เหตุการณ์ตายหมู่ของสัตว์ลึกลับ (Mysterious Mass Animal Deaths)

ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุการณ์ตายหมู่ของสัตว์ลึกลับ (Mysterious Mass Animal Deaths)  (อ่าน 183 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19774
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

เหตุการณ์ตายหมู่ของสัตว์ลึกลับ (Mysterious Mass Animal Deaths)



ในหลายปีที่ผ่านมามีสัญญาประหลาดเกิดขึ้นทุกมุมโลกนั้นคือ จู่ๆ ก็มีสัตว์ตายอย่างลึกลับจำนวนมาก บ้างก็มาแบบฆ่าตัวตายหมู่
หรือบางเหตุการณ์ก็ตายหมู่ลึกลับหาสาเหตุไม่ได้ แม้จะมีข้อสันนิษฐานมากมายเพื่ออธิบายเรื่องเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บป่วย
จากมลพิษภาวะโลกร้อนไปจนถึงลางบอกเหตุหายนะของศาสนา และหลายกรณีเหล่านี้มักแก้ไขง่ายๆ ว่าเป็นมลพิษ


อย่างไรก็ตามยังมีอีกหลายกรณีมากมายที่ยังคงเป็นปริศนาจนเราตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นกับโลกของเราทุกวันนี้
 
ปลากะพง


 
ในเดือนมกราคม ปี 2011 ปลากะพงหลายร้อยตัว ต่างโดนน้ำตัดมาตายที่เกยตื้นอยู่บริเวณชายหาดเพนนินซูลา
ในประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์  สร้างความตกอกตกใจให้กับบรรดานักท่องเที่ยวไม่น้อย  ชาวประมงที่
ออกทะเลได้บรรยายว่าปลาตายราวกับพรม

สิ่งเหล่านี้คล้ายกับจะเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าโลกกำลังมาถึงจุดเปลี่ยนอย่างเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ หรือเปล่า
 
 
หมึกจัมโบ้


 
ในช่วงเดือนมกราคม 2005 หมึกจัมโบ้นับพันต่างพามาเกยตื้นอยู่บนชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย ซึ่งน้อยมากที่เรารู้จัก
พวกหมึกเหล่านี้เพราะพวกเขาอยู่ระดับน้ำทะเลลึกถึง 2,300 ฟุต (700 เมตร) ทำให้ยากมากที่นักวิทยาศาสตร์
จะอธิบายว่าทำไมพวกเขาถึงพามากันฆ่าตัวตายดังกล่าว อีกทั้งเหตุการณ์ยังเคยเกิดขึ้นในซานดิเอโกในปี 2002
โดยข้อสันนิษฐานก็มีมากมาย เช่นน้ำทะเลปนเปื้อนมลพิษ

แต่หากเป็นเช่นนั้นจริงจะต้องมีสัตว์ทะเลอื่นๆ นอกเหนือหมึกจัมโบ้มาเกยตื้นด้วย ดังนั้นข้อสันนิษฐานนี้จึงตกลงไป

 
วาฬ


 
ในปี 2009 ในช่วงหลายเดือนมีวาฬจำนวนมากมายกว่า 400 ตัว ต่างพากันมาเกยตื้นที่ชายหาด ในรัฐแทสเมเนีย
โดยไม่มีคำอธิบายถึงสาเหตุดังกล่าวใดๆ ทั้งสิ้น และเกือบ 200 ตัวมาเกยตื้นอยู่บนเกาะราชา แม้ว่าเจ้าหน้าที่
หน่วยกู้ภัยจะพยายามไปช่วยเหลือพวกมัน ด้วยช่วยกันราดน้ำเพิ่มความชุ่มชื้น เพื่อให้พวกมันรอดชีวิต แล้วใช้
แผ่นรองช่วยมันลงสู่ท้องทะเลตามเดิม

แต่สุดท้ายวาฬกว่า 140 ก็ตายในที่สุด ส่วนที่เหลือช่วยไว้ได้ ซึ่งไม่กี่เดือนกันก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆ แบบนี้ขึ้น
เมื่อวาฬกว่า 150 ตัวพามาเกยตื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของรัฐแทสเมเนีย และหลังจากนั้นวาฬสเปิร์ม 48 ตัวก็พามา
เกยตื้นที่เกาะ Perkins ความโกลาหลดังกล่าวทำให้มีทฤษฏีมากมายที่พยายามอธิบายสาเหตุที่เกิดขึ้น

แต่สุดท้ายก็ไม่คำตอบชัดเจนสำหรับเหตุการณ์นี้แต่อย่างใด

 

