เรื่องเล่าเหล่าผีพยาบาท (Vengeful Ghosts)

ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องเล่าเหล่าผีพยาบาท (Vengeful Ghosts)  (อ่าน 102 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19990
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
เรื่องเล่าเหล่าผีพยาบาท (Vengeful Ghosts)
« เมื่อ: 23 ตุลาคม 2020, 09:27:33 »

เรื่องเล่าเหล่าผีพยาบาท (Vengeful Ghosts)

 
คลาร์ล พรูอิท (Carl Pruitt)


   
ในเดือนมิถุนายน 1938 ที่ภาคตะวันออกของเคนตั๊กกี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา ชายคนหนึ่งชื่อ คลาร์ล พรูอิท
ได้รู้ว่าภรรยาของเขานอกใจ แถมเอาชายชู้มานอนบนเตียงของเขาอีกต่างหาก และนั้นทำให้เขาคว้าโซ่และ
รัดคอของเธอ ในขณะที่ชายชู้ หนี ต่อมาพรูอิทก็ฆ่าตัวตายและถูกฝังอยู่ห่างจากหลุมศพของภรรยาในสุสาน
และนั้นเองทำให้เขากลายเป็นวิญญาณแค้น


ว่ากันว่าใครก็ตามที่รบกวนหลุมฝังศพของพรูอิทจะเสียชีวิตในลักษณะคล้ายกัน ที่ผ่านมามีสามราย
รายแรกเป็นเด็กหนุ่มที่โยนก้อนหินใส่หลุมฝังศพ และเขาก็ถูกฆ่าตายในขณะขี่จักรยานกลับบ้าน และจู่ๆ
ก็สูญเสียการควบคุมโดยอะไรบางอย่าง จักรยานเขาเกิดอุบัติเหตุแล้วโซ่จักรยานหลุดออกมาและรัดคอ
เด็กหนุ่มคนนั้น สัปดาห์ต่อมา แม่ของเด็กได้เอาขวานและทำลายหลุมฝังศพ ต่อมาในขณะที่เธอแขวนเสื้อ
ราวตากผ้าของเธอก็ได้หลุดออกแล้วก็รัดคอเธอเสียชีวิต (ราวตากผ้าทำจากห่วงโซ่) และหลังจากนั้น
ก็มีอีกคนที่รบกวนหลุมฝังและเสียชีวิตในลักษณะคล้ายกัน

ในที่สุดชาวบ้านก็พบว่าหลุมศพของพรูอิทอันตราย ในที่สุดเขาก็จัดการย้ายศพอื่นๆ ไปไว้ที่แห่งใหม่
และปล่อยให้หลุมศพของพรูอินทิ้งร้างปกคลุมเต็มไปด้วยวัชพืช ในปี 1950 หลุมฝังศพของพรูอิท
ได้ถูกทำลายเพราะต้องการสร้างที่แห่งใหม่ น่าแปลกที่ไม่มีใครตายในจากการลบหลู่ครั้งนี้เลย


 
ซันดิล โบลอนก์ (Sundel Bolong)



ซันดิล โบลอนก์ วิญญาณพยาบาทในมาเลเซีย ว่ากันว่าเกิดจากหญิงสาวสวยที่เสียชีวิตตอนกำลังตั้งท้อง
แล้วลูกของเธอได้ทะลุออกจากด้านหลังของเธอในหลุมศพ  บางตำนานเชื่อว่าเธอเสียชีวิตขณะคลอด
ในขณะที่บางตำนานเธอฆ่าตัวตาย ไม่ว่าจะเป็นตำนานไหน ก็ล้วนเป็นวิญญาณพยาบาททั้งสิ้น


ลักษณะของวิญญาณเธอจะสวมชุดราตรีสีขาว ผมยาวพาดลงไปถึงก้นเพื่อปกปิดด้านหลังที่ปรากฏบาดแผล
เป็นรูใหญ่เปิดออกมาอย่างน่าสยดสยอง (เกิดจากลูกของเธอทะลุออกมา)

