วัตถุลึกลับที่เกี่ยวข้องกับต่างดาว

ผู้เขียน หัวข้อ: วัตถุลึกลับที่เกี่ยวข้องกับต่างดาว  (อ่าน 49 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19874
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
วัตถุลึกลับที่เกี่ยวข้องกับต่างดาว
« เมื่อ: 13 พฤศจิกายน 2020, 14:18:58 »

วัตถุลึกลับที่เกี่ยวข้องกับต่างดาว
(Mysterious Artifacts From Alien)


บางคนเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นได้เยี่ยมเยือนโลกเมื่อนานมาแล้ว นานพอๆ กับโลกเริ่มมีประวัติศาสตร์
เริ่มมีอารยธรรม แน่นอนว่าทฤษฏีดังกล่าวยากพิสูจน์ยิ่งกว่าการพบเห็นจานบินหรือการลักพาตัวด้วยซ้ำ
หลายคนเชื่อคนเชื่อมนุษย์ต่างดาวอยู่เบื้องหลังในการสร้างอารยธรรมโบราณของมนุษย์ ด้วยกา
รสอนการประดิษฐ์หรือสอนวิชาการต่างๆ ให้แก่คนโบราณ

 

The Russian UFO Tooth Wheel


 
ในปี มีการพบชิ้นส่วนที่แปลกประหลาดในพรีมอร์สกี รัสเซีย วัตถุชิ้นนี้คล้ายกับชิ้นส่วนของล้อเฟื่องและถูกฝังอยู่
ในชิ้นส่วนของถ่านหินที่เขาใช้ทำเป็นแสงไฟ และเมื่อตรวจสอบดูก็พบว่ามันเป็นอลูมิเนียมบริสุทธิ์ที่มีอายุถึง
300 ล้านปี และนี่คือคำถามน่าสนใจว่าอลูมิเนียมบริสุทธิ์ที่รูปร่างไม่สามารถเกิดขึ้นตามธรรมชาติแน่นอน
และมนุษย์ยุคนั้นไม่สามารถทำออกมาได้ (กว่ามนุษย์สามารถทำแบบนี้ได้ต้องรอถึงปี 1825 เลยทีเดียว)
เหตุใดถึงปรากฏต่อหน้า..?


และที่น่าตกใจกว่านั้นวัตถุที่ว่ามีลักษณะคล้ายกับชิ้นส่วนที่ใช้กล้องจุลทรรศน์และอุปกรณ์อื่นๆ ทางเทคนิคที่
ละเอียดอ่อน ที่ผ่านมาก็มีการพบวัตถุลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นทั่วโลก แน่นอนว่าหลังจากค้นพบ ก็มีทฤษฏีว่า
วัตถุที่ว่าเป็นชิ้นส่วนหนึ่งของยานอวกาศต่างดาวที่ตกลงมาขณะเยือนโลกโบราณ แต่นักวิทยาศาสตร์ไม่เต็มใจ
ที่จะสรุปเรื่องนี้นัก ทำให้ต้องศึกษาทดลองเพื่อหาที่มาของสิ่งประดิษฐ์ลึกลับชิ้นนี้ต่อไป


 
The Guatemala Stone Head


 
ในช่วงทศวรรษที่ 1930 มีการสำรวจพบรูปปั้นหินทรายขนาดมหึมารูปหนึ่ง ในตอนกลางของป่ากัวเตมาลา
ใบหน้ารูปปั้นรูปสลักหินนั้นไม่ได้มีลักษณะคล้ายใบหน้าของชาวมายาหรือชนเผ่าในดินแดนแห่งหนึ่ง
อีกทั้งรูปปั้นมีกะโหลกที่ยาวและมีหน้าตาลักษณะดี ริมผีปากผม ดวงตาปิด และใบหน้าหันมองบนฟ้า
ซึ่งไม่สอดคล้องจากใบหน้าของโบราณหรือแม้แต่ชาวสเปนอะไรทั้งสิ้น


