12 ภารกิจของเฮอร์คิวลิส

ผู้เขียน หัวข้อ: 12 ภารกิจของเฮอร์คิวลิส  (อ่าน 73 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
12 ภารกิจของเฮอร์คิวลิส
« เมื่อ: 29 เมษายน 2020, 10:15:20 »

12 ภารกิจของเฮอร์คิวลิส


เฮอร์คิวลีส (Hercules) เป็นหนึ่งในเทพแห่งภูเขาโอลิมเปียและวีรบุรุษ ตามเทพนิยายของกรีก โดยตามตำนานกล่าวว่า
เขาเป็นชายร่างใหญ่ ไม่ฉลาดนัก อารมณ์ร้อนและหากโกรธมากจะเสียสติทำร้ายคนรอบข้างบ่อยครั้ง แต่หลายคนไม่อยากขัดใจ
เพราะเขามีพละกำลังมหาศาล โดยประวัติเล่าว่าสมัยเขาเป็นคนนั้นเขาเป็นบุตรของเทพเจ้าซุสและอัลค์มีนีซึ่งมนุษย์ธรรมดา
ที่อาศัยในทีมีส โดยซุสจำแลงในรูปสามีของนางซึ่งเป็นนายพลตอนนี้ไปออกรบ และมีเพศสัมพันธ์กันจนมีบุตรสองคนคือ
อิฟิคลิส และเ ฮอร์คิวลิส ซึ่งอิฟิคลิสเป็นคนธรรมดาทั่วไป แต่เฮอร์คิวลิสมีพละกำลังมหาศาลกว่าคนธรรมดามาก


ในตอนนั้นเฮอร์คิวลิส เป็นที่รังเกียจของเทพเฮร่าเป็นอย่างมาก และพยายามฆ่าเขาหลายครั้ง โดยครั้งหนึ่งนางส่งงูมหึมาหวังให้
มันมาฆ่าเฮอร์คิวลิสในเป็นเด็กทารกไม่ถึง 1 ขวบ แต่ปรากฏว่าเฮอร์คิวลิสกลับสามารถฆ่างูตัวนั้นได้ด้วยการบีบครั้งเดียว




ต่อมาเฮอร์คิวลิสก็ได้รับการอบรม ซึ่งวิชาที่เขาชอบจะเป็นพวกกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังมากกว่า และเมื่ออายุครบ 18 ปี เขาก็
สามารถฆ่าสิงโตได้เพียงลำพัง อีกทั้งยังพิชิตพวก ชนเผ่ามิเนียน ซึ่งในขณะนั้นกำลังรุกรานเมืองทีมีส อย่างหนัก และจากงานนั้นเอง
ทำให้เขาได้แต่งงานกับเจ้าหญิงเมการาธิดา และมีบุตรด้วยกัน 3 คน หากแต่แล้วก็เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นเมื่อเฮร่าได้ส่งความบ้าคลั่ง
มาหาเขา ทำให้เขาฆ่าภรรยาและลูกทั้งหมดเขาไป และเมื่อเฮอร์คิวลิสได้สติเขาเสียใจต่อการกระทำของตน

และเพื่อเป็นการล้างบาปที่เฮอร์คิวลิสสังหารเมการาผู้ภรรยาและลูก เฮอร์คิวลีสจะต้องไปรับใช้ญาติของเขาคือ ยูริสทูส กษัตริย์
(เป็นลูกพี่ลูกน้อง) แห่งไมซินีซึ่งเป็นกษัตริย์โง่หยาบช้าและเกลียดเฮอร์คิวลิสพอๆ กับฮีร่า

(ตามประวัติเฮร่าและซูสได้พนันว่าระหว่างยูริสทูสกับเฮอร์คิวลิสใครจะเกิดก่อน หากใครชนะเด็กคนนั้นจะต้องเป็นคนนั้น
 และต้องทำตามคำสั่งภารกิจ 12 อย่าง ซึ่งเฮร่าชนะซูสด้วยการโกงโดยเร่งวันเกิดของยูริสทูสคลอดก่อนกำหนด ส่งผล
ทำให้ยูริสทูสร่างกายอ่อนแอไปด้วย)



ตามคำสั่งคนทรงจากเทวาลัยพยากรณ์แห่งเดลฟี่ และเมื่อเฮอร์คิวลิสเสนอว่าจะเป็นคนรับใช้ เขาเลยสั่งงานให้เฮอร์คิวลิสทำภารกิจ
สิบสองอย่างหรือเรียกว่า “The Twelve Labours of Hercules” (ตอนแรกมี 10 ภารกิจ) ซึ่งแต่ล่ะภารกิจล้วนแต่เป็นงานที่ยาก
ชนิดที่เรียกว่ามนุษย์ธรรมดาไม่มีทำสำเร็จได้(และหลายภารกิจเฮร่าเป็นคนบอกให้ยูริสทูสสั่งเฮอร์คิวลิสต่อด้วย) และนี้คือ 12 ภารกิจ
ของเฮอร์คิวลิสเรียงตามลำดับ

 

1.To kill the Nemean lion
   


สิงโตเห็นนีเมียเป็นสัตว์ประหลาดชั่วร้ายตามเทพนิยายของกรีกอาศัยอยู่นีเนีย เป็นสิงโตหนังเหนียวอาวุธธรรมดาไม่สามารถ
ทำอะไรมันได้ อีกทั้งยังมีกรงเล็กคมกว่ามนุษย์ทั่วไปสามารถตัดเกราะเหล็กได้เหมือนเต้าหู้ ซึ่งจากประวัตินั้นมันเป็นลูกหลาย
ของอสูรกายไทฟอนและอีคิดนาซึ่งทั้งสองเป็นลูกของพระแม่ธรณีไกอาที่เกลียดชังซูสเป็นอย่างมาก แต่ไทฟอนถูกซูสฆ่าตาย
ส่วนอิคินาหลบไปคลอดลูก 7 ตัวในถ้ำ ซึ่งซุสได้ปล่อยลูกของอิคินาไปเพราะว่าซูสต้องการให้พวกมันเป็นเครื่องท้าทายและ
ทดสอบวีรบุรุษในอนาคต


