[เภทภัยไซอิ๋ว 35] เรือละสังขาร

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 35] เรือละสังขาร  (อ่าน 52 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
[เภทภัยไซอิ๋ว 35] เรือละสังขาร
« เมื่อ: 05 มิถุนายน 2020, 14:21:19 »

[เภทภัยไซอิ๋ว 35] เรือละสังขาร

และแล้วคณะตี้ก็เดินทางมาถึงจุดหมาย ทั้งห้าพบกับกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก มีคนแจวเรือผ่านมา แต่เรือนั้นไม่มีท้อง
หงอคงก็ผลักพระถังลงไป คนแจวเรือฉุดขึ้นมานั่งกลางลำเรือ เมื่อเรือมาถึงกลางลำน้ำ พระถังได้เห็นซากศพตัวเองลอยอยู่
ก็เข้าใจในทันทีว่าตนได้ละสังขารจากกายหยาบมาสู่กายทิพย์เรียบร้อยแล้ว


เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว



พระถังซัมจั๋งและสานุศิษย์รอนแรมมาจนบรรลุถึงภูมิประเทศอันร่มรื่นมีไม้ดอกเป็นพุ่มพวง ส่งกลิ่นหอมระรื่น หมู่บ้านทุกหมู่ที่ผ่านไป
ล้วนแต่มีคนถือศีลกินเจ และอีกครู่เดียวหงอคงก็ยกมือชี้ไปที่ยอดภูเขาที่มีปราสาทสลับซับซ้อนอยู่ ในคลองจักษุ พร้อมทั้งบอก
พระถังว่า ที่นั่นคือสำนักวัดลุยอิมยี่ เขาเล่งซัว ที่ประทับพระยูไล ศิษย์และอาจารย์ต่างปลื้มปีติ ยกมือขึ้นประนมไหว้


กล่าวถึงเทพบุตรกิมเต็งไต้เซียน (กระหม่อมทอง) ได้รับคำสั่งจากพระกวนอิมโพธิสัตว์ ให้มารอพระถังซัมจั๋งอยู่นานนับสิบปี
ครั้นเห็นพระถังกับศิษย์เดินมาแต่ไกลก็ลุกออกมาร้องเชื้อเชิญ จูงมือไปสรงน้ำ ประพรมสุหร่ายของหอมแล้ว ให้เปลี่ยนสบงจีวร
พร้อมทั้งเลี้ยงน้ำชาอย่างดี กิมเต็งไต้เซียนกล่าวชมพระถังว่า

"เมื่อก่อนท่านดูโสมมเปรอะเปื้อน วันนี้สะอาดเอี่ยม น่าภาคภูมิใจยิ่งนัก สมเป็นบุตรพระตถาคตแท้"

ครั้นสนทนากันแล้ว กิมเต็งไต้เซียนก็จูงมือพระถังออกมาชี้ประตูธรรมให้ โดยกำหนดหมายภูเขาสูงเทียมฟ้าที่มีรัศมีโชติช่วงสว่างไสว
เห็นเป็นขั้นลดหลั่นกันนับพัน ที่นั่นคือเขาเล่งซัว พระถังซัมจั๋งเห็นเช่นนั้นแล้ว กล่าวคำอำลาแก่กิมเต็งไต้เซียน หงอคงก็ออกนำหน้า
อาจารย์ มุ่งตรงไปวัดลุยอิมยี่......

อาจารย์และศิษย์หมายตาปราสาทของพระยูไลบนเขาเล่งซัวเป็นสำคัญ มุ่งตรงไปทางประตูธรรม จนบรรลุถึงลำน้ำลิ้งหุ้นโต้ ซึ่งกระแสน้ำ
ไหลเชี่ยวกราก เงียบสงัดไร้ผู้คน มีสะพานไม้อันเดียวที่ลื่นเหลือจะข้าม พระถังนึกหวั่นใจว่ามาผิดทางเสียแล้ว ยิ่งหงอคงยืนยันว่า
นี่แหละคือทาง ยิ่งท้อแท้ยิ่งขึ้น แม้หงอคงจะกระโดดขึ้นสะพานไม้อันเดียว แล้ววิ่งไปฟากตรงข้ามแล้วกลับมาให้ดู แต่ทั้งพระถัง โป้ยก่าย
และซัวเจ๋งก็ไม่กล้าข้ามอยู่ดี ก็รีรอกันอยู่

