พิพิธภัณฑ์สุดสยอง (Scare Museums)

ผู้เขียน หัวข้อ: พิพิธภัณฑ์สุดสยอง (Scare Museums)  (อ่าน 107 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19990
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
พิพิธภัณฑ์สุดสยอง (Scare Museums)
« เมื่อ: 20 พฤศจิกายน 2020, 16:26:29 »

พิพิธภัณฑ์สุดสยอง (Scare Museums)

House on the Rock


   
พิพิธภัณฑ์บ้านร็อคเปิดครั้งแรกในปี 1959 ในวิสคอนซิน ประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นบ้านพักขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อน
สถาปัตยออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ รวมไปถึงของสะสมพื้นบ้าน  (บางชิ้นก็ไม่ใช่ของโบราณ) ภายในมีหลายห้อง
โดยห้องหลักๆ เช่น ห้องสวนสนุกที่มีจุดเด่นตรงที่ม้าหมุนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ พร้อมเสียงดนตรีที่ฟังแล้วเหมือนมาสวนสนุก


นอกจากนี้ยังมีห้องทะเลที่มีรูปปั้นปลาวาฬต่อสู้ปลาหมึกยักษ์และอุปกรณ์การเดินเรือสมัยก่อน  ห้องดนตรีที่เต็มไปด้วย
เครื่องเล่นดนตรีเกือบทั่วโลกและโดดเด่นที่สุดคือห้องตุ๊กตาเล่นซิมโฟนีที่อลังการแต่แอบน่ากลัว ยิ่งบรรยากาศห้องมืด
และฝุ่นยิ่งช่วยเสริมความน่ากลัวของมันไม่มากก็ไม่น้อย
 


 
Glore Psychiatric Museum


 
Glore Psychiatric Museum เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์นานถึง 130 ปี ในมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา
ซึ่งภายนอกเป็นอาคารที่ดัดแปลงมาจากโรงพยาบาลที่ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์จำลองการรักษาอาการทางป่วยทางจิต
ซึ่งตัวพิพิธภัณฑ์ได้รับยยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน 50 พิพิธภัณฑ์ที่แปลกที่สุดในประเทศ และ 1,000 สถานที่เห็นก่อนตาย
ในประเทศสหรัฐและแคนาดา


พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งโดย George Glore ภายในพิพิธภัณฑ์จะบอกเล่าวิวัฒนาการการรักษาอาการทางจิตของสหรัฐอเมริกา 
โดยมีคอลเลกชันมากมาย ไม่ว่าเป็นอุปกรณ์รักษายุคศตวรรษที่ 16,17,18 ไม่ว่าจะเป็นเกาอึ้ล็อกผู้ป่วยโรคจิต
เครื่องช็อตไฟฟ้า รวมไปถึงหุ่นจำลองการเผาแม่มด ตะแลงแกง

และที่น่าขนหัวลุกคือรายการกว่า 1446 ที่ผู้ปล่อยเอามันมากลืนกินและเอาจากลำไส้และกระเพาะมาได้ เช่น เล็บ, สกรู,
ซอมบุหรี่ บรรยากาศงีบสงบ ผสมกับความวิกลจริต แถมพิพิธภัณฑ์ยังมีปรากฏการณ์วิญญาณอีก ถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ





New Haven Ventriloquist Museum



ในนิวเฮเวน, รัฐคอนเนตทิคัต มีพิพิธภัณฑ์หนึ่งที่ไม่เหมือนใครตั้งอยู่ เพราะเป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นนักแปลงเสียง ซึ่งมีมากมาย
เกิน 1000 ตัว และหลายตัวมีประวัติและชื่อเสียง ซึ่งหุ่นเหล่านี้เรียงรายอยู่เป็นกลุ่ม และภาพผนังเต็มไปด้วยรูปภาพและ
รูปถ่ายประวัติศาสตร์ของนักพากย์หุ่นที่มีชื่อเสียง และหุ่นหลายตัวที่รูปลักษณ์ที่น่ากลัวมากกว่าน่ารัก ดังนั้นพิพิธภัณฑ์นี้
ไม่เหมาะสำหรับคนที่เป็น โรคกลัวตุ๊กตา (Pediophobia)



 


