เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการลักพาตัว

ผู้เขียน หัวข้อ: เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการลักพาตัว  (อ่าน 152 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19786
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการลักพาตัว
« เมื่อ: 12 มิถุนายน 2020, 10:38:27 »

เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการลักพาตัว
โดย Cammy-เต่านรก

Masha


 
แต่แรก มาซ่า เป็นเด็กสาวกำพร้าชาวรัสเซีย เธอถูกผู้ชายอเมริกันคนหนึ่งอาสาเป็นญาติอุปถัมภ์เธอ
โดยชายนี้อ้างว่าได้หย่ากับภรรยา แม้จะไม่มีการตรวจสอบประวัติ หรือการติดตามการเยี่ยมเยียนโดยหน่วยงานรับเลี้ยง
บุตรบุญธรรมของรัฐนิวเจอร์ซีย์แต่เขาได้รับอนุญาตินำเธอออกมา

เขาเริ่มทารุณกรรมทางเพศเธอเกือบจะในทันที และหลังจากนั้นไม่นาน ภาพเธอก็ปรากฏในสื่อลามกอนาจารเด็กทางอินเทอร์เน็ต
จำนวมากจนตำรวจเริ่มทำการสอบสวนค้นหาเด็กผู้น่าสงสารคนนี้ ตำรวจได้ใช้การประชาสัมพันธ์ด้วยปล่อยภาพผ่านของช่องข่าว
CNN ซึ่งภาพเหล่านั้นตำรวจได้ลบภาพเธอออกไป ปล่อยให้เหลือเพียงสภาพแวดล้อมของเธอ ด้วยความหวังว่ามีใครบางคนจำ
สถานที่ในภาพได้ และแล้วภาพๆหนึ่งก็ทำให้มีคนสามารถระบุได้ จากผ้าคลุมเตียงที่มีเพียงโรงแรมสวนสนุกของดิสนีย์ หลังจาก
หลายปีของการดำเนินชีวิตที่ยากลำบากนี้ Masha ได้รับการช่วยเหลือจากตำรวจ



Elizabeth Fritzel


 
โจเซฟ ฟริตเซล (Josef Fritzl) เป็นเจ้าของบ้านชานเมืองชานเมืองในเมืองแอมสเตทเทน ของออสเตรีย
แต่ห้องใต้ดินของบ้านกลายเป็นคุกที่เขาใช้ขังลูกสาวคือเอลิซาเบธ ฟริตเซล) เขาขังเธอไว้ที่นั่นนานถึง 24 ปี 

(เธอโดนข่มขื่นครั้งแรก 1977 อายุเพียง 11 ขวบ และถูกขังเมื่อ 1984)

และมีลูกกับเธอและนำลูกของเธอขึ้นมาเลี้ยงในบ้าน โดยหลอกภรรยาว่าลูกสาวที่หนีออกจากบ้าน เอาลูกมาทิ้งไว้
ให้เลี้ยง และเรื่องนี้เกิดขึ้นนานหลายปีโดยเพื่อนบ้านไม่มีใครรู้ แต่เรื่องแดงหลังจากเด็กคนหนึ่งใน 3 คนที่เคยอยู่
แต่ในห้องใต้ดิน เกิดป่วยหนักถึงขั้นโคม่าและเขาตัดสินใจนำตัวส่งโรงพยาบาล ทำให้ทางโรงพยาบาลสงสัย
จนไปสู่คดีนี้ในที่สุด

ฟริตเซิลฟริตเซล วัย 73 ปี ฟริตเซิลยอมรับผิดทุกข้อหา โดยเขาอ้างว่า

"เป็นเพราะคำให้การทางวิดีโอเทปของลูกสาวผม เมื่อผมได้เห็นผมเพิ่งตระหนักเป็นครั้งแรกถึงความโหดร้าย
ที่ผมกระทำต่อเอลิซาเบธผมขอโทษในสิ่งที่ทำไป"


สุดท้ายเขาถูกจำคุกตลอดชีวิต ในข้อหาข่มขืน,คุมขัง ทำให้คนอื่นตกเป็นทาส และกระทำฆาตกรรม(เขาฆ่าลูกของเอลิซาเบธ)



ทางด้านเอลิซาเบธตอนนี้อายุ 40 กว่าปี แต่แก่ก่อนวัยเพราะชีวิตที่ยากลำบาก กับลูกๆ 6 คน เธอกักขังในห้องใต้ดินนานถึง
24 ปี เธอกล่าวเรื่องนี้ต่อศาลว่า

