อยจากกองทัพแดงของโซเวียต เธอก็พยายาม
หลบหนีออกจากค่ายพร้อมกับสามีของเธอ แต่ถูกจับกุมในเวลาต่อมาโดยทหารอังกฤษ และถูกพิจารณาโทษพร้อม
กับอดีตผู้คุมหญิงคนอื่นๆ รวมไปถึงมีส่วนเกี่ยวข้องในการทดลองมนุษย์ในค่ายนรก สุดท้ายเธอถูกประหารชีวิต
ด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1947 พร้อมกับนักโทษหญิงอลิซาเบธ มาร์แชลล์
(จากภาพ เธออยู่ในตำแหน่งคนที่สองจากขวามือ)
 



Bothe Herta (1921-ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน)
 


เฮอร์ทา โบเธอ ฉายา “ซาดิสต์แห่ง Stutthof” อดีตเคยเป็นนางพยาบาลในโรงงานอุตสาหกรรม และเคยเป็นยุวชน
หญิงของฮิตเลอร์ (ไม่ต้องอธิบายมากความว่าได้รับการปลูกฝังลัทธินาซีมากขนาดไหน) ก่อนที่จะถูกเกณฑ์เพื่อทำ
หน้าที่ผู้คุมในค่าย stutthof camp ใน Danzig โปแลนด์ ที่นั้นหลายคนรู้จักดีว่าเธอคนซาดิสต์และไร้มนุษยธรรม
เนื่องจากเธอชอบเฆี่ยนตีอย่างโหดร้ายกับนักโทษของเธอ




อย่างไรก็ตามแม้ว่าเธอจะถูกจับและถูกนำมาพิจารณาคดีแต่เธอก็ไม่ได้ถูกแขวนคอ แต่ให้จำคุก 40 ปีแทน ก่อนที่
6 ปีต่อมาเธอก็ถูกปล่อยตัวออกมาจากการผ่อนผันรัฐบาลอังกฤษ


 
Hildegard Lächert (1920-1995)



Hildegard Lächert เป็นยามหญิงกระฉ่อนในค่ายกักกันหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นบริดเจต ค่ายเอาส์ชวิตซ์ – เบียร์เคเนา
และไมดาเนก ฉายาเดรัจฉาน เนื่องจากพฤติกรรมเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์ กล่าวกันว่าเธอจะไปยังห้องแก๊สที่ส่งตัวนักโทษ
และนำสุนัขของเธอกัดนักโทษเหล่านั้น หรือบลัดบริดเจตเนื่องจากมีนิสัยบ้าเลือด ชอบเห็นเลือด อดีตเคยเป็นนางพยาบาล
และเป็นผู้คุม


หลังสงคราม เธอถูกจำคุก 15 ปี แม้ว่าเธอจะถูกปล่อยตัวในปี 1956 แต่ก็ถูกจับมาจำคุกอีก
เธอเสียชีวิตในปี 1995 ในเบอร์ลิย ขณะอายุ 75 ปี
 
 
 
Wanda Klaff (1922-1946)
 

   
แวนด้า คลาฟ อดีตเคยเป็นคนทำงานโรงงานผลิตแยมและเป็นแม่บ้าน จนกระทั่งได้รับมอบหมายเป็นหัวหน้าค่ายใน Stutthof
ในปี 1944 ซึ่งเธอทำหน้าที่จนสิ้นสุดสงครามในปี 1945 ก่อนที่จะถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่โปแลนด์ในปีเดียวกัน และมีการ
ดำเนินคดีในฐานะอาชญากรสงคราม และนี้คือสิ่งที่เธอพูดระหว่างพิจารณาคดี


“ฉันฉลาดมากและทุ่มเทกับงานของฉันในค่าย ฉันทำโทษนักโทษอย่างน้อยสองคนทุกวัน”

สุดท้าย เธอก็ถูกแขวนคอประจานเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 1946
 


Alice Orlowski (1903-1976)
 


