แวมไพร์ในประวัติศาสตร์ที่คุณอาจยังไม่รู้จัก

ผู้เขียน หัวข้อ: แวมไพร์ในประวัติศาสตร์ที่คุณอาจยังไม่รู้จัก  (อ่าน 94 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19990
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

แวมไพร์ในประวัติศาสตร์ ที่คุณอาจยังไม่รู้จัก

Peter Plogojowitz



ปีเตอร์ โพลโคโจวิทซ์ เป็นชายหนุ่มจากเซอร์เบีย ที่เสียชีวิตในสงครามระหว่างเซอร์เบอร์-โรมาเนีย
กับจักรวรรดิออสเตรียในปี ค.ศ. 1725 หากแต่ก็เกิดเรื่องประหลาดขึ้น หลังจาก 10 สัปดาห์หลัง
การตายของเขาปีเตอร์กลับไปปราฏตัวอยู่ที่หมู่บ้าน คิซิโลว่า (Kisilova) ในเขต ราห์ม ( Rahm District )
บ้านเกิดของเขาเองซึ่งปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศเซอร์เบีย พร้อมกับการเสียชีวิตของคนในหมู่บ้านลงไป
ถึง 9 คนด้วยอาการป่วยลึกลับ ภายในสัปดาห์เดียว และทุกคนได้พูดก่อนที่จะตายว่า ระหว่างนอนหลับเคลิ้มๆ
เขาเห็น ปีเตอร์ โพลโคโจวิทซ์ แอบเข้ามาในห้อง แล้วบีบที่ลำคอของพวกเขา


นอกจากนี้ลูกชายของปีเตอร์ก็ได้อ้างว่าพ่อของเขากลับมาบ้านบอกว่าหิวอาหารและในวันถัดมาลูกชาย
ของเขาก็เสียชีวิตอย่างลึกลับ ภรรยาของปีเตอร์เองก็หนีออกจากเมืองเพราะได้พบปีเตอร์ที่กลับบ้าน
ในตอนดึกเพื่อกลับมาเองรองเท้าคู่เก่งของเขา

ชาวบ้านเชื่อว่าการเสียชีวิตคนในหมู่บ้านเกิดจากปีเตอร์ จึงขุดหลุมศพของเขา และแล้วทุกคนต้องตะลึงเพราะ
ศพของนายปีเตอร์ยังคงนอนหลับเหมือนยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งยังหายใจและเปิดตาโพลงในเวลานั้นด้วย   

สุดท้ายชาวบ้านได้เอาดาบฟันที่หัว (หลังตอกหมุดไม่หลายครั้งก็ไม้เข้า)แล้วก็เอาน้ำมันราดจุดไฟเผาเสียเลย
และแล้วการเสียชีวิตลึกลับของคนในหมู่บ้านก็ไม่ได้เกิดขึ้นอีกเลย
 



The Alnwick Castle Vampire


 
ปราสาทแอนวิคในพรมแดนของอังกฤษ-สกอตแลนด์นั้น หลายคนอาจรู้จักในฐานะโลเคชั่นหลักของโรงเรียนฮอกวอตต์
ในแฮรี่ พอตเตอร์ แต่ปราสาทแห่งนี้รู้จักในชื่อปราสาทแวมไพร์ เพระามีการพบเห็นแวมไพร์รอบบริเวณปราสาท
หรือแม้แต่ลอร์ดอดีตเจ้าของที่ดินยังถูกอ้างว่าเขาอาศัยอยู่ชั้นใต้ดินและโผล่มาตอนกลางคืนผู้คน 


มีหนึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นนั้นถูกบันทึกโดยศาสตร์จารย์อังกฤษชื่อวิลเลียมแห่งนิวบะระ ซึ่งเขาได้เขียนเรื่องของผู้ชาย
คนหนึ่งซึ่งเป็นที่กลับมาจากความตาย หลังจากที่เขาเสียขณะที่สอดแนมเรื่องภรรยานอกใจ ซึ่งตอนนั้นเขาหลบซ่อน
อยู่บนหลังคา เมื่อเขาพยายามจับเธอก็ตกบนหลังคาเสียก่อน หากแต่เขาสาปแช่งภรรยาก่อนที่จะเสียชีวิตลง