นักวิจัยบางคนอ้างว่ารูปปั้นมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าน่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือน
โลกโบราณที่อาจมาเยือนก่อนการมาถึงของคนสเปนด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการ
สร้างผิดส่วน หรือไม่ก็เป็นเรื่องหลอกลวง อย่างไรก็ตามหลักฐานที่ว่านั้นเป็นเพียงถ่ายภาพเท่านั้น
ส่วนของจริงถูกทำลายในช่วงปฏิวัติกัวเตมาลา



The Williams Enigmalith



ในปี 1998 นักเดินทางคนหนึ่งชื่อจอห์น เจ. วิลเลี่ยม ได้สังเกตเห็นโลหะแปลกๆ ยื่นออกมาจากก้อนหิน
ที่สกปรก เมื่อทำความสะอาดดูปรากฏว่ามีชิ้นส่วนไฟฟ้าแปลกประหลาดติดแนบกับหิน ซึ่งชิ้นส่วนนี้เห็นได้
ชัดเจนว่าเป็นสิ่งมนุษย์สร้างขึ้นและคล้ายปลั๊กไฟ


และแล้วหินนี้ก็กลายเป็นความลึกลับที่รู้จักดีในวงการผู้ชื่นชอบยูเอฟโอ และได้ลงในนิตยสารยูเอฟโอ และ
Fortean Times นิตยสารที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับปรากฏการณ์ลึกลับ นักวิศวกรไฟฟ้าได้ให้ความเห็นนี้ว่า
ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์นั้นฝังอยู่ในหินโดยไม่ได้ใช้การติดกาวหรือใส่ไปรอยของหินแกรนิตแต่อย่างใด

แน่นอนว่ามีหลายคนบอกว่าวิเลี่ยมหลอกลวง เพราะรูปร่างของหินเหมือน “หินร้อน” ที่ให้ความอบอุ่นแก่
สัตว์เลี้ยงจำพวกจิ้งจอกแต่วิลเลี่ยมปฏิเสธข้อหาดังกล่าว ซ้ำยังเต็มไปขายในราคา 500,000 ดอลลาร์
นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ทางธรณีวิทยาระบุว่าหินนี้มีอายุ 100,000 ปี (หากจริง) ซึ่งหมายความว่า
อุปกรณ๊ที่อยู่ในหินไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น วิลเลี่ยมมั่นใจมากพอที่จะเอา หินนี้ไปให้นักวิจัยด้วยว่า
มันไม่ใช่ของปลอม
 


Ancient Aeroplanes


 
วัตถุอินคาที่พบในอเมริกาใต้ ลึกลับและแปลกประหลาด คงจะเห็นไม่เกินไปกว่า “อากาศยานโบราณ” คือ
ป็นวัตถุขนาดเล็กสีทองยากที่จะตรวจสอบอายุได้แน่นอน รูปร่างมันคล้ายเครื่องบินเจ็ทสมัยใหม่ ที่เดิมที
คิดว่าเป็น zoomorphic (หมายถึงการมีลักษณะคล้ายกับสัตว์) แต่รูปปั้นที่พบนั้นมีคุณสมบัติคล้าย
เครื่องบินรบเป็นอย่างมาก  ไม่ว่าจะเป็นปีก รวมไปถึงหาง หรือแม้แต่เกียร์ทั้งหมดนี้ เป็นส่วนของเครื่องบิ
นทั้งสิ้น ราวกับชาวอินคามีความรู้เพื่ออากาศพลศาสตร์เลยทีเดียว


และนั้นเองทำให้หลายคนเชื่อมโยงว่าบางทีชาวอินคาอาจได้รับการติดต่อจากผู้มาจากต่างดาวที่มีความสามารถ
สร้างเครื่องบินเจ็ท ที่ทันสมัยและได้สอนเทคโนโลยีให้กับชาวอินคา ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่มีใครอธิบายได้ว่าอากาศ
ยายสีทองที่พบจำนวนมากนั้นเป็นปลาบิน หรือสัตว์บิน หรือว่าเป็นยานบินโบราณลึกลับกันแน่


