ตำนานที่มีข้อสันนิษฐานว่ามาจากเรื่องจริง

ผู้เขียน หัวข้อ: ตำนานที่มีข้อสันนิษฐานว่ามาจากเรื่องจริง  (อ่าน 86 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19786
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ตำนานที่มีข้อสันนิษฐานว่ามาจากเรื่องจริง
โดย Cammy-เต่านรก

มีหลายคนที่ประทับใจกับตำนานต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ในตำนาน เวทมนต์แฟนตาซี ไปจนถึง
สถานที่ดินแดนมหัศจรรย์ หากแต่เมื่อเราโตขึ้นก็พบว่าสถานที่เหล่านี้ไม่มีอยู่จริง อย่างไรก็ใช่ว่าทุกตำนาน
จะเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการเท่านั้น หลายๆเรื่องนั้นได้มีการสันนิษฐานว่า มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง
ส่วนจะมีเรื่องอะไรบ้านนั้นลองตามไปอ่านกันเลย


 
มังกร (Dragons)
 


มีทฤษฏีที่น่าเชื่อถือได้ว่าแรงบันดาลใจของมังกรนั้น น่าจะมาจากจระเข้และกระดูกไดโนเสาร์ที่ไม่สมบูณ์ 
ซึ่งน่าเสียดายที่เราที่มนุษย์ไม่เคยเห็นมังกรตัวเป็นๆ และจระเข้ก็เล็กเกินไปที่จะเปรียบเทียบกับมังกร
หากแต่ไม่ใช่กับเจ้า  เมกะลาเนีย (Megalania) ตะกวดดึกดำบรรพ์ ซึ่งเป็นญาติกับมังกรโคโมโด
ที่เชื่อว่าสูญพันธ์ไปแล้ว


แต่กระนั้นยังมีรายงานการพบเห็นที่ออสเตรเลีย กล่าวกันว่ามันมีขนาดยาวถึง 8 เมตร ชั่งน้ำหนักได้
ประมาณ 1.9 ตัน อีกทั้งยังมีน้ำลายพิษที่หากกัดเหยื่อ เหยื่อจะตายได้ทันที ทันใด
 


ฮอปบิท (Hobbits)
 


ฮอบบิท เป็นเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งในจินตนิยายของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่าง
คล้ายมนุษย์ แต่มีขนาดย่อมกว่า และไม่ล่ำบึกบึนเหมือนอย่างคนแคระ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเพียงนิยาย
เรื่องแต่งเท่านั้น ไม่มีอยู่จริงแต่อย่างใด


แต่แล้วก็ได้มีการค้นพบในถ้ำหินปูน ที่เกาะฟลอเรส ในประเทศอินโดนีเซีย มีการขุดค้นพบกระโครงกระดูก
สูงสามฟุต หัวกะโหลดขนาดเล็กกว่ามนุษย์ปกติทั่วไป ซึ่งนักวิจัยค้นพบกระดูกเก้าคน อายุประมาณ 12,000 ปี
และยังคบเครื่องมือและของใช้อื่นๆ ซึ่งต่อมามีก็มีการประกาศว่านี่คือ สายพันธุ์มนุษย์ใหม่ ซึ่งเคยเป็นบรรพบุรุษ
ร่วมกับมนุษย์ในสมัยดึกดำบรรพ์มาก่อน

โดยบนเกาะฟลอเรสนั้นมีตำนานเกี่ยวกับคนตัวเล็กที่พวกเขาเรียกว่า อีบู โกโก (EBO GOGO แปลว่า
ยายผู้กินทุกอย่าง)
ซึ่งมีผมยาว พุงป่อง มีใบหูที่ยื่นออกมาเพียงเล็กน้อย แขนยาว นิ้วยาว เดินงุ่ม ง่าม
สามารถเลียนเสียงพูดของมนุษย์ได้ และอีบู โกโก ผู้หญิงนั้น ก็มีทรวงอกที่ยานยาว
 


ปลาหมึกยักษ์ (Kraken)
 
[/url]

คราเคนสัตว์ยักษ์อันตรายในตำนานที่สร้างความหวาดผวาแก่คนเดินเรือ เชื่อว่าแรงบันดาลใจของมันมาจากปลาหมึกยักษ์
นักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นได้ค้นพบปลาหมึกยักษ์ใต้ทะเลลึก ของมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งขนาดตัวของมันมีขนาดถึง 8 เมตร


