การล้างแค้นครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ (10 Big Cases of Revenge)

ผู้เขียน หัวข้อ: การล้างแค้นครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ (10 Big Cases of Revenge)  (อ่าน 108 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

การล้างแค้นครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ (10 Big Cases of Revenge)

การแก้แค้นของมนุษย์ถือว่าเป็นการกระทำด้านมือที่มีมานานตั้งแต่ยุคหิน และเหตุการณ์ประวัติสาสตร์ที่สำคัญ
ก็มีเรื่องการแกแค้นเข้ามาเกี่ยวข้าง บางเรื่องการแก้แค้นนั้นฝังลึกถึงขั้นตาต่อตาฟันต่อฟัน ชนิดไม่เผาผีกัน
เลยทีเดียว



Alan Ralsky


 
ในปี 2003 โลกก็เริ่มรู้สึกตัวว่าปัญหาอีเมล์ขยะนั้น กลายเป็นปัญหาร้ายแรงระดับชาติและของโลกที่ควรแก้ไข
และหนึ่งในกรณีตัวอย่างที่น่ากลัวคือกรณีของชายคนหนึ่งชื่อ อลัน ราลสกี้ เป็นชาวสหรัฐฯที่ตั้งฉายากับตนเองว่า
"Godfather of spam" หรือ “ราชาอีเมล์ขยะ” ทำกำไรโดยไม่ชอบจากการใช้อีเมลขยะสร้างกระแสเพื่อ ปลุกปั่น
ราคาหุ้น นักลงทุนที่ไม่รู้จึงตกเป็นเหยื่อและสูญเงินจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งเสริมให้ตลาดซื้อขายซอฟต์แวร์ส่ง
อีเมลขยะขยายตัวไปในวงกว้าง ทำให้คอมพิวเตอร์พีซีจำนวนมากถูกปั่นป่วน เสียหายไปทั่วโลก


ราลสกี้ ได้เริ่มต้นทำอาชีพเป็นคนส่งอีเมล์ขยะขายประกันในมิชิแกนและรัฐอิลลินอยส์ใรปี 1996 แม้ว่าเขาจะอ้างว่า
เป็นเชิงพาณิชย์ที่ถูกกฎหมาย หากแต่เขาถูกเพิกถอน ก่อกวนไปทั่วโลกมากว่า 12 ปี จากการให้สัมภาษณ์ในปี 2002
เขาได้บอกถึงสาเหตุที่ไปทั้งหมดก็เพื่อเป็นการแก้แค้นอีเมล์ขยะจำนวนมากที่ก่อกวนเขาในอีเมล์

สุดท้ายในปี 2009 อลัน ราลสกี้  วัย 64 ปีและพวกอีก 6 คนถูกตัดสินให้รับโทษจำคุก 51 เดือนพร้อมค่าปรับ
250,000 เหรียญ ฐานต้มตุ๋นหลอกลวงนักลงทุน

 


The 47 Ronin


   
ในสมัยโอเดะ สมัยที่ญี่ปุ่นยังคงใช้การปกครองระบบเจ้าขุนมูลนาย โดยมีโชกุนเป็นผู้กุมอำนาจในประเทศ และซามูไร
มีที่ปรึกษาทางการทหาร ที่ดิน และบอดี้การ์ดแก่ขุนนางที่ร่ำรวย  โดยมีคำสาบานว่าจะจงรักภักดีแก่เจ้านายจนกว่า
ชีวิตจะหาไม่


เรื่องราวเริ่มขึ้น..ในปี 1701 อาซาโนะ นางาโนริ ไดเมียวแห่งอาโกะ ได้ถูก ไดเมียวคิระ โยชินากะ พูดจา
ถากถาง จนเขาเกิดโทสะ และ ชักดาบในเขตพระราชฐาน ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งไม่สมควรและมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต
และอาซาโนะถูกบังคับให้ทำการคว้านท้อง (พิธีกรรมฆ่าตัวตาย) เป็นเหตุทำให้ซามูไรที่อยู่ในสังกัดอาซาโนะกลายเป็น
"โรนิน" หรือ "ซามูไรไร้นาย"

