[เภทภัยไซอิ๋ว 26] ศึกสามปีศาจ

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 26] ศึกสามปีศาจ  (อ่าน 191 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19786
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
[เภทภัยไซอิ๋ว 26] ศึกสามปีศาจ
« เมื่อ: 26 มีนาคม 2020, 15:45:52 »

[เภทภัยไซอิ๋ว 26] ศึกสามปีศาจ
ชื่อจริง : ชิงเหมา (青毛) หวงเหยา (黃牙) ต้าเผิง (大鵬)
ผู้กำราบ : พระยูไล (พระศากยมุนี)



ศึกสามปีศาจที่ต้องเฉือดเฉือนกลยุทธ์กันสารพัด สุดท้ายซุนหงอคงต้องไปอัญเชิญพุทธองค์มาช่วยปราบ
พญาราชสีห์ เดิมคือพาหนะของโพธิสัตว์บุ่งซู้ผ่อสัก (มัญชุศรีโพธิสัตว์) พญาคชสาร เดิมคือพาหนะของ
โพธิสัตว์ผู่เสียนผูซ่า (สมันตภัทรโพธิสัตว์) ส่วนพญาอินทรีนั้นพระยูไล (พระศากยมุนี) ได้พาตัวกลับไป
อบรมสั่งสอน



เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว

เวลานั้นสิ้นสุดฤดูร้อนเริ่มย่างเข้าฤดูฝน พระถังและสานุศิษย์รอนแรมไปจนบรรลุถึงภูเขาไซท่อซัว ณ ถ้ำ ไซท่อต๋อง
เป็นที่พำนักของปีศาจยักษ์ร้ายกาจ 3 ตน มีบริวารที่มีชื่อนับได้ 84,000 ตน ที่ไม่มีชื่ออีกนับไม่ถ้วน 3 ปีศาจแยกกัน
อยู่คนละเขตแดน แต่มักมาชุมนุมกันที่ถ้ำไซท่อต็อง




ปีศาจไต้อ๋องตนแรก มีฤทธิ์แปลงกายได้สารพัด เคยขึ้นไปรุกถึงสวรรค์กลืนกินเทวดาเสียหลายสิบหมื่น
ปีศาจไต้อ๋องตนที่สอง รูปงามจมูกยาว อาจยื่นจมูกไปม้วนรัดศตรูได้
ปีศาจไต้อ๋องตนที่สาม มีปีก อาจกระพือปีกให้หวั่นไหวไปทั้งมหาสมุทรได้

แล้วยังมีขวดวิเศษ "อิมเอียงยี่ขี่เพ้ง" ที่อาจจะเรียกใครลงไปแล้วละลายร่าง จนกลายเป็นน้ำเลือดหมด



ฝ่ายเห้งเจียทราบถึงฤทธิ์ร้ายของขวดวิเศษนี้แล้ว ให้นึกครั่นคร้ามยิ่งนัก จึงให้โป้ยก่าย ซัวเจ๋ง อยู่รักษาอาจารย์ ตัวเอง
แปลงกายเข้าไปสอดแนมในถ้ำ แต่กลับเสียทีปีศาจ ถูกจับตัวไว้ได้ ปีศาจสั่งให้สมุนผี 36 ตน หามขวด "อิมเอียงยี่ขี่เพ้ง" มา
อันขวดนั้นบรรจุด้วยธาตุโป๊ยก่วยทั้ง 8 และ ไออากาศอีก 22 ในขวด มีงูพิษ 40 ตัวกับมังกรไฟ 3 ตัว


ปีศาจไต้อ๋องสั่งให้จับเห้งเจียยัดลงในขวด เห้งเจียก็กระชากงูในขวดจนขาดออกเป็นสองท่อนทั้ง 40 ตัว แต่มังกรไฟ
ทั้ง 3 นั้นพิษร้ายแรงเหลือทน จึงได้ถอนขนคุ้มตัวที่กวนอิมมอบไว้ให้ใช้เมื่อคราวจำเป็นออกมาใช้ จึงรอดจากขวดมฤตยู
นั้นมาได้



เมื่อเห้งเจียหนีรอดมาได้แล้ว ก็ไปตามโป้ยก่ายมาช่วยกันรบกับปีศาจ ปีศาจตนที่หนึ่งกลืนเห้งเจียลงในท้อง เห้งเจียก็
เตะถีบบี้จี้ไส้พุงจนปีศาจต้องยอมแพ้ และร้องขอให้ปีศาจน้องทั้งสองให้ยอมแพ้ด้วย จากนั้นก็วางแผนวางอุบายอาสา
หามพระถังขึ้นเสลี่ยงไปส่งให้พ้นเขตเมืองไซท่อก๊กนี้

