10 นักรบฝีมือฉกาจ ที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 นักรบฝีมือฉกาจ ที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก  (อ่าน 64 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 6 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19185
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

10 นักรบฝีมือฉกาจ ที่หลายคนไม่ค่อยรู้จัก

10. Chandragupta Maurya


   
พระเจ้าจันทรคุปต์แห่ง ราชวงค์โมริยะ (คลองราชย์คริสตศักราช 320-298) เป็นกษัตริย์องค์สำคัญในประวัติศาสตร์ของอินเดีย
เป็นพระอัยกาของพระเจ้าอโศกมหาราช ผู้รวบรวมอินเดียเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน และเป็นองค์อัครอุปถัมภก ผู้ยิ่งใหญ่แห่งพุทธศาสนา
ในอดีตเคยต่อสู้กับอเล็กซานเดอร์มหาราชซึ่งกว่าที่อเล็กซานเดอร์จะชนะเล่นเอาเหงื่อตก ต่อมาอเล็กซานเดอร์จึงสั่งจับจันทรคุปต์
พร้อมที่ปรึกษานามว่าจาณักยะขังไว้แต่ทั้งสองแหกที่คุมขังออกได้ และตอนนั้นเองจันทรคุปต์ก็มีความคิดที่จะสร้างอาณาจักรที่
สามารถปกป้องดินแดนอินเดียจากการบุกรุกของต่างประเทศ


โดยเริ่มจากรวบรวมกองทัพตีเมืองเล็กเมืองน้อย(มีแคว้นมคธ แคว้นมาลวะ แคว้นกุจราช แคว้นเบงกอล อัฟกานิสถาน)ที่เคยเป็น
ของอเล็กซานเดอร์และทำลายราชวงค์กษัตริย์นันทะราชวงค์เก่าแก่ที่ปกครองอินเดีย ก่อนที่จะสถาปนาราชวงค์โมริยะในที่สุด
หลังจากนั้นอาณาจักรโมริยะก็ขยายดินแดนไปเรื่อยๆ เรียกว่ามากที่สุดในประวัติของประเทศอินเดีย

พระเจ้าจันทรคปต์มีกองทัพที่น่าเกรงขามในเวลานั้น เพราะเต็มไปด้วยช้างศึกเก้าพันตัวและทหารเดินเท้ากว่าหกแสนคน ทหารม้า
สามหมื่นคน อีกทั้งหน่วยองครักษ์ส่วนตัวของพระองค์ยังมีกว่าห้าร้อยคนเป็นชาวอินเดียและนักรบหญิงกรีกอีก ในปั่นปลายพระเจ้า
จันทรคุปต์หันไปนับถือศาสนาเชนและบำเพ็ญทุกขรกิริยาด้วยการอดอาหารตาม ความเชื่อของศาสนาเชนจนกระทั่งสิ้นพระชนม์



9. Suren
   


ซูเรนา (84-52 ปีก่อนคริสตกาล) หรือ General Surena เกิดในตระกูลซูเรนา ซึ่งโดยทั่วไปจะยึดนามสกุลครอบครัวเป็นชื่อ
ซึ่งเป็นตระกูลขุนนางที่ทำหน้าที่ปกป้องกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย จากประวัติศาสตร์บอกว่าเขาเป็นชายหนุ่มอายุไม่ถึงสามสิบแต่
รูปร่างแข็งแกร่ง กล้าหาญ เป็นผู้สวมมงกุฏแก่กษัตริย์ด้วนตนเองและมีอำนาจสูงสุดในประเทศรองกับกษัตริย์ 


นอกจากนี้เขายังเป็นผู้บัญชาการทหารม้าที่มีชื่อเสียงในช่วงสมัยของพระเจ้าโอโรดิสที่สอง ยามไปรบที่ไหนเขาต้องใช้อูฐพันตัว
ขนสัมภาระ มีนางบำเรออยู่ในเกวียนสองร้อยเล่ม มีองค์รักษ์อีกพันคน สำหรับโรมแล้ว ซูเรนาเป็นที่หวาดกลัวของโรมมาก เพราะว่า
เขาเก่งเรื่องการต่อสู้อีกทั้งกลยุทธ์ โดยผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือการเอาชนะแคสซัสแห่งโรมในการยุทธที่คาราเอ
ที่หลอกกองทัพแคสซัสจนหัวหมุนและทำให้กองทัพโรมพ่ายแพ้ย่อยยับที่สุดในประวัติศาสตร์