ขณะนั้นมีคนแจวเรือจ้างอยู่ริมลำน้ำ หงอคงเห็นก็จำได้ว่าเป็นพระโพธิสัตว์เตี๊ยบจิ๊นโจ๊วซือจำแลงมาช่วยส่งข้ามฟาก คนแจวเรือร้องตะโกน
เรียกพระถังลงเรือ แต่พระถังเห็นเรือนั้นแล้วไม่กล้าลง เพราะเป็นเรือไม่มีท้อง คนแจวเรือจึงตะโกนบอกว่า...


" เรือของข้าพเจ้ามีอยู่ตั้งแต่เริ่มฟ้าดิน จนบัดนี้ก็ยังใช้ข้ามฟากอยู่ แม้มีคลื่นลมแรง เรือก็หาโคลงเคลงไม่
ไม่มีหน้าไม่มีหลัง(ไม่มีหัวไม่มีท้าย) สม่ำเสมอดี ไม่เสพด้วยอายตนะภายนอก ประสานกลมกลืนกันมา
หมื่นกัปป์แสนกัลป์ สะดวกสบายดี เรือไม่มีท้องเท่านั้นที่อาจพาข้ามมหาสมุทร ส่งสู่ฟากตรงกันข้ามมา
มากแล้วตั้งแต่โบราณกาล ตราบปัจจุบันก็เช่นกัน"




แม้คนแจวเรือจ้างจะบอกกล่าวเช่นนั้นแล้ว พระถังก็หากล้านั่งไม่ หงอคงเห็นเช่นนั้นก็กระโดดเข้าผลักพระถังจนหล่นลงในน้ำ คนแจวเรือก็
ฉุดแขนพระถังขึ้นนั่งกลางลำเรือ หงอคง โป้ยก่าย ซัวเจ๋งและม้าขาวก็ถูกฉุดลงเรือหมด คนแจวเรือก็ค้ำเรือไม่มีท้องออกสู่กลางลำน้ำ
ฝ่าคลื่นไปอย่างรวดเร็ว ครั้นมาถึงกลางลำน้ำ พระถังก็ได้เห็นซากศพลอยอยู่ จึงให้นึกกลัวยิ่งนัก

หงอคงเห็นดังนั้นก็ร้องขึ้นว่า "นั่นคือท่าน นั่นคือท่าน"

โป้ยก่าย ซัวเจ๋งก็ลุกขึ้นตบมือ ต่างร้องตะโกนว่า "นั่นคือท่าน นั่นคือท่าน"

คนแจวเรือก็ร้องตะโกนขึ้นว่า "ควรรื่นเริงบันเทิงใจ เพราะนั่นคือท่าน "

ทุกคนในเรือต่างก็ร้องสรรเสริญขึ้น "นั่นคือท่าน นั่นคือท่าน"

จนกระทั่งเรือถึงฝั่ง ครั้นแล้ว พระถังก็ประจักษ์ว่าวางจากขันธ์ทั้งหลาย ตัณหาก็ดับสิ้นเชิง และเรือจ้างกับคนแจวก็หายวับไป
พระถังก็เอ่ยปากชมเชยหงอคง แต่หงอคงบอกว่าทุกคนต่างอาศัยกันและกันมาโดยตลอด จึงสำเร็จการได้ ท่านอาจารย์และ
ศิษย์รู้สึกบันเทิงใจเป็นที่สุด ต่างเดินชมนกชมไม้ที่ออกดอกออกช่องดงาม กิ่งก้านสล้าง ปากของทุกคนก็ร้องสรรเสริญภูมิภาคนั้น
และบรรดาผู้ที่อยู่ ณ เขาเล่งซัว ต่างก็ร้องทักทายพระถังกันทั่วหน้าดุจญาติสนิท
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 มิถุนายน 2020, 14:57:47 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่