ป่าพิศวงของโลก

ผู้เขียน หัวข้อ: ป่าพิศวงของโลก  (อ่าน 67 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19792
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
ป่าพิศวงของโลก
« เมื่อ: 28 สิงหาคม 2020, 15:44:01 »

ป่าพิศวงของโลก
โดย Cammy-เต่านรก

North Sentinel Island Forest
 


ป่าในเกาะผู้พิทักษ์เหนือ เป็นป่าในเกาะผู้พิทักษ์ทิศเหนือ ซึ่งเป็นหนึ่งในหมู่เกาะอันดามันในอ่าวเบงกอล
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของประเทศไทย ห่างจากหมู่เกาะอันดามันใต้ไป 29 กิโลเมตร
เกาะดังกล่าวล้อมรอบด้วยแนวปะการังและไม่มีที่จอดเรือ ทำให้เกาะดังกล่าวไม่ได้รับการบุกรุกโดย
ชาวยุโรปในช่วงล่าอาณานิคม อีกทั้งป่าแห่งนี้ยังถูกปกคลุมด้วยป่าไม้ที่เก่าแก่อุดมสมบูรณ์ รวมไปถึง
ชาวพื้นเมืองเก่าแก่ที่เรียกว่า “Sentinelese” พวกเขายังคงดำรงชีวิตแบบยุคโบราณอย่างเหนียวแน่น
และเป็นเผ่าไม่กี่เผ่า ที่ยังคงปฏิเสธความเจริญไม่กี่แห่งในโลก


แม้ว่าอินเดียจะอ้างสิทธิ์บนเกาะนี้ แต่ไม่สามารถเข้ามาสำรวจบนเกาะได้ เพราะชาวพื้นเมืองจะใช้ธนูยิง
เฮลิคอปเตอร์ หรือ เรือที่เข้ามาใกล้ๆในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 หลังจากคลื่นสึนามิถล่มในเดือน
ธันวาคม 2004 ทางการอินเดียได้มีการส่งเฮลิคอปเตอร์บินเหนือเกาะนี้ผลคือต่อต้านจากชาว
เผ่าโดยการเล็งธนูไปยังเฮลิคอปเตอร์ทำให้ไม่ทราบข้อมูลต่างๆ บนเกาะนี้เลย
 


Crooked Forest



ป่าโค้งงอ เป็นป่าเล็กๆ ทางตะวันตกในประเทศโปแลนด์ ซึ่งเป็นป่าที่มีต้นสนประมาณ 400 ต้นที่เจริญเติบโต
รูปร่างผิดปกติ โดยลำต้นส่วนล่างโค้งงอ 90 องศาไปทางทิศเหนือ และล้อมรอบด้วยป่าขนาดใหญ่ที่ต้นไม้
อื่นเป็นปกติ


ป่าสนแห่งนี้ถูกปลูกขึ้นราวปี 1930 โดนฝีมือของมนุษย์ และต้นไม้โค้งงอเหล่านี้ก็น่าจะเกิดจากอุปกรณ์
บางอย่างของมนุษย์ แต่วิธีการแรงจูงใจสำหรับการสร้างป่าดังกล่าวยังคงเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน
แต่เชื่อว่าป่าแห่งนี้ปลูกเพื่อเอาไปทำเฟอร์นิเจอร์ โดยใช้เวลา 7-10 ปีในการทำให้โค้งงอด้วยอุปกรณ์
บางอย่างโดยมีวัตถุประสงค์ตัดลำต้นโค้งงอแปลกประหลาดเหล่านี้เอาไปทำเฟอร์นิเจอร์เพื่อนำไปขายได้ราคาดี



Red Forest
 


ป่าเรดฟอเรสต์ หรือป่าสีแดง เป็นป่าที่อยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตร ในพื้นที่รอบโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิล
ประเทศยูเครน หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ระเบิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1986 ป่าดังกล่าว
ก็ได้รับปริมาณรังสี ควัน และฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนจำนวนมาก จนกลายเป็นสถานที่ปนเปื้อนกัมมันตรังสี
มากที่สุดในโลก ซึ่งสถานที่ต้องห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป ส่วนชื่อป่าสีแดงนั้นมาจากสีของป่าสน
ซึ่งเสียชีวิตอยากการดูดซึมรังสีจนตายนั้นเอง