อย่างไรก็ตามหลังจากที่โรนินดังกล่าวทราบเรื่อง จึงรวมตัวกันเพื่อแก้แค้นให้เจ้านายเพราะ
"ไม่มีซามูไรผู้ใด อยู่ภายใต้ฟ้าเดียวกันกับฆาตกรที่ฆ่านายของเขาได้"

2 ปีต่อมา โรนินทั้งหมด 47 คน ได้บุกเข้าไปในบ้านของไดเมียวคิระ แม้ว่าฝ่ายของไดเมียวคิระจะมีลูกน้องมากมาย
แต่กระนั้นเหล่าโรนันก็สามารถตัดศีรษะไดเมียวคิระมาได้ และนำมาเป็นเครื่องสักการะต่อหน้าแท่งหลุมศพของอาซาโน่
ก่อนที่โรนิน 47 คนจะไปมอบตัวต่อทางการ และผลสุดท้ายก็ทำการคว้านท้องตายหมด
(บางตำนานบอกว่าเหลือรอดมาคน ก่อนที่จะคว้านท้องตามเพื่อนไป)

อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงประวัติศาสตร์ ในเรื่องดังกล่าวก็มีเรื่องขัดแย้งหลายจุด เพราะไม่มีหลักฐานประวัติศาสตร์ใดๆ
ที่ยืนยันเรื่องนี้แน่ชัดว่าเป็นเรื่องจริง หรือผิดถูกมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามเรื่องราวของโรนิน 47 ได้เป็นตำนานเ
ก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่กล่าวถึงวิถีชีวิตแห่งบูชิโด จิตวิญญาณที่สร้างชาติญี่ปุ่นให้เกรียงไกร ที่เต็มไปด้วย
ความจงรักภักดีและการแก้แค้น จนถูกนำไปแต่งเป็นหนังสือและสร้างเป็นภาพยนตร์และคาบูกิมากมายในเวลาต่อมา



 
St. Bartholomew's Day Massacre



ในศตวรรษที่ 16 มีการปฏิรูปโปรเตสแตนต์ซึ่งเป็นสาขาใหม่ของศาสนาคริสต์ ซึ่งสำหรับนิกายโรมันคาทอลิก ที่มีอยู่ก่อนแล้ว
ถือว่ายอมไม่ได้ เพราะกลัวจะมีอำนาจมากกว่าที่ปารีส ประเทศฝรั่งเศสเองก็ได้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า

“การสังหารหมู่วันเซนต์บาโทโลมิว”

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระหว่างสงครามศาสนาของฝรั่งเศสโดยฝูงชนชาวฝรั่งเศสผู้นับถือนิกายโรมันคาทอลิกไล่สังหาร
ชาวฝรั่งเศสที่เรียกตัวเองว่า อูเกอโนท์ (Huguenots) หรือผู้ที่นับถือนิกายโปรเตสแตนต์ (โปรเตสแตนต์คาลวินิสต์)
ซึ่งเวลานั้นเมืองเต็มไปด้วยพวกอูเกอโนท์

สงครามได้เริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1572 เมืองเมืองเต็มไปด้วยชาวคาทอลิกและฮูเกอไนท์ที่ไปเยี่ยมชมงานของ
โปรเตสแตนส์ ซึ่งเป็นงานแต่งงานของอองรีแห่งนาแวร์ (ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นพระเจ้าอองรีที่ 4 แห่งฝรั่งเศส) ส่งผลทำให้พวก
โปรแตนส์ ไม่พอใจจนเกิดเรื่องบาดหมางขึ้น จนเรื่องลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง

ต่อมาพวกอูเกอโนท์ ลอบสังหารนายพลแกสปาร์ด เดอ โคลินยีผู้นำของฝ่ายโปรเตสแตนต์ แต่ไม่ประสพความสำเร็จ
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้น พระเจ้าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศสตัดสินใจที่จะใช้ทหารสังหารอูเกอโนท์ในกรุงปารีตให้หมด
เริ่มเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันสมโภชของนักบุญบาร์โทโลมิว การสังหารหมู่ใช้เวลาทั้งสิ้น 6 วันและขยายไปทั่ว
ฝรั่งเศสเป็นเวลาหลายเดือน จำนวนผู้เสียชีวิตไม่เป็นที่ทราบแน่นอนแต่สันนิษฐานกันว่าผู้เสียชีวิตประมาณ 3000 คน
เฉพาะในกรุงปารีส และประมาณ 100000 คนบริเวณชานกรุง