สิงโตเห็นนีเมียเป็นภารกิจแรกของเฮอร์คิวลีส  ซึ่งเขาต้องฆ่าสังโตดังกล่าวแล้วหนังหนังมันกลับมา โดยตามตำนาน สิงโตดังกล่าว
ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่นีเมียน ชาวบ้านแถบนั้นจำเป็นต้องเอาคนเป็นเครื่องสังเวยมันเพื่อไม่ให้มันออกอาละวาด  และเหล่านักรบจาก
ทั่วทุกสารทิศพยายามที่จะฆ่ามันได้หลายคนไม่สามารถทำสำเร็จ ในตอนที่เฮอร์คิวลิสมาถึงเขาก็พบเด็กคนหนึ่งมาบอกกับเขาว่า
หากเฮอร์คิวลิสไม่กลับมาภายใน 30 วัน เขาอาจเป็นเพื่อสังเวยแก่สิงโตดังกล่าว ในขณะที่บางตำนานบอกว่าเฮอร์คิวลิสได้พบ
ชายแก่คนหนึ่งยอกว่าลูกชายของเขากำลังตกเป็นเครื่องสังเวยของสิงโตหากเขาไม่กลับมา 30 วัน

เมื่อเฮอร์คิวลีสไปถึงถ้ำซึ่งเป็นที่อยู่ของสิงโต เขาก็ได้สู้กับสิงโตดังกล่าว และพบว่าธนูของเขาทำอันตรายมันไม่ได้ ดังนั้นเขาก็ใช้
กระบองตีแต่ก็ไม่ได้ผลอีก เพราะมันแค่มึนงงและหนีไป แล้วเมื่อเขาตามสิงโตตัวนั้นไปในถ้ำก็พบมืทางเข้าสองทาง เขาจึงปิด
ปากถ้ำหนึ่งไว้เพื่อให้สิงโตหมดทางหนี และตามสิงโตโดยทางเข้าอีกทาง จากนั้นเขาก็ใช้มือเปล่าต่อสู้จนสามารถจับมันรัดคอด้วย
แขนจนตายด้วยพละกำลังอันมหาศาลจนสามารถฆ่ามันได้

เฮอร์คิวลิสพยายามถลกหนังมันด้วยมีดแต่ก็ล้มเหลว เขาเลยลับเล็บและเขี้ยวของสิงโตจนสามารถถลกมันได้ จากนั้นจึงนำซากสิงโต
กลับมายูริสทูสก็หวาดกลัวเขามากเขาจึงไม่ยอมให้เฮอร์คิวลิสเข้าเมือง และสั่งงานต่อไปจากกำแพงเมืองแทน ส่วนหนังของสิงโต
ตำนานหนึ่งกล่าวว่า เฮอร์คิวลิสได้นำมาเป็นเกราะป้องกันตัวออกผจญภัย และกลายเป็นชุดเอกของเฮอร์คิวลิสในเวลาต่อมา หากแต่
อีกตำนานหนึ่งบอกว่า หนังสิงโตที่เฮอร์คิวลิสใส่หนังไม่ใช่สิงโตของนีเนียหากแต่เป็นสิงโตจากป่าของซูสที่เขาฆ่าตอนอายุ 18
(จนเป็นเหตุทำให้ซูสเสียดายกับสิงโตนี้มาก เลยส่งมันให้กลายเป็นกลุ่มดาวสิงโนที่สุด) ส่วนอีกตำนานหนึ่งบอกว่าเป็นเขาใส่
หนังสิงโตทั้งสองตัว



 
2. Slay the nine-headed Lernaean Hydra


   
ไฮดราเป็นสัตว์ประหลาดในตำนานของเทพนิยายกรีก เป็นลูกของไทฟอนและอีคิดนาอีกทั้งยังเป็นพี่น้องกับสิงโตแห่งนีเนีย
ตามตำนานระบุว่า..เป็นอสุรกายที่มีส่วนผสมของสัตว์หลายชนิด คือลำตัวเหมือนสุนัข ร่างกายปกคลุมด้วยเกล็ดปลาแข็งแกร่ง
มีทางเหมือนมังกร ส่วนหัวเหมือนงูหรือมังกร นอกจากนี้ยังมีลมหายใจเป็นพิษร้ายใครเข้าใกล้อาจตายได้ ส่วนจำนวนหัวนั้น
ไม่แน่นอน บ้างก็ว่า 9 หัว แต่บางตำนานบอกว่า 10 หัว แต่บางตำนานบอกว่า 100 หัว ซึ่งความจริงแล้วหัวของไฮดรามี
จำนวนไม่จำกัด กล่าวคือหากแต่ละหัวที่ถูกตัดจะมีหัวเพิ่มขึ้นอีกสองหัวงอกใหม่อีก และมันมีมากได้อย่างไม่สิ้นสุด


หลังจากที่เฮอร์คิวลิสฆ่าสิงโตแห่งนีเนียนได้ ยูริสทูสได้ส่งเฮอร์คิวลีสไปฆ่าไฮดรา ที่ป่าพรุใกล้ทะเลสาปเลอร์นา (ระหว่างทาง
เขาก็ได้รับของวิเศษจากเทพเจ้าทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นซูสที่มอบโล่ อพอลโมอบคันธนูและลูกศร เทออธีน่ามอบหมวก และ
โปไซดอนมอบม้า) เฮอร์คิวลิสรู้เรื่องลมหายใจพิษของไฮดราดี เขาเลยสูดลมเข้าไปเต็มปอดแล้วกลั้นหายใจวิ่งเข้าไปสู้กับไฮดรา
โดยเอากระบองฟาดใส่ที่หัวของมัน ด้วยแรงมหาศาลของเขาทำให้หัวไฮดราขาดกระเด็กลงมาหนึ่งหัว แต่มันนก็งอกขึ้นใหม่
ถึงสองหัว สรุปคือไฮดราแทบเป็นอมตะเลยก็ว่าได้

ด้วยเหตุนี้เฮอร์คิวลิสเลยต้องพึ่งผู้ช่วยคือไอโอลอสเป็นหลานชายของอัฟฟิคลิส โดยให้ไอโอลอสนำไฟลนที่คอของไฮดราเพื่อ
ไม่ให้หัวใหม่งอกออกมา เมื่อเทพเฮราเห็นเฮอร์คิวลิสกำลังได้ชัยชนะเธอเลยส่งปูยักษ์เขาไปหนีบส้นเท้าของเฮอร์คิวลิสใน
ขณะสู้กับไฮดรา แต่เฮอร์คิวลิสก็เตะปูยักษ์ดังกล้าวอย่างสุดแรงจนกระเด็นไม่เป็นท่า และสามารถจัดการตัดหัวสุดท้ายของไฮดรา
ได้สำเร็จ (ด้วยการนำไปฝัง) เมื่อสังหารไฮดราได้ เฮอร์คิวลิสได้เอาธนุที่เทพอพอลโลประทานให้ จุ่มเลือดของไฮดราเพื่อให้เป็น
ศรอาบยาพิษซึ่งเป็นอาวุธสำคัญในการปราบอสูรกายอื่นๆ ต่อไป เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจที่ 2 และจากงานดังกล่าวทำให้เกิดกลุ่มดาว
สองกลุ่มขึ้นมาคือกลุ่มดาวไฮดร้าและกลุ่มดาวปูประดับท้องฟ้าจนถึงทุกวันนี้