"เขาเข้ามา ปิดไฟ ข่มขืนต่อหน้าลูกๆ แล้วเปิดไฟก่อนเดินออกไป พ่อมักนำวิดีโอหนังโป๊ลงมาเปิดฉายให้ดู
แล้วให้ทำเหมือนฉากในหนัง"
(เอลิซาเบธโดนข่มขืนรวมกันกว่า3,000ครั้ง)

ปัจจุบันเธอกำลังอยู่สภาพฟื้นฟูทางจิตใจกับลูกๆ ของเธอ ทางด้านนายฟริตเซิล สถานที่คุมขังของเขาไม่ใช่ในคุก
แต่เป็นโรงพยาบาลจิตเวช กรุงเวียนนา ซึ่งสภาพความเป็นอยู่ดีกว่าหลายเท่า และทางกฎหมายก็พบว่าถ้าเขาติดคุก
นาน 15 ปี จะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องขอผ่อนผันลดโทษจำคุก

ถ้าเงื่อนไขดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเท่ากับว่าอาจติดคุกจริงแค่ 14 ปีกว่าๆ เท่านั้น!?!
 


David Pelzer


 
มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ A Child Called"It" แปลเป็นไทยคือ เด็กที่ถูกเรียกว่า "มัน” เป็นหนังสือออกขายใน
วันที่ 1 กันยายน 1995 ที่ขายดีมายาวนานในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ  โดยเนื้อหาในเรื่องนี้เรื่องจริงจากกรณี
ทำร้ายทารุณเด็กรุนแรงที่สุดกรณีหนึ่งในประวัติศาสตร์ของมลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา และเด็กชายคนนี้
ก็คือที่ชื่อ เดฟ เพลเซอร์ คนเขียนหนังสือนั่นเอง


เดฟ เพลเซอร์ เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคมในเมือง Daly แคลิฟอร์เนีย เป็นบุตรของ สตีเฟน(1923-1980) และ
แคทเธอรี เพลเซอร์(1929-1992) และแม่เกลียดเขามาก แม่ไม่เห็นเขาว่าเป็นลูก เห็นเป็นเพียงแค่ทาส 
และไม่ใช่คนเป็นเพียงแค่ มัน ในสายตาของแม่เขาถูกทำร้ายทารุณโดยแม่ของตนเองอย่าง ด้วยวิธีทารุณกรรม
นานารูปแบบที่คนธรรมดาอย่างเราคาดไม่ถึง เช่น..



ตี แตะ ต่อย ถีบ ปล่อยให้เขาอดอยากแล้วให้กินฉี่ แทงต่อยที่กระเพาะอาหาร ล้างคอให้อ้วก กินยาล้างจาน
กินอาหารในขยะ กิจอุจจาระ บังคับให้เขาเปลือยกายบนเตาและบังคับให้เขากินอาเจียนของตนเอง จนทำให้
เขาเกือบเสียชีวิตเสียหลายครั้ง ตั้งแต่อายุยังไม่ห้าขวบเต็ม ยาวนานจนอายุ 12 ปี เขาก็ถูกช่วยเหลือจาก
โรงเรียนและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง


ปัจจุบันเดฟเติบโตขึ้นและเข้าร่วมกองทัพอากาศต่อมาก็ลาออกจากการรับราชการทหารความพยายามในการให้สังคมรับรู้
และป้องกันการทำร้ายทารุณเด็กตลอดจนกิจกรรมที่สร้างกำลังใจให้แก่ผู้ทุกข์ยากของเขา
 


Genie


 
ภาพที่เห็นอาจดูแปลกๆ ใช่เปล่าครับ มันคือภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่นามแฝงว่า “จี่นี่” (เกิด 18 เมษายน 1957
ที่อาร์คาเดีย แคลิฟอร์เนีย) ที่มีลักษณะการเดินเหมือนกระต่าย  เป็นเด็ก Feral
(หมายถึงเด็กที่เลี้ยงโดยแยกจากสังคมมนุษย์
ตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนมากมักเป็นเด็กที่มีประสบการณ์เลี้ยงดูจากสัตว์ ทำให้เด็กมีพฤติกรรมของสัตว์ด้วย แต่ในกรณีนี้หมายถึง
เด็กที่ถูกกักขังเป็นระยะเวลานาน)

โดยตั้งแต่เกิดจนอายุ 13 ปี ทั้งชีวิตของเธออยู่แต่ในห้องนอนที่มืดทึบ โดยถูกพ่อกักขัง โดยเธอถูกสายรัดมัดกับเก้าอี้
เพื่อไม่ให้เดินไปไหน และมีผ้าอ้อมเอาไว้รอง บางคืนเธอก็ถูกติดกับถุงนอนหรือไม่ก็เปล เธอถูกฆ่าตีด้วยแท่งไม้ขนาดใหญ่
เพื่อนของเธอคือสุนัขและของเล็กน้อยชิ้น และไม่อนุญาตให้พูดคุยกับคนในครอบครัว(แม่และพี่น้อง)ทำให้เธอบกพร่อง
ในการสื่อสาร พูดได้แต่วลีสั้นๆ เช่น “หยุด” “ไม่มี” “มากกว่า” จนกระทั่งเธอถูกช่วยเหลือเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1970
เธอได้กลายเป็นหนึ่งในกรณีเหยื่อที่ถูกกักขังและแยกจากสังคมรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา ก่อนถูกค้นพบโดย
เจ้าหน้าที่ ลอสแอนเจลิส

นอกจากนี้กรณีของเจนี่นั้นได้รับความสนใจจากนักจิตวิทยา ในการศึกษาหาข้อมูลเชิงลึกในเรื่องจิตวิทยาเด็ก หากแต่สังคม
ไม่เห็นด้วยและมีการอภิปรายอย่างเผ็ดร้อนว่าเธอควรเป็นตัวอย่างในการวิจัยหรือปล่อยให้อยู่อย่างสงบ จนกระทั่งฝ่ายหลังชนะ
เจนี่ได้ถูกส่งตัวไปที่พักอาศัยของผู้ใหญ่ที่บกพร่องความสามารถในแคลิฟอร์เนีย และเรื่องราวของเธอได้ถูกเขียนเป็นหนังสือ
จำหน่ายในปี 1994



Steven Stayner


 
สตีเวน สเตย์เนอร์ (เกิดเมื่อวันที่ 18 เมษายายน 1965) ในขณะที่เขาอายุ 7 ขวบ เขาถูกคนร้ายลักพาตัวในแคลิฟอร์เนีย
สหรัฐอเมริกาในระหว่างทางกลับบ้าน ซึ่งในตอนนั้นมีชายชื่อ เอ็ดเวิร์ด มาทักก่อนที่จะถูกล่อลวงโดยอ้างว่าส่งต่อให้ชายชื่อ
เคนเนธ พาร์เนล ฉุดไปอีกที โดยเคนเนธได้กล่าวว่า สตีเวนเป็นเด็กไร้เดียงสา และเชื่อคนอื่นง่าย โดยเขาบอกเด็กว่าพ่อแม่
ไม่ต้องการเขาแล้ว ทำให้สตีเฟนต้องอยู่กับเคนเนธตั้งแต่นั้น
(พร้อมกับเหยื่ออีกคน ของเคนเนธ ที่จับมาที่หลัง)

เขาอ้างว่าเขาถูกทำร้ายทางเพศมากกว่า 700 ครั้ง เมื่อเขาอายุ 14 ปีเขาก็หนีไปพร้อมกับเพื่อนที่เป็นเหยื่อด้วยกันจนถูก
ช่วยเหลือได้เวลาต่อมา แต่กระนั้นในปี 1989 เขาก็ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ในขณะขับรถกลับบ้านจากที่ทำงาน
และพี่ชายของสตีเวน (ชื่อ Stayner Cary) รู้สึกโศกเศร้ามากจากการจากไปของน้องชาย

และเขาได้กลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องในเวลาต่อมา ทางด้านเคนเนธ พาร์เนลเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด
และถูกจำคุก เขาตายในคุกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2008

 


Colleen Stan


 
วันที่ 19 พฤษภาคม 1977 แครอล สมิทซ์ อายุ 20 ปี ตั้งใจจะเดินทางจากรัฐโอเรกอนไปงานเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนเธอ
ที่แคลิฟอร์เนียเหนือซึ่งรวมระยะทางกว่า 400 ไมล์ แต่แครอลไม่มีเงิน เธอเลยใช้วิธีการโบกรถ


