10 กะโหลกพิศวง (Skull Hoaxes)

ผู้เขียน หัวข้อ: 10 กะโหลกพิศวง (Skull Hoaxes)  (อ่าน 114 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19989
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed
10 กะโหลกพิศวง (Skull Hoaxes)
« เมื่อ: 27 พฤศจิกายน 2020, 16:31:12 »

10 กะโหลกพิศวง (Skull Hoaxes)
โดย Cammy-เต่านรก

กะโหลกเป็นส่วนหนึ่งของโครงกระดูกในร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่โดดเด่น โดยเฉพาะมนุษย์เพราะทุกเรื่องราว
ของเจ้าของร่างสามารถอธิบายได้หากวิเคราะห์กะโหลกเจ้าของร่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ อายุ หรือ
แม้กระทั้งการดำเนินชีวิตต่างๆ กะโหลกสามารถอธิบายได้หมดตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีกะโหลกแปลกๆ
ที่ถูกค้นพบมากมาย ที่ไม่สารมารถอธิบายได้ว่ามันคืออะไร บางอย่างกว่าจะได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นของจริง
เวลาก็ผ่านไปหลายศตวรรษ และนี่คือรายการ 10 กะโหลกพิศวงที่ มีทั้งของจริง, หลอกลวง, เข้าใจผิด ที่น่าสนใจ

 
10. Starchild Skull


 
กะโหลกมนุษย์ต่างดาวเด็ก เป็นหัวกะโหลกศีรษะที่รูปร่างเหมือนมนุษย์ที่มีรูปร่างผิดปกติ โดยอ้างว่ากะโหลกนี้
พบในปี 1930 อุโมงค์เหมือง ประมาณ 160 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของ ชิวาวา เม็กซิโก
โดยกะโหลกถูกฝังรวมกับโครงกระดูกมนุษย์ธรรมดาที่นอนหงายอยู่ ถูกครอบครองโดย เรย์และ เมลานี ยอง 
ก่อนที่จะส่างมอบให้ลอยด์ พายนักเขียนอเมริกันและนำกะโหลกนี้ไปเผยแพร่แก่สาธารชน ในปี 1990


กะโหลกดังกล่าวถูกอ้างว่าเป็นกะโหลกศีรษะของเด็กมนุษย์ต่างดาว ซึ่งภายหลังได้นำมาให้แก่นักมานุษยวิทยา
กับศัลยแพทย์และจักษุแพทย์ทำการตรวจสอบ ในเดือนกุมภาพันธ์ 1999 ว่าเป็นหัวกะโหลกของมนุษย์ต่างดาว
หรือว่าเป็นของคนที่เป็นโรคกันแน่ หัวกะโหลกมีความแปลกตรงที่ว่าเป็นหัวกะโหลกที่ผิดรูปผิดร่าง กะโหลก
ขนาดเล็กปกติ สมองมีขนาดใหญ่ของผู้ใหญ่โดยเฉลี่ย ด้านหลังกะโหลกแบน เป้าตาตรวจพบว่าตาปูดออก
จนไม่เหมือนกะโหลกของมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ผลการทดสอบดีเอ็นเอก็ได้รับการเปิดเผยว่ากะโหลดังกล่าวเป็นของชาวอเมริกันพื้นเมืองที่เป็นโรค
hydrocephalus หรือ น้ำในสมอง  ความผิดปกติแต่กำเนิดที่มีของเหลวมากเกินไปในกะโหลกศีรษะทำให้
เจ้าของศีรษะมีกะโหลกขนาดใหญ่ผิดปกติมากกว่ากะโหลกทั่วไปนั้นเอง
 