อย่างไรก็ตาม ป่าแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นป่าที่นักวิทยาศาสตร์หลายคนสนใจในเรื่องผลของกัมมันตรังสีที่ส่งผลกระทบ
กับเมืองชนบทและสภาพแวดล้อมธรรมชาติในหลายปีที่ผ่านมา เพราะเป็นที่น่าทึ่งเมื่อเวลาผ่านไปนานหลายศตวรรษ
พืชและสัตว์ป่าหลายชนิดในป่าแห่งนี้ยังคงอาศัยอยู่ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันสามารถปรับสภาพตัวของมันเข้ากับ
สภาพแวดล้อมได้ เช่น นกกระสา, ปีเวอร์, กวาง, นกอินทรีย์ ฯลฯ และหลายชนิดเป็นสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์
เช่น หมีสีน้ำตาล, ม้าป่าพรีวอลสกี จนต้องมีการปักห้ามล่าสัตว์ป่า

ส่วนเรื่องผลกระทบของสารกัมมันตรังสีต่อวิวัฒนาการทำให้สัตว์กลายพันธ์นั้นตอนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด
ว่ามีการพบพวกสัตว์น่าตาแปลกประหลาดหรือไม่ แต่กระนั้นการสำรวจพบว่าป่าในบริเวณดังกล่าวมีการเจริญพันธุ์
น้อยกว่าปกติ และป่าแห่งนี้มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก
 



Chestnut Hills


   
โรคใบไหม้เกาลัด เป็นโรคอันตรายของเกาลัดอเมริกันที่ก่อให้เกิดความสูญเสียเป็นวงกว้างในภาคตะวันออกอเมริกา
โดยโรคดังกล่าวข้ามน้ำทะเลผ่านเกาลัดนำเข้าเมื่อปี 1900 และปี 1940 โรคดังกล่าวก็ได้ทำลายเกาลัดอเมริกัน
จนเกือบหมดโดยเชื้อราจะทำลายต้นไม้ผ่านเปลือกไม้และฆ่าเยื่ออ่อนระหว่างเปลือกกับเนื้อไม้และทำลายกิ่งก้าน
สาขาและลำต้นจนเกาลัดยืนตาย เคยมีคนแก้ปัญหานี้โดยเอาต้นเกาลัดที่เป็นโรคออกจากป่า แต่สุดท้ายวิธีดังกล่าว
ก็ไม่สามารถหยุดการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้


ป่าที่เหลือต้นเกาลัดที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกา คือสถานที่ที่เรียกว่าภูเขาเกาลัด ตั้งอยู่ในเวสต์เซเลม รัฐวิสคอนซิน
โดยภูเขาเกาลัดมีต้นเกาลัดประมาณ 2500 ต้น ในพื้นที่ 60 ไร่ โดยเริ่มจากเม็ดเกาลัดลูกหลานเพียงโหลเดียว
โดยมาร์ติน ฮิกส์นำมาปลูกในช่วงปลายยุค 1800 และเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เริ่มถูกก่อกวนโดยโรคใบไหม้เกาลัด
อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังคงคิดหาวิธีในการปกป้องเกาลัดอเมริกันเอาไว้
 



Sea of Trees
   


ทะเลป่าหรือป่าอะโอกิงาฮารา เป็นป่าที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของภูเขาไฟฟูจิ ในประเทศญี่ปุ่น
ทะเลป่าเป็นป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้ยักษ์ และถ้ำที่ซ่อนมากมาย มันเป็นสถานที่มืดมากเนื่องจาการเจริญเติบโต
อย่างหนาแน่นของป่า ที่น่าแปลกคือสถานที่แห่งนี้ไม่มีสัตว์ป่าและสถานที่ที่เงียบสงบ อย่างไรก็ตามป่าแห่งนี้
มีชื่อเสียงในการเป็นสถานที่ฆ่าตัวตายที่มีเพิ่มขึ้นทุกปี โดยจำนวนคนที่มาฆ่าตัวตายในป่าแห่งนี้ไม่แน่ชัด
จากสถิตในปี 2004 มีการพบศพคนกว่า 108 ศพซ่อนอยู่ในป่าอะโอกิงาฮารา ด้วยเหตุนี้มันจึงเป็นสถานที่
ฆ่าตัวตายที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของโลกโดยบริยาย


ในที่สุดรัฐบาลญี่ปุ่นได้หยุดการเผยแพร่ข้อมูลจำนวนคนที่มาฆ่าตัวตายในป่า ในปี 2010 มีรายงานว่าคนกว่า
247 คนพยายามฆ่าตัวตายในทะเลป่า แต่มีเพียง 54 รายประสบผลสำเร็จ  ส่วนมากมักใช้วิธีแขวนคอฆ่าตัวตาย
เพราะอัตราการฆ่าตัวตายนี่เองที่ทำให้ทางการต้องปักป้ายทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษว่าโปรดคิดไตร่ตรอง
สักนิดก่อนฆ่าตัวตาย

อัตราการฆ่าตัวตายของญี่ปุ่นยังคงเป็นปัญหาสำคัญและเพิ่มขึ้นหลังจากเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2011
ที่ญี่ปุ่นฝั่งตะวันออกถูกคลื่นสึนามิพัดถล่มทำให้หลายคนสิ้นเนื้อประดาตัว อีกทั้งปัญหาสภาพสังคมของญี่ปุ่น
ที่มีปรากฏการณ์วัยรุ่นรักสันโดษมีจำนวนมากขึ้นที่แยกตัวออกจากครอบครัวและไม่สามารถใช้ชีวิตตามความฝัน
ของตนได้ ทำให้หลายคนมักเลือกที่จะจบชีวิตในสถานที่แห่งนี้ นอกจากนี้ป่าแห่งนี้ยังมีตำนานน่ากลัวมากมาย
โดยเชื่อว่าสมัยก่อนครอบครัวยากจนมักนำผู้สูงอายุมาทิ้งป่าแห่งนี้เพื่อลดค่าใช้จ่าย
 


Trillemarka – Rollagsfjell Forest
 


ป่า Trillemarka – Rollagsfjell เป็นธรรมชาติสำรอง ใน Buskerud นอร์เวย์ ถูกสร้างขึ้นเมื่อวันที่
13 ธ.ค. 2003 ตั้งอยู่ในภูเขาระหว่าง Nore ใน Numedal และ Solevann ถือว่าเป็นป่ารกร้างโบราณ
ที่เต็มไปด้วยป่าไม้ แม่น้ำ ทะเลสาบ และต้นไม้เก่าแก่ใกล้สูญพันธุ์มากมาย


ป่า Trillemarka – Rollagsfjell ถือว่าเป็นพื้นที่ห้ามใครเข้าไปแตะต้องไม่กี่แห่งในประเทศนอร์เวย์
เนื่องจากเต็มไปด้วยพืชและสัตว์นาๆ พันธุ์ที่หายาก เช่น สัตว์ตระกูลนกหัวขวานต้นไม้, นกกางเขนไซบีเรีย.
นกพิราบสต็อก และเหยี่ยวขนทอง  พืชพืชเชื้อรา, มอส ไลเคน ปัจจุบันประมาณ 75 % ของป่าได้รับ
การคุ้มครองจากรัฐบาลและมีการถกเถียงในประเทศว่าพื้นที่สำรองเท่าไหร่ที่ลูกหลานในอนาคต
ปรากฏว่านอร์เวย์ยังคงเป็นประเทศล้าหลังกว่าประเทศเพื่อนบ้านในการป้องกันป่า
 


Dark Entry Forest
 


ป่าทางเข้าสู่มืด เป็นป่าที่อยู่ในดัดลีย์ ทาวน์เป็นเมืองผีที่ตั้งอยู่ในคอร์นวอล รัฐคอนเนตทิคัต ก่อตั้งขึ้น
ในช่วงยุคกลาง 1740 และเป็นชุมชนที่เจริญมากในศตวรรษที่ 18 เนื่องจากเป็นเมืองอุตสาหกรรมเหล็ก
ของภูมิภาคและเป็นที่นิยม หากแต่แล้วต่อมาเมืองแห่งนี้ก็เริ่มกลายเป็นเมืองที่มีปรากฏการณ์แปลกประหลาด
ไม่ว่าจะเป็นการฆาตกรรมลึกลับ และการฆ่าตัวตายหมู่ รวมไปถึงผู้ที่อยู่อาศัยในเมืองเริ่มเห็นผีหลอก
วิญญาณหลอน จนมีอาการทางจิตบอกว่าปีศาจได้ออกคำสั่งให้ฆ่าตัวตาย บางคนก็เพ้อเกี่ยวกับ
สัตว์ป่าต่างๆนาๆ จนเสียสติ