หลังจากเขาเสียชีวิต และคืนชีพก็เกิดโรคภัยแพร่กระจายไปทั่วเมือง ในที่สุดเหล่านักบวชก็รวมตัวกันเพื่อยุติปัญหานี้
และพบหลุมฝังศพแวมไพร์ เมื่อเปิดโลงและศพก็ถูกแทงด้วยพลั่ว เลือดอุ่นๆ ไหลออกจากร่างกาย แสดงให้เห็นว่า
เขาเป็นแวมไพร์ สุดท้ายพวกเขาก็เผาร่างและการอาละวาดของแวมไพร์ก็สิ้นสุดลง


 

Highgate Vampire


 
ในปี 1969 มีการพบสัตว์ตายในสภาพแปลกประหลาด โดยที่บาดแผลที่คอและเลือดหมดตัว (และยังมีการพบศพ
ไหม้เกรียมและซากศพหญิงหัวขาดไม่ไกลจากสุสาน) ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในสุสานไฮเกท ของกรุงลอนดอน
หลังจากนั้นก็มีพยานอ้างว่าได้เห็นร่างสูงท่ามกลางความมืดมิด อีกทั้งยังมีปล่อยกลิ่นอายของความชั่วร้ายและมีพลัง
อำนาจสะกดจิต พยานที่เป็นชายคนหนึ่งยังอ้างว่าเขารู้สึกสับสนและสิ้นหวังอย่างสิ้นเชิงขณะที่พยายามออกจากสุสาน
ทันใดนั้นก็พบว่าตนเองเผชิญหน้ากับแวมไพร์ไฮเกทซึ่งตรึงเขาอยู่กับที่ราวกับติดกาว หากแต่หลังจากนั้นมันก็หายไป


ต่อมาสุสานดังกล่าวก็ถูกบุกรุกเหยียบย่ำโดยนักล่าแวมไพร์ที่พยายามขุดศพที่น่าจะเป็นแวมไพร์มาตรวจดู 
อย่างไรก็ตามไม่นานข่าวเรื่องแวมไพร์ก็เริ่มหดหายไป และสุสานก็กลบคืนสู่ความสงบอีกครั้ง

http://www.youtube.com/watch?v=-W2LGaKjAuc
 


Sava Savanovic


 
ชาวบ้านในเมืองเมืองบาจีน่า บัสตา เมืองที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเซอร์เบีย ต้องหวาดผวากับการออกอาละวาด
ของแวมไพร์ซาวา ซาวาโนวิช ซึ่งเป็นแวมไพร์เซอร์เบียที่อาศัยอยู่ในโรงสีเก่าพลังกังหันน้ำบริเวณแม่น้ำโรกาซิกา
ณ หมู่บ้านซาโรซเจ และชอบซุ่มฆ่าและดื่มเลือดชาวนาที่เดินเข้าเอาข้าวไปสีในช่วงกลางคืน


ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ไม่นานมานี้ในปี 2012 ทางสภาท้องถิ่นเซอร์เบียได้ประกาศเตือนแวมไพร์อาละวาด
ตอนกลางคืน อันเนื่องมาจากโรงสีที่เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานจองแวมไพร์ซาวา ซาโววิชอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม
เนื่องมาจากการขาดการบำรุงรักษา เกิดพังถล่มลงมา และก่อให้เกิดข่าวลือว่าแวมไพร์จะมาแก้แค้น เพราะไร้ที่
กบดานและต้องหาที่อยู่ใหม่ จนชาวบ้านหวาดกลัวจนต้องนำกระเทียมแขวนไว้ที่ประตู หน้าต่างทุกบ้านของบ้าน
รวมไปถึงติดกางเขนไว้ทุกห้องนอนของบ้านด้วย
 
 