9. Calveras Skull


   
กะโหลกคาลาเวอรัสเป็นกะโหลกถูกพบโดยคนงานเหมืองในใต้ชั้นลาวาที่เมืองคาลาเวอรัส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในปี 1866 ซึ่งโยเชียร์ วิทนีย์นักธรณีวิทยาได้ใช้เป็นหลักฐานว่ามนุษย์ได้อาศัยอยู่ในอเมริกาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่
ยุคสมัยไพลโอซีน กว่าสองล้านปีที่ผ่านมา ซึ่งมันถูกอ้างทฤษฏี Creationism ที่เป็นหลักฐานที่ว่ามนุษย์ไม่ได้
เปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาในช่วงเวลาที่ผ่านมา


อย่างไรก็ตาม การทดสอบทางเคมีเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า สภาพกะโหลกไม่สอดคล้องกับสมัยไพลโอซีนแต่อย่างใด
แต่วิทนีย์ยังคงยืนกรานว่ามันเป็นของแท้ และในปี 1992 ก็มีการสรุปว่ามันเป็นกะโหลกอายุเพียง 1,000 ปีเท่านั้นเอง
 


8. Phrenology


 
ฟรีโนโลยีมีความหมายว่าการทำนายนิสัยโดยพิจารณากะโหลกศีรษะ มาจากภาษากรีก ที่แปลว่า จิตใจ “mind”
และ ความรู้ “logos” รวมแล้วคงเป็น ความรู้ด้านจิตใจ เป็นแนวคิดทางทฤษฏีที่ได้พยายามอธิบายลักษณะเฉพาะ
ของบุคลิกภาพที่ซ่อนอยู่ และลักษณะของความเป็นอาชญภาพบนพื้นฐานของลักษณะสรีระพื้นฐานของกะโหลกศีรษะ


ในช่วงสมัยศตวรรษที่ 19 แพทย์ได้มีความเชื่อว่าสมอง (และลักษณะกะโหลกศีรษะ) ถูกกำหนดให้จิตใจของมนุษย์
เรามีความแตกต่างกัน โดยแต่ละส่วนก็มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันด้วย  พูดง่ายๆ คือเป็นการทำนายนิสัยของ
กะโหลกศีรษะ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามนุษย์ควรเข้าใจเรื่องระบบประสาทมากกว่าในแง่ปรัชญาหรือศาสนา
ในการอธิบายถึงมนุษย์ แม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะอธิบายในศาสตร์การทำนายมานานแล้ว แต่ฟรีโนโลยีถือว่าเป็นศาสตร์
การทำนายที่ใกล้เคียงกับวิทยาศาสตร์มากที่สุด เพราะการทำนายจะศึกษาจากขนาดกะโหลก, น้ำหนัก, รูปร่าง โหงวเฮ้ง
และรวมถึงลักษณะใบหน้าของบุคคลด้วย

ในต้นศตวรรษที่ 20 ความตื่นตัวในทฤษฎีฟรีโนโลยียังเป็นตัวกระตุ้นให้มีการศึกษากันอย่างกว้างขวางของวิชาอาชญวิทยา 
ที่เชื่อว่ากะโหลกของอาชญากรรมแตกต่างจากคนทั่วไป


 
7. Piltdown Man


 
ปี ค.ศ.1912 ในหมู่บ้านพิลท์ดาวน์ ประเทศอังกฤษ  ชาร์ลส์ ดอว์สัน ได้อ้างว่าค้นพบกะโหลกศีรษะที่มีลักษณะแปลก
ที่เชื่อว่ามันจะเป็นเชื่อมโยงระหว่างลิงไร้หางกับมนุษย์ที่ขาดหายไป ซึ่งต่อมากะโหลกนั้นก็ถูกเรียกว่า “มนุษย์พิลท์ดาวน์”


ตามทฤษฎีวิวัฒนาการ คนไม่ได้วิวัฒนาการมาจากลิง แต่คนกับลิงเคยมีบรรพบุรุษร่วมกันมาก่อน ซึ่งบรรพบุรุษร่วมนั้นได้
สูญพันธุ์ไปแล้ว จึงไม่มีใครทราบว่าจุดเชื่อมโยงระหว่างคนกับลิงมีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งกะโหลกมนุษย์ฟิลท์ดาวน์
คือคำตอบของทฤษฏีนั้น โดยหัวกะโหลกมีลักษณะคล้ายมนุษย์ตรงใบหน้าส่วนบนแต่มีส่วนขากรรไกรคล้ายลิง ทำให้เชื่อว่า
บรรพบุรุษร่วมของมนุษย์คือลิงชิมแปนซีและลิงอุรังอุตัง  ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ นำไปศึกษาต่อยอดมากมาย มีการ
จำลองใบหน้าตาโครงสร้างของหัวกะโหลกขึ้นมา แถมยังมีคำอธิบายอีกสารพัด ทั้ง พฤติกรรมการกินอาหาร การดำรงชีวิต

แต่ในปี 1953 หลังการค้นพบมนุษย์พิลท์ดาวน์ 40 ปี โลกต้องตะลึงเมื่อนักวิทยาศาสตร์พบว่าแท้จริงแล้วมนุษย์พิลท์ดาวน์
เป็นของปลอม ทำขึ้นจาก กะโหลกส่วนบนของมนุษย์ยุคกลาง กลายเป็นมนุษย์พิลท์ดาวน์เป็นเรื่องหลอกลวงที่มีชื่อเสียง
ในประวัติศาสตร์ไป


 
6. Batavus Genuinus


   
Batavus Genuinus เป็นชื่อของกะโหลกศีรษะที่พบในปี 1828 เกาะมาร์เก้น ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งมีลักษณะประหลาด คือ
หน้าผากลาดของมันที่ลาดยิ่งกว่ากะโหลกศีรษะมนุษย์อันอื่นๆ ซึ่งชื่อว่าชนเผาดังกล่าวเผ็นเผาพันธุ์ชนิดใหม่ที่เคยอาศัยอยู่ใน
เกาะแห่งนี้นานแล้วและสืบเชื้อสายเป็นลูกหลานบนเกาะปัจจุบัน


อย่างไรก็ตาม การคำนวณหาอายุกะโหลกดังกล่าวไม่แน่นอน ในปี 1912 แพทย์ชาวดัตช์ก็พบว่ากะโหลกดังกล่าวเป็นเพียงคน
ที่สวมเครื่องมีชนิดหนึ่งที่ทำดัดกะโหลกลาดยาวในตอนเป็นเด็กเท่านั้น และเด็กหลายคนบนเกาะก็ไม่มีศีรษะลาดชันเป็น
เพียงการเข้าใจผิดเท่านั้น


 
5. Trepanning


 
ทรีแพนนิ่งเป็นการปฏิบัติที่ทำมาประมาณตั้งแต่8,000 ปีที่ผ่านมา มันคือการเจาะขุดเจาะรูบนกะโหลกศีรษะในการรักษา
ความผิดปกติของศีรษะ เช่น ปวดศีรษะ ชัก และพิการทางจิต จากการค้นพบกะโหลกคนโบราณพบว่ามีรูทริแพนนิ่งอยู่มากมาย
ส่วนใหญ่มักไม่ได้ผล และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก




โดยกะโหลกดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้ป่วยยังมีชีวิตอยู่หลายสัปดาห์หรือเป็นเดือนจากการผ่าตัด ดังนั้นแม้ว่าผู้ป่วยจะเสียชีวิต
จำนวนมากเนื่องจากติดเชื้อแต่ทุกวันนี้วิธีดังกล่าวยังมีคนหลายรายสนใจที่จะรักษา ในบางวัฒนธรรมเชื่อว่าการเจาะหัวเป็น
การปลดปล่อยวิญญาณร้ายออกไปและช่วยให้สุขภาพและรักษาภาวะซึมเศร้าดีขึ้น อีกทั้งยังมีหลายเรื่องของข้อดีทริแพนนิ่ง
ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์อื่นๆ อีกมากมาย
 