ว่ากันว่าทหารโรมตายประมาณสองหมื่นและถูกจับอีกหนึ่งหมื่น ส่วนซูเรนากลับไปบ้านเมืองของตนพร้อมขบวนสวนสนามที่ทหาร
ของเขาแต่ล่ะคนหิ้วหัวทหารโรมันคนล่ะะหัว ส่วนหัวของแคสซัสเขาถวายแก่พระเจ้าโอโรดิส หากแต่การได้รับชัยชนะของซูเรนา
กับกลายเป็นหายนะครั้งใหญ่เพราะพระเจ้าโอโรดิสกลัวว่าเขาจะเป็นภัยแก่เขาในอนาคต ดังนั้นซูเรนาจึงถูกประหารในที่สุด 
 


8. Charles Martel


   
ชาร์ลส์ มาร์เตล  (ราว ค.ศ. 688 – 22 ตุลาคม ค.ศ. 741) เป็นผู้นำทางการทหารชาวแฟรงค์ผู้มีตำแหน่งเป็นเทศมนตรีของปราสาท
ภายใต้พระมหากษัตริย์เมโรแว็งเชียง และปกครองเป็นประมุขโดยปริยายระหว่างสมัยไร้กษัตริย์ระหว่าง ค.ศ. 737 ถึง ค.ศ. 743 
เป็นนักการทหารผู้มีความสามารถ ซึ่งชาร์ลส์พ่ายแพ้ในยุทธการเพียงยุทธการเดียวในชีวิตการต่อสู้ในยุทธการโคโลญ


แต่ผลงานที่สำคัญที่สุดคือการที่ได้รับชัยชนะในยุทธการตูร์ในปี ค.ศ. 732  ซึ่งเป็นยุทธการที่เป็นการหยุดยั้งการรุกรานของกองทัพ
มุสลิมขึ้นมาทางเหนือและทางตะวันตกของยุโรปซึ่งเป็นการรบที่สำคัญมาก เพราะหากพวกฝ่ายมุสลินชนะ ชนชาติยุโรปอาจพูดภาษา
อาหรับจนถึงทุกวันนี้ก็เป็นได้ อีกทั้งยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยุคกลาง เป็นผู้ก่อตั้งระบบขุนนางศักดินาและระบบอัศวินและวางรากฐาน
ของจักรวรรดิคาโรแล็งเชียง ต่อมา ค.ศ. 739 พระสันตะปาปาเสนอให้รับตำแหน่งกงสุลแต่ชาร์ลส์ไม่ยอมรับซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญ
ในเวลานั้น
 


7.Ulf Hreda


   
อุลฟ์ (หมายถึงหมาป่า) เป็นนักรบชาวไอริชที่ถูกระบุในซากานเยาลส์ (เป็นนิยายมหากาพย์ไวกิ้งของชาวไอร์แลนด์)เป็นพี่ชายของ
ไบรอัน โบรุ กษัตริย์แห่งไอร์แลนด์ (บางที่ระบุว่าเป็นลูกเลี้ยง) เขาเป็นนักรบที่มีชื่อเสียงในศตวรรษที่ 11 ที่มีนิสัยโหดร้ายและมี
ทักษะการต่อสู้ที่ถูกบรรยายในศึกคลอนทาร์ฟ (Battle of Clontarf)


เขาเป็นที่รู้จักในชื่อ “เจ้าหมาป่าจอมวิวาท” (Wolf the Quarrelsome)โดยฝ่ายศัตรูต่างหวาดกลัวเขาที่สามารถชนะคนหมู่มาก
ด้วยขวานรบขนาดใหญ่ เขาเป็นคนเกลียดไวกิ้งเพราะพวกมันฆ่าแม่ของเขา เขาสามารถทำให้กษัตริย์ไบอันสามารถรวมไอร์แลนด์ได้
เรื่องราวของเขาจดจำในฐานะเป็นคนฆ่า เดอริค ไอล์ออฟแมน เพื่อล้างแค้นที่ฆ่าน้องชายของเขาอย่างน่าสยดสยอง โดยเขาผ่าท้อง
ทั้งเป็นและดึงเครืองในพันรอบๆ ลำต้นไม้โอ๊คขนาดใหญ่ทั้งเป็น ส่งผลทำให้เดอริคตายอย่างทุกข์ทรมานในที่สุด
 