เห้งเจียกับพระถังก็หลงเชื่อปีศาจ ให้พระถังขึ้นนั่งเสลี่ยงที่หามโดยสมุนปีศาจ 8 ตน สมุนผีอีก 8 นำหน้าขบวน ร้องตวาด
เบิกทาง รวมสมุนปีศาจทั้งหมด 16 ตน เมื่อขบวนผ่านเข้าเขตเมืองไซท่อก๊ก อันเป็นที่พำนักของปีศาจตนที่ 3 ปีศาจทั้งหมด
ก็เข้ารุมรบกับเห้งเจีย โป้ยก่ายซัวเจ๋ง สมุน 16 ตนที่หามเสลี่ยงอยู่ก็พากันแบกพระถังวิ่งเข้าเมือง พร้อมทั้งจูงม้าและข้าวของ
ไปขังไว้




ปีศาจที่หนึ่งอ้าปากคาบโป้ยก่ายได้ ปีศาจที่สองเอางวงรัดซัวเจ๋ง เห้งเจียเห็นดังนั้นจึงตีลังกาหนีไปในอากาศอย่างรวดเร็ว
แต่ก็หาพ้นฤทธิ์ของปีศาจที่สามไม่ มันกางปีกออกบินตามไปโฉบจับเห้งเจียมาจนได้ สามปีศาจสั่งให้สมุนผี 10 ตัวจับพระถัง
กับศิษย์ตุ๋นด้วยหม้อนึ่งใบใหญ่ทั้งคืน เพื่อจะกินเนื้อในวันรุ่งขึ้น เห้งเจียเป่ามนต์กันร้อนไว้ได้ แล้วเสกตัวหนอนหาวนอน 10 ตัว
ไปชอนไชรูจมูกสมุนผีทั้ง 10 จนมันเคลิ้มหลับไปสิ้น เห้งเจียจึงแก้พระถังกับพี่น้องออกมาได้ แต่ก็กลับถูกปีศาจพบและรวบจับ
ไปใส่ตู้เหล็กไว้อีก รอดมาได้แต่เห้งเจีย



เห้งเจียมิรู้จะทำประการใด จึงหกคะเมนไปในอากาศ ไปหา พระยูไล (释迦牟尼佛) กราบทูลเรื่องความทุกข์ยากของ
พระถังซัมจั๋งให้ฟัง พระยูไลทรงเล่าให้เห้งเจียรู้ว่า ที่แท้ปีศาจไต้อ๋องที่หนึ่งนั้นเป็นสิงห์พาหนะของ พระมัญชุศรีโพธิสัตว์
(文殊菩薩)
ปีศาจไต้อ๋องที่สองคือช้างเผือกของ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์ (普贤菩萨) ส่วนปีศาจไต้อ๋องที่สามตัวร้ายกาจ
นั้นคือ นกอินทรีร้ายลูกของพญาหงส์ ผู้เป็นจอมแห่งสัตว์ปีก นกอินทรีนี้มีน้องคือนกยูง




พระยูไล ทรงเล่าให้เห้งเจียฟังว่า ก่อนสมัยที่พระองค์จะตรัสรู้ นกอินทรีตัวนี้ได้กลืนพระองค์ลงไปในท้อง พระองค์จึง
พุ่งทะลุขึ้นกลางหลังมัน ขี่หลังบังคับให้ไปยังเขาเล่งซัวเพื่อลงโทษ แต่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงห้ามปรามว่า
หากฆ่านกอินทรีนี้ก็เท่ากับฆ่าพุทธมารดา จึงทรงขนานนามมันว่ามหาราชาแห่งนกผู้เป็นที่มาแห่งพุทธมารดา

พระยูไลจึงเสด็จจากวัดลุยอิมยี่ พร้อมด้วยพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ พระสมันตภัทรโพธิสัตว์และเห้งเจีย เหาะตรงมายังเมืองไซท่อก๊ก
พระมัญชุศรีโพธิสัตว์ กับพระสมันตภัทรโพธิสัตว์สามารถปราบปีศาจไต้อ๋องที่หนึ่งและที่สองได้ มันก็กลับกลายเป็นสิงห์และช้าง
พาหนะเดิมของเจ้าของ

ฝ่ายปีศาจไต้อ๋องที่สามคือนกอินทรีนั้น หายอมแพ้แต่โดยดีไม่ พระยูไลต้องเนรมิตก้อนเนื้อแดง ๆ ล่อไว้บนพระเศียร
ปีศาจอินทรีสำคัญว่าเป็นอาหารก็บินโฉบลงมาจิก พระยูไลจึงรวบจับขาทั้งสองข้างของมันไว้ มันจึงยอมแพ้ จากนั้น
พระยูไลและพระโพธิสัตว์ทั้งสองต่างขับขี่พาหนะของตนเหาะกลับไปยังเขาเล่งซัว

เห้งเจียจึงเข้าไปแก้ไขพระถังและพี่น้องออกจาตู้เหล็กได้ เลี้ยงอาหารกันอิ่มหนำสำราญแล้ว เห้งเจียก็กุมตะบองวิเศษ
ออกนำหน้าขบวน โป้ยก่ายตามหลัง ซัวเจ๋งจูงม้าที่พระถังขี่ พร้อมทั้งหาบสัมภาระต่าง ๆ


ศิษย์และอาจารย์บ่ายหน้าไปทางไซทีต่อไป.............
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 มีนาคม 2020, 13:21:18 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่