[เภทภัยไซอิ๋ว 28] ปีศาจหนูขาวจมูกทอง (地涌夫人)

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 28] ปีศาจหนูขาวจมูกทอง (地涌夫人)  (อ่าน 91 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

[เภทภัยไซอิ๋ว 28] ปีศาจหนูขาวจมูกทอง (地涌夫人)
ชื่อจริง : ตี้ย้งฮูหยิน (地涌夫人)
ผู้กำราบ : หลี่จิ้ง (หลี่เทียนอ๋อง)


ปีศาจหนูขาวจมูกทองเกิดต้องตาต้องใจ อยากแต่งงานกับพระถัง จึงได้ลักพาตัวพระถึงกลับไปที่ถ้ำ หงอคงสืบไปสืบมา
เห็นห้องบูชาของนางมีป้ายบูชาเทพ หลี่เทียนอ๋อง (李天王) และ นาจา (哪吒) จึงได้ไปขอความช่วยเหลือสองพ่อลูก
มาช่วยปราบนางปีศาจ

เนื่อเรื่องในไซอิ๋ว



ลุถึงเดือนหก ย่างเข้าเดือนเจ็ด สองข้างทางไปไซทีมีดอกไม้บานสะพรั่ง อาจารย์และศิษย์รอนแรมมาถึงดงสนร่มรื่น ประหลาด
ไม่เคยพบมาก่อน พระถังจึงขอนั่งพักผ่อน แต่หงอคงนั้นพิเคราะห์ดูเห็นว่าที่ดงสนเป็นที่ที่รัศมีรุ่งเรือง แต่ครู่เดียวที่กลางดงสน
ก็มีควันดำพลุ่งขึ้นมา โป้ยก่ายและซัวเจ๋งหาได้ทันสังเกตไม่ เพราะมัวเพลินเก็บผลไม้อยู่


ฝ่ายนางปีศาจตี๊ย้งฮูหยิน หรือปั๊วเจี๊ยดกวนอิม ซึ่งเป็นปีศาจหนูเผือกเฝ้าดูพระถังนั่งพักผ่อนในดงสนอยู่ ครั้นเห็นพระถังนั่งอยู่
เพียงลำพัง มันจึงแปลงกายเป็นหญิงสาวถูกมัดมือห้อยอยู่บนต้นไม้ ปากก็ร้องอ้อนวอนขอให้พระถังช่วย พระถังก็ร้องเรียกให้
โป้ยก่ายขึ้นไปช่วย มิใยที่หงอคงผู้มาทันเห็นเหตุการณ์จะบอกว่านางเป็นปีศาจ พระถังกับโป้ยก่ายก็ไม่เชื่อ

เมื่อนางย้งฮูหยินถูกปลดลงมาแล้ว ก็ขอติดตามร่วมทางไปด้วย พระถังเมตตาหญิงสาวไร้ญาติจึงรับเป็นศิษย์ให้ติดตามไปด้วย
ทั้งหมดรอนแรมมาจนถึงวัดแห่งหนึ่งชื่อวัด ติ๊นไฮ้เสียนลิ่มยี่ มีกำแพงล้อมรอบ 4 ชั้น นอกกำแพงนั้นมีโจรผู้ร้ายชุกชุม เที่ยวปล้น
สะดมอื้ออึงอยู่ ชั้นที่หนึ่งมีหอกลอง หอระฆังล้มอยู่ระเกะระกะ ชั้นที่สองมีเต้าหยิน นักพรตลัทธิเต๋า ในชั้นที่สามนั้นมีเพชรนิลจินดา
แวววาวมีค่ามหาศาล ชั้นที่สี่อันเป็นชั้นในสุดมีพระภิกษุชื่อพิเบ๊เจงเป็นสมภารปกครองศิษย์อยู่ที่นั่น

พระถังและสานุศิษย์รวมทั้งนางปีศาจผ่านประตูกำแพงแต่ละชั้นเข้าไปด้วยความประหลาดใจ จนได้พบกับท่านสมภารพิเบ๊เจง
ซึ่งท่านก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี คืนแรกของการค้างคืนที่อารามนี้ หามีเหตุการณ์อะไรไม่ ครั้นล่วงมาถึงคืนที่สอง ในตอนดึก
พระถังลุกขึ้นไปปัสสาวะ นางปีศาจผู้เฝ้าดูอยู่ก็บันดาลเป็นสายลมหนาวพัดมาต้องกายพระถัง พระถังก็ล้มป่วยลง ถึงกับเพ้อเพราะ
ฤทธิ์ไข้ ลุกขึ้นร้องไห้คร่ำครวญถึงกับหมดขันติที่จะเดินทางไปไซที


ฝ่ายหงอคงเห็นดังนั้นก็เข้าปลอบอาจารย์ให้อุ่นใจว่า ไม่เท่าไหร่ไข้ก็จะหาย หงอคงเองก็หาทราบถึงสมุฏฐานของไข้ของพระถังไม่
ครั้นใกล้สว่าง นางปีศาจก็ออกไปชักชวนสามเณรผู้ตื่นขึ้นตีระฆังให้ไปร่วมอภิรมย์ด้วย แล้วก็จับสามเณรนั้นกินเป็นอาหาร
เป็นอย่างนี้ทุกคืน สามเณรในวัดนั้นก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย



เช้าวันหนึ่ง หงอคงก็แปลงกายเป็นสามเณรน้อยตื่นไปตีระฆัง นางปีศาจก็มาชักชวน พอหงอคงเผลอ นางปีศาจก็ขัดขาหงอคงให้ล้มลง
และกระโดดเข้าปลุกปล้ำ หวังจะเอาน้ำสัมภวะ (น้ำอสุจิ) ไปเป็นกระสายยาอย่างที่เคยทำ หงอคงก็กระชากตะบองวิเศษออกมา สู้รบ
กับนางปีศาจ นางปีศาจสู้ไม่ได้ก็ถอดร่างออกหลอกให้หงอคงสู้รบ ส่วนตัวเองก็บันดาลเป็นลมหอบเอาพระถังที่กำลังหลับอยู่ไปซ่อนไว้
ในถ้ำ โป๊เต๊ยต๋อง ภูเขาฮั้มถังซัว แล้วให้สมุนเตรียมจัดงานวิวาห์ บังคับจะข่มขืนพระถัง

ฝ่ายหงอคง พอตีซากปีศาจล้มลงก็รู้ว่าถูกกลลวง เมื่อวิ่งเข้าไปดูอาจารย์ในห้องเห็นหายไป ก็โกรธโป้ยก่ายกับซัวเจ๋งมากที่ไม่ดูแล
อาจารย์ จึงร้องด่าต่าง ๆ นานา ซัวเจ๋งก็ท้วงว่า...

" พี่อย่าด่าเราทั้งสองเลย หากขาดเราสองคนแล้ว แม้เพียงจะสนเข็ม ปักลายสักเส้นเดียวก็หาทำได้ไม่
และขาดเราสองคนแล้ว ใครจะจูงม้าหาบของให้เล่า"


หงอคงนึกได้ก็ขอโทษขอโพย แล้วทั้งหมดก็ออกติดตามหาพระถัง หงอคงเรียกพระภูมิเจ้าที่มาสอบถามถึงถ้ำนางปีศาจ แล้วก็ออก
ติดตามไปจนถึงปากถ้ำ พิจารณาดูแล้วเห็นผิดประหลาด ไม่เคบพบถ้ำเช่นนี้มาก่อน กล่าวคือปากทางแคบและลึกจนสุดหยั่ง จึงให้
โป้ยก่ายกับซัวเจ๋งซุ่มอยู่ที่ปากทาง ตัวเองแปลงเป็นแมลงวันหัวเขียวบินลงไปจนถึงห้องวิวาห์ของนางปีศาจ หงอคงบินไปจับที่หู
ของพระถังแล้วกระซิบให้ทราบ จากนั้นก็บินไปซุกในฟองสุราของนางปีศาจหวังจะเข้าไปบิดพุงกระทุ้งปอด แต่นางปีศาจตาไวเห็น
แมลงวันก็เอานิ้วเขี่ยทิ้งเสีย หงอคงจึงเดือดดาล กลายกลับร่างเดิม กระชากตะบองออกมาสู้รบกับปีศาจแต่สู้ไม่ได้ ถูกปีศาจรุกไล่
พ่ายหนีจึงวิ่งกลับมาทางเก่า



จากนั้น หงอคงก็แปลงกายเป็นแมลงหวี่ หวนกลับลงไปในถ้ำอีกครั้ง เข้าไปกระซิบบอกให้พระถังทำเป็นชวนนางปีศาจลงไปชมสวน
แล้วหงอคงก็แปลงเป็นผลชมพู่สุก พระถังแสร้งทำเป็นรักนางปีศาจแล้วเด็ดชมพู่ป้อนให้นาง หงอคงจึงเข้าไปในท้องนางปีศาจได้
แล้วก็กระทุ้งดีดตีม้ามจนนางปีศาจยอมแพ้ หงอคงก็บังคับให้มันแบกพระถังขึ้นบ่า เหาะขึ้นมาตามปล่องถ้ำ จนขึ้นสู่พื้นดิน แต่เมื่อ
หงอคงกระโดดออกจากปาก นางปีศาจก็หักหลัง หอบรวบตัวพระถังมุดลงถ้ำไปอีก


หงอคงก็รุกไล่ลงไปตามปล่อง เที่ยวค้นหาตัวพระถังใต้บาดาลโกลาหลจนหลงเข้าไปในห้องบูชาของนางปีศาจ นางปีศาจนั้นแอบ
บูชาหลี่เทียนอ๋องว่าเป็นบิดาของตน เพราะมีรูปสลักไว้กราบไหว้ หงอคงดีใจนักหนา ขึ้นจากปล่องบาดาลก็เหาะทะยานขึ้นฟ้าไปหา
หลี่เทียนอ๋อง และ นาจาบุตรชาย สองพ่อลูกยกกองทัพเทพบุตรลงมายังปากปล่องถ้ำเพื่อปราบนางปีศาจตัวฉกาจ



หงอคงกับนาจาก็กระโจนลงไปในปล่องถ้ำ จนถึงบาดาลทันท่วงทีในขณะที่นางปีศาจกำลังจะข่มขืนพระถัง
เมื่อนางปีศาจเหลือบไปเห็นหน้านาจาเข้าก็หมดเรียวแรง สิ้นฤทธิ์กลับร่างกลายเป็นหนูเผือก หงอคงก็แบกพระถัง
นาจาลากนางหนูเผือกขึ้นจากปล่องถ้ำ


หลี่เทียนอ๋อง กับ นาจาและกองทัพก็คุมตัวนางหนูเผือกกลับขึ้นไปบนสวรรค์ พระถังและศิษย์ก็ออกเดินทางมุ่งสู่ไซทีต่อไป...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 เมษายน 2020, 15:32:43 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่