แกะ



ในปี 2005 ในฤดูใบไม้ร่วง คนเลี้ยงแกะตุรกีต้องพบกับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เมื่อแกะกว่า 1,500 ตัว
ของพวกเขาจู่ๆ ก็กระโดดหน้าผาที่สูงกว่า 15 เมตรฆ่าตัวตาย ตอนแรกมีแกะฆ่าตัวตายกว่า 400 ตัว และถัดไป
1,100 ตัวก็ตามมา 

ซึ่งมันส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงสำหรับพวกเขามาก เพราะส่วนใหญ่เป็นแกะของหมู่บ้านท้องถิ่นที่หลายครอบครัว
นั้นมีรายได้ขึ้นอยู่กับแกะเท่านั้น มีเรื่องเล่ากันว่าสาเหตุเกิดจากแกะตัวหนึ่งเกิดอุบัติเหตุตกเหวตาย ทำให้แกะตัวอื่นๆ
ที่เห็นเพื่อนมันตายโดดตามเพื่อนมันด้วย

ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้นยังไม่มีการพิสูจน์แต่อย่างใด


 
วัว


 
ในปี 2009 ที่หมู่บ้านเล็กๆ ในเทือกเขาแอลป์ ในลอเตอร์บรุนเนน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ชาวบ้านได้งงงวยกับ
เหตุการณ์วัวเลี้ยงของพวกเขาต่างพากันฆ่าตัวตายหมู่ด้วยการพรวดพราดกระโดดลงหน้าผาหลายร้อยเมตรสู่พื้น
เบื้องล่าง ซึ่งในช่วง 3 วันมีวัว 28 ตัวต้องตายเพราะฆ่าตัวตายด้วยวิธีดังกล่าว และที่แปลกคือแม้ว่าเวลาจะห่างกัน
แต่วัวทั้งหมดตายในจุดเดียวกัน

ซึ่งสาเหตุอะไรที่พวกวัวถึงทำเช่นนี้จนบัดนี้ก็ไม่ทราบคำตอบแต่อย่างใด
 
 

กุ้ง


   
เรื่องราวเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2013 ที่เมืองโคโลเนล ประเทศชิลี ชาวบ้านต่างตกใจเมื่อชายหาดท้องถิ่นของพวกเขา
ตอนนี้กลายเป็นสีแดง สาเหตุเพราะกุ้งหลายล้านตัวถูกซัดขึ้นชายฝั่ง นอกจากกุ้งแล้ว ยังพบซากปูอีกจำนวนมากกระจัด
กระจายตามชายฝั่ง โดยเหล่าชาวประมง

สันนิษฐานว่าการตายของกุ้งและปูจำนวนมาก อาจมีต้นตอจากโรงไฟฟ้าท้องถิ่นหลายแห่ง ซึ่งใช้น้ำทะเลเป็นตัวหล่อเย็น
ทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลพุ่งสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อกุ้ง

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ปักเชื่อและได้เข้าตรวจสอบอุณหภูมิน้ำและระดับออกซิเจนเพื่อคลี่คลายเหตุพิศวงคราวนี้


 
ปลาอื่นๆ (และนกนางนวล)


 
ในปี ที่ทะเลสาบอีรี ใน ออนตาริ ปลานับหมื่นได้ตายและรวมทั้งนกนางนวลเกยตื้นบนชายฝั่ง ซึ่งจากการตรวจสอบครั้งแรก
ก็ไม่พบมลพิษใดๆ ในทะเลสาบ หนึ่งในทฤษฏีที่แพร่หลายเชื่อว่าสาเหตุที่ปลาจำนวนมากต้องตาย เพราะปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ที่ผกผันเพราะหนาวเย็น จนน้ำออกซิเจนน้อยไปถึงพื้นผิวของน้ำ ทำให้ปลาทำให้หายใจไม่ออกตาย

อย่างไรก็ตามทฤษฏีนี้ไม่สามารถใช้กับนกนางนวลตาย
 


คางคก


 
ในปี 2005 เมืองฮัมบูรก์ ประเทศเยอรมัน (และยังเกิดในเดนมาร์ก) ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นการหาคู่ของเหล่าคางคกได้เริ่มขึ้น จู่ๆ พวก
คางคงในบึงก็ตายอย่างลึกลับมากถึง 1000 ตัว เมื่อคางคงพองตัวมากกว่าปกติ (ประมาณ 3.5 เท่า) และระเบิดออกจนอวัยวะเครื่องใน
กระจัดกระจายไปทั่ว อวัยวะบางส่วนไปไกลกว่า 3 ฟุต (1 เมตร) ขึ้นไปและที่น่าสยดสยองคือคางคกไม่ได้ตายในทันทีทันใด มันยังคง
ดิ้นรนทุกข์ทรมานก่อนที่จะตายในหลายนาทีต่อมา