เหยื่อของเธอส่วนมากเป็นผู้ชาย เนื่องจากเธอเป็นผู้หญิงสวยมาก ทำให้ชายต่างหลงเสน่ห์ของเธอ และเธอ
จะล่อผู้ชาย คำว่า “Sundel” แปลว่าโสเภณี และ “Bolong” แปลว่าหลุมรู รวมกันก็คือ “โสเภณีที่มีรู”
 
 

ชูเรล (Churel)


   
ชูเรล รู้จักหลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น ชูดาลิ (chudail) หรือ ชูเดล (chudel) เป็นผีพยาบาทในตำนานดังจาก
ประเทศอินเดียโดยเฉพาะทางตอนเหนือของอินเดีย โดยมักอยู่ในรูปผู้หญิงคนหนึ่ง เชื่อกันว่าอดียเธอเคยเป็น
ผู้หญิงตั้งครรถ์ที่เสียชีวิตระหว่างการคลอดบุตรในเทศกาลดิวาลี (เป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวฮินดู
จะเฉลิมฉลองเทศกาลนานถึงห้าวัน) และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนแวมไพร์ (คล้ายกับตำนานลิลิธ) และแก้แค้น
ครอบครัวที่ไม่ดูแลตน (เกรียน) ด้วยการหลอกหลอนส่วนผู้ชายจะดูดเลือดจนแห้ง  แต่นั้นก็ไม่สามารดับแค้น
จึงล่าฆ่าคนอื่นด้วย


ชูเรลจะมีลักษณะน่าเกลียดและน่ากลัว กรงเล็บยาว ลิ้นยาวสีดำ และผมยาวกระเซิง แต่เธอมันจะปรากฏเป็น
สาวสวยที่ล่อชายหนุ่มแถมถิ่นทุรกันดาร และเธอจะอยู่ล่อชายหนุ่มไปยังสถานที่ที่เงียบสงบหรือไม่ก็ท่อระบายน้ำ
เพื่อแอบสูบเลือด, อสุจิ และความแข็งแรงจนชายหนุ่มกลายเป็นคนชรา

ดังนั้นชาวอินเดียจึงพิถีพิถันในการจัดพิธีศพหญิงสาวที่เสียชีวิตระหว่างคลอดบุตรมากโดยพวกเขาเชื่อว่าการจับเท้า
และมือผูกโซ่และเอาพริกแดงป้ายในดวงตาจะสามารถไม่ให้เกิดชูเรลได้


 
อนเรียว (Onryo)


   
อนเรียวเป็นวิญญาณจอมอาฆาตพยาบาท ที่เสียชีวิตด้วยความแค้น และพยายามล้างแค้นผู้คน ในช่วงที่พวกมันยัง
ไม่ถูกปลดปล่อย ตามความเชื่อของญี่ปุ่น ปกติแล้ววิญญาณนี้จะไม่มีลักษณะชัดเจน แต่จากการแต่งกายละครคาบิกิ
จะใช้การแต่งตัวด้วยกิโมสีขาวสำหรับการฝังศพ ผมยาวดำ และใบหน้าซีดขาว


อนเรียวถือว่าเป็นวิญญาณที่น่ากลัวมากเพราะมันสามารถฆ่าศัตรูหรือแม้แต่ก่อให้เกิดภัยพิบัติธรรมชาติ (ผานดินไหว,
ไฟไหม้, พายุ, ภัยแล้ง, ความอดอยาก และโรคระบาด) แต่ส่วนมากวิญญาณจะแก้แค้นด้วยความทรมานด้านจิตใจ
มากกว่าจะทรมานด้านกายภาพ

โดยเรื่องของโอนีโยะที่ดังที่สุดคือโยสึยะ ไคดัน (Yotsuya Kaidan) ที่เราขนานนามว่าแม่นาคญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเรื่องราว
ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกสามีฆ่า เพราะต้องการที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนใหม่ เค้าจึงวางแผนฆ่าเธอ และเมื่อโออิวะตายไป
กลายเป็นวิญญาณแค้น และในช่วงกลางดึงที่สามีเข้าหอกับภรรยาใหม่นั้น เขาก็พบวิญญาณของโอนีโยะร้องโหยหวน
อยู่ตรงหน้า เขาจึงใช้ดาบฟันทันที แต่กลายเป็นว่าเมื่อเขามองอีกทีกลับเป็นเจ้าสาวของเขาเอง และหลังจากนั้นไม่ว่าเขา
จะหนีไปไหนเขาก็เจอหน้าของภรรยาเก่าในหน้าเกลียดน่ากลัวหลอกหลอน จนในที่สุดเขาก็ฆ่าตัวตายเอง
(ตำนานนี้มีหลากหลาย รายละเอียดแตกต่างกัน)
 