 
Aaron Burr


 
ในวันที่ 11 กรกฎาคม 1804 ในสมัยประธานาธิบดีโธมัส เจฟเฟอร์สัน ได้มีเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่สุดในประวัติการเมือง
ของสหรัฐ เมื่อสองวีรบุรุษจากสงครามประกาศอิสรภาพ กับแอรอน เบอร์รองประธานาธิบดี และ อเลกซานเดอร์ แฮมิลตัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ทำการดวลปืน ในวีฮอว์เคน รัฐนิวเจอร์ซี

สาเหตุการดวลปืนก็คือทั้งสองคนนั้นไม่กินเส้นกันมาอย่างยาวนาน แม้ว่าทั้งสองจะทำหน้าที่ในกองทัพปฏิบัติที่อยู่ภายใต้
วอชิงตันด้วยกัน มีอาชีพทางการเมืองและความรับผิดชอบทางการเมืองค่อนข้างสูง ภายนอกเหมือนดูดี แต่ภายในทั้งสอง
พยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อขึ้นสู่อำนาจโดยไม่ให้อีกฝ่ายดีกว่าตน

จนกระทั่ง การเลือกประธานาธิบดีสมัยต่อมาในปี ค.ศ. 1800 ผู้รับการเสนอชื่อสำคัญ 2 คนมีคะแนนเท่ากัน คือ เจฟเฟอร์สัน
และ อารอน เบอร์ แม้ฝ่ายของแฮมิงตันได้พ่ายแพ้ไปแล้ว แต่เขาก็ใช้อิทธิพลหันมาหนุนให้กับเจฟเฟอร์สัน จึงทำให้เจฟเฟอร์สัน
ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี และ อารอน เบอร์ ทีมีคะแนนรองลงมาได้เป็นรองประธานาธิบดี โดยเห็นว่าระหว่างผู้รับการเลือกตั้ง
สองคนนี้เจฟเฟอร์สันเป็นอันตรายต่อกลุ่มของเขาน้อยกว่า ส่งผลทำให้แอรอน เบอร์ผูกใจเจ็บเรื่อยมาจนมีการดวลปืนเกิดขึ้น

ผลการดวลปืน..เบอร์ยิงถูกแฮมิลตันจนบาดเจ็บสาหัสและเขาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เบอร์สูญเสีย
อนาคตทางการเมืองไป อีกทั้งทำให้มีออกกฎหมายไม่ให้มีการดวลปืนเพราะเป็นการผิดกฎหมายในเวลาต่อมา



 
Dave Carroll
 


เรื่องราวได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2008 เมื่อนักแต่งเพลงชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ เดฟ คาร์โรล ได้ใช้บริการสายการบินยูไนเต็ด
ในขณะเดินทางไปโรงแรมในโอมาฮา, เนบราสก้า และในระหว่างที่กำลังจัดการกับกระเป๋าสัมภาระอยู่นั่นเองเจ้าหน้าที่ได้
โยนกีต้าร์ยี่ห้อ “Taylor” ราคากว่า 3,500 ดอลลาร์ ลงพื้นอย่างไม่ระมัดระวังส่งผลทำให้คอกีตาร์หัก


คาร์โรลโกรธแค้นมากและจะเอาเรื่อง หากแต่ทางสายการบินปฏิเสธความรับผิดชอบที่ทำให้กีต้าร์ที่เขารักเสียหาย พร้อมยัง
เสนอเงินแค่ 1200 ดอลลาร์สำหรับเอากีต้าร์ไปซ่อม ซึ่งมันยิ่งทำให้เขาโกรธแค้นมากขึ้นไปอีก เขาปฏิเสธที่จะรับเงินดังกล่าว
และทำการแก้แค้นโดยการแต่งเพลงด่า ในชื่อ "United Breaks Guitars" ลงในยูทูปในเดือนกรกฎาคม 2008 และผล
ปรากฏว่ามันฮิตทั่วบ้านทั่วเมืองยอดขึ้นถึง 5,000,000 วิวเพียงไม่กี่เดือน และสื่อมวลชนก็เริ่มให้ความสนใจ กับการบริการ
ที่ห่วยแตกของสายการบินยูไนเต็ด 