สำหรับคำอธิบายดังกล่าว หลายฝ่ายเชื่อว่าเกิดจากไวรัสลึกลับที่เป็นสาเหตุทำให้ร่างกายของคางคกหลายตัวพองตัวอย่างรวดเร็ว แต่จาก
การตรวจสอบไม่พบการติดเชื้อโรคในซากคางคก ดังนั้นข้อสันนิษฐานที่น่าเป็นไปได้คือพวกอีกาได้แอบกินตับคางคงจนเกิดบาดแผล
เมื่อคางคกพองลมมันจึงแตกเพราะรางกายของมันมีบาดแผลนั้นเอง

ในยุโรปคางคกเป็นที่รับรู้กันว่าจะอาศัยอยู่ในหนองน้าของฮัมบูรก์มากที่สุด ถูกลดจานวนลดอย่างรวดเร็วด้วยวิธีสุดพิสดาร เป็นที่ขยะแขยง
สำหรับท้องที่ ด้วยเหตุใดก็ตามคางคกพองตัวขึ้นและระเบิดออก อะไรทำให้เกิดเหตุการณ์สุดพิลึกเหล่านี้ขึ้น

 


สุนัข


 
สะพานโอเวอร์โทนเป็นสะพานสร้างในปี 1859 ในมิลตัน, ดัมบาร์ดัน สก็อตแลนด์ ได้กลายเป็นสะพานสุสานสุนัขเพราะอดีตที่ผ่านมา
มีสุนัขหลายตัวไปฆ่าตัวตายโดยการโดดจากสะพานแห่งนี้อย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่การศึกษาพบว่าสุนัขในแถบนั้นนั้นเริ่มมีพฤติกรรม
ฆ่าตัวตายโดยโดดจากสะพานเริ่มในช่วง 1950 หรือ 1960 เฉลี่ยหนึ่งตัวต่อหนึ่งเดือน(อาจสิบตัวต่อหนึ่งเดือน)

โดยจุดที่กระโดดนั้นนำไปสู่ความสูงกว่า 50 ฟุต (15 เมตร) ทำให้สุนัขตายทันที แม้สุนัขบางส่วนรอดก็จริงแต่มันก็กลับมากระโดด
ฆ่าตัวตายอีก ซึ่งนับจำนวนมีสุนัขอย่างน้อย 50 ตัวฆ่าตัวตาย ทำให้หลายคนเชื่อว่าสะพานนี้มีเรื่องเหนือธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง
หรือไม่ก็เชื่อว่าสะพานนี้เต็มไปด้วยกลิ่นขนมิงค์ที่พวกมันพยายามกระโดดสะพานเพื่อตามหามิงค์

แต่ทฤษฏีนี้ไม่น่าจะไม่น่าใช่เพราะพวกสุนัขไม่ได้โง่ขนาดนั้น และเรื่องเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาที่ไม่คลี่คลาย
 



นก


 
จำนวนนกของโลกเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วในหลายปีที่ผ่านมา และมีหลายเหตุการณ์ที่เลวร้ายมากเมื่อจู่ๆ พวกนกจำนวนมากเสียชีวิต
อย่างลึกลับในคราวเดียวกัน หรือฆ่าตัวตายหมู่ ที่เคนตั๊กกี้ หฯงสาวคนหนึ่งพบนอกหลายสิบตกลงมาตายในสนามหน้าบ้านเธออย่าง
ลึกลับ ที่ชิลีนกหลายชนิดกว่า 2,000 ตายเกลื่อนหาดชิลี

การเสียชีวิตของนกจำนวนมากเกิดขึ้นบ่อยครั้งและความถี่เริ่มเป็นที่น่ากลัวในหลายปี แต่มีสถานที่หนึ่งที่แปลกประหลาดกว่าอะไรทั้งหมด
คือหมู่บ้านจาทิงก้า ที่อยู่ในรัฐอัสสัม ประเทศอินเดีย เป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเรื่อง “นกฆ่าตัวตาย”

ปัจจุบันปรากฏการณ์ดังกล่าวยังคงลึกลับว่าทำไมนกถึงฆ่าตัวตาย ปรากฏการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน
ตอนกลางคืนและเหล่านกซึ่งส่วนใหญ่อยู่ตระกูลนกกระจางจะมีพฤติกรรมแปลกประหลาดคือบินชนเสา

แต่หลายคนสันนิษฐานว่านกไม่ได้ฆ่าตัวตาย หากแต่พวกมันถูกฆ่าตายมากกว่า เพราะช่วงที่นกตายเป็นช่วงคืนที่มืดไม่มีแสงจันทร์
และมีหมอก นกมักจะรบกวนชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านเปิดแสงไฟไล่นก ทำให้นกมึนงงและไปชนกับเสาหรือต้นไม้ข้างทาง

 
 
อ้างอิง

http://listverse.com/2013/04/06/10-mysterious-mass-animal-deaths/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 มีนาคม 2020, 09:46:12 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่