ปลาหมึกยักษ์เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลที่มีความลึกลับที่สุดสำหรับมนุษย์ เนื่องจากพวกมันมักอาศัยอยู่ใน
ทะเลที่มีระดับความลึกสูง ซึ่งจะมีปริมาณออกซิเจนต่ำ มีนิสัยก้าวร้าว และเคยทำโผล่มาก่อกวนเรือเดินสมุทรหลายครั้ง
หนวดของมันเรียงรายด้วยตะขอคมและปุ่มเรียงเป็นแถวซึ่งหนวดทรงพลังมากสามารถฉีกพังเรือทั้งลำได้อย่างสบายๆ


 
นักรบหญิงอเมซอน (Amazon Women)
 


หลายคนคงรู้จักนักรบหญิงอเมซอน ซึ่งมีทักษะการรบและพละกำลังเทียบเท่ากับผู้ชาย และเป็นที่รู้จักกันดีใน
เทพนิยายกรีกที่เคยสู้กับเฮอร์คิวลิส ซึ่งหากดูจากโลกแห่งความจริงแล้วเผ่านักรบหญิงนั้นมีอยู่จริง ตามการเขียน
ของ เฮโรโดตุส ประวัติศาสร์กรีก ได้เขียนเรื่องของนักรบหญิงอเมซอนไว้ว่าพวกเธอต่อสู้กับพวกไซเธียน
(บรรพบุรุษของรัสเศซียในปัจจุบัน) ในยูเรเซีย (จุดเชื่อมต่อทางอารยธรรมระหว่างยุโรปกับเอเชีย)  แต่ต่อมา
จำนวนของพวกเธอก็ลดน้อยลงในที่สุดก็ตกลงแต่งกับกับอินเตอร์และไซเธียน


แต่อย่างไรก็ตามลูกสาวของพวกเธอ ยังคงมีประเพณีสืบทอดความภาคภูมิใจของนับรบหญิงต่อไป ตอนแรกไม่มีใคร
ยอมรับการบันทึกประวัติศาสตร์ของ เฮโรโดตุส แต่เมื่อเร็วๆ นี้จากการขุดพบหลุมฝังศพในทวีปยูเรเชีย เป็นศพผู้หญิง
ไซเธียนที่มีกระดูกเสียหายจากการสู้รบถูกฝังไปพร้อมกับดาบธนูและมูดสั้นและของใช้ต่างๆ ของพวกนักรบ


 
หมาป่าไดร์ (Dire Wolf)
 


หมาป่าไดร์ (dire wolf – แปลได้ราวๆว่าสุนัขป่าน่าสะพรึงกลัว) สำหรับวีดีโอเกมแล้วมักพบเห็นพวกมันปรากฏตัว
ในรูปลักษณ์หมาป่าขนาดใหญ่น่ากลัว ในทีวีซีรีย์อย่าง Game of Thrones ก็ปรากฏเจ้าหมาป่าชนิดดังกล่าวใน
ฐานะเพื่อนคู่หูของตัวเอง


ซึ่งตัวจริงแล้วเจ้าหมาป่ายักษ์นั้นเป็นสัตว์ล้านปีในยุค Pleistocene พวกมันมีขนาดใหญ่กว่าหมาป่าทั่วไป ซึ่งพวกมัน
มีความยาวเฉลี่ย 1.5 เมตร หนัก 50 กิโลกรัม-79กิโลกรัม และมีฟันที่แหลมคมน่ากลัว พบมากในอเมริกาเหนือ 
ซึ่งพวกมันสูญพันธุ์ไปแล้ว สาเหตุเนื่องมาจากไม่มีแหล่งอาหาร ก่อนที่พวกมันจะวิวัฒนาการกลายเป็นหมาป่า
ที่เราพบเห็นในปัจจุบัน
 
 

อสูรทะเล (Scylla and Charybdis)
 