อย่างไรก็เมื่อกับไปรายงาน ยูริสทูสได้บอกงานดังกล่าวไม่นับ เพราะเขามีผู้ช่วย ก่อนที่เขาจะสั่งงานให้เฮอร์คิวลิสทำอีกเป็นงานต่อไป
 


3. To capture the Ceryneian Hind


   
ภารกิจที่ 3 ของเฮอร์คิวลิสเป็นการจับกวางซีไรเนีย เป็นกวางที่อาศัยอยู่ใน ประเทศกรีซ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เทพอาร์ทิมิส (เทพแห่ง
การล่าสัตว์และหญิงโสด) หวงแหนมากและบางตำนานเล่าว่าเป็นหนึ่งในกวางที่หลุดรอดจากกับจับของเทพอาร์ทีมิส(4ตัวที่จับได้นั้น
ถูกไปเทียมราชรถ) โดยมันมีเขาเป็นทองคำ กอบของมันยังเป็นทองบรอนซ์ทำให้มันวิ่งได้รวดเร็วกว่าลูกศรที่ปล่อยจากธนูเสียอีก


ยูริสทูล และเฮร่าโกรธมากที่เฮอร์คิวลูกสามารถปฏิบัติภารกิจ 2 ภารกิจก่อนหน้าได้ ดังนั้นเพื่อตัดสินใจในการให้ภารกิจที่ 3 ให้เฮอร์คิวลิสทำ
เขาเลยขอเวลาคิดก่อน และเมื่อเขาบอกภารกิจที่สามนั้นคือการจับกวางซีไรเนียที่วิ่งเร็วเกินกว่ามนุษย์ธรรมดา และไม่ใช่การไปฆ่าสัตว์ประหลาด
ทำให้เฮอร์คิวลิสใช้เวลากว่า 1 ปีในการไล่ล่ากวางดังกล่าว

โดยเขาวิ่งด้วยเท้าเพื่อตามกวางผ่านกรีก, เทรซ, อิเตรีย และพื้นดินของไฮเพอร์โบเรียนส์ (ชนเผ่า) ในบางตำนานบอกว่าเฮอร์คิวลิส
สามารถจับมันได้ในขณะมันนอนหลับ อย่างไรก็ตามหลังจากที่ฮอร์คิวลิสจับกวางได้เทพอาร์ทิมิสก็ปรากฏตัวเพื่อขัดขวาง (ซึ่งเป็น
จุดประสงค์ของยูริสเธียสอีกอย่างที่ต้องการให้เฮอร์คิวลิสผิดใจกับเทพอาร์ทิมิส)  หากแต่เมื่อเฮอร์คิวลิสทูลแถลงว่า ที่ทำเช่นนั้น
เพื่อล้างบาปตามเทวโองการของกษัตริย์ยูริสทูล และเมื่อได้นำไปแสดงเป็นหลักฐานที่เมืองวไมซีนีแล้วจะรีบปล่อยทันที เมื่อเทพอาร์ทิมิส
ได้ยินก็เลิกขัดขวาง เป็นเสร็จสิ้นภารกิจที่ 3 ในที่สุด


 
4.To trap the Erymanthian boar


   
หลังจากที่เฮอร์คิวลิสจับกวางซีไรเนียมาได้ ยูริสทูลก็ไม่ยอมให้เฮอร์คิวลิสพัก เขาเลยให้ภารกิจที่ 4 คือการไปจับหมูป่าเขี้ยวดาบแห่ง
เขาอีริสแมนทัส โดยหมูป่าดังกล่าวแตกต่างจากหมูป่าทั่วไปเพราะมันมีนิสัยดุร้ายและน่ากลัว มีเขี้ยวแหลมราวกับดาบ อาศัยอยู่ไหล่เขา
อีรีแมนทัส สร้างความหวาดกลัวแก่คนในแถบนั้นเป็นเวลายาวนาน


ระหว่างที่เฮอร์คิวลิสกำลังเดินทางไปเพื่อจับหมูป่าระหว่างทางเขาได้เยี่ยมไครอนซึ่งเป็นเซนเทอร์อมมนุษย์ครึ่งคนครึ่งม้า และยังเป็น
อาจารย์ที่สอนเฮอร์คิวลิสตอนเป็นเด็ก หากแต่ระหว่างพักแรมเฮอร์คิวลิสเกิดผิดใจกับพวกเซนเทอร์เข้าเพราะเขาเปิดไวน์เลิศรสจน
กลิ่นหอมหวลฟุ้งกระจายไปทั่ว ทำให้เหล่าเซนเทอร์ต่างเข้ามาจะเอาเรื่องเพราะพวกเขาเปิดไวน์โดยไม่ปรึกษาเซนเทอร์ตัวอื่นก่อน
เฮอร์คิวลิสเลยใช้ธนูของจุ่มเลือดไฮดราตอบโต้พวกเซนเทอร์ที่รุมทำร้ายเขา ซึ่งทำให้พวกเซนเทอร์ตายหลายราย

ส่วนไครอนก็โดนลูกหลง แต่ไครอนไม่ได้ตายทันทีเนื่องจากตนเองเป็นอมตะ(บางตำนานก็บอกว่าเขาตายทันที)แต่กระนั้นทำให้ทนทุกข์
ทรมานเพราะพิษ ในที่สุดไครอนจึงวอนขอให้ซูส โปรดบันดาลให้ตนตาย  ซูสจึงประสิทธิ์ประทานให้ไครอนกลายเป็นดาวกลุ่มหนึ่งราศีธนู
ประดับท้องฟ้าจนถึงทุกวันนี้

ทางด้านเฮอร์คิวลิส ไครอนได้บอกวิธีการจับหมูป่าเขี้ยวดาบแห่งเขาอีริสแมนทัส โดยให้เขาขับรถม้าผ่าหิมะที่หนาวเย็นเป็นเวลา 1 ปีเต็ม
และเมื่อไปถึงที่หมายสิ่งที่ยากคือเฮอร์คิวลิสจะต้องไล่ต้อนหมูป่าเพราะต้องการจับเป็นๆ มากกว่าตาย โดยเขาตะโกนส่งเสียงดังที่สุดเท่าที่
จะทำได้ และเมื่อหมูป่าถูกต้อนจนเหนื่อยอ่อนเข้าไปในหิมะหนาเฮอร์คิวลิสจึงใช่ตาข่ายจับ และใช้พละกำลังมหาศาลแบกกลับเมืองไมซีนี
กษัตริย์ยูริทูสเห็นเข้าเกิดหวาดกลัวเจ้าหมูป่าเขี้ยวดาบจึงหลบอยู่ในโอ่ง
(ความจริงแล้วบางตำนานบอกมันไม่ใช่โอ่ง แต่เป็น Pithos หรือ
ไหที่สลัดลวดลายในสมัยกรีกโบราณ)
 



