[เภทภัยไซอิ๋ว 23] ไซ้ทั้ยส่วย (賽太歲) ปีศาจสิงโตทอง

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 23] ไซ้ทั้ยส่วย (賽太歲) ปีศาจสิงโตทอง  (อ่าน 35 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19185
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

[เภทภัยไซอิ๋ว 23] ไซ้ทั้ยส่วย (賽太歲) ปีศาจสิงโตทอง
ชื่อจริง : ไซ้ทั้ยส่วย (賽太歲)
ผู้กำราบ : พระโพธิสัตว์กวนอิม (อวโลกิเตศวร)




เดิมเป็นพาหนะของโพธิสัตว์กวนอิม มีอาวุธคือกระดิ่งทองคำที่สามารถเรียกไฟได้ ลักพาตัวราชินีเมืองจูจิ๊ก๊ก (Zhuzi Kingdom)
ไป ทำให้ราชาประชวชหนัก เมื่อคณะตี้เดินทางมาถึง หงอคงช่วยรักษาราชาให้หาย แล้วไปช่วยราชินี สุดท้ายโพธิสัตว์ก็มารับตัว
ปีศาจกลับไปสั่งสอน


เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว




พระถังซัมจั๋งและสานุศิษย์รอนแรมมาจนบรรลุถึงเมืองจูจิ๊ก๊ก
อันมีผู้คนพูดจาอ่อนหวาน พระราชาทรงประชวรหนัก เพราะเมื่อ
3 ปีก่อนหน้านี้ ปีศาจไซ้ทั้ยส่วยแห่งสำนักภูเขาขี้ลินซัว ถ้ำเก๊ยเฉียต๋อง ได้มาแย่งพระมเหสีกิมเชี้ยเกงเนี้ย (หอทองอริยะ)
ไปเสีย ได้ออกหมายประกาศหาหมอผู้สามารถรักษาพระราชาให้หาย จะได้รางวัลหนัก





หงอคงก็อาสาเข้าตรวจโรคของพระราชา แล้วบอกว่าพระองค์เป็นโรค "วิหคพลัดคู่" พอหงอคงระบุชื่อโรคถูก พระราชาก็มี
อาการดีขึ้น หงอคงจึงกลับมาที่พักแล้วเริ่มปรุงยา อันประกอบด้วยตัวยาดังต่อไปนี้

1. ต๊ายอิ้ง (น้ำเต้า)
2. ปาเต๊า (สลอด)
3. แป๊ะเช้าเซียง (เขม่าก้นหม้อ)
4. น้ำเยี่ยวม้าขาวของพระถัง (ม้ามังกรลูกพญาเล่งอ๋อง)

เมื่อหงอคงบดผสมกันเข้าแล้ว สำเร็จเป็นยา 3 กลอน ชื่อ โอกิมตัน ซึ่งจะต้องใช้น้ำกระสาย 2 ประเภท

น้ำกระสายประเภทแรกมีของ 6 สิ่งนำมาต้มรวมกัน ได้แก่

1. ขนนกการะเวก
2. น้ำเยี่ยวปลากิมหลีฮื้อ(ปลาทอง)
3. แป้งผัดหน้าอ๋องโป๊เนี่ยเนี้ย(เทวีแห่งสวรรค์)
4. ขี้เถ้าในเตาไฟของพรหมท้ายเสียงเล่ากุน
5. ชายผ้าโพกพระเศียรของเง็กเซียนฮ่องเต้
6. หนวดมังกร(เล่งอ๋อง) 5 เส้น

ส่วนน้ำกระสายอย่างที่ 2 คือน้ำที่ตกจากอากาศเรียกว่า "น้ำไม่มีราก"

พวกขุนนางผู้คอยเฝ้าพยาบาลพระราชาอยู่ ครั้นได้ทราบสรรพคุณและน้ำกระสายยาของหงอคงแล้วก็เลือกเอาน้ำกระสาย
อย่างหลังคือ "น้ำไม่มีราก"




ดังนั้น หงอคง โป๊ยก่ายและซัวเจ๋ง จึงมายืนรวมกันกลางลาน แล้วออกกำลังร้องเรียกพญาเล่งอ๋องเง่าก๊วงให้มาบ้วนน้ำลาย
ลงเป็นฝน แล้วนำน้ำไม่มีรากนั้นมาละลายยาโอกิมตันถวายให้พระราชาเสวย พระราชาเสวยแล้วก็ถ่ายสิ่งโสโครกออกมา
มากมายและหายประชวร แล้วเล่าเรื่องที่ปีศาจมาข่มขู่เอาพระมเหสีไป ให้พระถังกับสานุศิษย์ฟัง