 

ผีตายโหง (Phi Tai Hong)


   
ชาวบ้านในประเทศไทยมีความเชื่อว่าหากใครก็ตามที่ เสียชีวิตอย่างปัจจุบันทันด่วน หรือแบบโหดร้าย ไม่ตายแบบธรรมดา
ตามธรรมชาติ เช่น ถูกยิง จมน้ำ รถชน ฆ่าตัวตาย ไปจนถึงตายทั้งกลม และหากไม่ทำพิธีศพแบบถูกต้อง
คนที่ตายจะกลายเป็น ผีตายโหง


โดยเฉพาะผีตายทั้งกลมนั้นถือว่าเป็นผีที่มีความอาฆาตพยาบาลดุร้ายและน่ากลัวที่สุด ว่ากันว่าเธอมีพลังวิญญาณอย่างรุนแรง
สามารถทำร้ายคน หรือสร้างภัยพิบัติธรรมชาติ (โค้งร้อยศพ)  และเพื่อให้ผีสงบจำเป็นต้องสร้างศาลผี ณ จุดที่เกิดเหตุ
เพื่อลดความเฮี้ยน (หรือต้องการบรรเทาทุกข์ทรมานผีตายโหง)

คนไทยนั้นมีความเชื่อเรื่องผีตายโหงเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าผีตายโหงจะไม่ไปยังคงวนเวียนอยู่ตรงสถานที่ที่ตนเสียชีวิต
และรอให้คนอื่นมาอยู่ด้วย และผีพยายามที่จะหาตัวตายตัวแทนมาแทนที่ตนเพื่อเป็นอิสระจากพันธนาการยึดติดที่
และนอกจากนี้หากครอบครัวใดที่สูญเสียสมาชิกจากการฆาตกรรมและฆาตกรยังลอยนวล พวกเขาจะเก็บศพในบ้านของพวกเขา
จนกว่าฆาตกรจะถูกจับและถูกลงโทษ (ส่วนเพื่ออะไรนั้นผมไม่แน่ใจ)
 


ผู้หญิงสีเขียว (Green Lady)


   
ผู้หญิงสีเขียวเป็นวิญญาณกลีสทิก (Glaistig) หรือผีน้ำ ตามตำนานของอังกฤษและสกอตแลนด์ ที่อาศัยใกล้แหล่งน้ำ
ที่ครึ่งบนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งและครึ่งล่างเป็นแพะ (คล้ายกับเทพารักษ์) ด้านบนที่เป็นมนุษย์ของเธอมีสีผิวเทา ผมบลอนด์ยาว
ปกคลุมร่างกายเธอ นอกจากนี้เธอมักจะซ่อนร่างกายที่เป็นสัตว์ของเธอด้วยเสื้อคลุมสีเขียวตามชื่อของเธอ 


ในบางเวลาเธอมักขี้เล่นด้วยการขว้างปาก้อนกวาดแกล้งคนเดินทางที่ผ่านไป หรือไม่ก็ทำให้หลงทาง และหัวเราะ
ต้นกำเนิดของเธอนั้นเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สูงศักดิ์ที่ถูกฆ่าตายโดยหนึ่งในคนรับใช้ของเธอและยัดลงปล่องไฟ
จนกลายเป็นวิญญาณแค้น ว่ากันว่าบางครั้งเธอก็ล่อผู้คนสู่ความตายด้วยการร้องเพลงของเธอ แต่ที่แปลกคือเธอ
เป็นผีที่ไม่ทำร้ายเด็กๆ เลย
 


ลาซีกัวนาบา (La Siguanaba)