 
The Ubaid Lizard Men



หนึ่งในเรื่องลึกลับที่ได้รับความนิยม ที่อัล อูเบด (Al Ubaid) อิรัก หนึ่งในเมืองที่เป็นเสมือนเหมือนทองของ
นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ ได้มีการค้นพบวัตถุจากประวัติศาสตร์ (อายุ 5,900-4,000 ปีก่อนคริสตกาล)
และในจำนวนนั้นมีรูปปั้นหนึ่งที่มีรูปพรรณที่แปลกประหลาดซึ่งเหมือน “มนุษย์จิ้งจก” และมีจำนวนมากมายไม่ซ้ำแบบ
ซึ่งชี้เห็นชัดว่ารูปปั้นเหล่านี้ไม่เหมือนเทพองค์ใดเลย (เช่นเทพหัวสัตว์แบบของอียิปต์) เหมือนกันครึ่งคนครึ่งจิ้งจกมากกว่า


แน่นอนรูปปั้นนี้ได้ถูกดึงเกี่ยวกับทฤษฏีของมนุษย์ต่างดาวสัตว์เลื่อยคลานที่มาเยือนโลกอดีต บางรูปปั้นที่หัวเหมือน
มีหมวกกันน็อก ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ตัวจริงของรูปปั้นเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนา


 
The Sri Lanka Meteorite Fossils



ในปี 2013 นักวิจัยได้วิเคราะห์ซากของอุกาบาตรที่ตกในเมืองโพลอนนารัว ประเทศ ศรีลังกา ได้พบว่าพวกเขา
ได้ซากของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกอยู่ในหินพรุน ซึ่งร่องรอยหรือฟอสซิลของสาหร่ายทะเลชนิดหนึ่งซึ่งสูญพันธุ์
ไปจากโลกนี้แล้ว


ศาสตราจารย์จันทรา วิกรมาซิงห์ จากศูนย์ชีววิทยาดวงดาวบักกิงแฮม ได้พบว่าฟอสซิลดังกล่าวเป็นหลักฐาน
ที่น่าสนใจว่าน่าจะเป็นสิ่งมีชิวีตที่อยู่ทั่วไปทั้งจักรวาลแลแพร่กระจายไปดาวต่างๆ โดยผ่านทางอุกาบาตและ
เศษขยะอวกาศอื่นๆ ที่เป็นของแข่ง

ซึ่งสาเหตุที่มันมาจากนอกโลกก็เพราะรูปร่างผอมและยาวดังกล่าวเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพแวดล้อมที่มีแรงโน้มถ่วง
และความกดดันต่ำ อีกทั้งแห้งและเย็นอย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในอวกาศไกลโพ้น ซึ่งถือว่าเป็นการสนับสนุน
ทฤษฎี Panspermia ที่ว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้มาจากแบคทีเรียนอกโลกที่มากับดาวหาง อุกกาบาต และ
ดาวเคราะห์น้อยที่เคยพุ่งชนโลก

อย่างไรก็ดี ก็มีหลายคนโต้แย้งกับข้อสันนิษฐานดังกล่าวโดยบอกว่า หลักฐานร่องรอยของสิ่งมีชีวิตที่พบในหิน
นั้นอาจเป็นเพราะหินถูกปนเปื้อนกับแร่และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจิ๋ว ทันทีที่มันตกลงบนพื้นโลกก็เป็นได้



The Summer's Triumph Tapestry


 
พรมนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “ชัยชนะของฤดูร้อน” (Summer's Triumph) ที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองบรูจส์ เบลเยี่ยม
ในปี 1538 ปัจจุบันถูกเก็บไว้ใน Bayerisches พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพนมนี้มีชื่อเสียง (หรือเปล่า?)
ในหมู่นักทฤษฏีสมรู้ร่วมคิด เพราะภาพบนพรมเห็นชัดเจนว่ามีวัตถุแปลกประหลาดเหมือนยูเอฟโอปรากฏอยู่
บนท้องฟ้า แน่นอนว่ามีหลายฝ่ายพยายามออกความคิดเห็นแก้ต่างทฤษฏีนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ไม่ใช่
ยูเอฟโอแต่เป็นสัญลักษณ์ของการแทรกแซงของพระเจ้าที่มักปรากฏในศิลปะงานเขียนอยู่แล้ว


แน่นอนว่าคำถามที่ตามมาทำเบลเยียมศตวรรษที่ 16 ต้องทำเป็นรูปจานบินที่เป็นสัญลักษณ์เชื่อมต่อ
ระหว่างพวกเขาและพระเจ้าด้วย?