6.Harald Hardrada
   


ฮาราลด์ ฮาดราดา(1015-25 กันยายน 1066) เป็นบุตรของโอลาฟที่ 2 กษัตริย์ของนอร์เวย์ หลังที่พ่อของเขาฆ่าพี่ชายของเขา
ในขณะที่เขาอายุเพียง 15 ปี เขาก็ออกจากคอนสแตนติและเข้าร่วมกองทัพทหารรับจ้างที่น่ากลัวที่สุดไบเซนไทม์ในแนวหน้าและ
จากนั้นมาชีวิตของเขาก็สู้รบมาโดยตลอด ผ่านหลายศึกหลายสมรภูมิไม่ว่าจะเปฌ็นยุโรป ตะวันออกกลางและเยรูซาเร็ม แต่กระนั้น
ก็มีโอกาสแต่งงานกับเจ้าหญิงแห่งรัสเซีย


ซึ่งต่อมาเขาก็ได้เป็นกษัตริย์นอร์เวย์เมื่อปี 1047 -1066 นอกจากนี้เขายังอ้างเป็นกษัตริย์ของเดนมาร์กและทำสงครามกับเดนมาร์ก
หลายปีเพื่อหมายพิชิต และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจพิชิตอังกฤษ เนื่องจากความหวังว่าในเวลานั้นอังกฤษมีชนเชื้อสายไวกิ้งจำนวนมาก
ตั้งถิ่นฐานอยู่ กษัตริย์ฮาดราดาจึงคาดหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชนเหล่านั้น อีกทั้งเทสติกน้องชายของกษัตริย์ฮาโรลด์
ของของอังกฤษเกิดความขัดแย้งกับพี่ชาย และเข้าร่วมกับพระองค์ กษัตริย์ฮาดราดาจึงระดมพลชาวไวกิ้ง รวมกับทหารของเทสติก
ที่ประกอบด้วยชาวสก็อต,เฟลมมิชและอังกฤษ ได้กำลังพลราวหกพันนายพร้อมเรือรบห้าร้อยลำและเคลื่อนกองเรือมุ่งมาถึงอังกฤษ

ในเดือนกันยายน ปี.ค.ศ.1066 หากแต่  เวลานั้นฝ่ายอังกฤษได้เตรียม กองทัพได้พร้อมกล่าวและทำศึกสงครามแตกหักที่ฟอร์ด บริดจ์
(Stamford Bridge) ผลคือกองทัพอังกฤษได้รับชัยชนะเหนือพวกไวกิ้ง ส่วนกษัตริย์ ฮาดราดา และเทสติก ถูกสังหารในที่รบ
ซึ่งการตายของพระองค์ถือว่าเป็นการสิ้นสุดยุคไวกิ้งเรืองอำนาจไปด้วย
 


5. Tomoe Gozen
   


ถ้าผมจำไม่ผิดผมเคยเห็นเธอปรากฏอยู่ในวิหกเพลิงภาคเฮฮัน โทโมเอะ โกเซ็น(1157-1247) เป็นสิ่งที่หายากมากเพราะ
เธอเป็นนักรบซามูไรหญิง เป็นภรรยาของคิโสะ โยชินากะซึ่งเป็นตระกูลนักรบใหญ่ และโทโมเอะก็ร่วมรบกับเขาในสมัยเฮฮัน
ปี ค.ศ. 1180-1185  ซึ่งเป็นคนที่อยู่ในยุคเดียวกับโยชิทสึเนะ โดยประวัติศาสตร์ได้บรรยายไว้ว่า


“โทโมเอะเป็นผู้หญิงสวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวขาวและผมยาวที่มีเสน่ห์ อีกทั้งเธอยังมีความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง
เธอเก่งเรื่องยิงธนูและเป็นนักดาบที่เทียบเท่านักรบนับพัน พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปีศาจหรือเทพเจ้า เธอยังมีทักษะ
การขี่ม้าอย่างยอดเยี่ยม เธอขี่โดยปราศจากภัยอันตายและการตกลงมา เมื่อใดมี่มีการต่อสู้ โยชินากะจะส่งเธอออกมา
เป็นแนวหน้าเกือบทุกครั้ง เธอมาพร้อมกับชุดเกราะที่แข็งแกร่ง(ของผู้ชาย) ดาบขนาดใหญ่และคันธนูอันยิ่งใหญ่และ
เธอได้แสดงการต่อสู้ที่กล้าหาญกว่านักรบใดๆ ในยุคนั้น”