อลิซ ออร์โลวชี เป็นเอสเอส ยามค่ายกักกันหลายแห่งในช่วงที่นาซีเยอรมันยึดครองโปแลนด์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กล่าวกัน
ว่าเธอเป็นผู้คุมที่โหดร้ายซาดิสม์ป่าเถื่อนที่สุด  โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอชอบทุบตีนักโทษได้อย่างเลือดเย็น หากพบว่าพวกเขาไม่
สามารถงานได้ นอกจากนี้ความโหดร้ายอย่างหนึ่งคือขว้างเด็กไปด้านบนกลุ่มนักโทษที่อัดแน่นในขณะถูกส่งไปยังห้องแก๊ส
ด้วยเหตุผลที่ว่า “เพื่อประหยัดพื้นที่” อีกทั้งยังยักยอกของที่ขโมยจากนักโทษเป็นต้นว่านาฬิกา, ขนสัตว์, เสื้อผ้า, ทองคำ,
เพชรพลอย ฯลฯ


อย่างไรก็ตามเมื่อปี 1945 ในขณะประจำการที่เอาส์ชวิตซ์ – เบียร์เคเนาดูเหมือนว่าเธอจะมีพฤติกรรมเป็นผู้คุมที่มีมนุษยธรรมมากขึ้น
เมื่อเธอเริ่มเอื้อเฟื้อแก่ผู้ต้องขัง ให้น้ำแก่ผู้กระหาย แม้กระทั่งนอนเคียงข้างพวกเขาบนพื้น ไม่มีใครรู้ว่าอะไรให้เธอเปลี่ยนบางทีเธอ
อาจจะรู้ว่าฝ่ายเธอใกล้พ่ายแพ้สงครามเธอเลยต้องพยายามแก้ไขตนเองเพื่อไม่ให้เป็นอาชญากรสงคราม และเมื่อสงครามสิ้นสุดเธอ
ถูกจับโดยสหภาพโซเวียต และถูกส่งไปยังโปแลนด์เพื่อพิจารณาคดีเธอถูกจำคุกตลอดชีวิต แต่ถูกปล่อยออกมาในปี 1957 และเธอ
ก็เสียชีวิตลงในพิจารณาครั้งที่สองในปี 1976 ขณะอายุ 73 ปี


 
Maria Mandel (1912-1948)
 

 
มาเรีย มานเดล เป็นสมาชิกเอสเอส ชาวออสเตรีย เธอดำรงตำแหน่งหลากหลายในค่ายก่อนที่จะถูกเสนอชื่อให้เป็นผู้บัญชาการหญิง
ในค่ายเอาส์ชวิตซ์ – เบียร์เคเนาเนื่องจากมีความทักษะเฉียบคมและความเด็ดขาดในการลวโทษ ซึ่งเธอมีส่วนร่วมในการประชุมออก
กฎลงโทษให้ค่ายๆอื่นๆ ซึ่งเชื่อกันว่าเธอมีส่วนรับผิดชอบการสังหารนักโทษถึง 50,000 คนสุดซาดิสต์ระหว่างที่เธอออกมาตรการ
ในค่ายกักกันเอาส์ชวิตซ์

เธอเป็นที่รู้จักกันดีกว่าเป็นคนชอบเลือกชาวยิวเพื่อทำหน้าที่ “เป็นสัตว์เลี้ยง” และเมื่อเธอเบื่อหน่าย เธอจะส่งพวกเขาเข้าไปยังเตาแก๊ส
เธอยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ริเริ่มออเคสตร้าหญิง (Women's Orchestra of Auschwitz)  ซึ่งเป็นวงบรรเลงส่งเหยื่อเข้าห้องรมแก๊ส
ระหว่างการขนส่ง อีกทั้งเป็นคนเซ็นสัญญารายชื่อนักโทษที่ส่งไปยังเตาแก๊สประมาณครึ่งหน้าล้านที่มีทั้งผู้หญิงและเด็ก

หลังจากสงครามสิ้นสุดลง เธอพยายามหนีไปยังบ้านเกิดเธอและถูกฝ่ายพันธมิตรจับมาได้ หลังจากพิจารณาดีเธอก็ถูกประหารชีวิต
ในข้อหาก่ออาชญากรรมของเธอด้วยการแขวนคอเมื่อวันที่ 24 มกราคม 1948
 


Ruth Neudeck (1920 –1948)
 