และการแก้แค้นของคาร์โรล ก็ได้ผลเพราะหลังจากที่เพลงเปิดตัวของเขา ออกมาเพียงสี่วันแรกก็ทำให้ราคาหุ้นสายการบิน
ลดลงถึง 10%  (ลดลงประมาณ 180,000,000 ดอลลาร์)

อย่างไรก็ตามสายการบินยังดื้อที่จะช่ายค่าชดเชยให้เขา คาร์โรลเลยแต่งเพลงที่ 2 และ 3 ตามมา ผลสุดท้ายสายการบิน
จึงยอมจ่ายค่าเสียหาย ก่อนที่พวกเขาจะเสียหายไปมากกว่านี้



 


Dr. Hawley Crippen

[/url]
 
บางครั้งความอดกลั้นของคนเรานั้นก็มีขีดจำกัด หากอดทนเป็นระยะเวลานาน หลายปี และเมื่อปลดปล่อยออกมาก็กลายเป็น
แก้แค้นที่แสนน่ากลัวตัวอย่าง เช่น กรณีของ ดร. ฮอว์ลี่ย์ คริปเปน (1862-1910) หมอในกรุงลอนดอน กับนางดอร่า เทินเนอร์
ภรรยาของเขา ที่คริปเปน ได้พบว่าเธอไม่ใช่ภรรยาที่ดีสำหรับเขาเลย เธอผลาญเงินของสามี เป็นใหญ่ในบ้าน ควบคุมการเงิน
ในครอบครัวไว้หมด เป็นคนเลือกซื้อเสื้อผ้าให้เขาใส่ ทั้งเสื้อ กางเกง หรือแม้กระทั้งกางเกงใน


หมอคลิปเปนมีฐานะเหมือนคนใช้ผู้ซื่อสัตย์ เวลามีแขกมาต้องขัดรองเท้าให้แขก ยกอาหารมาเสริฟก่อนไปทำงาน อีกทั้งเธอยัง
ขู่ว่าหากมีการแยกทางกัน เธอจะฟ้องให้ทรัพย์สินของเขาตกเป็นของเธอทั้งหมด และนั่นเองทำให้คริปเปนเหลืออด เขาจึงคิด
จะจัดการกับเธอ

ในปี 1910 ดร.คริปเปนบอกเพื่อนบ้านว่าภรรยาเขากำลังป่วยและเสียชีวิตระหว่างการแสดงในลอสแอนเจลิส และจากนั้นเขา
ก็ขายเครื่องประดับของภรรยา และแล่นเรือไปพร้อมกับคู่รักคนใหม่ของเขาเพื่อไปใช้ชีวิตใหม่ในสหรัฐฯ แต่ต่อมาเพื่อนบ้าน
สงสัยและแจ้งตำรวจมาตรวจสอบชั้นใต้ดินของบ้านของคริปเปน ก็พบว่าศพขอดอร่าในสภาพเน่าเปลื่อย ชิ้นส่วนที่ร่างกาย
ไม่ครบร่าง ไม่มีขา ไม่มีหัวและไม่มีกระดูก มีเพียงแค่ท่อนลำตัว ผิวหนัง มีร่องรอยของการฉีดยาไฮออสซิน (ปริมาณ 27 กรัม)
และศพถูกฝังไว้ในปูนขาว ทางการจึงแจ้งจับตัวคริปเปน ส่งผลทำให้เขาถูกจับกุมและถูกแขวนคอในปี 1910 ฐานฆ่าภรรยาของเขา

อย่างไรก็ตามในปี 2007 มีหลักฐานทางนิติเวชที่น่าเชื่อถือว่า ศพที่พบในชั้นใต้ดินไม่ได้เป็นของดอร่า หากแต่เป็นของชายคนหนึ่ง
แต่ทำไมดร.คริปเปน ถึงไม่แก้ต่างถึงเรื่องนี้ แน่นอนว่ามีหลายข้อสันนิษฐานตามมาเพื่ออธิบายเรื่องดังกล่าว ซึ่งคำตอบที่ถูกต้อง
มีเพียงดร.คริปเปนที่ตายไปเท่านั้นที่รู้



 
Lorena Bobbitt


 
ในช่วงกลางคืนของวันที่ 23 มิถุนายน 1993 จอห์น เวย์น บ็อบบิตต์ได้มาที่อพาร์ทเม้นของเขาในมานาสซาส รัฐเวอร์จีเนีย
ในสภาพขี้เหล้าเมาอย่างหนักหลังคืนงานปาร์ตี้และกระทำการข่มขืนทารุณกรรมทางเพศกับภรรยา เลโรนา ลีโอนอร์ บ็อบบิตต์

(เชื่อว่าเธอถูกสามีทารุณกรรมมานานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการบังคับให้เธอทำแท้ง ทุบตี ข่มขืน)

หลังจากนั้นเธอก็ออกจากเตียงเดินไปห้องครัวเพื่อดื่มน้ำและเธอก็ได้เห็นมีดทำครัว เธอแค้นฝ่ายชาย และตอนนี้เธอก็ทนไม่ได้
จึงตัดสินใจใช้มีดทำครัวตัดปลายอวัยวะเพศของสามี แล้วและขับรถนำออกไปทิ้งนอกบ้าน แต่ท้ายที่สุดก็มีผู้พบมันและสามารถ
ต่อคืนให้กับจอห์นในสภาพแช่น้ำแข็ง จนคณะแพทย์นำชิ้นส่วนจู๋มาต่อกลับไปให้อย่างเดิม ผลสุดท้ายทั้งคู่ก็หย่าขาดจากกัน
ในปี 1995 และมีการฟ้องร้องค่าเสียหายตามมา

หลังจากเหตุการณ์ จอห์น ได้พยายามสร้างรายได้จากความอื้อฉาวของเขาหลายวิธี โดยเขาได้ตั้งวงดนตรี Severed Parts
และแสดงหนังเอ็กซ์ Frankenx



 
Anthony Stockelman


 
ในปี 2006 ในอินเดียน่า ชายคนหนึ่งชื่อแอนโธนี สต็อกแอลแมนถูกตั้งข้อหาลักพาตัวทำลายและฆ่าเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อ เคที่ โคลล์แมน
อายุ 10 ปี  โดยตำรวจได้ตามหาเขาจากเส้นใยพรมสีแดงที่ติดมากับศพมันตรงกับพรมที่พบในบ้านแม่ของเขา และดีเอ็นเอของเขา
ก็ตรงกับก้นบุหรี่ที่พบในบริเวณใกล้เคียง หากแต่มันไม่เพียงพอที่จะเอาผิดเขา อีกทั้งเขายังใช้วิธีสารภาพเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหารชีวิต
จากคดีดังกล่าว


แอนโธนีคิดว่าเขารอด ซ้ำยังมีการออกสำภาษณ์ว่าชีวิตของเขาอยู่ปกติสุขดีในคุก และเวลาต่อมาเขาย้ายที่คุมขังไปจำคุกในทัณฑ์สถาน
วัลเล่ย์ ซึ่งที่นั้นเขาไม่รู้ว่ายังมีนักโทษจำนวนหนึ่งซึ่งเกลียดเขากระดูกดำ และมีลูกพี่ลูกน้องของเหยื่อผู้ตายถูกคุมขังอยู่
(ที่อเมริกา นักโทษคนไหนที่ถูกจับในข้อหาข่มขื่นหรือฆ่าเด็กจะเป็นที่รังเกียจมาก)

และเป็นอย่างที่คิด..หลายเดือนหลังจากนั้นเจ้หน้าที่เรือนจำก็พบแอนโธนีอยู่ในสภาพสะบัดสะบอมพร้อมรอยสักหน้าผากว่า
“แก้แค้นให้เคที่” ซึ่งเชื่อกันว่าเพื่อนผู้ต้องขังคนอื่นบังคับให้แอนโธนีสักถวารเพื่อล้างแค้น ให้เขาอับอายจนตาย

 