แต่สุดท้ายโยชินากะได้พ่ายแพ้และตายบนสนามรบในการสู้กับโยชิทสึเนะ ซึ่งโทโมเอะเสียใจต่อการตายของเขาเป็นอย่างมาก
และหลังจากนั้นก็ไม่มีเรื่องราวของเธอปรากฏในประวัติศาสตร์อีกเลย ตำนานเชื่อว่าเธอใช้ชีวิตปั่นปลายอย่างเงียบสงบโดยบวช
เป็นชี 


 
4. Miyamoto Musashi
   


มิยะโมะโตะ มุซาชิ (1584-1645) เป็นซามูไรที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น ที่ว่ากันว่าเขาไม่เคยดวลแพ้ใครเลยสักครั้ง
(เชื่อกันว่าดวล 60 ครั้ง) โดยครั้งที่เขามีชื่อเสียงที่สุดคือการดวลกับปีศาจตะวันตกซะซะกิ โคจิโร่ซามูไรที่มีชื่อเสียงมาก
ในขณะนั้น โดยทั้งสองนัดท้ากันที่เกาะริวกิว


เล่ากันว่าในวันดวลนั้นมูซาซิมาสาย จนโคจิโร่หงุดหงิดมากและเมื่อมูซาซิปรากฏตัวโดยเขามายืนเก๊กท่าบนเรือข้ามฟาก
โดยมีคนแก่พายเรืออยู่ด้านหลังจากนั้นเขาก็โดดข้ามฟากโดยมีอาวุธเป็นดาบสองมือ(ซึ่งเป็นอาวุธที่เขาถนัด) และโคจิโร่
ก็พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วและจบชีวิตจากการดวลครั้งนั้น(มีหลายคนวิเคราะห์ว่าเป็นสงครามประสาทของมูซาซิที่ทำลาย
สมาธิของโคจิโร่) และรวมถึงมีอยู่ครั้งหนึ่งมุซาชิเคยถูกลูกศิษย์ในสำนักของโยชิโอกะตามไล่ฆ่าเพราะมุซาชิได้สังหาร
เจ้าสำนักของโยชิโอกะตายถึง 3 คน และได้ฆ่าลูกศิษย์ของโยชิโอกะที่ตามฆ่าไปถึง 70 กว่าคนภายในเวลาเพียงแค่
ชั่วข้ามคืน

อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ชนะความตาย โดยเล่ากันว่าเขาต้องต่อสู้จากการเจ็บป่วย(สุขภาพไม่ค่อยดี) เขาได้หาถ้ำและเป็น
ฤาษีและเขียนหนังสือ เขาตายในสภาพนั่งคุกเข่าและเสียชีวิตด้วยวัย 61 ปี ในเมืองฮิโกะ
 


3. Agustina of Aragon


                 
อกัสติน่าแห่งอารากอน(4 มีนาคม 1786-29 พฤษภาคม 1857) เป็นวีรสตรีผู้ปกป้องสเปนในช่วงสงครามคาบสมุทรที่
ฝรั่งเศสมารุกราน  เธอรบอย่างกล้าหาญทั้งทีเป็นเพียงพลเรือน โดยเรื่องราวเริ่มต้นเมื่อในฤดูร้อนปี 1808 ที่ซาราโกซา
หนึ่งในเมืองสุดท้ายของภาคเหนือสเปนที่ยังไม่ยอมจำนนต่อทหารนโปเลียน แต่เมืองดังกล่าวถูกล้อมและจิตใจทหารใน
เมืองก็เริ่มถดถอย ในวันที่ 15 มิถุนายน กองทัพฝรั่งเศสได้บุกเข้าถึงประตูโบราณของเมืองหากแต่เขากลับเจอปืนใหญ่
และหน่วยอาสาสมัครไม่กี่คน แต่พวกเขาก็รบอย่างเข้มแข็งจนกองทัพฝรั่งเศสต้องสูญเสียอย่างหนัก แต่อาสาสมัครเอง
ก็ไม่ไหวเหมือนกัน


ในเวลานั้นเองหญิงชาวบ้านคนหนึ่งชื่ออกัสติน่าหญิงชาวบ้านตัวเล็กที่เอาตะกร้าใส่แอปเปิลมาให้กองอาสาสมัครเห็นกองทัพ
ของเธอกำลังแตกพ่าย หลายคนหนีทัพ เธอเลยวิ่งไปที่ปืนใหญ่และบุกระดมทหารด้วยเสียงดันดัง ทำให้ทหารอึดสู้อีกครั้ง

แม้ว่าผลสุดท้ายเธอจะถูกทหารฝรั่งเศสจับ แต่เธอก็ขังคุกในช่วงสั้นๆ เธอแหกคุกหนีไปเป็นผู้นำกบฏต่อต้านและอาศัย
สถานการณ์ที่ช่วงนั้นกองทัพฝรั่งเศสเสื่อมถอยปลดปล่อยสเปนจากฝรั่งเศสในที่สุด ภายหลังเธอได้เป็นเจ้าหน้าที่ในกองทัพ
เสปนและถูกขนามว่าโจน ออฟ แห่งสเปน

ในปั่นปลายเธอยังได้เกียรติยศเหรียญกล้าหาญมากมาย แม้ว่าเธอกลายเป็นหญิงชราไปแล้วแต่ก็ยังติดเหรียญดังกล่าวไป
รอบเมืองเพื่อให้ผู้คนได้พบเห็น เธอเสียชีวิตเมื่ออายุ 71 ปี หากแต่ชื่อของเธอยังถูกกล่าวขานเป็นตำนานอยู่เสมอ


 
2. Jack Churchill


   
พันโทแจ๊ค เชอร์ชิล(16 กันยายน 1906-8 มีนาคม 1996) เป็นนายทหารชาวอังกฤษที่เข้าร่วมต่อสู้ตลอดในสงครามโลก
ครั้งที่ 2 ในหน่วยคอมมาโดโดยเขามีอาวุธเพียงคันธนูขนาดใหญ่และดาบ Claymore เท่านั้น เขากล่าวว่า


"นายทหารที่เข้ารบโดยไม่มีดาบในมือ คือนายทหารที่แต่งตัวยังไม่เสร็จ"

แม้ว่าสงครามดังกล่าวจะมีแต่รถถังและปืนกล แต่เขาก็เป็นทหารเพียงคนเดียวที่สามารถฆ่าศัตรูด้วยการใช้ลูกศรไปจำนวนมากมาย
เขามักได้ภารกิจยากๆ หลายครั้งแต่ก็สามารถปฏิบัติได้สำเร็จ นอกจากนี้เขายังเชี่ยวชาญการเป่าปี่สก็อตทีมักเป่าปลุกเร้าอารมณ์
เพื่อนร่วมรบในการต่อสู้สามารถสู้ศัตรูที่มีจำนวนมากกว่าหลายครั้ง 

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาเคยถูกจับโดยฝ่ายศัตรูและถึงขังในค่อยกักกันเชลยศึกในกรุงเบอร์ลิน แต่ไม่นานแจ๊คหลบหนีออกจากค่าย
กักกันด้วยการลอดลวดหนามและเดินออกจากที่นั่น เค้าเดินเป็นระยะทางยาวไกลจนเกือบถึงทะเลอยู่แล้ว แต่ถูกจับอีกครั้ง
และถูกส่งตัวไปค่ายกักกันแห่งใหม่

อีกหนึ่งปีต่อมา แจ๊คหลบหนีออกจากค่ายใหม่นี้ได้อีก และเดินเป็นระยะทางถึง 150 ไมล์ (ประมาณ 240 กิโลเมตร) เข้าสู่
กรุง เวโรน่าในอิตาลี จนพบกองทหารอเมริกัน แต่เขาไม่หยุดเพียงเท่านี้เพราะต่อมาเขาก็ร่วมรบในสงครามแปซิฟิก เขาถูกส่ง
ตัวไปพม่าเพื่อช่วยรบ แต่ทว่าฮิโรชิม่าและนางาซากินั้นโดนนิวเคลียร์บอมบ์เสียก่อนจึงทำให้สงครามโลกจบลง และสิ้นสุด
ภารกิจของนายทหารคนนี้โดยบริยาย หลังวัยเกษียณเขากลับไปยังประเทศอังกฤษเพื่อใช้ชีวิตสุดท้ายในปั่นปลาย


 
1. Bhanbhagta Gurung


 
กูรุ ง(กันยายน 1921-1มีนาคม 2008) เป็นนางทหารชาวกุรข่าของเนปาล โดยทหารกรุข่านั้นขึ้นชื่อว่าเป็นทหารที่ดีของโลก
ด้วยคำขวัญประจำหน่วยทหารของทหารกุรข่าคือ "ตายดีกว่าอยู่อย่างคนขลาด" ขึ้นชื่อเรื่องความอดทนและซื่อสัตย์ และการ
รบแบบกองโจรที่ร้ายกาจ จนอังกฤษที่เคยรบมาก่อนยังขอยอมแพ้และขอมาเป็นพรรคพวกแทน และหลังจากนั้นไม่ว่าอังกฤษ
จะไปก่อสงครามอะไรที่ใด อังกฤษจะหนีบเอากองกำลังกุรข่าไปด้วยเสมอ


ส่วนกูรุงนั้นเป็นนายทหารรับจ้างชาวเนปาลที่ไปรบสงครามโลกครั้งที่ 2 กับประเทศอังกฤษ ในฐานะทหารปืนยาว เขาสร้าง
ผลงานมากมายแก่กองทัพอังกฤษ มากมายในการรบในพม่ากับกองทัพทหารของญี่ปุ่นเมื่อปี 1943 หนึ่งในเหตุการณ์ที่เขา
ได้รับรางวัลเหรียญ คือวันที่ 5 มีนาคม 1945 ในขณะที่หน่วยของเขารบกับญี่ปุ่นในป่าทางพม่าอยู่นั้น เพื่อนของเขาถูกตรึง
โดดเดี่ยวและซุ่มยิงโดยศัตรูจนบาดเจ็บสาหัสและตายหลายนาย หากแต่ตอบโต้ไม่ได้เพราะปืนของหน่วยกุรุงมีแต่ไรเฟิล
ที่เหมาะแก่การยิงระยะใกล้และมีกระสุนไม่กี่นัด แต่กุรุงยังคงใจเย็นหาตำแหน่งพลซุ่มยิงว่ามันยิงจากไหน จากนั้นเขาก็ใช้
ปืนไรเฟิลที่ไม่เหมาะแก่การใช้ยิงไกลเลยเพราะความแม่นต่ำเล็งยิงใส่ศัตรูในตำแหน่งดังกล่าว ปรากฏว่าเขายิงศัตรูตาย
ทีละคนอย่างแม่นยำ

ต่อมากูรุงได้ตัดสินใจ วิ่งออกไปยังรังปืนกลทันที โดยไม่ต้องสั่งการต่อ จนถึงรังปืนกลเขาโยนระเบิดมือไปสองลูกไล่ๆ กัน
เข้าไปในรังจิ้งจอก คนญี่ปุ่นในรังสองคนตายเรียบ เขายังวิ่งเคลียร์หลุมจิ้งจอกต่อไปและทหารญี่ปุ่นในหลุมดังกล่าวต่างตาย
ด้วยดาบปลายปืนของเขาและระเบิดมือ ส่วนบังเกอร์อีกแห่งเขาวิ่งเขาไปเหยียบหลังคาบังเกอร์แล้วใช้ระเบิดฟอสฟอรัส
(ระเบิดเพลิง) โยนเข้าไปทำให้ทหารญี่ปุ่นสองคนข้างในต่างเพราะถูกไฟเผา ส่วนบังเกอร์แคบอีกแห่งเขาใช้ก้อนหินเป็น
อาวุธทุบศีรษะของพลปืนกลของญี่ปุ่นที่เหลือจนตาย และเมื่อสงครามสงบ เขากลับไปเนปาลและสร้างครอบครัวและเขา
อยู่นั้นจนสิ้นอายุไข
 
อ้างอิงจากบทความ

http://listverse.com/2011/01/22/top-10-incredible-badasses-you-dont-know/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 มีนาคม 2020, 14:49:29 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่