ช่วงแรกไม่มีปัญหา แต่แล้วเมื่อถึงระยะ 350 ไมล์ เธอโบกรถอีกครั้ง และเมื่อเธอขึ้นรถคนหนึ่งซึ่งเป็นรถของ จานิซ ฮุคเกอร์
(Janice Hooker) และภรรยา เธอก็ถูกลักพาตัวไปกักขังในบ้านของเขาอยู่หลายปี แครอลโดนทรมานสารพัด ในตอนแรก
เช่น ถูกจับมัดแขวนไว้กับเพดาน เฆี่ยนและทุบตี ปล่อยให้เธออดอาหารเป็นเวลานาน ใช้ฮีทเตอร์ลวกผิว ใช้ช็อตไฟฟ้าใส่
บางครั้งก็รัดคอเธอด้วยเชือก ถูกข่มขืนเป็นกิจวัตรประจำวัน และที่เด่นที่สุดคือการนำเธอยัดลงใส่โลงไม้แคบๆ ให้เป็นที่อยู่

และเมื่อถูกทรมานนานวันเข้าแครอลก็กลายเป็นคนไม่คิดหนี เมื่อคนร้ายจะปล่อยเธอออกนอกบ้านหลายครั้งก็ตาม
และกว่าที่เธอจะกลับบ้านไปหาครอบครัวเธอเวลาก็ผ่านไปกว่า 7 ปี....
 


Natascha Kampusch


 
นาตาชา คามพุชท กว่า 8 ปีครึ่งออสเตรีย โดนหนุ่มใหญ่วัย 43 ปีที่ชื่อ วูล์ฟกัง พริคโลพิล(Wolfgang) หอบขึ้นรถตู้
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 1998  แล้วนำไปกักขังไว้ในห้องใต้ดินที่บ้านตัวเอง กักขังไว้ในห้องลับชั้นใต้ดินที่เก็บเสียงเป็นอย่างดี
ไม่มีหน้าต่างและเก็บเสียงไม่เห็นเดือนและตะวัน


นาตาชาเติบโตมาภายใต้ความควบคุมทุกอย่างของเจ้าคนร้าย เธอถูกขู่ว่าถ้าเธอหนีไปได้ คนร้ายจะฆ่าตัวตายหรือฆ่าเธอทิ้ง
กับเธอเติบโตมากับคำพูดแบบนี้จนไม่กล้าคิดหนี แม้เธอเคยพยายามจะหนีได้ครั้งหนึ่ง โดยวิ่งไปถึงประตูสวนที่เปิดทิ้ง
เหลืออีกไม่กี่ก้าวก็จะพ้นออกไปแต่เธอรู้สึกกลัว เวียนหัว มองอะไรไม่เห็น มีอาการของคนที่กลัวข้างนอก ไม่กล้าออกไปไหน
แล้วก็ตัดสินใจหันหลังกลับ เข้าไปที่ห้องใต้ดินในที่สุด

เธอใช้ชีวิตแบบนี้หลายปี จนเวลาผ่านไปถึง วันที่  23 สิงหาคม 2006 ในจังหวะที่วูล์ฟกังเผลอ เธอวิ่งแบบไม่คิดชีวิต
เพื่อขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง จนเธอสามารถกลับเข้าสู่สังคมในที่สุด
(ส่วนวูล์ฟกังหลังทราบว่าเธอหลบหนีไปได้
เขาก็ฆ่าโดยตายหนีความผิดโดยกระโดดขวางรถไฟจนโดนทับตาย)



ชีวิตของนาตาชา คามพุชทมีปัญหาตามมาหลังจากกลับเข้าสู่สังคมภายนอก เธอเลือกอาศัยอยู่คนเดียวเพราะครอบครัว
ของเธอมีปัญหาพ่อแม่หย่าร้างกัน อีกทั้งเธอต้องผจญกับปัญหาสื่อต่างๆ ที่มักขอมาสัมภาษณ์เธอจนหัวกระไดไม่แห้ง
แต่สำหรับกรณีของนาตาชาแล้วเธอนับว่าเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในบรรดาเหยื่อของการลักพาตัว จนบัดนี้เธอกลายเป็น
คนปกติและใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งจนถึงปัจจุบัน
 


Michael Devlin 
 


อีกเรื่องที่ วิตถารไม่แพ้กัน คือ เรื่องการลักพาตัวเด็กชาย 2 คนไป ของนาย ไมเคิล เจ เดฟลิน(Michael J. Devlin)
อายุ 41 ปี ในรัฐ มิซซูรี่ ได้ลักพาตัวเด็กชายไปสองคน คนแรกคือ ด.ช. ชอว์น  (Shawn Hornbeck) อายุ 11 ปี
อีกคนหนึ่ง คือ ด.ช. วิลเลี่ยม(William Ben Ownby) อายุไล่เลี่ยงกัน โดยทั้งสองคนได้ถูกขังบ้านพักของนายไมเคิล
ที่ Kirkwood มลรัฐมิสซูรี


จนกระทั่งถูกพบวันที่ 12 มกราคม 2550 เมื่อผ่านไปถึง 4 ปี ทั้งๆ ที่จุดลักพาตัวของเด็กทั้งสองอยู่ห่างจากบ้านเขา
ไม่ไกลนัก และเด็กทั้งสองไม่คิดหนีเลย  สาเหตุก็คือเด็กทั้งสองถูกล้างสมองโดยคนร้ายว่า

"พ่อแม่ ไม่ต้องการเขาแล้ว" และ "การที่เขาต้องพึ่งพาคนร้ายในการดำรงชีวิตมากเท่าใด
เขาก็ยิ่งไม่กล้าที่จะคิดหนีมากขึ้นเท่านั้น"
ฯลฯ 

ปัญหาสำคัญเมื่อเด็กถูกส่งกลับไปให้ครอบครัวคือ เด็กทั้งสองมีนิสัยเปลี่ยนไป จิตใจไม่พัฒนาให้สมกับเป็นเด็ก
(เพราะไม่ได้รับการศึกษาใดๆ) สาเหตุเพราะคนร้ายให้เด็กเล่นเกมส์ฆ่าเวลาหมดไปวันๆ ทำให้กลายเป็นเด็กมีปัญหา
ไม่ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ กลายเป็นเด็กก้าวร้าว เข้าไม่ได้กับพ่อแม่ จนพ่อแม่ถึงกับสัมภาษณ์ทางสื่อว่า

"คนร้ายไม่ได้ขโมยตัวเด็กไปเท่านั้น แต่คนร้ายยังขโมยจิตใจของเด็กไปด้วย"
 


Fusako Sano



 
คดีนี้เกิดขึ้นที่เมืองซันโจ จังหวัดนึงะตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อฟุซาโกะ เซโนะ ซึ่งเป็นเด็กชั้นประถมสี่
ได้หายตัวไปในวันที่ 13 พฤศจิกายน 1990 ในขณะที่อายุ 9 ปี หลังงานเบสบอลโรงเรียน เมื่อหลายฝ่ายรู้ว่าเด็ก
ผู้หญิงหายไป ก็มีการระดมกำลังออกตามหา แต่สุดท้ายก็หาไม่เจอ ซึ่งตอนแรกตำรวจนั้นสันนิษฐานว่าเด็กหญิง
คงถูกลักพาตัวไปเกาหลีเหนือ


ความจริงแล้วคดีนี้ เด็กผู้หญิงถูกลักพาตัวโดยชาวญี่ปุ่นคือโนบูยูคิ เซโตะ อายุ 28 ปี(เวลานั้น) เป็นคนตกงานและ
มีปัญหาทางจิต เขาได้เจอเด็กหญิงระหว่างทางและบังคับเธอให้ขึ้นรถและพาเธอไปชั้นบนของบ้าน(อพาร์ตเมนต์)
ของเขา ที่คาชิวาซากิ จังหวัดนึงะตะ แถมบ้านหลังนั้นอยู่ไกลจากป้อมตำรวจแค่ 200 เมตร และ 55 กิโลเมตร
จากตำแหน่งที่เธอลักพาตัวเท่านั้น

เก้าปีที่ผ่านมา หญิงสาวต้องผจญกับความโรคจิตของคนร้ายอย่างมาก เธอถูกคนร้ายผูกมัดอย่างแน่นหนานานหลายเดือน
และใช้เครื่องช็อตไฟฟ้าสำหรับลงโทษเธอหากเธอไม่ดูวีดีโอเทปแข่งม้าในทีวี เธอถูกข่มขู่ด้วยมีดและตี เด็กผู้หญิงต้อง
สวมใส่เสื้อผ้า ร่วมกันคนร้าย และคนร้ายให้อาหารเธอสามครั้งต่อวัน โดยเป็นอาหารสำเร็จรูปหรืออาหารสุกปรุงโดยแม่
ของเขาที่อยู่ข้างล่าง นอกจากนั้นคนร้ายยังเป็นคนตัดผมของเด็กหญิงเมื่อผมยาวด้วย




แต่ปัญหาใหญ่สุดของ ฟุซาโกะ เซโนะ ก็คือห้องน้ำเนื่องจากไม่มีห้องน้ำชั้นบน ที่บ้านของคนร้าย ดังนั้นเธอจึงสามารถ
อาบน้ำชั้นล่างนานๆ ครั้ง เมื่อได้รับอนุญาตจากคนร้ายเท่านั้น

ฟุซาโกะ เซโนะใช้เวลาส่วนใหญ่หลังโดนลักพาตัวไปกับการฟังวิทยุและโทรทัศน์โดยต้องได้รับอนุญาตจากคนร้าย
ในขณะที่ประตูที่ขังเธอนั้นไม่เคยถูกล็อกแต่เธอไม่ได้ออกข้างนอกถึงเก้าปี ภายหลังเธอบอกตำรวจว่าเธอยอมแพ้
และยอมรับซะตากรรมของเธอ

“ฉันกลัวเกินไปที่จะหลบหนีนอกจากนั้นหากพลาดขึ้นมาเธอก็จะเสียโอกาสในการหนีไปด้วย”

ทางด้านแม่ของคนร้ายที่อยู่ข้างล่างนั้น ภายหลังเธอให้การว่าไม่รู้เห็นกับการลักพาตัวในครั้งนี้ของลูกชาย
เพราะเธอไม่เคยพูดกับลูกชายเพราะเขาเป็นคนก้าวร้าวรุนแรงและเขาไม่ให้เธอขึ้นชั้นบน แต่ตำรวจเชื่อว่า
แม่ของคนร้ายต้องรู้แน่นอนว่าลูกชายทำอะไรไว้ เนื่องจากมีหลักฐานว่าเธอเป็นของซื้อเครื่องสุขอนามัย
(พวกกางเกงใน,ยกทรง,ผ้าอนามัย)ของผู้หญิงสำหรับเหยื่อด้วย

จนกระทั่งวันศุกร์ที่ 28 มกราคม 2000 ซาโต้เกิดอาละวาดในบ้าน ทำให้ตำรวจเข้ามาระงับเหตุการณ์และในที่สุด
พวกเขาก็เจอเด็กหญิง(ขณะนี้เธอมีอายุ 19 ปี) ที่หายตัวไปถึง 9 ปีกับสองเดือนที่บ้านของซาโต้นั้นเอง 
ฟุซาโกะ เซโนะ ถูกช่วยเหลือ แม้ขณะที่พบนั้นเธอจะร่างกายแข็งแรง แต่ด้านกายภาพย่ำแย่ เธอไม่สามารถ
เดินได้เพราะว่าขาดการออกกำลัง ผิวเธอยังแห้งเพราะไม่ได้รับแสงแดดภายนอก นอกจากนี้เธอมีอาการ
ทางด้านจิตอย่างหนัก แม้เธอจะอายุ 19 ปี แต่เธอทำตัวเหมือนเด็ก ที่ขี้หงุดหงิดและภายหลังเธอประสบ
ปัญหาความเครียด หลังออกสู่โลกภายนอก
(และทำตัวเหมือนเด็ก)

ทางด้านตัวคนร้ายโนบูยูคิ เซโตะอายุ 37 ปี หลังการจับกุม เขาถูกส่งเข้าโรงพยาบาลโรคจิตทันที เขามีอาการ
คุ้มดีคุ้มร้าย และต่อมาก็ถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยศาลพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความเสียหายต่อ
สุขภาพจิตของเหยื่อ ดังนั้นคดีส่วนใหญ่ของเซโตะจะเป็นพวกลักเล็กขโมยน้อย (เช่นการขโมยชุดชั้นในสตรี
ตามร้านสะดวกซื้อ) โดยมีวัตถุประสงค์คือต้องการให้ผู้ถูกกล่าวหาจำคุกให้นานที่สุด ส่งผลให้เซโตะถูกตัดสิน
ติดคุกนานถึง 14 ปี และปัจจุบันเขายังมีชีวิตสุขสบายในคุกเรื่อยมา

ส่วนตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ ภายหลังถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะว่าชื่อของเซโตะนั้นมีอยู่ในบัญชีผู้ต้องสงสัย
คดีลักพาตัวเด็กหญิงก่อนหน้าแล้ว แต่ชื่อของเขาถูกตัดไปจากบัญชีและไม่ได้ปัดฝุ่นเพื่อพิจารณาแต่อย่างใด
ส่งผลให้มีตำรวจระดับสูงหลายนายต้องลาออกเพื่อรับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและแล้วคดีนี้จึงเป็นหนึ่งใน
คดีในหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมของประเทศญี่ปุ่นในที่สุด
 


John Jamelske


 
จอห์น(เกิด 9 พฤษภาคม 1955) เป็นชาวอเมริกันที่ถูกตัดสิน 18 ปีในคุก ในข้อหาลักพาตัวหญิงสาวกักขัง
เพื่อเป็นทาสกาม จอห์นร่ำรวยจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หลังจากสูญเสียภรรยาไปเขาก็เริ่มเป็น
นักลักพาตัวเด็กสาวต่อเนื่อง


ในเดือนตุลาคม ปี 1988 เหยื่อรายแรกคือสาวอเมริกันพื้นเมืองอายุ 14 ปี เป็นเชลยทาสกามเขามากว่าสองปี
และเมื่อเธออายุ 17 ปีเขาก็ได้ปล่อยเธอแต่เด็กสาวไม่ได้แจ้งความแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ  ต่อมาในปี 1995 หรือ
1996 เขาได้ลักพาตัวเด็กหญิงสาวอายุ 14 ปีคนหนึ่งแล้วเอาไปกักขังในบังเกอร์ลับใต้ดินที่ดัดแปลงให้
ภายนอกเหมือนโรงรถ ที่ชานเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เขาเรียกมันว่า “กรุ” โดยเขานำเธอมาไว้ที่นี้เพื่อ
เป็นทาสกาม โดยไม่ต้องกลัวถูกจับ เพราะเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเธอเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเลยไม่ค่อยสืบสวนเท่าไหร่

ต่อมาจอห์นก็จับตัวผู้หญิงมาอีก เมื่อ 31 สิงหาคม 1997 เขาลักพาตัวหญิงอายุ 53 ในถนน เธอเป็นคนลี้ภัย
ชาวต่างชาติพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย เขาบังคับเธอเข้าไปในรถและพาเธอไปยังบ้านร้างแล้วข่มขืนเธอ
และผูกเธอไว้ที่รถ แล้วพาไปกักขังในบ้านแล้วบังคับให้เธอเป็นคนใช้เขา ก่อนถูกปล่อยเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม
1998 เธอแจ้งตำรวจในวันนั้น แต่ตำรวจไม่เชื่อเธอ
(ตำรวจอเมริกานั้นมันช่าง.......)



ต่อมาอีกในวันที่ 11 พฤษภาคม 2001 เขาพบหญิงสาวลาตินอายุ 26  ปี พากับบ้านไปยังบังเกอร์และข่มขืนเธอทุกวัน
เมื่อเธอต่อต้านเขาก็เอาซิการ์ไหม้จี้ตัวเธอ และเขาก็ได้ให้เป็นทาสกามของเขาแล้วบังคับให้เธอเขียนจดหมายให้
พ่อแม่เธอว่าเธอกำลังพักฟื้นยาเสพติดที่คลินิก

สุดท้ายเขาก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อ 3 เมษายน 2003 และบังเกอร์ลับก็ถูกเปิดโปง ตำรวจต้องตะลึงว่าภายใน
บังเกอร์นี้ราวกับดันเจี้ยนมันเป็นอุโมงค์ยาวแปดฟุต มีห้องต่างๆ อย่างมากมาย แต่ห้องนั้นมีความชื้นเต็มไปด้วนรา
ตู้เย็นมีแต่ภาพลามก มีอุปกรณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ ตู้เย็น และวีดีโอลามกระหว่างเขากับเหยื่อมากมาย

 
ข้อมูลจาก

http://listverse.com/2008/08/28/10-terrible-cases-of-kidnapping-and-abuse/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิถุนายน 2020, 16:20:05 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่