Dachau Massacre


 
ในปลายเดือนเมษายน 1945 ซึ่งเป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 เหล่าสมาชิกของกองทัพธันเดอร์เบิร์ด 45 กองทหารราบได้รับคำสั่งให้
ปลดปล่อยทหารอเมริกันจากค่ายกักกันดาเคาในบาวาเรีย


เมื่อทหารอเมริกันไปถึง พวกเขาก็สิ่งที่เรียกว่า “รถไฟแห่งความตาย” รถรางที่เต็มไปด้วยผู้ต้องจังที่เต็มไปด้วยศพมากมาย อีกทั้ง
ศพเปลือยกายมากมายในค่ายในห้องรมแก๊สที่ใครมาเห็นแล้วจะนึกแค้นพวกนาซีก็ไม่แปลกอะไรเลย เหล่าสมาชิกกลุ่มเห็นภาพ
ดังกล่าวเขาก็ได้กระทำการอย่างหนึ่ง ที่ว่ากันว่าเลวร้ายที่สุดที่กระทำโดยกองกำลังทหารอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่สอง ด้วยการ
ก่ออาชญากรรมฆ่าพลเรือน ทหารเยอรมัน และสมาชิกเอสเอสในค่ายเดาเคาจำนวนมาก

ทั้งที่เจ้าหน้าที่เอสเอสปลดอาวุธและขอยอมแพ้ แต่ทหารอเมริกันกลับยิงเป้าด้วยปืนกลกับผนังของค่าย จำนวนทหารเยอรมันที่ตาย
ไม่แน่ชัด บางคนคาดเดาว่ามากกว่า 100 นาย ในขณะที่รายงานอื่นๆ 30-50 ราย ซึ่งรายงานการก่ออาชญากรรมดังกล่าวทางการ
ถือว่าเป็นความลับสุดยอด จนกระทั้งปี 2001 หลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง รายงานดังกล่าวก็ได้รับการเปิดเผย



 
James Annesley


 
อันดับ 1 เราหลังว่าเรื่องราวของ เจมส์ แอนเนสเลย์ จะเป็นบทเรียนที่ดีของการแก้แค้น โดยเจมส์เกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยในประเทศ
ไอร์แลนด์ในศตวรรษที่ 18 และเขาเป็นทายาทรับมรดกเป็นเงินมากมาย หากแต่ลุงของเจมส์ คือริชาร์ดนั้นริษยาเจมส์ไม่อยากให้เขา
มรดกและเขาหวังจะได้มรดกคนเดียว เขาเลยวางแผนหลังจากพ่อของเขาตาย (เชื่อว่าลุงของเจมส์วางยาพิษพ่อของเขา) ด้วยการ
พาคนมาลักพาตัวเจมส์ (ตอนนั้นเจมส์อายุ 12 ปี) และพาเขาลักลอบขึ้นเรือและส่งไปในอเมริกา และถูกนำมาเป็นทาสนานถึง 12 ปี
จนกระทั่งเจมส์เดินทางไปจาเมกา และเขาก็กลับไอร์แลนด์ในปี 1741


เมื่อเขามาถึงไอร์แลนด์ เขาก็ยืนยันตัวตนของเขาและเรียกร้องสิทธิของเขาคืน และมีการต่อสู้ระหว่างเขากับลุงทางกฎหมาย คดียืดเยื้อ
หากแต่ปีต่อมาเจมส์ก็ถูกฆ่าระหว่างออกไปข้างนอก แม้ว่าหลายฝ่ายมองว่าเจมส์ถูกฆ่าโดยลุงของเขา หากแต่หลักฐานนิติเวชระบุว่าเป็น
อุบัติเหตุ ส่งผลทำให้ริชาร์ดลุงของเจมส์รอดในที่สุด

แม้ว่าริชาร์ดจะเป็นผู้หัวเราะคนสุดท้าย หากแต่ในทศวรรษต่อมา เรื่องราวของเจมส์ก็ได้กลายเป็นตำนานในฐานะ “ทายาทพเนจร”
ที่กลับมาจากนรกเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมจากลุงที่ชั่วร้ายของเขา
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27 มีนาคม 2020, 11:54:27 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่