Catacombs of Palermo


                 
ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นพิพิธภัณฑ์ สำหรับสุสานปาแลร์โมสุสานใต้ดินกาปูชิน เมืองปาแลร์โมในซิซิลีทางตอนใต้ของ
ประเทศอิตาลี ซึ่งอดีตเป็นสถานที่ใต้ดินของวัดคาปูชินที่เก็บศพแห้งแบบมัมมีภายใน ซึ่งเต็มไปด้วยมัมมี่พระ
และสมาชิกในชุมชนท้องถิ่นที่ร่างกายของพวกเขาถูกเรียงรายไปทั่วไม่ว่าตามกำแพงราวกับเสื้อผ้า ดองศพ
ใส่ตู้กระจก ซึ่งเป็นคนปลายศตวรรษที่ 16 ที่สวมเสื้อผ้าสมัยนั้นอยู่


เดิมสุสานใต้ดินใช้สำหรับบรรจุศพของเหล่าไฟรอาร์เท่านั้น แต่ในคริสต์ศตวรรษต่อ ๆ มาการมีศพไว้ในสุสานใต้ดิน
ของนักบวชกาปูชินชิน ก็ถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะ ผู้มีฐานะดีก็จะทิ้งพินัยกรรมไว้ให้รักษาร่างของตน
ไว้ในเครื่องแต่งกายที่ระบุไว้ หรือบางครั้งก็ถึงกับสั่งว่าให้เปลี่ยนเครื่องแต่งกายเป็นระยะ ๆ นักบวชที่ฝังก็จะแต่งกาย
อย่างนักบวช ส่วนฆราวาสก็จะแต่งตัวตามสมัย ญาติพี่น้องผู้มาสวดมนต์ให้แก่ผู้ตายก็จะมีหน้าที่ดูแลรักษาสภาพ
ของศพให้ดูดีด้วย ค่าบำรุงรักษาสุสานใต้ดินมาจากเงินอุทิศของญาติพี่น้องผู้ที่มีร่างอยู่ในสุสาน ทำให้สถานที่
ดังกล่าวมีศพมากมายราว 8000 ศพ

แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือร่างของ โรซาเลีย ลอมบาร์โด เด็กหญิงอายุสองขวบผู้เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1920 ด้วยโรคปอดบวม
ซึ่งยังอยู่ในสภาพที่ยังคงดีอยู่มากโดยใช้สูตรยาดองศพสูตรพิเศษที่เก็บความลับมานานหลายปีกว่าที่จะถูกเปิดเผย
ปัจจุบันสุสานปาแลร์โมเป็นสถานที่ดึงดูดท่องเที่ยวแนวสยองขวัญ (macabre) และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์
แนวแปลกที่ได้รับความนิยมในประเทศอิตาลี





London Dungeon


 
ถ้าพูดถึงพิธภัณฑ์น่ากลัวแล้วไม่พูดถึง ดันเจี้ยนลอนดอน ก็กระไรอยู่เพราะเป็นสถานที่มีชื่อเสียง เปิดบริการเมื่อปี 1974
ภายในที่หลายๆ ส่วน ซึ่งแต่ละส่วนล้วนสื่อให้เห็นความสยดสยองแบบมีอารมณ์ ภายในพิพิธภัณฑ์ประกอบไปด้วย ห้องใต้ดิน
เขาวงกตสะท้อนที่มีทั้งโครงกระดูกมีชีวิตและวิญญาณที่นักแสดงทุ่มเทให้ผู้ชมตกใจ การจัดแสดงเหตุการณ์กาฬโรคระบาด
ครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอน 1665 ที่มีทั้งหุ่นจำลองและนักแสดงที่แต่งเป็นคนเป็นกาฬโรคที่เหมือนจริงอย่างน่าสนดสยอง
และมีเหตุการณ์ไฟไหมครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอนในปี 1666


ห้องผ่าตัดทางการแพทย์ที่เป็นแบบหุ่นจำลองสยดสยองเพราะผ่าจนเห็นเลือดและลำไส้ ห้องแจ๊คเดอะริปเปอร์ที่ได้เห็นศพ
หญิงสาวที่เขาชำแหละศพ แต่ที่โดดเด่นที่สุดคือห้องทรมานและหระหารที่มีอุปกรณ์จำลองทรมานที่ใช้หุ่นจำลองจนเห็นภาพ
ที่เต็มไปด้วยเลือดนอง พูดง่ายๆ ใครอยากเห็นประวัติศาสตร์ที่โหดร้ายอีกมุมหนึ่งของลอนดอน ก็สามารถมายังดันเจี้ยนลอนดอน
ได้เลยนับลองไม่ผิดหวัง