ในตำนานเล่าว่าเมืองแห่งนี้ถูกสาปแช่งโดยพระราชวงศ์อังกฤษทได้สาปแช่งผู้ก่อตั้งเมืองให้ครอบครัว
ถึงแก่ความตายชั่วกักชั่วกัลป์ก่อนที่จะย้ายไปตั้งถิ่นฐานอเมริกา อย่างไรก็ตามนักวิจัยเชื่อว่าเมืองแห่งนี้
มีน้ำไม่เหมาะแก่การแพะปลูกและมีสารตะกั่วจำนวนมากทำให้คนที่ดื่มมันเสียชีวิต

ในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 คนในเมืองก็เริ่มย้ายออกไป และได้กลายเป็นเมืองที่ถูกทิ้งร้าง และการเป็นเมืองผี
ที่เฮี้ยนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยบรรยากาศเมืองแห่งนี้รายล้อมไปด้วยป่าเขา และเส้นทางที่เลี้ยวลดคดเคี้ยว
ซากปรักหักพัง ทำให้เมืองแห่งนี้น่ากลัวมากขึ้น จนถูกขนานนามอีกชื่อว่าเป็นสถานที่น่ากลัวที่สุดของโลก
อย่างไรก็ตามสถานที่แห่งนี้ไม่ให้หลายคนเข้าเนื่องจากเป็นกรรมสิทธิเอกชนไม่ให้ผู้ใดเข้าไป
และจะถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกสถานที่


 
Ardennes



ป่าอาร์แดน (เป็นป่าที่อยู่ในจังหวัดอาร์แดน) เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ในแคว้นช็องปาญาร์แดนในประเทศฝรั่งเศส
อาร์แดนที่ตั้งตามชื่อภูมิภาคอาร์แดน ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างฝรั่งเศส,
เบลเยียมและลักเซมเบิร์ก เปาป่าที่มีบริเวณกว้างขวาง ปกคลุมไปด้วยป่าไม้แน่นหนาและภูมิประเทศขรุขระ
อุดมไปด้วยแร่ธาตุ อีกทั้งยังถือว่าเป็นตำแหน่งยุทธศาสตร์สำคัญ ในประวัติศาสตร์สถานที่แห่งนี้มีการต่อสู้ใน
สงครามปล่อยครั้ง ซึ่งอาร์แดนเป็นบริเวณที่มีการต่อสู้อย่างหนักทั้งในสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและสงครามโลกครั้งที่สอง




ป่าอาร์แดนเป็นสมรภูมิต่อสู้สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 คือการรบในอาร์แดน (1914) การรบในฝรั่งเศส (1940)
และการรบที่รอยต่อ(1944) โดยเฉพาะการรบที่รอยต่อ (Battle of the Bulge) ถือว่าเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด
เลือดพล่านในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ทหารนาซึพยายามตอบโต้พันธมิตรที่พกพลขึ้นบก ในประเทศฝรั่งเศสในป่าอาร์แดน
โดยเป็นการต่อสู้ด้วยกองทัพรถถังทั้งสองฝ่ายแบบเต็มกำลัง โดยฝ่ายเยอรมันเป็นฝ่ายบุก ฝ่ายอเมริกันเป็นฝ่ายตั้งรับ
ทำให้หลายเมืองเสียหายจากการสู้รบดังกล่าวอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามป่าอาร์แดนยังคงสวยงามจนถึงปัจจุบัน
และได้กลายเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การทำกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การล่าสัตว์, ขี่จักรยาน, เดินเล่น, พายเรือแคนู
และการเดินตามรอยสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่กำลังเป็นที่นิยม



