[เภทภัยไซอิ๋ว 31] เมืองฟ้าแล้ง (鳳仙郡冒天)

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 31] เมืองฟ้าแล้ง (鳳仙郡冒天)  (อ่าน 158 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19786
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

[เภทภัยไซอิ๋ว 31] เมืองฟ้าแล้ง (鳳仙郡冒天)

เมืองเทียนเต็กก๊ก นั้นได้เกิดฝนแล้งมาหลายปี หงอคงขึ้นไปสวรรค์ เง็กเซียนบอกว่า ถ้าไก่สามารถ
จิกภูเขาข้าวจนหมดได้ หมาสามารถเลียภูเขาแป้งจนหมดได้ ไฟจากตะเกียงเล็กสามารถหลอมโซ่เหล็กได้
เมืองเฟิ่งเซียนจึงจะพ้นโทษ เหล่าเซียนแนะนำให้ชาวเมืองช่วยกันรักษาศีลให้มั่นคง เมื่อหงอคงกลับไปบอก
ราชาและชาวบ้านต่างก็พร้อมใจกันรักษาศีล โทษจึงหายไป ฝนก็เลยตกลงมาอีกครั้ง


เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว



ศิษย์และอาจารย์มุ่งหน้าเข้าสู่เขตไซที สองข้างทางร่มรื่นยิ่งนัก ตราบจนลุถึงเมืองฮ่องเซียนกุน อันมีขุนนาง
เป็นผู้สำเร็จราชการเพราะเมืองนี้เป็นเมืองขึ้นของเมืองเทียนเต็กก๊ก ความสวยงามร่มรื่นของสถานที่ทำให้
พระถังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นวัดลุยอิมยี่ ที่ประทับพระยูไล แต่หงอคงนั้นทราบดีว่าไม่ใช่ เพราะตนเคยตีลังกา
ไปยังวัดลุยอิมยี่หลายหน


ในเวลานั้น เมืองฮ่องเซียนกุนกำลังประสบความกันดาร เนื่องจากฝนแล้งมาหลายปี ขุนนางผู้ครองเมืองออกหมาย
ประกาศให้รางวัลทองคำพันตำลึงแก่ผู้ที่ทำให้ฝนตกได้ หงอคงอ่านหมายประกาศแล้วก็ขันอาสา ให้ผู้สำเร็จราชการ
จัดหอพิเศษบริสุทธิ์ให้แล้ว หงอคง โป้ยก่าย และซัวเจ๋งรายล้อมพระถังซึ่งนั่งสวดมนต์อยู่ กุ้นเฮ้าผู้สำเร็จราชการ
ก็จุดธูปบูชา

หงอคงเห็นครบพิธีแล้วก็ร่ายมนต์เรียกพญาเง่าก๊วงเล่งอ๋องมาให้ทำน้ำฝน พญาเล่งอ๋องกลับขอให้หงอคงขึ้นไปรับ
คำสั่งจากเง็กเซียนฮ่องเต้ เจ้าแห่งสวรรค์ก่อน เพราะการที่ฝนฟ้าไม่ตกนี้เป็นโทษจากสวรรค์ เนื่องจากประชาชน
ในเมืองนี้และกุ้นเฮ้าดูถูกฟ้าดิน

เมื่อหงอคงทราบดังนั้นก็เหาะลิ่วขึ้นไปบนสวรรค์ เข้าถวายบังคมเง็กเซียนฮ่องเต้


เจ้าแห่งสวรรค์ก็ชี้ให้ดูหมายกำหนดพ้นโทษของเมืองฮ่องเซียนกุน โดยตั้งกองข้าวสารไว้ภูเขาหนึ่งแล้วให้ไก่ตะเภา
จิกกินทีละเม็ด และมีภูเขาแป้งสูงใหญ่ให้สุนัขเลียกินช้า ๆ อันสุดท้ายคือ มีโซ่เหล็กที่ใช้เปลวตะเกียงเล็ก ๆ ลน
หากเมื่อใดไก่กินข้าวสารหมดภูเขา หมาเลียแป้งหมด และโซ่เหล็กหลอมละลาย เมื่อนั้นเมืองฮ่องเซียนกุนก็จะ
พ้นโทษและฝนฟ้าก็จะตกต้องตามฤดูกาล


เมื่อหงอคงทราบโทษดังนั้นก็คอตก หมดหนทางจะช่วยชาวเมือง ขณะนั้นซิไต้เซียนซือ ได้กระซิบบอกความลับแก่
หงอคงว่าอย่าเพิ่งหมดกำลังใจ จงบอกให้ชาวเมืองตั้งใจทำกุศลโดยมีศรัทธาที่แท้จริงต่อพระรัตนตรัยให้แรงขึ้น ๆ
และรักษาศีลให้มั่นคงเถิด ไม่เท่าไหร่โทษมหันต์ ๓ ประการนี้ก็จะหายไปเอง

หงอคงได้ฟังก็ดีใจนัก เหาะลงมาจากสวรรค์ มารายงานให้กุ้นเฮ้าทราบ กุ้นเฮ้าก็เกณฑ์ประชาชนทั้งเมืองสวดมนต์
ภาวนาบูชาคุณพระรัตนตรัยด้วยศรัทธามั่นคงไม่หวั่นไหว พระถังซัมจั๋งรวมทั้งพระสงฆ์ทั้งเมืองก็สวดพระพุทธมนต์
ในไม่ช้า โทษ ๓ ประการในสวรรค์ก็หายไป ฝนก็ตกลงมาชุ่มชื่นกันทั้งเมือง ประชาชนก็ผาสุกชื่นบาน ดุจว่า

"กระดูกแห้งกลับฟื้นชีสิต" หรือว่าดุจ "ตอไม้ตายซากกลับผลิดอกออกช่อ" ฉะนั้น



กุ้นเฮ้ารู้สึกสำนึกในบุญคุณของพระถัง จึงเกณฑ์ทหารให้สร้างอารามเพื่อเป็นที่ระลึก สักการะคุณต่อพระถัง เร่งทำทั้ง
กลางวันกลางคืน ชั่วระยะเวลาเล็กน้อยก็สำเร็จ แล้วนิมนต์พระถังไปพักเป็นศิริมงคล พระถังตั้งชื่อวัดแรกนั้นว่า
"วัดกามโพ้เจี้ย"

ครั้นรุ่งเข้าพระถังและศิษย์ก็ลากุ้นเฮ้า ชาวเมืองทั้งหมดได้จัดขบวนดนตรี แห่แหนประโคมสังคีตออกไปส่งคณะเดินทาง
ถึงประตูเมือง ศิษย์และอาจารย์ออกมุ่งหน้าเดินทางสู่ไซทีต่อไป ต่างเดินพลางสนทนากันไปพลางเป็นที่เพลิดเพลิน
พระถังกล่าวชมเชยและขอบคุณหงอคงต่าง ๆ นานา หงอคงที่เคยหยิ่งยโส บัดนี้กลับกล่าวถ่อมตนว่า งานสำเร็จครั้งนี้
หาใช่เพราะตนผู้เดียวไม่ หากเพราะว่าทุกฝ่ายพร้อมเพรียงกันหมด โดยเฉพาะประชาชนในเมืองฮ่องเซียนกุนต่างหาก
ที่ปรารถนาความชอบธรรม การจึงสำเร็จ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 เมษายน 2020, 17:03:55 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่