 
เมื่อก่อนเธอไม่ได้ใช้ชื่อนี้ ตอนแรกเธอชื่อว่า ซีเวเวท ที่มีความหมายอันแสนดีว่าหญิงผู้งดงาม ลาซีกัวนาบาถูกเล่าขาน
กันมาแต่โบราณว่า เธอแอบไปมีสัมพันธ์กับบุตรแห่งเทพเจ้าทลาล็อคของแอสเทค แต่ถึงเธอจะมีรักระดับนั้นก็ไม่ได้เป็น
แม่ที่ดีสักเท่าไหร่ เพราะจริง ๆ แล้วเธอมีลูกชาย และเธอก็ทิ้งลูกชายเอาไว้เพียงลำพัง เพื่อจะได้ออกไปจ้ำจี้กับคู่รัก
ที่เป็นเทพองค์นั้น


เมื่อเทพทลาล็อคพบกับความจริงนี้ พระองค์จึงสาปนางซีเวเวท เพื่อให้เธอดูงดงามเวลาอยู่ไกล ๆ แต่ดูอัปลักษณ์
อย่างหนักเมื่อได้มองดูใกล้ ๆ จากนั้นเธอก็ได้ชื่อใหม่เป็น ลาซีกัวนาบา หรือที่แปลว่าหญิงผู้อัปลักษณ์
และถูกปล่อยเอาไว้ในแถบทุรกันดารเพื่อหลอกล่อให้พวกผู้ชายเข้ามาติดกับ

ในประเทศเอลซาวาดอร์ เรื่องเล่าเกี่ยวกับลาชิกัวนาบาจะบอกว่าเธอชอบมาซักผ้าที่ริมแม้น้ำ ทั้งยังถูกสาปให้ต้อง
ใช้ชีวิตที่เหลือทั้งหมดในการดูแลลูกชายที่เธอเคยทิ้งขว้าง แต่ทีนี้เวลาที่เหลือของเธอก็เรียกได้ว่ามีไม่น้อย
เพราะเธอถูกสาปให้เป็นอมตะไม่มีวันตายไปอีกหนึ่งกระทง ส่วนเหยื่อที่เธอเลือกก็มักจะเป็นพวกเจ้าชู้
โดยเธอจะออกมาอาบน้ำอยู่ใต้แสงจันทร์ในป่าลึก



และก็อย่างที่เราเล่าไป ความสวยระดับร้อยเมตรของเธอจะล่อลวงให้ชายหนุ่มเข้ามาใกล้ และเมื่อถึงตอนนั้นชาย
ผู้โชคร้ายก็จะต้องตายเพราะตกใจ เพราะตอนนี้ใบหน้าของเธอจะดูอัปลักษณ์อย่างแรง ซึ่งถ้าเขาไม่ตาย ชายหนุ่ม
ก็จะพบว่าตัวเองหลงทางอยู่กลางป่า โดยครั้งหนึ่งนานมาแล้วลาซีกัวนาบาเคยปรากฏตัวต่อหน้าเด็ก ๆ
ในร่างของคุณแม่ จากนั้นก็หลอกล่อให้พวกเขาไปเสียชีวิตในป่า ซึ่งทางที่ดีที่สุดในการปราบเธอก็คือ
จงนำไม้กางเขนไม่ก็ชิ้นส่วนของโลหะ มากัดให้แน่นแล้วสวดภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้า
 


ชินดิ(Chindi)


   
ชินดิ เป็นความเชื่อของชาวนาวาโฮ เชื่อว่าเป็นวิญญาณที่เกิดจากคนตายเพราะอุบัติเหตุหรือตายในสงคราม และไม่ให้เกียรติ
ต่อสถานที่ฝังศพทำให้เกิด ว่ากันว่าเป็นวิญญาณพยาบาทที่ตามกัดไม่ปล่อย หากพยาบาทจะตามหลอกหลอนให้คนและ
ครอบครัวทุกข์ทรมาน แม้จะนาน 100 ปีก็ไม่ปล่อย ตัวอย่างจากบันทึกครอบครัว ลอง ซอลท์ (Long Salt family)
ที่เชื่อว่าครอบครัวถูกวิญญาณหลอกหลอนยาวนานกว่า 100 ปี