 
Lombrosp's Museum of Criminal Anthropology
 


ซีซาร์ ลอมโบโซ (1836 -1909) เป็นบิดาของอาชญาวิทยายุคใหม่ ที่มีแนวเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของอาชญากรไว้ว่า
รูปร่างทางกายภาพเป็นเครื่องแสดงออกถึงความผิดปกติ เช่น การมีรูปศีรษะบิดเบี้ยวไม่เหมือนธรรมดา คางยาว ขนาดหูผิดปกติ
จมูกเบี้ยว ฯลฯ ซึ่งต่อมาเขาได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนอาชญาวิทยาในอิตาลีขึ้น และไม่ต้องสงสัยว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เต็มไปด้วย
สิ่งที่เขาค้นคว้าอย่างน่าขนหัวลุกไม่ว่าจะเป็นหัวกะโหลก ซากศพมุษย์ เต็มไปด้วยของสะสมที่น่าขยะแขยงของฆาตกรในอิตาลี
อุปกรณ์สังหารเหยื่อ หรือแม้แต่หัวของของยังถูกเก็บรักษาในขวดดอง





Madame Tussauds


      
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซต์ (เดิมใช้ชื่อว่า "Madame Tussaud's"แต่ในปัจจุบันได้ยกเลิกการใช้เครื่องหมาย อะพอสทรอฟี
ในชื่อไปแล้ว เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งที่ก่อตั้งโดยนางมารี ทุซโซต์ (1 ธันวาคม ค.ศ. 1761 – 16 เมษายน ค.ศ. 1850) ช่างปั้น
หุ่นขี้ผึ้งชาวฝรั่งเศส มีสาขาแรกตั้งอยู่ที่ถนนเบเกอร์ กรุงลอนดอน ตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1835


โอเคเรารู้จักพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตรงที่เต็มไปด้วยหุ่นขี้ผึ้งดาราคนดังมากมาย (แต่พูดตามตรงน่ะสู้หุ่นขี้ผึ้งบ้านเราไม่ได้ ของเรามีจิตวิญญาณ
ถ่ายทอดอารมณ์ของมนุษย์ได้มากกว่า) แต่สิ่งที่หลายคนไม่เคยรู้คืองานแรกๆ ของนางมารี ทุซโซต์คือการทำหุ่นขี้ผึ้งถ่ายทอดอารมณ์
แห่งความโหดร้ายในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งเธอได้ทำหน้ากากแห่งความตายของเหยื่อที่โดนตัดหัวขาด ซึ่งอีกมุมหนึ่งนั้นพิพิธภัณฑ์
ยังมีโซนที่น่ากลัวสยดสยองของเหยื่อการปฏิวัติฝรั่งเศส ฆาตกรอาชญากรอื่นๆ

ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซต์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของลอนดอน และมีการขยายสาขาออกไปในหลายเมืองใหญ่ทั่วโลก



 
Musée Fragonard d'Alfort  (Museum of Anatomy )


   
ออนอเร ฟรากอนาร์ (Honoré Fragonard) เป็นศาสตราจารย์วิชากายวิภาคศาสตร์ ที่ในช่วงยี่สิบปีในชีวิตของเขา เขาได้เริ่มสะสม
รวบรวมศพมนุษย์นำมาทำเป็นหุ่นเรซิ่งจนกลายเป็นพิพิธภัณ์กายวิภาคศาสตร์ที่เต็มไปด้วยซากศพ หลายคนคงตกตะลึงกับพิพิธภัณฑ์
กายวิภาคศาสตร์โรงพยาบาลศิริราชที่เห็นศพคนตายแบบเป็นๆ มาแล้ว


แต่ที่พิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์ของออนอเร ฟรากอนาร์ที่เปิดปี 1991 (สร้างในปี 1766) ซึ่งมีความเก่าแพ่ ไม่เพียงสยดสยองแต่ก็
แปลกประหลาดไปด้วย มันตั้งอยู่ในปาริส ภายในเต็มไปด้วยซากศพมากมายตั้งโชว์อย่างโดดเด่น บางศพใช้ยาดองสูตรลับที่ยังเป็น
ปริศนาจนถึงทุกวันนี้ ทำให้ศพเหมือนสดใหม่ และบางศพถูกจัดในท่าทางแปลกๆ ซึ่งมีทั้งศพสัตว์และศพคนที่ถลกหนัง ศพเด็ก
ศพอาชญากร กะโหลกมนุษย์มากมาย