หงอคงก็ขันอาสาไปปราบปีศาจ พระราชาจึงมอบสายประคำทอง เครื่องประดับคู่พระทัยของมเหสีให้แก่หงอคงไว้เป็น
เครื่องหมาย หงอคงรับมาแล้วก็เหาะขึ้นอากาศไปจนถึงเขตถ้ำเก๊ยเฉียต๋อง ภูเขาขี้ลิ่นซัว แล้วแปลงกายเป็นสมุนปีศาจชื่อ
"มีมาก็มีไป" ลักลอบเข้าไปในถ้ำ แล้วก็ได้ทราบว่าพระมเหสีถูกปีศาจกักตัวไว้ถึง 3 ปี แต่ปีศาจมิสามารถแตะต้องตัว
พระนางได้ เพราะในวันที่นางถูกลักพาตัวมา จี๋เอี๊ยงจีนหยิน เต้าหยินองค์หนึ่งได้เอาเสื้อหนามพุงดอ มาสวมกายพระนางไว้
ปีศาจจึงมิอาจลวนลามได้

เมื่อพบพระมเหสี หงอคงก็แสดงสายประคำทองให้พระนางเห็น แล้วขอให้พระนางแสร้งโอนอ่อนผ่อนตามปีศาจ เพื่อให้มันไว้ใจ
ยอมมอบระฆังวิเศษ 3 ใบซึ่งเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดให้กับพระนาง เมื่อริบอาวุธนี้ได้แล้ว การรบกับปีศาจก็จะง่ายเข้า
พระมเหสีได้ทำตามคำขอของหงอคง จนปีศาจมอบระฆังวิเศษให้แล้ว นางก็มอบให้หงอคงซึ่งแปลงกายเป็นสาวใช้ปรนนิบัติ
นางอยู่ แต่ความที่หงอคงใจร้อนจึงแก้ห่อระฆังออก มันก็ระเบิดเป็นไฟและควันคลุ้งไปทั้งถ้ำ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว




เมื่อปีศาจไซ้ทั้ยส่วยได้ยินเสียงนั้นก็ระดมให้สมุนปิดปากถ้ำ แล้วค้นหาศัตรู ก็หาพบตัวหงอคงไม่ มันจึงไปทวงระฆังวิเศษ
จากพระมเหสี แล้วผูกไว้กับสะเอว ฝ่ายหงอคงก็แปลงเป็นตัวเล็น ไปกัดเนื้อที่เอวของปีศาจ ปีศาจก็เกาไม่หยุด จนต้อง
ปลดระฆังออกส่งให้พระมเหสีช่วยเก็บไว้ตามเดิม หงอคงได้ระฆังวิเศษแล้วก็เนรมิตระฆังปลอม 3 ใบขึ้นมาแทน มอบให้
พระมเหสีเก็บไว้

ครั้นรุ่งเช้า หงอคงก็ชักตะบองออกขู่คำราม ท้าทายปีศาจให้ออกมาสู้รบกัน ไซ้ทั้ยส่วยก็คว้าระฆังจากพระมเหสีมาสู้รบกับหงอคง
หงอคงจึงชูระฆังจริงให้ดู ปีศาจก็ตกตะลึงหมดเรี่ยวแรงทันที ขณะที่หงอคงกำลังจะฆ่าปีศาจ กวนอิมก็เสด็จมาห้ามไว้ แล้วทรง
บอกว่าปีศาจไซ้ทั้ยส่วยคือสิงห์พาหนะของพระองค์เอง หนีมาเป็นปีศาจเพื่อลงโทษพระราชากับพระมเหสีที่เคยพรากคู่นกผัวเมีย
มาก่อน




เมื่อพระกวนอิมจูงสิงห์ของพระองค์จากไปแล้ว หงอคงก็เอาไฟจุดเผาสมุนปีศาจเสียสิ้นแล้วทูลเชิญพระมเหสีกลับเมือง

ฝ่ายพระราชาก็ออกมารับพระมเหสี ด้วยพระทัยปีติโสมนัสยิ่ง ทรงทำสักการะใหญ่แก่หงอคง อีกทูลเชิญพระถังซัมจั๋งขึ้นเสวย
ราชสมบัติแทนพระองค์ แต่พระถังปฏิเสธ ขอแต่หนังสือผ่านเมืองเท่านั้น ครั้นได้หนังสือผ่านเมืองแล้ว พระถังและศิษย์ก็ทูลลา
พระราชา บ่ายหน้าทางทิศปราจีน มุ่งสู่ไซทีต่อไป.........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 07 มีนาคม 2020, 11:25:24 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่