5. To clean the Augean Stables


   
สำหรับงานที่ 5 ที่ยูริสทูสสั่งให้เฮอร์คิวลิสทำเป็นงานที่ค่อนข้างแปลกกว่า 12 งานทั้งหมด เพราะไม่ใช่งานปราบสัตว์ประหลาด หากแต่เป็น
งานทำความสะอาดคอกปศุสัตว์ของกษัตริย์ออเจียสเมืองเออลิส เสร็จภายในหนึ่งวัน ซึ่งงานดังกล่าวถือว่ายากมากเพราะคอกดังกล่าวมี
ขนาดใหญ่อีกทั้งยังไม่ได้ล้างมาหลายปีแล้ว ทำให้มีแต่มูลของสัตว์อยู่ในปริมาณมหาศาลว่ากันว่าเป็นคอกปศุสัตว์ที่สกปรกที่สุดในโลก
(บางตำราบอกว่า 3 ปี บางตำราบอกว่ากว่า 30 ปี และบอกว่ามีแพะมีวัวนับไม่ถ้วนถึง 3 พันตัว) อีกทั้งจุดประสงค์ที่ยูริสทูสสั่งเฮอร์คิวลิส
ทำงานดังกล่าวก็เพื่อให้เฮอร์คิวลิสอับอายนั้นเอง
(ภารกิจที่ผ่านมาล้วนสร้างชื่อ)

เมื่อเฮอร์คิวลิสไปถึงเขาก็สามารถทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้พละกำลังมหาศาลเปลี่ยนเส้นทางแม่น้ำ อัลฟีอุส และ
พีนีอัส มาใช้ล้างคอกจนสามารถความสกปรกออกหมด แต่ว่ากษัตริย์ออเจียสโกรธมากเพราะเขาได้สัญญากับเฮอร์คิวลิสว่าจะให้วัวหนึ่งใน
สิบของคอกดัวกล่าวเป็นรางวัลตอบแทนให้กับเฮอร์คิวลิสหากเสร็จงานดังกล่าวเสร็จภายในหนึ่งวัน เขาเลยปฏิเสธส่งผลทำให้เฮอร์คิวลิสฆ่าเขา
หลังจากเสร็จงานเฮอร์คิวลิสก็ให้ลูกชายของกษัตริย์สืบทอดเมืองเออลิสต่อไป แต่ยูริสทูสปฏิเสธที่จะนับงานนี้เป็นหนึ่งใน 10 งานที่ต้องทำ
(โดยอ้างว่าแม่น้ำเป็นคนชะล้างคราบสกปรก ซึ่งไม่ใช่เขาเป็นคนทำ) ก่อนที่เขาจะสั่งงานที่ 6 ต่อไป

 


6. Killing the Stymphalian Birds


 
ภารกิจที่ 6 ของเฮอร์คิวลิสก็คือการไปปราบนกยักษ์กินคนแห่งทะเลสาบสติมฟาเลียม เป็นนกในเทพนิยายกรีก ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ
สติมฟาเลียน ในอาร์คาเดีย(บางตำนานบอกว่าเป็นภูเขา)มาเป็นเวลาช้านาน(ว่ากันว่ามันอพยพมาจากอาหรับ ไม่รู้ว่ามันเป็นนกจากเรื่อง
ซิมแบดหรือเปล่า) ที่มีนิสัยชอบทำลายพืชผลของชาวท้องถิ่นและชาวเมืองอีกทั้งยังชอบกินสัตว์และกินคนเป็นอาหาร อีกทั้งขนของมัน
ยังแข็งเหมือนโลหะและคมมาก อีกทั้งมูลของมันยังมีพิษสูง เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิของเทพอาเรส(เทพแห่งสงคราม) แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว
จนกลายเป็นฝูงใหญ่จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนสามารถไปกำจัดมันจนหมดได้


หลังจากทำความสะอาดคอกม้าของกษัตริย์ออเจียสเมืองเออลิสสำเร็จ ยูริสทูสเลยสั่งให้เฮอร์คิวลีสเอาชนะนกยักษ์กินคนแห่งทะเลสาบ
สติทมฟาเลียม และ ขับไล่พวกมันออกไปจากพื้นที่ดังกล่าวให้ได้ ซึ่งเฮอร์คิวลิสได้รับภารกิจดังกล่าวก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ไล่พวกมันด้วย
กำลังเพียงคนเดียว  เมื่อเทพเอธีน่าเห็นจึงเข้ามาช่วยด้วยการมอบ Krotala (เครื่องดนตรีโลหะที่ทำหน้าทีให้จังหวะคล้ายฉิ่งหรือกรับ)
ที่สร้างขึ้นโดย เทพเฮฟา เอสตัสเทพแห่งการตีเหล็ก จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ทำการตีเครื่องดนตรีดังกล่าวนี้จนเกิดเสียงดังก้องทำให้ฝูงนก
ตกใจและบินออกมาจากที่ซ่อน จากนั้นเฮอร์คิวลิสก็ยิงธนูอาบพิษไฮดราเข้าไปในฝูงนก(บ้างตำนานก็ว่ายิงหินใส่)จนนกเหล่านั้นร่วงตาย
ลงบนพื้น และตัวที่รอดชีวิตก็บินหนีและไม่กลับมาอีกเลย

เมื่อสำเร็จจากการขับไล่นกแล้วเฮอร์คิวลิสจึงนำซากนกบางส่วนที่ถูกฆ่าตายกลับไปให้ยูริสทิสดูเป็นหลักฐาน ก่อนที่ยูริสทูสจะสั่งให้
เฮอร์คิวลิสทำภารกิจต่อไป

 


7. To capture the Cretan Bull


   
งานที่ 7 ที่ยูริสทูสสั่งให้เฮอร์คิวลิสไปทำก็คือการไปจับวัวกระทิงที่หายใจเป็นไฟบนเกาะครีต ตามตำนานกล่าวว่าวัวประหลาดตัวนี้แต่เดิม
เป็นของเทพโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล ซึ่งประทานให้กษัตริย์ไมนอสผู้ครองเกาะเพื่อฆ่าสังเวยแด่เทพเจ้า แต่พาซิฟีราชินีของ
กษัตริย์กับนึกเสียดายและอาลัยรูปลักษณ์อันงดงามจึงเลี้ยงไว้เป็นอย่างดี(ถึงขั้นสมรสกันจนมีลูกเป็นมิโนเทอร์ในเวลาต่อมา) ทำให้
โปเซดอนโกรธมากจงบันดาลให้วัวดังกล่าวเป็นวัวที่โหดร้ายดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีใครปราบมันได้