รูธ นอยเดค เป็นผู้บังคับบัญชาเอสเอสในค่ายกักกันระหว่างปี 1944 จนถึงมีนาคม 1945 ซึ่งระหว่างฝึกอบรมในค่ายกักกัน เธอได้สร้าง
ความประทับใจกับเจ้านายของเธอถึงความโหดร้ายไร้ความปราณีต่อนักโทษหญิงเธอจึงได้รับเลื่อนยศเป็นหัวหน้าค่ายและถูกไปประจำการ
ที่ค่ายย่อยในค่ายกักกันราเฟนสบรึค ซึ่งเธอเป็นที่รู้จักว่าเป็นยามหญิงที่เลวร้ายที่สุด จากปากของนักโทษที่รอดชีวิตในค่ายได้ให้การว่า
เคยเห็นเธอตัดลำคอนักโทษด้วยขอบคมของพลั่วเธอเองและเธอส่วนส่วนเกี่ยวข้องการฆ่าเด็กและผู้หญิงกว่า 5000 คน


จนกระทั่งในปี 1945 เธอก็ถูกจับกุมและถูกกกตัวในคุกโดยกองทัพอังกฤษและถูกประหารชีวิตด้วยการแขวนคอวันที่ 29 กรกฎาคม 1948
ในขณะอายุ 28 ปีเท่านั้น!!


 
Elisabeth Volkenrath (1919-1945)
 

 
หลังจากการฝึกอบรมภายใต้ Dorothea Binz อลิซาเบธก็ทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาการค่ายกักกันนาซีหลายค่าย ก่อนที่จะถูกแต่งตั้ง
ให้รับค่ายกักกัน แบร์ เก้น เบลเซน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมนักโทษ กล่าวกันว่าเป็นค่ายกักกันนรกไม่แพ้กับที่อื่นๆ ในวันที่กองทัพอังกฤษเข้า
ปลดปล่อยอิสระนั้นมีนักโทษเสียชีวิตกองพะเนินเทินทึก ราวกับภูเขาลูกเล่นในค่ายเลยทีเดียว และมีส่วนร่วมในการสังหารนักโทษหลายคนที่
อยู่ภายใต้การดูแลของเธอ


อย่างไรก็ตามในปี 1945 เธอก็ถูกจับโดยกองทัพอังกฤษและถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยการแขวนคอในที่สุด
 


Ilse Koch (1906 –1967)



อิลซ่า คอชห์ ได้รับฉายามากมาย เป็นต้น “นางแม่มดแห่งบูเชนวาล์ด” , “หญิงเลวแห่งบูเชนวาล์ด”, “สัตว์เดรัจฉานจากบูเชนวาล์ด”
ความจริงแล้วเธอไม่ได้อยู่ในตำแหน่งใดในเอสเอส แต่เธอเป็นภรรยาของนายพลคาร์ล คอชห์ ผู้บัญชาการแห่งค่ายกักกันของนาซี
ประจำค่ายบูเชนวาล์ด(1937-1941) และมาจดาเนค (1941-1943) เป็นผลทำให้เธอใช้อำนาจตำแหน่งสามีของเธอจนกลายเป็น
สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าผู้คุมหญิงในอันดับอื่นๆ เสียอีก


เธอเป็นคนบ้าอำนาจมากและเมื่อเธอได้ทำงานแทนสามี เธอก็มีเวลาว่างแสนสนุกสนานกับการทรมานและข่มขืนนักโทษในค่ายกักกัน
จนฉาวโฉ่ จนเป็นที่ร่ำลือในความโลกีย์ ว่ากันว่ารอยสักตามตัวของเธอนั้นจากการสังหารคนในค่ายกักกันหนึ่งคนต่อหนึ่งขีด (ขีดใน
ร่างกายเธอมีประมาณ 250,000 ขีด!!) กล่าวกันว่าเธอชอบจับตาดูนักโทษในขณะฆ่าด้วยการถลกหนังและผิว เอามาทำเป็นปกหนังสือ

แต่ผลสุดท้ายในปี 1943 สามีของเธอก็ถูกจับกุม ส่วนเธอนั้นชิงแขวนคอฆ่าตัวตายใน เรือนจำหญิงอิคช์แอคช์ ในวันที่ 1 เดือน
กันยายน ปี 1967
 
 
อ้างอิง

http://listverse.com/2012/10/30/10-female-concentration-camp-guards/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 กุมภาพันธ์ 2020, 10:12:01 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่