ซิลล่า และ วังน้ำวนคาริบดิส เป็นสัตว์ประหลาดทะเลในตำนานที่ปรากฏใน ตำนานของแกะทองคำ และนิยายกรีกโอดิสซิย์
ของโฮเมอร์  ซึงมีอยู่ตอนหนึ่งเมื่อโอดิสซิย์มช่องแคบหนึ่งพวกเขาก็พบกับสัตว์ประหลาดสองตัว ซิลล่าเป็นสัตว์ประหลาด
มีหลายหัวที่ดักกินลูกเรือ และแม้เลี่ยงซิลล่าได้สำเร็จพวกเขาก็พบด่านของคาริบดีสอยู่อีกด้านหนึ่ง โดยอสุรกายตัวนี้
จะสร้างน้ำวนกลืนเรือเข้าไปในท้องมัน กล่าวกันว่าสัตว์ประหลาดสองตัวนี้แทบไม่มีใครอยากต่อกรด้วยเลย


ปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่าที่อยู่อาศัยของสัตว์ประหลาดสองตัวนี้ อยู่ที่ช่องแคบเมสสซิมา ระหว่างซิซิลี ประเทศอิตาลี
แม้ซิลล่าจะหายไป แต่เจ้าคาริบดีสยังคงอยู่ แม้ว่ามันจะดูอ่อนแอกว่าในตำนาน แต่มันมีปรากฏการณ์วังน้ำวนขนาดใหญ่
ให้ได้พบเห็น ใกล้ตรงนั้น ก็ยังมีช่องแคบสันดอนเห็นรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาด เชื่อว่าเป็นแรงบันดาลใจ
ทำให้เกิดสัตว์อสูร ซิลล่า นั้นเอง
 


นักรบคลั่ง (Berserkers)
   


เป็นที่รู้กันว่าเบอร์เซอร์เกอร์ในนิยายนั้น เป็นนักรบที่แข็งแกร่งเป็นชนเผ่าที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งดุจหินผา หมัดที่เปรียบดั่งค้อน
ใช้เหวี่ยงทำลาย ทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งในโลกแห่งความจริงแล้วเบอร์เซอร์เกอร์นั้นคือ "นักรบนอร์ส"
แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้รับพลังเหนือธรรมชาติและความคงกระพัน แต่ก็ไม่ได้สู้กับก็อบลินหรือมังกรแต่อย่างใด


แต่ที่ทำให้พวกเขาก็เป็นที่รู้จักในหมู่ศัตรูว่าต่อสู้ได้อย่างบ้าคลั่ง ดีเดือด ไม่รู้กลัว ซึ่งเคล็ดลับความบ้าคลั่งนี้เชื่อว่าพวกเขา
ได้เสพยาเสพติด ที่ทำให้มึนเมาก่อนที่จะเข้าสู่สนามรบ ภาพหลอนทำให้เขากล้าหาญขึ้นและไม่รู้สึกเจ็บปวด
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายาเสพติดนี้คือ Bufotenin (bufotenine) ซี่งสารหลอนประสาทและทำให้รู้สึกโกรธ
 


หอคอยบาเบล (Tower of Babel)


             
หอคอยบาเบล เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปก็คือมันเป็นหอคอยสูงเสียดฟ้า ตามตำนานในพระคัมภีไบเบิล ก่อนที่จะพังทลายล่มสลายไป
ซึ่งจากหลักฐานโบราณคดีปัจจุบันมีการสนับสนุนว่า กษัตริย์เนบูชาด์เนซซาที่ 2 (Nebuchadnezzar II) ผู้สร้างสวนลอยฟ้า
บาบิโลนนี้น่าจะเป็นผู้สร้างหอคอยบาเบล อันเนื่องจากมีการปรากฏในจารึกของ กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ ของบาบิโลน


ซึ่งจารึกนั้นได้กล่าวถึงซิกกูแรต (Ziggurat) สิ่งก่อสร้างคล้ายพีระมิดขึ้นบันได ที่ชื่อเอตเตเมนันกี (etemenanki) ที่สร้างโดย
กษัตริย์องค์หนึ่งของบาบิโลน ก่อนจะถูกทำลายโดย อเล็กซานเดอร์มหาราช ซึ่งเนบูคัดเนซซาร์ ตั้งใจจะบูรณะหอคอยนี้ขึ้นใหม่
จารึกตอนหนึ่งของเนบูคัสเนซซาร์ ที่น่าสนใจคือ

“กษัตริย์พระองค์ก่อนได้สร้างมันขึ้นมา แต่ไม่สามารถสร้างยอดของมันให้สำเร็จได้ และเนื่องจากเวลาที่ยาวนาน
ประชาชนได้พากันละทิ้งมันไป โดยไม่สามารถสื่อสารกันได้อย่างเข้าใจ”



 
ปลาวาฬเพชฌฆาต (Moby x and Captain Ahab)
             


โมบิดิกไม่ใช่เป็นเพียงนิยายของ เฮอร์มัน เมลวิลล์ ที่แต่งขึ้นในปี ค.ศ. 1851 ซึ่งเป็นการต่อสู้ระหว่างกับกัปตันเรือ
ชื่อ อาฮับ และวาฬตัวหนึ่งชื่อ โมบิดิก ซึ่งเป็นวาฬสีขาวขนาดมหึมาที่ดุร้ายมากเท่านั้น เพราะเจ้าโมบิดิกนั้นมีอยู่จริง


เดิม โมบิดิก มันเป็นวาฬสีขาวอยู่ที่ใกล้เกาะโมช่า  ซึ่งมันเป็นวาฬขนาดยักษ์ที่ไม่เคยมีใครจับมันได้ และมันสามารถเอาชนะเรือ
ล่าวาฬหลายร้อยลำ ส่วนกัปตันอาฮัปนั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากผู้ชายคนหนึ่งที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาเดียวกันกับนิยาย
เขาคือกัปตัน จอร์จ พอลลาร์ จูเนียร์ ซึ่งเขาต้องการแก้แค้นที่เรือของเขาโดนอับปางโดยวาฬ เพียงแต่ครั้งที่เขาไปแก้แค้นนั้น
ไม่ได้โดนวาฬโจมตี หากแต่โดนพายุ ทำให้เขาล้มเลิกที่จะล้างแค้น และผันตัวไปเป็นยามฝั่งกลางคืนแทน
 


งูยักษ์ (Imoogi)
 


อิมูกิ เป็นงูยักษ์ตามตำนานของประเทศเกาหลี เชื่อกันว่าเป็นลูกของมังกร มันอาศัยอยู่ในน้ำและในถ้ำเพื่อความอยู่รอด
มานานนับพันปี ก่อนที่พวกเขาจะได้ขึ้นบนสวรรค์และกลายเป็นมังกรตัวเต็มวัยต่อไป แน่นอนว่าในโลกแห่งความจริง
ไม่มีเจ้าสัตว์ชนิดนี้แน่นอน แต่มีสัตว์ที่คล้ายๆ กัน แต่มันไม่ได้อยู่ในเกาหลี




แต่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้มันคือ ไททันโอโบอา (Titanoboa)เป็นชื่องูขนาดใหญ่ที่ไม่มีพิษ ซึ่งปัจจุบันมันสูญพันธุ์ไปแล้ว
มีชีวิตอยู่ในยุคพาลีโอซีน (58-60 ล้านปีก่อน) ตัวมันยาวถึง 13-15 เมตร หนักถึง 2 ตัน มันสามารถกลืนมนุษย์ได้อย่างง่ายดาย
ซึ่งโชคดีที่มันสูญพันธุ์ไปแล้ว หากมีชีวิตอยู่ไม่รู้มันจะสร้างความสยอสยองพองเกล้าขนาดไหน
 



นครแห่งองค์กฤษณะเทพ (Krishna's City of Dwarka)



ดาวารกา หรือ ทวารกา นครแห่งองค์กฤษณะเทพ ซึ่งเรื่องเล่าของพระกฤษณะนั้น ตามตำนานเล่าว่าเป็นเทพเจ้าองค์หนึ่ง
ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เป็นร่างอวตารของพระนารายณ์ ปกครองทวารกา หลังจากการตายของพระกฤษณะ
กรุงทวารกาทั้งหมดได้จมลงสู่มหาสมุทร ซึ่งผู้ศรัทธาฮันดูต่างค้นหาเมืองนี้เพราะถือว่าเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ก็ว่าได้


จนกระทั่งนักโบราณคดีได้มีการขุดค้นพบเมื่อ ค.ศ.1983-1990 บริเวณชายฝั่งของอินเดีย ซึ่งเชื่อว่าเป็นเมืองทวารกา
เมืองเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งต่อมามีการบูรณะขึ้นมาอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

 
 
อ้างอิง
http://listverse.com/2013/01/31/10-mythical-things-that-actually-existed/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05 กันยายน 2020, 16:10:15 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่