นอกจากนี้ยังมีซากศพสัตว์แปลกประหลาด เช่นลูกแกะลูกวัวสองหัว แพกะสิบขา และม้าตาเดียว แต่ที่สยดสยองที่สุดก็คือการถลกหนัง
มนุษย์เห็นเส้นเลือด หลอดเลืดดำ หลอดแดง อย่างชัดเจน รวมไปถึงศพที่ถูกผ่าท้องเห็นอวัยวะภายในอย่างน่าขนหัวลุก




Mutter Museum


 
พิพิธภัณฑ์มัตเตอร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ในวิทยาลัยแพทย์ฟิลาเดลเฟีย เพนซิลเวเนีย อเมริกา ซึ่งเป็นที่รวบรวมของสะสมอวัยวะผิดปกติ
ทางการแพทย์, กายวิภาคและพยาธิวิทยา, ขี้ผึ้งจำลองและอุปกรณ์การแทพย์โบราณ ซึ่งของส่วนใหญ่เป็นของด็อกด็อกมัตเตอร์ที่เริ่ม
สร้างในปี 1858


ภายในพิพิธภัณฑ์เต็มไปด้วยคอลเลกชันหัวกะโหลกทั้งแบบปกติและผิดปกติ เห่นหุ่นขี้ผึ้งผู้หญิงคนหนึ่งที่มีเขางอกจากหน้าผากของเธอ
หรือลำไส้มนุษย์ที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ ศพที่กลายเป็นสบู่ (เพราะกระบวนการสบู) แฝดสยาม ที่ขยะแขยงชวนอ๊วกเป็นอย่างมาก และรายการ
ที่น่าแนะนำก็คือสไลด์กล้องจุลทรรศนฺของเนื้อเยื่อสมองของ "อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์" ที่ชำแหละเพื่อตรวจสอบว่าไอน์สไตน์มีความอัจฉริยะ
พิเศษกว่าคนธรรมดาขนาดไหน ไปจนถึงรูปหุ่นปลาสเตอร์ที่หล่อจากร่างไร้วิญญาณของแฝดสยามอินจันหลังเสียชีวิตแล้วตั้งอยู่
ภายในพิพิธภัณฑ์




The Purgatory Museum


   
ตามหลักคำสอนคาทอลิกคนที่ตายในขณะที่บาป วิญญาณของพวกเขาจะต้องไปนรกเพื่อถูกไฟเผาเพื่อให้วิญญาณสะอาด
ก่อนที่จะลอยไปสวรรค์ ที่โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ในโรมซึ่งอยู่ไม่ไกลจากปราสาทอังเจโล ใกล้ๆ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์
มีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กๆ หนึ่งชื่อ ชื่อว่า Piccolo Museo Del Purgatorio เป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ เกี่ยวกับไฟชำระ
จัดแสดงสิ่งของที่ถูกสัมผัสโดยวิญญาณในไฟชำระ เช่น รอยนิ้วมือไหม้ในหนังสือสวด รอยฝ่ามือไหม้บนโต๊ะ
รอยฝ่ามือไหม้บนแขนเสื้อ รอยไหม้บนผ้ากันเปื้อน


รอยไหม้เหล่านี้ต่างมีที่มาจากบุคคลที่ส่วนใหญ่เป็นพระสงค์ทรมานในไฟชำระเพื่อล้างบาปของตน ก่อนที่ตาย
ทั้งหมดนี้เป็นนของจริง เป็นมือคนจริงๆ ที่ทรมานจากไฟชำระที่ก่อนจะตายได้สัมผัสสิ่งเหล่านี้เอาไว้อย่างน่าขนหัวลุก
 

อ้างอิง

http://listverse.com/2010/06/21/top-10-museums-that-will-scare-you-silly/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 21 พฤศจิกายน 2020, 16:51:33 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Krittachaya

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 200
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: พิพิธภัณฑ์สุดสยอง (Scare Museums)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 22 มกราคม 2021, 17:50:48 »

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีๆ