เหตุมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว สุดแปลก

ผู้เขียน หัวข้อ: เหตุมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว สุดแปลก  (อ่าน 128 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19792
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
เหตุมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว สุดแปลก
« เมื่อ: 31 กรกฎาคม 2020, 12:41:45 »

เหตุมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวสุดแปลก
โดย Cammy-เต่านรก

ที่ผ่านมามีรายงานการพบเห็นยูเอฟโอมากมายหลายพันรายงาน จนพวกมันดูจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
แต่กระนั้น ก็ยังมีประสบการณ์เกี่ยวกับ ยูเอฟโอ อีกประเภทหนึ่งที่ฟังดูแล้ว ตื่นเต้น แปลกประหลาด และเป็นปริศนา
นั้นคือ การลักพาตัวมนุษย์โลกโดยมนุษย์ต่างดาว ด้วยการพาตัวขึ้นยานอวกาศเพื่อนำไปทดลอง


มันเป็นจริงหรือไม่ ทำไมมนุษย์ต่างดาวจึงต้องการลักพาตัวมนุษย์?



การลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวนั้น แม้จะมีรายงานเกิดขึ้นหลายราย แต่กระนั้นก็มีเนื้อหาคล้ายๆ กันคือ ผู้ประสบเหตุ
กำลังขับรถตามลำพังในบริเวณรกร้างไร้ผู้คน (หรืออยู่คนเดียวในบ้าน ที่เปลี่ยว) และพวกเขาเริ่มรู้สึกตัวว่ามีจานบิน
กำลังตามรถ หรือลอยอยู่ที่ด้านข้างของถนน และนั่นคือสิ่งสุดท้ายที่เหล่าผู้ประสบเหตุจำได้ หลังจากนั้นความทรงจำ
ของพวกเขาก็จะดำมืด และจะจำไม่ได้ว่าชั่วโมงก่อนหน้าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

สัปดาห์ต่อมาเพื่อเขาเริ่มรู้สึกผิดปกติบางอย่างในตัวของเขา เช่น เริ่มฝันประหลาดว่าถูกลักพาตัวขึ้นไปจานบิน
และเริ่มมีอาการกังวลประหลาดๆ ความตึงเครียดเหล่านี้ทำให้พวกเขาต้องไปช่วยเหลือให้จิตแพทย์สะกดจิต
เพื่อกลับไปยังจุดเกิดเหตุซึ่งช่วยให้ผู้ประสบเหตุรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่


แหละภายใต้การสะกดจิตนั้น เขาจะเริ่มจำได้ว่าเขาหยุดรถอย่างไร หลังจากมองเห็นจานบิน และเมื่อมนุษย์ต่างดาว
ลงมาจากยาน ได้บีบบังคับให้เขาขึ้นไปบนนั้น หลังจากนั้นมนุษย์ต่างดาวได้ทำการตรวจสอบการแพทย์แบบแปลกๆ
แก่ผู้ประสบเหตุ แล้วพวกเขาก็จะหมดสติไป ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาในบ้าน หรือในรถ แล้วรู้ตัวว่าเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
โดยจะจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้า บางรายได้อ้างว่า มนุษย์ต่างดาวได้กลับมาเยือนพวกเขาอีกหลายครั้ง
หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์โดนลักพาตัวไป และบางครั้งพวกมันก็เข้ามาด้วยการทะลุผ่านกำแพงบ้าน?

อย่างไรก็ตาม ในจำนวนหลายพันรายงานการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวเหล่านั่น ยังมีรายงานบางรายงานที่ต้องบอกว่า
เป็นเรื่องที่แปลกในแปลกเลยทีเดียว ก็ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือว่าแต่งขึ้นเอง ลองไปติดตามกันครับ

 
 

Philip Spencer


 
ในปี 1987 ตำรวจนายหนึ่งชื่อฟิลิป สเปนเซอร์ ได้เดินผ่านทุ่งหญ้าที่อยู่ใกล้บ้านของเขาใน อัลเคิล มัวร์, ยอร์คเชียร์
ประเทศอังกฤษ ในมือของเขาถือกล้องและอาวุธไปด้วย เนื่องจากเขาพยายามจับภาพสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เขาเห็นในทุ่งหญ้า
เขาพยายามเดินไปอย่างช้าๆ ผ่านหมอกยามเช้าที่หนาแน่น (ทำให้เขาพกเข็มทิศบอกทางไปด้วย) และแล้วเขาก็ได้เห็น
สัตว์แปลกประหลาดขนาดเล็ก และเขาก็เหมือนว่าถูกคลื่นอะไรบางอย่างพยายามที่จะทำให้เขาออกจากพื้นที่
สเปนเซอร์ ยกกล้องของเขา และได้ถ่ายสิ่งมีชีวิตดังกล่าว ก่อนที่มันจะวิ่งเข้าไปหมอกหนายามเช้า


สเปนเซอร์ พยายามไล่ตามสิ่งมีชีวิตดังกล่าว แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นยูเอฟโอขนาดยักษ์อยู่เหนือท้องฟ้า
และหายไปในฟากฟ้า เขากลัวมากจึงรีบหนีไปที่หมู่บ้าน แต่เขากลับพบว่า เวลาหลายชั่วโมงก่อนหน้าของเขาหายไป
นาฬิกาของเขาหยุดเดิน และเข็มทิศของเขาชี้ไปทางทิ้งใต้ทั้งที่มันควรชี้ไปทางเหนือ

ส่วนรูปถ่ายสิ่งมีชีวิตลึกลับของเขา ก็ได้ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญซึ่งสุดท้ายก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า
มันคือของจริงหรือของปลอม

 


Mona Stafford, Louise Smith, and Elaine Thomas
 


วันที่ 6 มกราคม 1976 เพื่อนหญิงสามคนซึ่งประกอบด้วย โมนา สแตนฟอร์ด, หลุยส์ สมิธ, และเอเลน โทมัส
กำลังขับรถหลุยส์เชฟโรเลตลับบ้านหลังจากฉลองวันเกิด บนทางหลวงหมายเลข 78 ใน เคนตั๊กกี้ โดยมี หลุยส์ สมิธ
เป็นคนขับรถ แต่แล้วเธอก็รู้สึกว่าไม่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้ ในขณะที่รถเร่งความเร็วถึง 85 เธอก็รู้สึกกลัว
และกลัวยิ่งขึ้นเมื่อพวกเธอได้เห็นวัตถุขนาดใหญ่บนท้องฟ้า เหมือนโดมบินโฉบเหนือพวกเธอ


ก่อนที่พวกเธอจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในลานจอดรถบนทุ่งหญ้าที่มุ่งไปทางทิซทางตรงกันข้ามที่พวกเธอเดินทางกลับ
และเช่นเดียวกับกรณีลักพาตัว คือพวกเธอไม่สามารถจำความทรงจำ 80 นาทีก่อนหน้าได้เลยแม้แต่น้อย

หลังจากนั้นหญิงสามคนก็พบเรื่องประหลาด เมื่อปรากฏการเผาไหม้ที่ไม่สามารถอธิบายได้จากร่างกายของพวกเธอ
หลังจากรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกองทัพเรือ และสถานีตำรวจในท้องถิ่น พวกเขาก็ถูกสัมภาษณ์อย่างกว้างขวาง
และมีการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หนึ่งในสามของผู้หญิงได้ทำการสะกดจิต และได้อ้างว่าถูกลักพาตัวโดย
มนุษย์ต่างดาว เธอบอกว่าพวกเธอถูกทำการทดลองทางการแพทย์ที่น่าอับอาย และทรมานหลายอย่าง

นอกจจากนี้ยังมีชาวบ้านเกษตรกรในท้องถิ่นคนหนึ่ง ก็ให้การตรงกันว่าเห็นจานบินในพื้นที่ในคืนดังกล่าวเช่นกัน
 
 

Whitley Strieber


 
ในปี 1985 นักเขียนคนหนึ่งชื่อ วิตลีย์ สไตรค์เบอ กำลังนั่งพักผ่อนหย่อนใจในกระท่อมที่ห่างไกลในเขตเหนือของรัฐนิวยอร์ค
กับครอบครัวของเขา จนกระทั่งคนวันหนึ่งเขาก็ถูกปลุกตื่นขึ้นเพราะได้ยินเสียงดัง และเมื่อเขาลืมตาตื่นก็พบสิ่งมีชีวิต
ขนาดเล็กในห้องนอนของเขา ก่อนจะไม่รู้สึกตัว หลายชั่วโมงต่อมาเขาได้พบว่า ตัวเองอยู่คนเดียวในป่าใกล้บ้านของเขา
และความทรงจำชั่วโมงก่อนหน้าหายไป


ด้วยความช่วยเหลือของจิตแพทย์ทำให้ความทรงจำของเขาถูกกู้คืนมา โดยเขาบอกจำได้ว่าตนถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัว
ไปยังยูเอฟโอและทำการตรวจสอบร่างกายของเขาด้วยเครื่องมือประหลาด และถูกสารอะไรบางอย่างฉีดเข้าไปที่สมอง

และต่อมาเขาก็นำประสบการณ์ดังกล่าวมาแต่งเป็นหนังสือ เพื่อช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อมนุษย์ต่างดาวและมันกลายเป็น
หนังสือขายดีในที่สุดในเวลานั้น




John Salter Jr. and John III


 
ในคืน เดือนมีนาคมของ20 มีนาคม ปี 1988 จอห์น ซัสเตอร์ จูเนียร์ และลูกชายของเขาจอห์นที่ 3 ขับรถกะบะบนถนน
เส้นทางที่ 61 รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา แต่แล้วพวกเขาก็พบว่าตัวเองเดินทางในทิศทางตรงข้าม และความทรงจำ
ในชั่วโมงผ่านมา (ประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที) ของพวกเขาหายไป


หลายเดือนต่อมาพวกเขาก็เริ่มนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เขานึกได้ว่าระหว่างทางขับรถพวกเขาได้ตกตะลึงกับจานบินขนาดใหญ่
ส่องแสงสว่างจ้าจนต้องหยุดรถ และหลังจากนั้นได้มีสิ่งมีชีวิตออกมาจากยาน ลักษณะของมันสูงประมาณ 2 ฟุต หัวใหญ่มาก
ดวงตาโตเอียงขวาง จนดูเหมือนมนุษย์ตั๊กแตน หรือ เกรย์ (ชนิดหนึ่งของมนุษย์ต่างดาวที่พบบ่อยที่สุด) แขนขาผอมบาง
มีประมาณ 6 หรือ 7 ตัวและมีตัวหนึ่งสูง 6 ฟุต ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า พวกมันสื่อสารพวกเขาด้วยโทรจิต ก่อนที่จะพา
พวกเขาเข้าไปในยานของพวกมันด้วยแรงลึกลับ และทำการทดลองทางการแพทย์แปลกประหลาดอย่างละเอียด
ไม่ว่าการฉีดสารลึกลับที่คอ หรือ สอดวัตถุแปลกประหลาดเข้าไปในจมูก ก่อนที่จะถูกปล่อยออกมาในที่สุด 

แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมา พวกเขาก็เริ่มมีปัญหาเรื่องสุขภาพ มีอาการแปลกเกิดขึ้นเช่น มีจุดสีน้ำตาลบนหน้าอก
หรือมีสีแดงปรากฏด้านขวาของคอ

ซึ่งไม่เข้าใจเลยว่าเหตุผลที่พวกมันลักพาตัวพวกเขาไปทดลองเพื่ออะไรกันแน่?



Men in Black



วันที่ 10 พฤศจิกายน 1997 ในบริเวณพื้นที่แห่งหนึ่งของภูเขาเวลส์ ครอบครัวที่ไม่ระบุชื่อครอบครัวหนึ่งได้ขับรถตามทางหลวง
ทันใดนั้นเองก็มียานเหมือนของเด็กเล่นขนาดใหญ่เท่าสนามฟุตบอล สีม่วง บินร่อน ติดตามรถของพวกเขา มันทำให้พวกเขา
รู้สึกกลัวมาก และในช่วงเวลาต่อมา พวกเขาพบว่าตนเองอยู่บนรถบนทางด่วน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และความทรงจำ
หลังจากพบจานบินดังกล่าวก็ได้หายไป


หลายวันต่อมาเมื่อสามีของครอบครัวดังกล่าว ได้ไปพบหมอฟันเนื่องจากเกิดอาการปวดฟัน และเมื่อทำการตรวจก็พบ
สิ่งแปลกปลอมสีดำอยู่ที่ฟันกรามด้านบน และหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เล่าประสบการณ์ดังกล่าวแก่หน่วยงานท้องถิ่น
พวกเขาถูกชายสองคนในชุดสูทสีดำ โดยอ้างว่ามาจากกองทัพอากาศ เหมือนคนจากภาพยนตร์เรื่อง Men in Black
มาหาเขา และเตือนว่าอย่าเอาเรื่องดังกล่าวเปิดเผยแก่สาธารณะชนดังกล่าวโดยเด็ดขาด

และหลังจากสอบถามคนในพื้นที่ดังกล่าว พบว่ามีหลายคนอ้างว่าได้เห็นยูเอฟโอลักษณะเดียวกัน ในคืนเดียวกันกับที่
ครอบครัวดังกล่าวที่ถูกลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว ก่อนที่จะสูญเสียความทรงจำในเวลาต่อมา

 


Kelly Cahill and her family
 


ในเดือนสิงหาคม ปี 1993 ที่ออสเตรลีย เคลลี่ เคฮิลล์ และครอบครัวของเธอได้ขับรถกลับบ้านจากบ้านเพื่อนประมาณ
เที่ยงคืน และพวกเขาก็ได้เห็นยูเอฟโอบินร่อนลงด้านข้างของถนน และอ้างว่าเห็นมนุษย์ต่างดาวออกจากหน้าต่างของยาน
และยานบินยูเอฟโอ ก็บินสูงขึ้นออกอย่างรวดเร็วและหายไป จากนั้นครอบครัวก็เกิดอาการตาบอด และไร้สติจากแสงสว่าง
ที่ส่องรอบของรถพวกเขา


โดยเธอเล่าว่า เธอรู้สึกผ่อนคลายไร้สติทันทีหลังจากแสงดังกล่าวส่องมา และเมื่อได้สติกลับคืน พวกเขาก็พบว่าตัวเอง
อยู่บนท้องถนนใกล้บ้าน แต่ความทรงจำที่เพิ่งผ่านมานั้นทุกคนจำไม่ได้ ส่วนเคลลี่ก็ได้พบว่ามีเครื่องหมายรูปสามเหลี่ยม
ที่ผิดปกติแปลกๆ ใกล้สะดือ ซึ่งเธอไม่เคยเห็นมาก่อน

ไม่กี่สัปดาห์ต่อมาเธอก็เกิดอาการไม่สบายต้องเข้าโรงพยาบาล เนื่องจากติดเชื้อในมดลูก และปวดรุนแรงที่กระเพาะอาหาร
จากเหตุการณ์นั้นเธอก็ได้ปลดล็อกความทรงจำที่หายได้ โดยเธอบรรยายว่า จานบินที่เธอเห็นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 150 ฟุต
และมนุษย์ต่างดาวสูงมาก และทำรวบรวมสิ่งที่อยู่ข้างใต้มัน เธอยังเห็นรถด้านข้างของถนน

และต่อมาคนในครอบครัวก็จำเรื่องเกิดขึ้นได้สอดคล้องกับเธอ โดยให้การเป็นไปทางเดียวว่าพวกเขาถูกทดสอบ
ทางการแพทย์ประหลาด




Charles L. Moody


   
เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 1975 เวลาประมาณ 01:15 จ่ากองทัพอากาศชาร์ลส์ แอล. มูดี้ กำลังอยู่ในทะเลทรายของนิวแม็กซิโก
เพื่อดูฝนดาวตก และแล้วเขาก็ได้เห็นจานบินขนาดใหญ่ที่กำลังร่อนลงมาพื้นดิน เขาตกใจในสิ่งที่เห็นจึงรีบวิ่งไปที่รถของเขา
แต่นั้นยังไม่จบ เขาได้ยินเสียงดังแหลมสูงจากจานบินดังกล่าว  และมันก็ร่องลงบริเวณใกล้เคียงของเขา และเขาก็ได้เห็น
สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กลงจากยาน


เมื่อเสียงแหลมสูงหยุดลง เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาชา และความทรงจำชั่วโมงครึ่งของเขาก็หายไป เมื่อเขากลับมาได้สติอีกครั้ง
เขาก็พบว่าจานบินได้หายไปแล้ว ในวันถัดมาเขาเกิดอาการปวดหลังและอาการผื่นแปลกๆ และเมื่อเขาไปหาจิตแพทย์เขาก็ได้รับ
การสะกดจิตเพื่อลดอาการเจ็บปวดของเขา พร้อมกับได้ปลดล็อกความทรงจำที่หายกลับคืนมา โดยเขาอ้างว่าถูกมนุษย์ต่างดาว
ลักพาตัวออกจากรถและนำไปไว้ในจานบิน เขาถูกวางบนโต๊ะโลหะและทำการทดลองทางการแพทย์ มันสื่อสารทางโทรจิตกับเขา

โดยกล่าวว่ายานแม่ของพวกเขากำลังบินเหนือโลก และพวกเขาไม่มีแผนที่จะกลับมายังโลกจนถึง 20 ปีข้างหน้า
 
 
 
 
Barney and Betty Hill


 
เมื่อตอนเย็น 19 กันยายน ค.ศ.1961 ในรัฐนิวแฮมเชียร์ สหรัฐอเมริกา บาร์นีย์ ฮิลส์วัย 39 ปี พนักงานไปรษณีย์
และนางเบ็ตตี้ ฮิลล์ ภรรยาของเขา กำลังขับรถเพื่อกลับบ้าน ระว่างทาง วกเขาก็ได้สังเกตสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็น
ยูเอฟโอรูปซิการ์ลอยบนถนนเมืองนอร์ธ วู้ดสต็อค และแล้วหลังจากนั้น พวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้สติไม่สามารถจำ
เรื่องที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นได้
(รายงานบอกว่าความจำพวกเขาหายไป 2 ชั่วโมง โดยไม่สามารถอธิบายได้ว่า
ช่วงที่หายพวกเขาไปทำอะไรไว้)

หลังจากนั้นหลายสัปดาห์ต่อมา พวกเขาทั้งสองก็บ่นเรื่องความฝันที่น่ากลัวและประหลาดของพวกเขา ทั้งสองจึงไปพบจิตแพทย์
และใช้วิธีสะกดจิตแบบย้อนหลัง เพื่อปลดล็อกความทรงจำที่สูญหายก็พบว่าสองสามีภรรยาถูกมนุษย์ต่างดาวลักพา
โดยลักษณะมนุษย์ต่างดาวนนั้น มีศีรษะทรงลูกแพร์ และดวงตากลมโต ซึ่งนำตัวสามีภรรยาขึ้นบนยานบิน ทำการทดลอง
ทางการแพทย์และวิทยาศาสตร์ต่างๆ ก่อนที่จะถูกมนุษย์ต่างดาวปล่อยตัวพวกเขาโดยได้สะกดจิตว่า ห้ามเปิดเผย
เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

และแล้วกรณีครอบครัวฮอลล์ก็กลายเป็นเหตุการณ์ลักพาตัวครั้งแรกโดยมนุษย์ต่างดาว(อย่างเป็นทางการ)
ในสหรัฐอเมริกานับจากนั้นเป็นต้นมา

 
 


Betty Andreasson


   
หนึ่งในรายงานการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวที่แปลกยิ่งกว่าแปลก และมีชื่อเสียง คือกรณีของการลักพาตัว เบ็ตตี้ อันเดรียสัน
เมื่อตอนเย็นของวันที่ 25 มกราคม 1967 ประมาณ 6:35 ที่หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งในแอชเบิร์นแฮม แมสซาซูเซต ของ
ฤดูหนาวเย็น หิมะตก แบ็ตตี้ อันเดรียสัน แม่บ้านลูก 7 คน และพ่อของเธอกำลังดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น กระทั่งแสงไฟ
ในบ้านเริ่มกระพริบจากนั้นจึงดับวูบลง ทันใดนั้นเองที่หัวครัวก็มีแสงไฟสีชมพูส่องผ่านหน้าต่างลงมา ทำให้คนในครอบครัว
จึงเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น


ทันใดนั้นเองพ่อของเบ็ตตี้ ก็ได้เห็นสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด 5 ตัว บุกรุกผ่านห้อง ในลักษณะผ่านทะลุผนังห้อง ราวกับผี
โดยลักษณะพวกมันเหมือนคนแต่งชุดฮัลโลวีน ตัวเล็กประมาณ 4 ฟุตแต่มีตัวหนึ่งสูง 5ฟุตและคาดว่าจะเป็นหัวหน้า
ส่วนหัวใหญ่ทรงลูกแพร์ขนาดใหญ่เกินตัว ใยหน้าเหมือนพวกมองโกลอยด์ ผิวสีเทา ตาดำ สวมชุดเครื่องแบบแนบลำตัว
สีน้ำเงินเข้มส่องระกาย แขนเสื้อแต่ละข้าตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ ที่เหมือนนกกางปีก มือสามนิ้วสวมถุงมือและสวมรองเท้าบูต
และกระโดดเหมือนตั๊กแตน พวกมันก็กระจายตัวไปทั่วบ้าน ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวของเบ็ตตี้ก็อยู่ในลักษณะ
เคลื่อนไหวไม่ได้ และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำมืดไปหมด

สองสามเดือนต่อมา เบ็ตตี้ก็เริ่มจำรายละเอียดคืนวันดังกล่าวได้ โดยเธออ้างว่ามนุษย์ต่างดาวผ่านประตูที่ปิดไว้ พวกมัน
เข้ามาเหมือนเดิมตามผู้นำที่ตัวสูงกว่า ผ่านประตูไม้เข้ามาทีละคนทีละคน พวกมันเดินผ่านเข้ามาเหมือนภูตผี แต่พวกมัน
เหมือนจะเป็นมิตรและสื่อสารกับเบ็ตตี้ด้วยทางโทรจิต

จากนั้นเบตตี้ก็เล่าว่า เธอลอยตัวไปยังจานบินโดยมนุษย์ต่างดาว ขณะอยู่บนยานเธอได้รับการตรวจสอบทางด้านการแพทย์
ในห้องกลมรูปโดมเข็มยาวเล่มหนึ่งไม่เพียงสอดเข้าไปทางสะดือ แต่ยังที่รูจมูกและศีรษะ เธอจำได้ว่าเดินทางเข้าไปใน
สภาพแวดล้อมลึกลับ เหมือนอยู่ดาวดวงอื่น อาคารดูเหมือนปิรามิด ท้องฟ้าสีเขียว

หลังจากนั้นเวลาประมาณ 10:40 เบตตี้ก็ถูกส่งกลับบ้าน และยังพบครอบครัวของเธอยังอยู่สภาพหยุดการเคลื่อนไหว
ก่อนที่ความทรงจำจะหายไปในช่วงเวลาดังกล่าว และทุกอย่างก็เป็นปกติอีกครั้ง

ต่อมาในปี 1975 เบ็ตตี้ก็ได้เล่าเรื่องดังกล่าวแก่นักวิจัยยูเอฟโอ และมีการตรวจสอบด้วยการสะกดจิต และการใช้เครื่องจับโกหก
จนกลายเป็นกรณีลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวที่มีชื่อเสียงในที่สุด

 



Jack and Jim Weiner and their friends


   
หนึ่งในกรณีที่โด่งดังของการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาวคือ เหตุการณ์ลักพาตัวที่อัลลากาช (Allagash Abductions)
โดยปี 1973 สองวัยรุ่นพี่น้องจิมและแจ๊ค วีเนอร์ฝาแฝด พร้อมเพื่อนอีก 2 คนคือชาร์ลี ฟอลทช์ และชัค แรคได้ชวนกันไป
ล่องเรือนแคนู ในช่วงวันหยุดฤดูร้อนของมหาลัยที่วนอุทยานแห่งชาติอัลลากาช ในภาคเหนือของรัฐเมน โดย 3 วันแรก
ที่เดินทางไม่ได้อะไรนัก จนกระทั่งวันที่ 26 สิงหาคมม ในตอนกลางคืนเดือนมืด ทั้ง 4 คนได้พากันไปพายเรือแคนูใน
ทะเลสาบอีเกิ้ลเพื่อล่องไปตกปลา


และในขณะที่ทั้ง 4 พายเรือ แคนูอยู่นั้นเอง พวกเขาก็ได้เห็นวัตถุส่องแสงสว่างมากโผล่บนท้องฟ้า มันไม่เหมือนจานบิน
แต่เหมือนพลังงานพลาสม่าขนาดใหญ่เท่ารถบรรทุก หรือรถแทร็คเตอร์มากกว่า พวกเขาตกใจมากและลองใช้ไฟฉายส่อง
มันเป็นสัญญาณให้แก่มัน จานบินเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาหาพวกเขาอย่างช้าๆ พวกเขาเห็นท่าไม่ดีเลยจ้ำเรือพายอย่างรวดเร็ว
เพื่อหนีขึ้นฝั่ง หากแต่วัตถุดังกล่าวกลับเข้าใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา และเมื่อเขาใกล้ขึ้นฝั่งเขาก็พยายามขว้างหินใส่มัน
แต่ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตาม ลูกไฟดังกล่าวก็ส่องแสงลุกโชติช่วงไม่กี่นาทีก็ดับมอดลง และช่วงเวลานี้เองความทรงจำ
ของพวกเขาทั้ง 4 คนก็หายไป ก่อนที่จะได้สติกลับมาอีกครั้งโดยไม่สามารถอธิบายได้ว่าความทรงจำที่หายไปมันนาน
เท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันนานมาก


หลังจากที่ทุกคนกลับบ้านพวกเขาก็ฝันร้าย โดยฝันเหมือนกันว่าพวกเขาอยู่ในห้องหนึ่งซึ่งมีสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดยืนอยู่
ลักษณะของมันศีรษะโต ดวงตาโต ร่างกายผอมและบาง มีนิ้ว 4 นิ้ว และมันทำการทดลองทางการแพทย์พวกเขา ทีละคนๆ
โดยการทดลองแต่ละอย่าง ค่อนข้างน่าอับอาย และละมิดสิทธิส่วนบุคคล เช่น การโทรจิตให้เห็นภาพเย้ายวนต่างๆ
การเก็บตัวอย่างน้ำเชื้ออสุจิ การทำเครื่องมือส่องสำรวจร่างกาย ฯลฯ ก่อนที่จะส่งพวกเขากลับทีเดิมโดยส่งพวกเขานั่งบนเรือแคนนู

ต่อมาทั้งหมด 4 คนได้รับการสะกดจิตเพื่อปลดล็อกความทรงจำโดยการแยกกัน และทั้ง 4 คนต่างให้การสอดคล้องกัน
และเมื่อขอให้ทุกคนเข้าเครื่องจับเท็จ ซึ่งผลปรากฏว่าทั้ง 4 พูดความจริง

 


Antonio Villas Boas


 
อัตโตนีโอ วิลลาส โบแอส (1934-1992) เป็นชาวนาบราซิลใน หมู่บ้านฟรานซินโก เด เซเลา ในเมืองเซาเปาโล
และเป็นหนึ่งในเหยื่อที่ถูกลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว ในปี 1957 ที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเรื่องที่เขา
อ้างนั้นบอกว่าเขามีเซ็กส์กับมนุษย์ต่างดาว
(โอ้ววว!!)

ในตอนนั้นอัตโตนีโออายุ 23 ปี ความจริงแล้วเขาพบจานบินหลายครั้งก่อนหน้าลักพาตัว เมื่อมีแสงผ่านตัวเขาและ
น้องชายหลายครั้ง จนกระทั่งเขาถูกลักพาตัวเมื่อ 16 ตุลาคม 1957 ตอนนั้นเขากำลังพรวนดินด้วยรถแทร็คเตอร์
อยู่คนเดียวในตอนกลางคืนตีหนึ่ง (เนื่องจากวันนั้นอากาศร้อนมากๆ เขาเลยมาทำตอนกลางคืน)

ทันใดนั้นเขาได้เห็นแสงสีแดงที่ตอนแรกเป็นดวงเล็กๆ ไกลออกไป แต่มันก็เริ่มใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และมันมุ่งหน้ามาหาเขา
เขาพบว่ามันเป็นวัตถุบินได้รูปไข่สองแสงสว่างมาก เขาพยายามหนี แต่เครื่องยนต์กลับดับลงกะทันหัน เขาเลยกระโดดรถ
วิ่งหนี แต่กลับโดนสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่ไม่ใช่มนุษย์สูงประมาณ 1.5 เมตร(5 ฟุต) สวมชุดคับๆ สีเทาสวมหมวกกันน็อก
เชื่อมติดกันหมวกเกราะ โดยมีท่อสีน้ำเงินสามท่อแต่ละชุด มีเกราะสีแดงขนาดผลสับปะรดบนหน้าอก ตามีขนาดเล็ก
และสีฟ้า และพูดเหมือนตะโกน พวกมันมากันสามคน และจับเขาขึ้นไปบนยาน

เขาถูกพาไปยังห้องหนึ่ง พวกมันถอดเสื้อผ้าและเช็ดตัวเขา นอกจากนั้นยังเอาเลือดจากคางของเขาไปด้วย หลังจากนั้น
เขาก็พาไปห้องที่สามและเหลือตัวคนเดียวประมาณครึ่งชั่วโมง ในช่วงเวลานั้นมีก๊าซหนึ่งถูกสูบเข้ามาในห้องทำให้เขา
ล้มป่วยอย่างรุนแรง

หลังจากนั้นไม่นานเขาได้อ้างว่ามีผู้หญิงเปลือยสวยคนหนึ่งเข้ามาในห้องของเขา เธอมีดวงตาเฉียงโตสีฟ้า จมูกของเธอ
ไม่โด่งหรือไม่ใหญ่เกินไป โครงหน้าของเธอโหนกแก้มสูงมากทำให้ใบหน้าเธอกว้างมาก(กว้างกว่าผู้หญิงอินเดียนของอเมริกาใต้)
แต้ใต้นั้นใบหน้าของเธอแคบลงอย่างมาก และไปสิ้นสุดที่คางแหลมของเธอ ลักษณะเช่นนี้ทำให้หน้าครึ่งล่างเหมือน
รูปสามเหลี่ยม ผมของเธอสีขาว (คล้ายทองคำขาวสีบลอนด์) โดยเขาเล่าว่าเขาถูกผู้หญิงคนนั้นดึงดูดให้มีเพศสัมพันธ์
โดยระหว่างทำกิจกรรมนั้น เขาเล่าว่าผู้หญิงไม่ได้จูบเขา เมื่อเสร็จกิจเธอก็ออกจากห้อง เธอได้ชี้ที่ท้องของเธอ
ต่อมาที่ตัวของเขา และชี้ที่ท้องฟ้า หลังจากนั้นเขาก็ก็ถูกนำตัวลงจากยาน และยานดังกล่าวก็หายวับบนท้องฟ้า


แน่นอนหลายฝ่ายไม่เชื่อเรื่องอัตโตนีโอเล่า เพราะว่ามนุษย์ต่างดาวทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ในเมื่อพวกเขามีวิทยาการชั้นสูง
ทำไมมันถึงใช้วิธีโบราณอย่างจับมนุษย์มาทดลอง แต่กรณีของอัตโตนีโอนั้นถือได้ว่าเป็นการลักพาตัวโดยมนุษย์ต่างดาว
โดยมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ และเป็นคนไม่กี่คนบนโลกมนุษย์ที่มีเซ็กส์กับมนุษย์ต่างดาว

ต่อมาอัตโตนีโอได้กลายเป็นทนายความ แต่งงานและมีเด็กสี่คน เขาตายในปี 1992 แต่เรื่องราวของเขายังเป็นที่
ถกเถียงทางลัทธิเชื่อยูเอฟโอต่อไป

 
 
 
อ้างอิง

3 Bizarre Tales of Alien Abduction
10 Amazing Tales of Alien Abduction
http://www.oddee.com/item_97917.aspx
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 01 สิงหาคม 2020, 17:25:34 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่