[เภทภัยไซอิ๋ว 36] คัมภีร์ไร้อักษร (END)

ผู้เขียน หัวข้อ: [เภทภัยไซอิ๋ว 36] คัมภีร์ไร้อักษร (END)  (อ่าน 47 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19514
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
[เภทภัยไซอิ๋ว 36] คัมภีร์ไร้อักษร (END)
« เมื่อ: 12 มิถุนายน 2020, 09:46:59 »

[เภทภัยไซอิ๋ว 36] คัมภีร์ไร้อักษร



เมื่อพบกับพุทธองค์ พุทธองค์ก็ให้พระอานนท์ (阿难陀 ) กับพระมหากัสสปะ (摩诃迦叶尊者) พาคณะตี้
ไปหอพระไตรปิฎก เมื่อคณะตี้ขนคัมภีร์เตรียมจะกลับนั้น พระพุทธเจ้าเยียนเต็ง (叶腾佛) กลับบันดาลพายุ
จนคัมภีร์กระจัดกระจายออก เผยให้เห็นคัมภีร์ที่ไร้ตัวหนังสือ คณะตี้จึงแบกคัมภีร์ไร้อักษรกลับไปหาพุทธองค์
พุทธองค์อธิบายว่า


"คัมภีร์ไร้อักษรนั่น เป็นฉบับแท้ และวิเศษที่สุด เพราะทุกอย่างล้วนแต่อนัตตา (ไม่มีตัวตน)"

ก่อนจะให้พระอานนท์กับพระมหากัสสปะจัดคัมภีร์ที่มีตัวอักษรให้ แล้วให้ท้าวกิมกัง (金剛菩薩)
ทั้งแปดไปส่งคณะตี้ยังเหลืออีกอุปสรรคหนึ่งจึงจะครบ 81 เภทภัย ท้าวกิมกังจึงทิ้งพวกเขาไว้กลางทาง
ที่นั้นคณะตี้ได้พบกับพญาเต่าตัวเดิมที่เชิญให้ทุกคนขึ้นขี่หลัง เมื่อมาได้สักพัก พญาเต่าก็ถามพระถัง
ถึงเรื่องที่ฝากไปถามพุทธองค์ แต่พระถังกลับลืมสนิท พญาเต่าจึงดำน้ำลงไป คณะตี้รีบรวมคัมภีร์ขึ้นฝั่ง
รุ่งเช้า คณะตี้ต่างช่วยกันตากคัมภีร์ แต่ดันมีคัมภีร์ขาด

หงอคงก็อธิบายว่า ไม่มีอะไรบนโลกนี้ที่สมบูรณ์แบบหรอกเมื่อท้าวกิมกังเห็นว่าพระถังหมดสิ้นภัยตามอำนาจ
ของฟ้าดินทุกประการแล้ว ก็พาคณะตี้เหาะไปส่งยังเมืองเชียงอาน แผ่นดินไต้ถังทันที รวมระยะการเดินทาง
จากตะวันออกไปตะวันตกสิบหมื่นแปดพันโยชน์ ใช้ระยะเวลา 14 ปี ฝ่าฟันภยันตรายต่างๆ 81 ประการ


เมื่อเสร็จสิ้นการไปอัญเชิญพระไตรปิฎก พุทธองค์ก็แต่งตั้งให้
พระถังซัมจั๋ง เป็น  จันทคุณพุทธะ (旃檀功德佛)
ซุนหงอคง เป็น มารวิชัยพุทธะ (鬥戰勝佛)
ตือโป๊ยก่าย เป็น ทูตพุทธพิธี (淨壇使者)
ซัวหงอเจ๋ง เป็น อรหันต์ร่างทอง (金身羅漢)
ม้ามังกรขาว เป็น ม้ามังกรสวรรค์ (八部天龍馬)



เนื้อเรื่องในไซอิ๋ว



พระถังและสานุศิษย์มุ่งเดินขึ้นสู่เขาเล่งซัว ผ่านประตูที่มีเทพเจ้าเฝ้ารักษาอยู่เป็นชั้น ๆ ในที่สุดก็ได้มาหมอบเฝ้าอยู่
หน้าพระพักตร์พระยูไล อันแวดล้อมด้วยปวงเทพบุตร และหมู่พระอรหันตสาวกทั้งหลาย พระยูไลทรงทักทายทั้ง
พระถังและศิษย์แล้ว พระถังก็ทูลถวายหนังสือเดินทาง พร้อมทั้งแจ้งความประสงค์ของ พระเจ้าถังไทจงที่จะทูล
อาราธนาพระไตรปิฎกไปประกาศ ณ ประเทศจีน


พระยูไลจึงรับสั่งให้พระออนั้น(อานนท์) กับพระมหากัสสปะ นำพระถังไปชมหอพระไตรปิฎก อันมีพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
ถึง 5,000 กว่าเล่ม พระอานนท์กับพระมหากัสสปะ ก็ช่วยกันขนคัมภีร์ออกมามอบให้พระถังซัมจั๋ง ทั้งเห้งเจีย โป้ยก่าย
ซัวเจ๋ง ต่างก็ช่วยกันห่อมัดแล้ว บรรทุกบนหลังม้าขาว ที่เหลือจากนั้นโป้ยก่ายกับซัวเจ๋งยกใส่หาบ หาบหามกันมา
กราบนมัสการลาพระยูไลแล้ว ทั้งอาจารย์และศิษย์ก็พากันลงจากเขาเล่งซัว หมายตาทิศบูรพา อันเป็นที่ตั้งเมืองไต้ถัง
แผ่นดินจีน

ฝ่ายพระพุทธเจ้าเยียนเต็ง (ทีปังกร) อันเป็นพระพุทธเจ้าในอดีตกาลนานไกล ได้รับสั่งให้พระเถระชื่อ แปะฮุย บันดาล
พายุให้เกิดด้วยกำลังฤทธิ์ และพัดแรงจนพระไตรปิฎกที่พระถังกำลังนำลงจากเขาเล่งซัวนั้นกระจัดกระจายออก เพื่อจะ
ให้พระถังรับรู้อะไรบางอย่าง

พระถังและศิษย์ต่างวางหาบช่วยกันเก็บพระไตรปิฎกอันทรงค่า เห้งเจียลองเปิดดูจึงเห็นว่า พระคัมภีร์ทั้งหมดนั้นไม่มี
ตัวหนังสือเลย เป็นกระดาษเปล่า ๆ ทั้งสิ้น พระถังซัมจั๋งเห็นเช่นนั้น ก็ถอนใจใหญ่ ว่าเห็นจะไม่มีวาสนา ได้นำพระไตรปิฎก
กลับเมืองจีนเสียแล้ว ส่วนเห้งเจียให้ความเห็นว่า เห็นทีพระอานนท์กับพระมหากัสสปะจะกลั่นแกล้งเพราะไม่มีของไป
กำนัลเป็นสินบนแก่ท่านเลย ว่าแล้วทั้งศิษย์และอาจารย์ก็แบกคัมภีร์ย้อนกลับขึ้นไปหมอบเฝ้าแทบพระบาทพระยูไล
แล้วทูลเรื่องราวให้ฟัง


พระยูไลจึงตรัสกับพระถังว่า "คัมภีร์ปิฎกที่ไม่มีอักษร นั่นแหละเป็นฉบับแท้ และวิเศษที่สุด"
พระถังรับฟังแล้วก็เข้าใจความ



ครั้นพระยูไลทรงเห็นว่าพระถังเข้าใจแล้ว จึงรับสั่งให้พระอานนท์กับพระมหากัสสปะ จัดพระไตรปิฎกฉบับที่มีตัวอักษร
มามอบให้แก่พระถัง ด้วยหวังว่าเมื่อไปถึงเมืองจีนแล้ว จะมีคนเข้าใจพระคัมภีร์ที่ว่างตัวอักษรได้บ้าง พระถังซัมจั๋งรับ
พระไตรปิฎกฉบับมีอักษรแล้วก็มอบบาตรให้แก่พระอานนท์ เป็นของกำนัลในธรรม แล้วกลับมากราบทูลลาพระยูไล
พระยูไลรับสั่งกำชับว่า

"หากผู้ใดไม่กินเจ และไม่มีศีลบริสุทธิ์แล้ว อย่าให้ผู้นั้นเปิดคัมภีร์ของตถาคตเลยทีเดียว"

ฝ่ายพระโพธิสัตว์กวนอิมเห็นการสำเร็จตามหวังเช่นนั้นแล้ว ก็กราบทูลรายงานให้พระเซ็กเกียมองนีฮุดโจ๊ว(ศากยมุนีพุทโธ)
ทราบ พระยูไลเจ้าจึงรับสั่งให้ท้าวกิมกังทั้ง 8 (เทพเจ้าผู้รักษาทิศ) นำพระถังไปส่งยังเมืองไต้ถัง ท้าวกิมกังทั้ง 8 รับ
คำสั่งแล้วก็แสดงฤทธิ์อุ้มพระถังและศิษย์ รวมทั้งม้าขาวบรรทุกพระไตรปิฎก เหาะลิ่วขึ้นฟ้ามุ่งไปแผ่นดินไต้ถัง


ฝ่ายโพธิสัตว์กวนอิม ครั้นบรรดาเทพารักษ์ที่เคยตามคุ้มครองพระถังเข้ารายงานผลงานแล้ว ทรงรับสั่งให้เทพารักษ์รักษาทิศ
ทั้ง 4 ไปแจ้งให้ท้าวกิมกังทั้ง 8 ที่กำลังอุ้มพระถังและศิษย์กลับเมืองจีนนั้น ให้บันดาลให้พระถังได้รับเคราะห์ร้ายครั้งสุดท้าย

ท้าวกิมกังรับทราบคำสั่งของกวนอิมแล้ว เมื่อเหาะมาถึงแม่น้ำทงทีฮ้อ ก็ปล่อยวางพระถังและศิษย์ลงยังพื้นดิน เห้งเจียนั้น
หยั่งรู้ความที่พระถังต้องประสบภัยแล้ว จึงไม่ยอมอุ้มพระถังเหาะข้ามลำน้ำไป



ขณะที่รีรอกันริมฝั่นนั่นเอง เต่าขาวตัวเดิมก็โผล่ขึ้นมาร้องเชิญทุกคนขึ้นขี่หลัง ศิษย์และอาจารย์ต่างก็ยินดียิ่ง พากัน
ลงยืนบนหลังเต่า เต่าว่ายตัดกระแสน้ำตรงไปยังฟากตรงข้าม ครั้นมาถึงกลางลำน้ำ เต่าขาวก็เอ่ยถามพระถังขึ้นว่า
ที่ฝากไปถามพระยูไลว่า " เมื่อไหร่หนอเต่านี้จะได้เป็นมนุษย์...?"


ฝ่ายพระถังนั้น ความที่จดจ่ออยู่แต่เรื่องพระไตรปิฎก จึงลืมคำถามฝากของเต่าเสียสนิท เมื่อถูกทวงถามก็นิ่งอั้นอยู่

ฝ่ายเต่าขาวเห็นเช่นนั้น ก็รู้ว่าพระถังไม่เอื้อเฟื้อ จึงดำวูบลงในแม่น้ำ ทั้งอาจารย์และศิษย์ก็หลุดจากหลังเต่า แต่ก็หาจมน้ำไม่
เพราะกายเบาผิดคนสามัญ ฝ่ายเห้งเจียก็แผลงฤทธิ์รวบพระคัมภีร์ อานม้าและข้าวของไว้ได้ก่อนที่มันจะจมลงใต้น้ำ ทั้งหมดขึ้น
ถึงฝั่งตรงกันข้ามด้วยเนื้อตัวที่เปียกปอน พระถังนั้นหนาวสั่น มือทั้งสองข้างชาเพราะหอบพระไตรปิฎกไว้แน่น ท้องฟ้าก็มืดมิด
เพราะมีพายุจัด



รุ่งเช้า เมื่อพายุสงบ อาจารย์และศิษย์ต่างก็ช่วยกันผึ่งพระคัมภีร์ให้แห้ง พระถังก็นั่งเฝ้าดูพระคัมภีร์อยู่ ในขณะนั้น ตาเฒ่าตั๊นเท่ง
ตั๊นเซ้ง และชาวบ้านตั๊นแกจึง ได้ออกมาคารวะพระถัง ตั๊นเท่งถามพระถังถึงเหตุร้ายที่เกิดกลางน้ำ พระถังก็เล่าว่า


" เพราะเราลืมคำถามฝากของเต่า คัมภีร์จึงเปียกแฉะหมด "

ครั้นพระคัมภีร์เหล่านั้นแห้งสนิทแล้ว ต่างก็ช่วยกันรวบรวมเก็บ จึงได้พบว่า เนื้อความพระคัมภีร์ปุนเห้งเกงสองสามเล่ม
แห้งติดกับหินอยู่ "อักขระที่สำคัญจึงได้ขาดหายไป " พระถังเห็นเช่นนั้นก็กล่าวโทษว่า เห้งเจียไม่ดูแลให้ดี เห้งเจียก็
อธิบายว่า

"เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพราะฟ้าดินจะมิยอมให้พระคัมภีร์นั้นครบถ้วน เพราะว่าพระธรรมล้ำลึกวิเศษสุดนั้น
เกินวิสัยของคัมภีร์จะบันทึกได้"


ตาเฒ่าแซ่ตั๊น ก็นิมนต์พระถังและศิษย์ไปที่บ้าน แล้วถวายภัตตาหารการบุญเอิกเกริก แต่อาจารย์และศิษย์นั้น บัดนี้
เบื่อหน่ายต่ออาหารของปุถุชน จึงไม่มีผู้กินภัตตาหารเลย

เสร็จการบุญแล้ว ตาเฒ่าและชาวบ้านต่างช่วยกันสร้างอาราม ชื่อ เซงยี่(ช่วยชีวิต) เพื่อระลึกถึงพระถังและศิษย์ แล้วนิมนต์
ให้ไปพักค้างอยู่ที่อารามแห่งนั้น แล้วลอบใส่กุญแจขังพระถังไว้ เพื่อเขาจะได้ทำบุญต่อไปอีกในวันรุ่งขึ้น พระถังเกรงว่า
ชาวบ้านจะไม่ยอมให้ลาจาก จึงให้เห้งเจียสะเดาะกุญแจแล้วหนีไปกลางดึก

กล่าวถึงท้าวกิมกังทั้ง 8 ครั้นเห็นว่าพระถังหมดสิ้นภัยตามอำนาจของฟ้าดินทุกประการแล้ว ก็เหาะลงมาโอบอุ้มพระถัง
และศิษย์ พามุ่งตรงไปยังเมืองเชียงอาน แผ่นดินไต้ถัง



ฝ่ายพระเจ้าถังไทจงฮ่องเต้ ทราบข่าวที่พระน้องยาเธอถังซัมจั๋งกลับถึงเมืองเชียงอาน พร้อมทั้งพระไตรปิฎกครบถ้วน
ก็ทรงปีติโสมนัส เสด็จออกมารับพระถังแล้วพาขึ้นสู่ท้องพระโรง พระถังกราบบังคมทูลรายงานการเดินทางแต่โดยย่อ
พระเจ้าถังไทจงฮ่องเต้ทรงมีพระราชศรัทธาใหญ่ ทรงแต่งคำประพันธ์ แล้วให้คัดลอกพระธรรมคำสอนเผยแผ่พระธรรมคุณ
พร้อมทั้งยกย่องเกียรติคุณของพระถังให้ลือเลื่องไปทั่วเมืองจีน

จากนั้น พระองค์ทรงอาราธนาให้พระถังซัมจั๋งแสดงพระธรรมเทศนา ในขณะที่พระถังแสดงธรรมอยู่บนธรรมาสน์นั้น
ท้าวกิมกังทั้ง 8 ก็ร้องเรียกพระถังอยู่บนอากาศ แล้วท้าวกิมกังก็มาอุ้มหอบเอพระถังเหาะลิ่วไปสู่เขาเล่งซัว วัดลุยอิมยี่
เพื่อรับเกียรติคุณจากพระยูไล


-------THE END--------
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2020, 16:33:13 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่