Hoia-Baciu Forest


 
ป่าโฮย่า-บาซิว ตั้งอยู่ในนาโปกา ประเทศโรมาเนีย เป็นป่าที่ถูกขนานนามว่าสามเหลียมเบอร์บิวด้าของโรมาเนีย
อันเนื่องจากมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นป่าแห่งนี้หลายครั้ง โดยป่าแห่งนี้ตั้งชื่อตามคนเลี้ยงแกะที่หายไปในพื้นที่
แห่งนี้พร้อมแกะสองร้อยตัว คนส่วนใหญ่ในพื้นที่แห่งนี้ไม่กล้าเข้าไปใกล้ป่า เพราะว่าหลายคนเชื่อว่าหากใครเข้าไป
จะไม่มีวันกลับมา และบางครั้งเมื่อเข้าป่าจะเกิดความผิดปกติต่อร่างกาย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน, ไมเกรน, ไหม้,
รอยขีดข่วน และความรู้สึกอื่นๆ ในร่างกายผิดปกติ




ป่าแห่งนี้มีชื่อเสียงเรื่องปรากฏการณ์ประหลาด หลายคนมักเห็นเหตุการณ์แปลกประหลาดหลายครั้ง โดยปรากฏการณ์
ที่พบเห็นมากที่สุดคือลูกไฟลอยได้ ซึ่งคนท้องถิ่นเล่าว่าเห็นลูกไฟขนาดใหญ่ลอยอยู่เหนือแนวต้นไม้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องผี
เช่น เสียงผู้หญิงหัวเราะและเมื่อเข้าไปเธอจะหายไป ทำให้หลายคนเชื่อว่าป่าแห่งนี้มีประตูเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง

โดยป่าแห่งนี้เริ่มมีชื่อเสียงเมื่อปี 1968 เมื่อมีชายคนหนึ่งได้ถ่ายรูปวัตถุแปลกประหลาดบนท้องฟ้าบินได้และเมื่อ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบภาพดังกล่าวก็พบว่ามันเป็นภาพที่ไม่สามารถอธิบายได้ว่าเป็นของจริงหรือของปลอม
และได้รับการกล่าวขานว่าเป็นภาพยูเอฟโอที่ชัดเจนที่สุดของโรมาเนีย ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ผู้เชี่ยวชาญ
จากทั่วโลกต่างเข้ามาป่าแห่งนี้เพื่อพิสูจน์ถึงความลึกลับดังกล่าว

 
 
Ancient Wuda Forest



ในเดือนกุมภาพันธ์ของปี 2012 นักวิทยาศาสตร์จีนในภาคเหนือของจีนประกาศว่าพวกเขาได้เสร็จสิ้นในการฟื้นฟูป่าโบราณ
ที่ฝังอยู่ใต้ชั้นหนาของเถ้าภูเขาไฟที่อยู่ใกล้เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน Wuda  20 ตารางกิโลเมตร ยังคงอยู่ในสภาพ
สมบูรณ์ราวกับว่าเพิ่งโดนลาวาภูเขาไฟหลอมกลบทับเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ซากฟอสซิลพันธุ์ไม้ต่างๆ ต้นไม้หลายๆ ต้นยังอยู่ใน
สภาพตั้งตรงและมีใบไม้ติดอยู่ด้วย ทั้งที่เวลาผ่านล่วงมากว่า 298 ล้านปี การกันว่าการค้นพบดังกล่าวกล่าวว่าเสมือนอดีตกาล
ที่เก็บอยู่ในแคปซูลเวลา ในลักษณะเดียวกับการค้นพบนครปอมเปอี


นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯ และจีนได้และจำลองภาพป่านี้ปรากฏในเอกสารของ Journal Proceedings of the National
Academy of Sciences และในเว็บไซต์ของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเชื่อว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็น
ป่าเขตร้อนขนาดใหญ่ แผ่นดินส่วนใหญ่เป็นหนอง กับชั้นถ่านหิน และมีต้นไม้หกสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน เช่น Sigillaria,
Cordaites และ Noeggerathiales ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพืชตระกุลเฟิร์น อย่างไรก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังไม่พบ
หลักฐานสัตว์โบราณที่เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำแต่อย่างใด
 
อ้างอิงจาก

http://listverse.com/2012/02/28/top-10-strange-and-unique-forests/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29 สิงหาคม 2020, 11:06:07 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่