เมื่อเฮอร์คิวลิสรับงานแล้วเขาจึงเดินทางแล่นเรือไปเกาะครีต และขออนุญาตกษัตร์ไมนอสพาวัวนี้ออกไป และเมื่อกษัตริย์ไมนอสได้ยิน
เขาก็อาสาที่ช่วยเหลือ แต่เฮอร์คิวลิสปฏิเสธ และเมื่อเขาไปต่อสู้ เขาขึ้นขี่หลังวัว จับทุ่มและใช้มือของเขารัดคอแล้วพามันกลับไปยังเมือง
ไมซีนีอย่างง่ายดาย ซึ่งเมื่อกษตริย์ยูริสทูสได้เห็นวัวดังกล่าวเขาก็หลบในโอ่ง(หรือ  Pithos) ส่วนวัวตัวนั้นต่อมาก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ
และวัวดังกล่าวก็พเนจรไปทั่วกรีซและจบชีวิตที่เมืองมาราธอน และตำนานอีกบทว่าวัวตัวดังกล่าวก็ได้กลายเป็นดาวกลุ่มดาววัวในที่สุด

 


8. To round up the Mares of Diomedes


 
ภารกิจที่ 8 ที่ยูริสทูสสั่งให้ออสคิวลิสทำคือการจับม้ากินคน 4 ตัวของกษัตริย์ไดโอมีดิสมาให้ได้  ซึ่งม้าทั้ง 4 ตัวดังกล่าวเป็นม้าในตำนาน
ของกรีก(เป็นตัวเมียทั้งหมด)แต่ละตัวมีชื่อแตกต่างกันคือ Podagros , Lampon , Xanthos และ  Deinos มีความงดงามแต่ไม่สามารถ
ฝึกจนเชื่อมได้ ส่วนกษัตริย์ไดโอมีดีสที่เป็นเจ้าของนั้น(ใช้เป็นม้าเทียมรถ) เป็นกษัตริย์แห่งแคว้นเธรสแห่งทะเลดำที่นิสัยโหดเหี้ยม และ
มีเชื้อสายของเทพอาเรสเทพแห่งสงคราม


ความจริงภารกิจดังกล่าวมีหลายเรื่องราว แต่ที่รู้จักกันดีคือเฮอร์คิวลิสสามารถรบเอาชนะกษัตริย์ไดโอมีดีส แล้วเอาเนื้อของกษัตริย์ดังกล่าว
ไปให้ม้าเหล่านั้นกิน เมื่อได้กินเนื้อของมนุษย์ชั่วร้ายม้าก็กลับเชื่อมลงจนยอมให้เฮอร์คิวลิสขี่กลับเมืองไปอย่างง่ายดาย

ในขณะที่ตำนานหนึ่งเล่าว่าเฮอร์คิวลิสไปกลับหนุ่มอาสาสมัคร เมื่อเอาชนะคนดูแลม้าและบังคับมาไปถึงทะเล กษัตริย์ไดโอมีดีสก็พาทหาร
ตามมาทัน เฮอร์คิวลิสก็ปล่อยให้เด็กหนุ่มซึ่งเป็นสหายของเขาชื่อ Abderos ดูแลม้า ในเขาก็ไปออกต่อสู้กับทหารเมื่อกลับมาก็พบว่าสหาย
คนดังกล่าวเสียชีวิตเพราะไม่สามารถควบคุมม้าได้ จนฝูงม้าทำร้ายเขาจนตาย และเมื่อฆ่าไดโอมิดิสได้ ก็ตั้งเมืองชื่อ Abdera เพื่อเป็นอนุสรณ์
ให้แก่สหายของเขา หลังเสร็จสิ้นภารกิจยูริทูสก็ปล่อยฝูงม้าเหล่านั้นเป็นอิสระ



 
9. To fetch Hippolyte's girdle, or belt


 
ภารกิจที่ 9 ที่ยูริสทูสสั่งให้ออสคิวลิสทำคือการเดินทางไปตะวันออกเพื่อนำเข็มขัดทองคำ ของฮิปโปลิตาราชินีของเผ่าอเมซอนมาให้เขา
ซึ่งภารกิจดังกล่าวเขามาจากคำแนะนำของเทพเฮร่า และเฮร่าเองก็หวังจะฆ่าเฮอร์คิวลิสด้วยแผนการในภารกิจนี้โดยเฉพาะ


ก่อนจะพูดถึงเฮอร์คิวลิสก็พูดถึคึงเผ่าอเมซอนเสียก่อน เผ่าอเมซอนคือเผ่าที่มีแต่นักรบหญิงล้วนในตำรานกรีกซึ่งอยู่ในพรมแดนทางตอนใต้
ของตุรกีปัจจุบัน ตามตำนานกล่าวว่าหญิงอเมซอนจะตัดหน้าอกข้างหนึ่งทิ้งเพื่อโก่งธนูถนัดขึ้น(คงเป็นแค่ตำนาน)หญิงชาวอเมซอนจะมี
รูปร่างสูงและอ้อนแอ้น หน้าอกตึงเต็ม แขนขาแข็งแรง ใบหน้าบึ้งตึง แต่ความซื่อสัตย์ ดวงตายามจับมอง เป็นประกายคมกล้าและท้าทาย
มองเพศชายเป็นเพียงวัตถุทางเพศและให้บุตรเท่านั้น แต่ละปีอเมซอนจะเลือกหญิงพรหมจารีในเผ่าที่มีอายุพอสมควรให้เข้ามาจับคู่ผู้ชาย
ในท้องถิ่นใกล้เคียงคือพวกการ์กาเรียนเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ และเมื่อเด็กคลอดออกมาแล้ว เด็กชายจะถูกทิ้งไว้กับพ่อ ส่วนเด็กผู้หญิง
จะนำไปกลับที่เผ่าเพื่อฝึกฝนทำไร่ทำนา ล่าสัตว์ ทำสงคราม

อเมซอนขึ้นชื่อว่าเป็นมีกองทัพที่น่ากลัว พลธนูมีความร้ายกาจยิ่งลูกธนูอย่างรวดเร็ว และมีความเชี่ยวชาญเรื่องขวานและหอกทำให้ไม่มีใคร
อยากบุกรุกอาณาจักรแห่งนี้นัก ส่วนสังคมปกครองด้วยราชินีที่เลือกจากนักรบที่ดุและน่าเกรงขามที่สุด โดยเมืองของอเมซอนคือเธอนิสไซรา
ที่เป็นวังที่สวยงามที่สุด