The Vampire Of Croglin Grange


 
เรื่องราวเกิดขึ้นระหว่างปี 1875 และปี 1875  ครอบครัวคร็องวิลล์ซึ่งประกอบไปด้วยผู้หญิงคนหนึ่งและพี่ชายสองคน
ของเธอคืออเมเลีย, เอ็ดเวิร์ด และไมเคิล คร็องวิลล์ ได้ไปพักที่บ้านตากอากาศครอริน เกรซที่เก่าแก่หลายศตวรรษ
ในคัมเบอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ


ในขณะที่อเมเลียมองผ่านหน้าต่างไปยังสุสานที่อยู่ห่างไกลจากบ้าน เธอก็ได้เห็นแสงไฟสองสองดวงสดใสที่เหมือน
มองไปยังเธอ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก จนกระทั่งถึงเวลาตอนกลางคืนเธอได้ตื่นนอนพบแสงฟืที่ว่าอยู่นอกหน้าต่าง
และก็รู้ว่าเจ้าของแสงไฟนั้นคือดวงตาของชายลึกลับ (สัตว์ประหลาด) ที่ลุกวาวเหมือนไฟ  แล้วชายลึกลียก็ได้เข้า
ทำร้ายผู้หญิง อเมเลียกรี๊ดร้องจนพวกพี่ชายเข้ามาช่วยเหลือเธอ จนชายลึกลับหนีออกหน้าต่างและหายไปในความมืด

พวกพี่ชายตัดสินใจที่จะฆ่าสัตว์ประหลาด ในเวลาต่อมาพวกเขากลับมาอีกครั้งและวางกับดัก โดยให้อเมเลียเป็นเหยื่อล่อ
ทำเป็นหลับ จนชายลึกลับก็ปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง  สำหรับงานนี้ พวกเขายิงมันด้วยปืนที่เขา แต่มันก็หลบหนีไปได้
วันรุ่งขึ้นพี่น้องได้ไปสุสาน สิ่งที่พบคือพื้นที่สุสานมีแต่โลงศพกระจัดกระจายไปทั่ว แต่มีหนึ่งโลงที่ยังคงสภาพสมบูรณ์
พวกเขาเปิดฝาโรงออก ในนั้นพบศพของชายคนหนึ่งที่พวกเขาจำได้ว่าเป็นคนเดียวที่ออกมาทำร้ายน้องสาวพวกตน
ตอนกลางคืน พวกเขาเชื่อว่ามันคือแวมไพร์และจัดการด้วยการเผามันด้วยไฟ
 


 
Jure Grando


 
ทางนิตินัยจูร์ แกรนโด ชาวนาจากเทศมณฑลอิสเตรี โครเอเชียได้เสียชีวิตในปี 1656 หารกแต่ 16 ปีหลังเสียชีวิต
และถูกฝังไว้ในสุสาน ชาวบ้านได้อ้างว่าเขาได้ฟื้นมาจากความตายออกตระเวนหลอกหลอนเพื่อนบ้าน เอกสารทางการ
เวลานั้นระบุว่าเขาเป็น “Strigon” ชื่อท้องถิ่นของแวมไพร์ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้คำว่า “แวมไพร์”
ถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการให้กับบุคคล


แกรนโดสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านเป็นอย่างมาก เพราะเขาชอบเที่ยวไปเคาะประตูบ้านกลางดึกกลางดื่น
และบ้านที่ถูกรังควาน มักมีคนเสียชีวิตหลังจากนั้น   โดยเฉพาะภรรยาหม้ายของตัวเอง วิญญาณตัณหาจัด
วนเวียนกลับไปที่บ้าน และบังคับให้ภรรยาหม้ายทำหน้าที่ภรรยาให้ครบถ้วน

ในที่สุดในปี 1672 ชายหนุ่ม 9 คนในหมู่บ้านตัดสินใจว่าต้องยุติการคุกคามนี้เสียที แต่เมื่อไปขุดโลงศพขึ้นมา
และเปิดฝาออก พวกเขาพบว่าร่างกายของแกรนโดไม่เน่าเปื่อย แถมใบหน้าในโลงยังส่งยิ้มมาให้ แต่หลังจาก
ความพยายามในการตอกลิ่มที่หน้าอกผีดิบล้มเหลวเพราะไม้กระดอนกลับ ชายหนุ่มที่กล้าที่สุดในกลุ่มจึง
ตัดศีรษะแกรนโด และแล้วการคุกคามของแวมไพร์ตัวนี้ก็สิ้นสุดลง
 



The Hunderprest Of Melrose Abbey


 
"Hunderprest" เป็นฉายาที่มอบให้กับนักบวชรูปหนึ่งสมัยศตวรรษที่ 11 แห่งเมลโรส โบสถ์ในพรมแดนสกอตแลนด์
เขาได้รับฉายาเพราะ งานอดิเรกที่เขาชื่นชอบ คือการล่าสัตว์บนหลังม้ากับฝูงสุนัขล่าสัตว์

("Hunderprest" หมายถึง "นักบวชสุนัข")

เรื่องราวของแวมไพร์แห่งโบสถ์เมลโรสเริ่มขึ้น ราวปี 1138 เมื่อนักบวชได้เสียชีวิตและคืนชีพมาเป็นแวมไพร์ เขาได้
ดูดเลือดผู้บริสุทธิ์และสามารถแปลงร่างเป็นค้าวคาวได้ และพยายามเข้าไปในโบสถ์เมลโรส จนในที่สุดพวกนักบวช
ก็ทนไม่ไหวเลยรวมตัวไปที่หลุมฝังศพของเขา และเมื่อเปิดดูก็เห็นนักบวชแวมไพร์กำลังนอนในโลงที่มุมปากยิ้มและ
ริมฝีปากเปื้อนเลือดของเหยื่อของเขา และก็ฟันศีรษะด้วยขวานและเผาจนกลายเป็นขี้เถ้าและแล้วการอาละวาดก็สิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตามบางตำนานได้บอกว่าเขายังหลอกหลอนในบางพื้นที่อย่
 


The Vampires Of New England


   
ที่อเมริกาก็มีแวมไพร์ ในปี 1990 ที่กรีสโวลด์,  คอนเนตทิคัต มีการค้นพบหลุมฝังศพ ของเหล่าเกษตรกรที่มีชีวิต
อยู่ในช่วงปี 1700 ทั้งหมดเป็นปกติดี ยกเว้นศพหนึ่ง ที่ร่างกายถูกตัดหัวและโครงกระดูกถูกจัดวางจัดวางเป็นรูป
“Jolly roger” (แปลว่า รูปหัวกะโหลกไขว้แบบธงโจรสลัด)มันอาจจะเป็นเพียงการปล้นหลุมสุสาน


หากแต่หลังจากตรวจสอบก็ไม่มีการขโมยของมีค่าแม้แต่น้อย และเป็นเวลา 10 ปีในสถานที่ใกล้เคียงกันพบศพ
มากมายลักษณะทั้งตัดคอและถูกเผา แสดงให้เห็นอะไรบางอย่างจากความกลัวแวมไพร์ที่ระบาดในเวลานั้น
ซึ่งเหตุการณ์นี้เรียกว่า “ความหวาดกลัวแวมไพร์ นิวอิงแลนด์” (New England vampire panic) ซึ่งชาวบ้าน
ในโรคไอแลนด์, เวอร์มอนต์ และส่วนอื่นๆ ของนิวอิงแลนนด์ป่วยตายเป็นวัณโรค แต่พวกเขาเชื่อว่าเป็นฝีมือแวมไพร์
ทำให้ศพมากมายถูกขุดขึ้นมาและนำไปควักอวัยวะภายในและเผาเพื่อหยุดการเกิดโรค



กรณีที่โด่งดังที่สุดของอเมริกาคือ “Mercy Brown vampire incident” ในเอ็กซีเตอร์, โรดไอแลนด์ ครอบครัว
ของจอร์จและแมรี่ บราวน์ได้รับความเดือดร้อนเมื่อครอบครัวของพวกเขาเสียชีวิตจากวัณโรค โดยเริ่มจากแม่ของ
แมรี่และต่อมาก็ตัวแมรี่เอง พวกเขาเชื่อว่าต้นเหตุมาจากอมมนุษย์ พวกเขาจึงขุดศพมาตรวจดู ซึ่งปรากฏว่าศพของ
แมรี่ศพไม่เน่าเปื่อย (เชื่อว่าน่าจะเกิดจากการฝังดินที่อุฯหูมิของชั้นดินเหมือนถูกเก็บในช่องแช่แข็งร่างกายเลยไม่เน่าเปื่อย)
ทำให้เชื่อว่าเป็นต้นเหตุ พวกเขาเลยจัดการควักหัวใจศพมาเผาด้วยไฟและผสมกับน้ำให้กับญาติคนหนึ่งที่เป็นผู้ป่วย
เพื่อหยุดการก่อกวนของแวมไพร์



The Gorbals Vampire


 
เรื่องราวนี้เริ่มต้นด้วยข่าวลือ (ตำนานเมือง)ที่ว่าในปี 1954 มีแวมไพร์เขี้ยวเหล็กอยู่ที่สุสานกอร์บอลส์ ในกลาสโกว
สกอตแลนด์ และแวมไพร์ได้ฆ่าเด็กสองคน ท้องถิ่นไปสองคน ภายในไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสุสานเต็มไปด้วยเด็กที่มีอาวุธ
ครบมือไม่ว่าจะเป็นไม้ และมีดล่าสัตว์ เพื่อล่าแวมไพร์




เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงฮัสทีเรีย หรืออุปทานหมู่ที่เกิดขึ้นจากการที่เด็กอ่านการ์ตูนอเมริกันสยองขวัญ
“เรื่องเล่าจากหลุม” (Tales from the Crypt) ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าเนื้อหาการ์ตูนในช่วงเวลาเดียวกันนั้นมีตอน
แวมไพร์เขี้ยวเหล็ก ซึ่งเด็กน่าจะได้รับอิทธิพลจากเนื้อหาและเกิดความตื่นตระหนกเกิดขึ้นมาเฉยๆ
 



Elizabeth Bathory: The Blood Countess


 
เอลิซาเบธ บาโธรี่ น่าจะเป็นแวมไพร์ที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ ในขณะที่วลาดไม่ได้ดูดเลือดเหยื่อ แต่เอลิซาเบธนั้น
ทั้งดื่มและอาบน้ำเลือดเอลิซาเบธนั้นเป็นคุณหญิงโรมาเนียในศตวรรษที่ 16 ที่ความสุขในการทรมานหญิงสาว และฆ่า
หญิงสาวจำนวนมากกว่า 80-650 ราย (อาจมากกว่านั้น) ด้วยเหตุผลคือ หากได้อาบเลือดของหญิงสาวพรหมจารีแล้ว
จะทำให้รักษาความอ่อนเยาว์ของตนได้ ตลอดไป 


โดยเธอนำตัวเหยื่อมาฆ่าที่ปราสาทเซติซ (ตั้งอยู่ในประเทศสโลวาเกียซึ่งในอดีต เป็นส่วนหนึ่งราชอาณาจักรฮังการี)
ด้วยวิธีที่หลากหลายเพื่อรีดเลือดเหยื่อไหลมากที่สุด เช่น ร่างพรุนด้วยเข็ม หรือศพโดนตัดแขนหรือขาหรือส่วนสำคัญ
ของร่างกายออก มีข่าวลือว่าอลิซาเบธอาบน้ำที่เต็มไปด้วยเลือดหญิงสาว ในที่สุดเอลิซาเบธ บาโธรี่ ก็ถูกจัลบได้
และถูกนำไปขังตลอดชีวิตในห้องขังเดี่ยวๆ ใต้หอคอยแทน จนกระทั่งขาดใจตายในที่สุด 
 
 
อ้างอิง
http://listverse.com/2013/08/11/10-vampires-from-history-youve-never-heard-of/

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 พฤศจิกายน 2020, 15:49:16 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Krittachaya

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 200
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีๆ  เขินนนนนน