 
The Glorification Of The Eucharist


 
จิตรกรอิตาลีชื่อ เวนทูร่า ซาลิมบีนิ ได้กลายเป็นจิตรกรที่มีชื่อเสียง จากภาพวาดลึกลับภาพหนึ่งในประวัติศาสตร์
ชื่อภาพ Glorification of the Eucharist (1600) รูปวาดในโบสถ์เซนต์ปีเตอร์ในอิตาลี วาดในศตวรรษที่ 16
ซึ่งส่วนที่แปลกของภาพคือด้านบนที่เป็นภาพพระบิดาและพระบุตรกำลังทำอะไรบางอย่างกับวัตถุชนิดหนึ่งแปลกๆ
ซึ่งเป็นวัตถุทรงกลมที่มีผิวโลหะขนาดใหญ่มีเสาอากาศ และมีแสงไฟแปลกด้านบนวงกลม โดยรวมแล้วมันคล้าย
กับดาวเทียม "สปุทนิก 1 " ซึ่งแน่นอนว่าสมัยก่อนยังไม่มีดาวเทียม


แล้วมันคืออะไรแน่นอนว่าผู้ชื่นชอบยูเอฟโอและทฤษฏีนักบินอวกาศโบราณก็ได้อ้างว่าภาพนี้เป็นหลักฐานก็มีตัวตน
ของสิ่งมีชีวิตจากต่างหาก อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญก็ถามทฤษฎีหักล้างความคิดอย่างรวดเร็ว คือภาพด้านบนนั้น
เป็นสัญลักษณ์ของพระผู้เป็นเจ้ากำลังสร้างโลกต่างหาก (นกพิราบคือสัญลักษณ์ของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์)

(ซึ่งนอกจากภาพนี้แล้ว ยังมีภาพศิลปะอันอื่นๆ ที่เหมือนกัน) ลูกกลมๆ ก็คือ Sphaera Mundi ที่แทนเหมือนโลก
ของจักรวาลที่พบเห็นได้บ่อยในภาพวาดจำพวกศาสนา ไฟแปลกที่ดาวเทียมเป็นเพียงดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
เสาอากาศเป็นเพียงไม้เท้ากายสิทธิ์ที่ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจพระบิดาและพระบุตรนั้นเอง
 


The Mexican Government’s Maya Artifacts
 


เมื่อไม่นานมานี้ ปี 2012 รัฐบาลเม็กซิโกได้เปิดเผยวัตถุแกะสลัก ‘มนุษย์ต่างดาว’ สมัยชนเผ่ามายัน หลังปกปิด
มากว่า 80 ปีซึ่งเป็นความลับ โดยอ้างว่าวัตถุเหล่านี้ได้ค้นพบในพีระมิดที่ยังไม่ได้สำรวจ ในคาลัคมุล (Calakmul)
แห่งอารยธรรมมายา ซึ่งต่อมาก็มีสารคดีรัญยาลโดยราอุบ จูเลีย-ลีวี่ (ลูกชายของนักแสดงที่มีชื่อเสียงของราอูลจูเลีย)
และอลิซาเบท เธียริอ็อตเธียริอ็อต (อดีตภรรยาของสำนักพิมพ์ของซานฟรานซิสโครนิเคิล) ซึ่งวัตถุลึกลับนี้เกาะหลัก
ชัดเจนว่าเป็นผู้มาเยือนต่างดาว


กรณีนี้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์น้อยมากและภาพส่วนใหญ่มาจากออนไลน์ไม่ได้เห็นของแบบเป็นๆ  บางทีอาจ
เป็นเพียงแค่สิ่งประดิษฐ์ที่เป็นของปลอมราคาถูกที่เป็นฝีมือช่างท้องถิ่น หรือเรื่องหลอกลวง อีกทั้งยังมีข่าวการ
ฟ้องร้องเกี่ยวกับสารคดีของจูเลีย-ลีวี่ว่าฝ่ายทำสารคดีโดยที่รัฐบาลไม่อนุญาตและขโมยภาพและอุปกรณ์ของผู้อื่น
มาโดยผิดกฎหมาย