นอกจากนี้ยังวิญญาณยังทำให้ทำให้เกิดโรคภัย (Ghost sickness) ที่เกิดขึ้นเฉพาะชาวพื้นเมืองนาวาโฮที่อธิบายไม่ได้ด้วย
(ผู้เป็นอาการจะไม่อยากอาหาร, ลำลักบ่อยครั้ง และชอบฝันร้าย เห็นภาพหลอน)

บ้านและทรัยย์สินของคนตายเป็นสถานที่มีโอกาสมากที่สุดที่จอเจอวิญญาณนี้เนพิเศษ ด้วยเหตุนี้ชาวนาวาโฮพยายาม
ให้ผู้ตายไปเสียชีวิตนอกบ้านแทนที่จะเป็นในบ้านเพื่อไม่ให้กลายเป็นที่ผีสิง




ฟุนายูเรย์ (Funayurei)


 
ฟูนายูเรย์ เป็นวิญญาณของผู้เสียชีวิตในทะเล และกลายเป็นวิญญาณพยาบาทตามความเชื่อของญี่ปุ่น โดยชาวบ้านในญี่ปุ่น
มักพบปรากฏในรูปของเรือผี และมักล่อให้กัปตันเรือด้วยการเปลี่ยนเข็มทิศเพื่อให้เรือนอกเส้นทาง หรือไม่ก็ล่อให้เรือชนหน้าผา
หรือโขดหินและไปสู่ความตาย




เจ้าเรือผีนี้มักปรากฏในตอนที่ฝนตกหรือไม่ก็เรือที่มีพายุและหมอก เมื่อปรากฏออกมาก็จะพยายามให้เรือจม
บางตำนานเล่าว่ามันจะขอกระบวยตักน้ำ หากทำตามคำขอมันก็จะใช้กระบวบนั้นตักน้ำทะเลใส่เรือ เพื่อให้เรือจม
 



ลา ซาโยน่า (La Sayona)


   
ลา ซาโยน่า เป็นวิญญาณพยาบาทจากเวเนซุเอลา และประเทศใกล้เคียง แต่เดิมเป็นมนุษย์ผู้หญิงชื่อเมลิสสา เธอเป็นหญิงสวย
และมีสามีที่รักและมีลูกชายคนหนึ่ง จนกระทั่ววันหนึ่งขณะที่เธออาบน้ำในแม่น้ำก็มีชายแปลกหน้าคนหนึ่งบอกว่าสามีของเธอ
ได้นอนกับแม่ของเธอ เธอจึงโกรธและกลับบ้านไปก็พบสามีและลูกของเธอนอนอยู่บนเตียง เธอจัดการเผาบ้านฆ่าพวกเขาสองคน
จากนั้นก็ไปบ้านแม่ของเธอและแทงแม่จนตาย หากแต่ก่อนที่แม่จะเสียชีวิตก็ได้สาปแช่งว่าต่อไปนี้เธอจะต้องแก้แค้นผู้หญิงทุกคน
ด้วยการฆ่าสามีนอกใจของพวกเธอ


และหลังจากนั้นเป็นต้นเธอก็กลายเป็นวิญญาณแค้นตามล่าฆ่าผู้ชายมาโดยตลอด เธอมักปรากฏตัวในลักษณะผู้หญิงสวยและ
หากชายใดไปทักเธอ และหลงเธอและก็ เธอก็ล่อผู้ชายที่ลับๆ ในป่า และจากนั้นก็เผยร่างจริงในสภาพกะโหลกศีรษะเน่าเปื่อย
อย่างน่าสยดสยอง และฉีกร่างชายคนนั้นและกินเป็นอาหาร

ส่วนซาโยน่า หมายถึงผ้าที่ผีสวมนั้นเป็นชุดยาวสีขาวคล้ายชุดชั้นในยุคกลาง
 
 
อ้างอิง

http://listverse.com/2014/02/10/10-vengeful-ghosts-in-folklore-and-mythology/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24 ตุลาคม 2020, 08:01:32 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Krittachaya

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 200
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เรื่องเล่าเหล่าผีพยาบาท (Vengeful Ghosts)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 22 มกราคม 2021, 20:31:45 »

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีๆ  pongz