ส่วนฮิปโปลิตาเป็นราชินีที่เข้มแข็งที่สุดในเผ่าอเมซอน พวกเธอเป็นนักรบที่ดุร้ายเป็นอย่างมาก หากแต่เมื่อเฮอร์คิวลิสเดินทางไปถึง
เอมีความพอใจในนกล้ามเนื้ออันทรงพลังของเฮอร์คิวลิสจึงสัญญาณว่าจะมอบเข็มขัดทองคำซึ่งเป็นของที่รับประทานจากเทพอาเรส
แต่เฮร่าก็จำแลงกายมาเป็นนักรบอเมซอนและสร้างข่าวลือว่าเฮอร์คิวลิสจะมาพาตัวฮิปโปลิทีไป เมื่อเฮอร์คิวลิสเห็นบรรดานักรบอเมซอน
ใส่เกราะและลงมือบุก ก็ลงมือฆ่าฮิปโปลิทีในทันที โดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลัง เพราะคิดว่าฮิปโปลิทีมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้และไม่ลืมเอา
เข็มขัดไปด้วย เกิดการต่อสู้ขนานใหญ่ขึ้นแต่พวกนักรบอเมซอนไม่สามารถต่อกรกับจอมพลังอย่างเขาได้

จากนั้นเฮอร์คิวก็หนีจากอาณาจักร และแวะไปที่เมืองทรอย และบ่ายหัวเรือมุ่งหน้ากลับเมซีเนียและมอบเข็มขัดให้ยูริสทูส (บางตำนาน
ก็เล่าว่าเขาพานางออกจากอเมซอน แล้วยกฮิปโปลิตาให้เป็นภรรยาของธีซูสผู้เป็นสหายและนางก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายชื่อฮปิโปลิทัส)



 
10. To fetch the cattle of Geryon
                   


ภารกิจที่ 10 ของเฮอร์คิวลิสก็คือการไปต้อนฝูงวัวของเกรยองกลับมา โดยเกรยองเป็นยักษ์ประหลาดหรืออมมนุษย์ที่ครองเกาะเออริเธียน
อยู่ทางมหาสมุทรด้านทิศตะวันตกของทะเลเมดิเตอร์เรเนียม เป็นบุตรของไครเซออร์(ซึ่งไครเซอร์เลือดของเมดูซ่าไหลลงทะเล  รูปร่าง
ก็ว่าเป็นยักษ์หรือหมาป่ามีปีก)และนางกัลลิลีบุตรีของเทพไททันโอเชียนัสและ ทีทิส  ซึ่งเชื้อสายที่แปลกประหลาดนี้เองทำให้เกรยอง
มีรูปร่างแปลกประหลาด คือเป็นยักษ์ที่มีสามหัว ขาสามคู่ที่เชื่อมกันที่เอว บางตำนานยังบอกว่ามันมีหกมือและมีปีก และมันยังมี 
มีสุนัขสองหัวชื่อ ออร์ธัส ซึ่งเป็นพี่น้องกับเซเบรุส เฝ้าฝูงสัตว์ซึ่งเป็นวัวสีแดงอันงดงาม


ด้วยภารกิจดังกล่าวทำให้เฮฮร์คิวลิสต้องเดินทางไปถึงสุดแผ่นดินด้านตะวันตกก็ว่าได้ โดยเขาใช้ธนูยิงไปยังฮิลิโอสหรือพระอาทิตย์ และขู่ว่า
หากไม่ให้ยืมเรือก็จะยิงหล่นจากฟ้า เมื่อได้เรือทองก็แล่นออกไป เฮอร์คิวลิสได้นำหินขนาดยักษ์สองกองมาวางที่ช่องแคบซึ่งแยกยุโรปกับ
แอฟริกาออกจากกันข้างละก้อน และหินสองก้อนยังคงอยู่ตราบจนกระทั้งทุกวันนี้ โดยได้ชื่อว่าเสาหินของเฮอร์คิวลิส

ระหว่างทางที่แล่นเรือไปยังเกาะเออริเธียน ได้เกิดคลื่นลูกใหญ่ขึ้นกลางมหาสมุทร เฮอร์คิวลิสเล็งธนูไปยังคลื่นนั้นพร้อมขู่ว่าหากไม่ยอมสงบ
จะยิงธนูอาบพิษ ลูกคลื่นนั้นก็ยอมสงบแต่โดยดี เมื่อถึงจุดหมายเฮอร์คิวลิสได้นำฝูงวัวแดงลงไปในเรือ โดยใช้กระบองฆ่าคนยามและสุนัขสองหัว
ของเกรยองจนตาย และใช้ธนูอาบยาพิษยิงครั้งเดียวก็สามารถฆ่าเกรยองตายอย่างง่ายดาย

แต่นั้นยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจเพราะยังมีความยากของเฮอร์คิวลิสรออยู่ เมื่อการเดินทางกลับนั้นมันไม่ได้ง่ายกว่าที่คิดเมื่อเฮอร์คิวลิสต้อนวัวไปอิตาลี
และไปถึงถิ่นที่อยู่ของกะกัสซึ่งเป็นยักษ์ที่หายใจออกเป็นไฟ ได้พยายามขโมยวัวไปบางส่วน ตอนเฮอร์คิวลิสหลับ เมื่อเฮอร์คิวลิสตื่นเขาก็พยายาม
หาถ้ำ โดยมีน้องสาวของกะกัสช่วยบอก เมื่อเขาไปถึงเขาก็ฆ่ากะกัสไปและนำวัวที่เหลือกลับไปแผ่นดินกรีก

เมื่อกลับถึงแผ่นดินกรีกเทพเฮร่าได้ส่งตัวเหลือบมากัดฝูงวัว ทำให้วัวกระจัดกระจายไปทั่วยุโรป แต่ในที่สุดเฮอร์คิวลิสสามารถต้อนกลับมารวมฝูงได้สำเร็จ

(ยังมีตำนานเฮอร์คิวลิสต้อนฝูงวัวกับกรีกอีกตำนาน โดยอีกตำนานหนึ่งระหว่างเดินทางกลับมีวัวตัวหนึ่งหลุด และกระโดดลงทะเลว่ายน้ำ ไปเกาะซิซิลี
และหนีไปประเทศข้างเคียง เนื่องจากศัพท์ดั้งเดิมของคำว่าวัว คือ Italus ดังนั้นประเทศนั้น จึงถูกเรียกขานว่า ประเทศอิตาลี วัวตัวดังกล่าว หลุดไปอยู่
ในมือของกษัตริย์ อีริกซ์ลูกอีกคนของ โปเซดอนเฮอร์คิวลิสต้องเล่นมวยปล้ำ จนชนะกษัตริย์ อีริกซ์และฆ่ากษัตริย์ตาย)