 
The Betz Mystery Sphere


 
วันหนึ่งของวันที่ 27 มีนาคม 1974 ครอบครัวเบนซ์ได้เข้ามาตรวจสอบความเสียหาย จากเพลิงไหมที่ได้ทำลายพื้นที่
กว่า 88 เอเคอร์ของป่าไม้ของพวกเขา ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้พบวัตถุแปลกประหลาด รูปร่างของมันเป็นทรงกลม
สีน้ำเงิน มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ20 เซนติเมตร (8 นิ้ว) พื้นผิวราบเรียบ ตอนแรกก็นึกว่ามันเป็นของนาซ่าหรือ
อาจเป็นดาวเทียมสอดแนมของสหภาพโซเวียต ทำให้ไม่สนใจมากนักในตอนแรก


สองสัปดาห์ต่อมาลูกชายของครอบครัวเบนซ์ได้เล่นดีดสายกีตาร์ในห้องเดียวกับที่วัตถุรูปทรงกลมอยู่ ทันใดนั้น
ลูกบอลก็ได้เปล่งเสียงสั่นสะเทือนแปลกๆ และมีเสียงสะท้อนที่รบกวนสุนัขของคนในครอบครัว ในไม่ช้าทุกคนใน
ครอบครัวเบทซ์ก็พบว่าลูกลมมีอะไรแปลกประหลาดมากมาย เช่นมันสามารถที่จะหยุดและเปลี่ยนทิศทางเมื่อผลัก
บนพื้น และมันก็กลับไปหาผู้ที่ผลักดันมันเหมือนเป็นสุนัขผู้ซื่อสัตย์ และดูมันเหมือนจะดึงพลังงานจากแสงอาทิตย์
มาใช้งานได้ เพราะเห็นได้ชัดว่ามันมันทำงานได้ดีวันที่อากาศสดใส

ครอบครัวเบนซ์เริ่มรู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างที่ควบคุมวัตถุทรงกลมนั้น บางครั้งมันก็ส่งเรื่องและสั่นสะเทือน
เหมือนมีมอเตอร์ทำงานอยู่ภายใจ อีกทั้งมันดูเหมือนจะระวังความเสียหายเกิดขึ้นราวกับว่ามันปกป้องสิ่งสำคัญ
อะไรบางอย่างอยู่ภายใน ซึ่งหากมันร่วง มันจะบินหรือลอยชนิดว่าผิดกฑแรงโน้มถ่วงโดยสิ้นเชิง


ต่อมาครอบครัวเบนซ์ก็เปิดเผยสิ่งที่พวกเขาเห็น แน่นอนว่าสื่อมวลชนให้ความสนใจเป็นอันมาก ไม่ว่าจะเป็น
นิวยอร์กไทม์สและลอนดอล ซึ่งมีสักขีพยานได้เห็นวัตถุทรงกลมมหัศจรรย์นี้นับไม่ถ้วน แม้นักวิทยาศาสตร์และ
ตัวแทนของทหารมาขอวัตถุทรงกลมนี้ไปตรวจสอบ แต่ครอบครัวเบซ์ได้ปฏิเสธกลับไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็เลวร้ายขึ้น เมื่อวัตถุทรงกลมนั้นแสดงพฤติกรรมเหมือนผี เช่นจู่ๆ ประตู
ก็ปิดกระแทกขึ้นมาเอง และส่งเสียงแปลกๆ จนครอบครัวเบนซ์ทนไม่ไหวจึงส่งมันไปให้กองทัพเรือวิเคราะห์
และพบว่ามันเป็นเพียงลูกเหล็กสแตนเลส

จนถึงทุกวันนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าวัตถุทรงกลมนี้มันคืออะไรกันแน่ ซึ่งมีหลายทฤษฏีที่อ้างถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
หลอกลวง หรือมนุษย์ต่างดาว



อ้างอิง

http://listverse.com/2013/08/15/10-mysterious-artifacts-that-are-allegedly-alien/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 14 พฤศจิกายน 2020, 12:29:57 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่