 
11. To fetch the golden apples of the Hesperides


   
เฮอร์คิวลิสยังคงรับคำสั่งจากยูริสทูสต่อไป ถึงแม้จะทำงานมาครบ 10 งานแล้วก็ตาม แต่ยูริสทูสไม่นับงานปราบไฮดร้าและงานทำความสะอาด
คอกปศุสัตว์ และเฮอร์คิวลิสเอง ก็ไม่ได้เถียงหรือออกอาการไม่พอใจ ดังนั้นเขาจึงต้องทำเพิ่มเป็น 2 งาน และ 2 งานดังกล่าวเป็นงานที่สุดหิน
และเฮอร์คิวลิสต้องเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนไปถึงได้


งานชิ้นที่ 11 ของเฮอร์คิวลิสก็คือการไปขโมยแอปเปิ้ลจากสวนอุทยานเฮสเปริติส โดยสวนดังกล่าวเป็นสวนสวรรค์ที่อยู่ทางขอบโลกทางทิศตะวันตก
(บ้างก็ทางเหนือ) ที่นั้นมีมังกรลาดอนซึ่งเป็นมังกรร้อยหัวที่มีดวงตาถึงสองร้อยดวง เป็นบุตรของไทฟอนและอีคิดน่าและเป็นพี่น้องกับไฮดรา สิงโตนีเมียน
โดยมังกรลาดอนรับคำสั่งจากเฮร่า ให้เฝ้าเทพแอตลาส เทพเจ้าที่แข็งแรงที่สุดในกลุ่มเทพไททันซึ่งถูกซุสบังคับให้ยืนแบกท้องฟ้าไว้ที่ไหล่ เอาไว้ตลอดกาล
โดยมันคอยเฝ้าร่วมกับนางไม้ชื่อเฮสพิริดส


โดยแอปเปิ้ลที่เฮอร์คิวลิสกลับมันมานั้น เป็นแอปเปิ้ลทองคำซึ่งเป็นแอปเปิ้ลที่เฮร่าประทานให้ซูสเป็นของขวัญแต่งงาน ซึ่งเฮร่าได้แนะนำยูริทูส
ออกคำสั่งภารกิจนี้ให้เฮอร์คิวลิส อีกทั้งแอปเปิลดังกล่าวเป็นผลไม้แห่งอมตะ มีเพียงเทพเจ้าเท่านั้นที่เก็บมาได้ และเฮอร์คิวลิสก็ต้องเก็บแอปเปิล
จากต้นแอปเปิ้ลแคระถึงสามผล

ปัญหาแรกของเฮอร์คิวลิส คือเขาไม่รู้ว่าสวนอยู่ที่ไหน เขาเดินทางรอนแรมไปถึงลิเบีย อียิปต์ อราเบีย เอเชียและมีการผจญภัยเป็นระยะๆ
ระหว่างทาง เขาทราบว่าสวนตั้งอยู่ที่ไหนจากการเอาชนะเทพแห่งทะเลเนริอุส ระหว่างทางเขาปลดปล่อยโปรมิธิอุสซึ่งถูกทัณฑกรรมจากสวรรค์
ทำให้เขาได้ทราบว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเอาแอปเปิ้ลด้วยตัวเอง แต่ไปขอให้แอตลาสไปนำมาให้

เมื่อเฮอร์คิวลิสเดินทางไปจนพบเทพแอตลาส และระหว่างนั้นเขาก็ฆ่ามังกรลานดอนตายด้วยธนูอาบยาพิษ(บางตำนานบอกว่ามังกรลาดอนไม่ตาย)
จากนั้นเขาเลยวานเทพแอตลาสช่วย ซึ่งแอตลาสก็ยินดีทำให้แต่โดยดี เพียงแต่ขอให้เฮอร์คิวลิสแบกโลกและท้องฟ้าชั่วขณะเขาจะได้ไปเก็บ
แอปเปิ้ลได้สะดวก และเมื่อเฮอร์คิวลิสตอบตกลงและแบกท้องฟ้าชั่วคราว แต่หลังจากได้แอปเปิลมาแล้ว เทพแอตลาสซึ่งแบกท้องฟ้าแสนนาน
ก็ไม่ยอมรับหน้าที่องตนตามเดิม และบอกว่าจะนำผลแอปเปิ้ลดังกล่าวไปให้แก่ยูริสสทูสด้วยตนเอง

โดยที่เฮอร์คิวลิสรับทำงานแทนระหว่างที่แอตลาสไม่อยู่ เมื่อแอตลาสได้แอปเปิ้ลกลับมาก็ไม่อยากกลับไปแบกโลกอีก จึงอาสาจะนำแอปเปิ้ล
ไปให้ยูริสทูสเอง เมื่อรู้ว่าถูกเบี้ยวเฮอร์คิวลิสแกล้งทำเป็นยินยอมและขอให้แอตลาสช่วยแบกท้องฟ้าไว้ชั่วคราว เพื่อตนจะได้ปลดหนังสิงโตที่
คลุมร่างมารองบนบ่า แอตลาสเลยวางผลแอปเปิ้ลตามคำขอและทำตามคำขอร้องของเฮอร์คิวลิส และแบกโลกต่อ เฮอร์คิวลิสก็หยิบแอปเปิ้ล
และวิ่งหนีไป แต่เนื่องจากแอปเปิ้ลดังกล่าวเป็นของเทพ ยูริสทูสจึงครอบครองไม่ได้นาน ยูริสทูสต้องคืนให้เทพอธีน่าเพื่อนำไปเก็บไว้ที่สวน
ขอบโลกตามเดิม



 
12. To capture Cerberus



  งานสุดท้ายที่ยูริสทูสสั่งให้เฮอร์คิวลิสไปทำก็คือการจับสุนัขสามหัวเซอร์เบรัสมาให้เขาแบบเป็นๆ  โดยเซอร์เบรัสเป็นสุนัขสามหัวที่ทำหน้าที่
เฝ้าประตูปากทางเข้านรก  มันมีร่างกายใหญ่โตมโหฬารมาก และมีสามหัวอยู่ในตัวเดียวกัน ส่วนหางของมันเป็นงูหรือมังกรซึ่งสามารถ
แว้งกัดศัตรูได้

ตามลำตัวของมันเต็มไปด้วยตุ่มพิษใครโดนเข้าจะต้องตายในทันที เซอร์เบอรัสเป็นผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของฮาเดส มันจะยอมให้วิญญาณ
ของคนทุกคนเข้าประตู แต่จะไม่ยอมให้กลับออกมาเป็นอันขาด เมื่อไปถึงประตูนี้ วิญญาณแต่ละดวงจะถูกพาไปรับคำพิพากษาของ
สามเทพสุภาคือ ราดาแมนทีส ,ไมนอส และ ไออาคอส. วิญญาณที่ชั่วร้ายจะถูกพิพากษาให้ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในตรุทาร์ทะรัส
ไปชั่วกัลป์ ส่วนวิญญาณที่ดีจะได้รับคำพิพากษาให้พาไปอยู่ยัง ทุ่งอีลิเซียน แดนสุขาวดีของกรีก

แม่พ่อของเซอร์เบรัสเป็นอสุรกายชื่อ อีคิดน่า และ ไทฟอน ซึ่งมันเป็นพี่น้องของ ไฮดรา, ออทรัส, สิงโตเนเมีย, ไคเมร่า และ สฟิงซ์
แต่นอกจากเซอร์เบรัสซึ่งได้เป็นสัตว์เลี้ยงของฮาเดสแล้ว พี่น้องทั้งหมดของเซอร์เบรัสก็ถูกวีรบุรุษในตำนานกรีกสังหารเสียสิ้น

นี้เป็นงานที่หินที่สุดในบรรดา 12 งานที่เฮอร์คิวลิสได้รับมอบหมาย ปัญหาในตอนแรกคือเฮอร์คิวลิสจะไปยมโลกได้อย่างไรในขณะที่
เขายังไม่ตาย โดยเขาเริ่มต้นที่เอลลิวซิเนียน มิสเตอรีส์ พวกนักบวชทำพิธีกรรมผู้นับถือดีมีเทอร์ เทพีแห่งการเพาะปลูกกับเพอร์เซโฟนี
ลูกสาวของดีมีเทอร์ และ ภริยาของเฮดีส เพื่อเรียนรู้วิธีเข้าและออกยมโลก

จากนั้นเขาก็พบทางเข้านรกที่แหลมทีเนรัม  และเดินเข้าถ้ำปากทางสู่ยมโลก โดยที่เฮอร์คิวลิสก็พบอุปสรรคและต้องต่อสู้ตลอดทาง
สุดท้ายก็ได้เจอเฮดีสและได้รับอนุญาตให้เฮอร์คิวลิสพาเซอร์เบรัสไปได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะใช้อาวุธกับเซอร์เบรัสไม่ได้ ซึ่งเมื่อเฮอร์คิวลิส
ออกเดินทางไปที่ประตูปากทางเข้านรก เขาก็ได้พบเซอร์เบรัสและต่อสู้กับมันแม้ว่าเซอร์เบรัสจะมีความร้ายกาจขนาดไหนแต่เมื่อเจอ
พละกำลังมหาศาลของเฮอร์คิวลิสเข้ามันก็โดนลากถูลู่ถูถังขึ้นมาบนเมืองมนุษย์ตามคำสั่งของกษัตริย์ยูริสทูส แต่เมื่อเฮอร์คิวลิสไปจับ
มาถวายได้จริงๆ พระองค์กลับหวาดกลัวเซอร์เบรัสจนต้องเด็จหนีหลบอยู่ในไหตามเคย และสุดท้ายก็ปล่อยเซอร์เบรัสกลับนรกไป
เป็นอันเสร็จสิ้นภารกิจ 12 ของเฮอร์คิวลิส และล้างบาปของเขาได้สำเร็จ



 
หลังจากที่เฮอร์คิวลิสทำงานครบ 12 งานสำเร็จ ชีวิตของเขายังไม่สงบสุขนัก เพราะเขาพยายามไถ่บาปตนเองอยู่เสมอ จนกระทั่ง
พบกับเจ้าหญิงไดอันนิราแห่งแคลิโดเนีย ซึ่งเฮอร์คิวลิสต้องต่อสู้กับอเคลูส (เทพแม่น้ำ) เพื่อที่ใครจะชนะจะได้เธอเป้นเจ้าสาว
ผลคือเฮอร์คิวลิสได้รับชัยชนะและได้ตัวนางไปเป็นคู่ครอง


จนวันหนึ่งเฮอร์คิวลิสได้พาไดอันนิราข้ามแม่น้ำ บังเอิญเวลานั้นแซเทอร์ตัวหนึ่งชี่อเนสซัสผ่านมา จึงรีบอาสาพาเจ้าหญิงส่งไปยัง
ฝั่งตรงข้าม แต่กลับลักพาตัวเจ้าหญิงหนีไป เฮอร์คิวลิสจึงสังหารเนสซัสด้วยลูกศรอาบยาพิษแต่ก่อนที่เนสซัสจะตายก็ได้แอบ
กระซิบเจ้าหญิงไดอันนิราให้เก็บเลือดของตนไว้ (เลือดของเนสซัสเป็นพิษจากลูกศรไฮดรา) และบอกให้เธอไปป้ายที่เสื้อของ
เฮอร์คิวลิสจะกลายเป็นยาเสน่ห์ แต่ความจริงมันคือพิษร้ายแรง เมื่อเจ้าหญิงคิดว่าเฮอร์คิวลิสจะไปรักผู้หญิงอื่น จึงใช้เลือดของ
เนสซัสป้ายที่เสื้อของเขา แม้ว่าเฮอร์คิวลิสจะมีร่างกายแข็งแรงแต่ด้วยความร้อนของพิษทำให้เฮอร์คิวลิสทรมาน เขาจึงขอให้
ก่อกองไฟขึ้น ที่ภูเขาจึงได้ตายตามปรารถนา ส่วนเจ้าหญิงเสียใจต่อการกระทำของตนมากจึงได้ฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา



อย่างไรก็ตามหลังจากเฮอร์คิวลิสตาย ด้วยความเสียสละของเฮอร์คิวลีส เขาก็ได้ขึ้นสู่สวรรค์และได้รับตำแหน่งในบรรดาเทพเจ้า
โอลิมเปียนและเป็นที่ต้อนรับโดยเทพเจ้า จนกลายเป็นตำนานกรีกที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกในที่สุด ส่วนยูริสทูสภายหลังก็เสียชีวิต
ในขณะพยายามที่จะทำลายเชื้อสายของเฮอร์คิวลิสที่หลบหนีไปเฮเธนส์

 
อ้างอิงจากวิกีพีเดีย
หนังสือเปิดกรุผีเทศและอสูรกาย โดยธนากิต
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 เมษายน 2020, 11:45:00 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่