4. Giant skull



 
หลายพื้นที่บนโลกมักต้องห้ามคนภายนอกเข้าไปด้วยเหตุผลว่าเพื่อความปลอดภัย เป็นเหตุทำให้หลายเว็บไซต์มักเชื่อว่าพื้นที่
เหล่านี้มีความลับซุกซ่อนอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโพสรูปหนึ่งที่คนโพสอ้างว่ามันคือกะโหลกของยักษ์ โดยภาพมักเป็นรูปคนงาน
(หรือผู้เชี่ยวชาญ) กำลังขุดดินอย่างระมัดระวังและรูปก็เริ่มโผล่กะโหลกขนาดยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ขึ้นมาและเริ่มเผยให้
เห็นส่วนที่เหลือของโครงกระดูกยักษ์


โครงกระดูกยักษ์กลายเป็นเรื่องที่มีชื่อเสียง ในการส่งต่อทางอีเมล์พร้อมกับหลากหลายเรื่องราวในการบรรยายภาพดั้งกล่าว
ซึ่งความจริงแล้วภาพทั้งหมดถูกสร้างขึ้นด้วยการใช้เทคนิคพิเศษจนดูเหมือนจริง


 
3. Elongated Skulls


 
มีการค้นพบกะโหลกศีรษะจำนวนมากจากทั่วโลก ส่วนมากพบในเม็กซิโกและเปรูหรือแม้กระทั้งอียิปต์ ที่มีลักษณะแปลกประหลาด
ผิดรูปคือศีรษะยาวออกไปทางด้านหลงยาวกว่าคนปกติ ซึ่งส่วนมากหลายคนอ้างมักพูดว่าเป็นกะโหลกของมนุษย์ต่างดาว


ความจริงแล้วเป็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ของกะโหลกศีรษะที่ถูกทำโดยเจตนา โดยใช้อุปกรณ์บังคับหัวกะโหลกให้แบนและ
ยาวออกด้านหลังตั้งแต่ยังเป็นเด็กทารก(ซึ่งเป็นศีรษะที่ยืดหยุดมากที่สุดในเวลานั้น) ซึ่งเป็นนิยมในสมัยก่อน เนื่องจากแสดงให้เห็น
สถานภาพทางสังคมที่มีบทบาทสำคัญในอียิปต์มายัน แสดงให้ว่าเป็นบุคคลชั้นสูง ฉลาด อยู่ใกล้ชิดกับเทพเจ้า
 


2. Horned Skulls


   
กะโหลกมีเขาเป็นหนึ่งในกะโหลกที่ถูกพบในเพนซิลเวเนีย ปลายศตวรรษที่ 19 เมื่อชาวอเมริกันกลุ่มหนึ่งไปขุดเนินเดินเก่าแก่
โดยกะโหลกมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีเขาสัตว์ยาวประมาณ 2 นิ้วยืดออกมาเหนือคิ้วทั้งสองข้าง นอกจากมีเขาแล้วโครงกระดูก
มีขนาดใหญ่กวามนุษย์ปกติจากการตรวจสอบพบว่าเป็นศีรษะของมนุษย์โบราณ Paranthropus ที่มีขากรรไกลขนาดใหญ่
ทรงพลังคล้ายกับกอริล่า


หลายคนเชื่อว่ากะโหลกคือมนุษย์ต่างดาว หรือไม่ก็ปีศาจ แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว จนดูเหมือนมีเขา ซึ่งความจริงแล้วเป็นอาการ
ผิดปกติของร่างกายมนุษย์เท่านั้น


 
1. Crystal Skulls



กะโหลกแก้วเป็นตำนานความลี้ลับของหัวกะโหลก ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมและพิพิธภัณฑ์ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19
โดยเชื่อว่ากะโหลกแก้วเหล่านั้นถูกสร้างเมื่อ 3000 ปีก่อน โดยชาวมายาหรือแอซเทกส์โดยความช่วยเหลือของมนุษย์ต่างดาว
โดยกะโหลกมีพลังที่แปลกประหลาด เช่น สามารถรักษาคนได้ด้วยการสัมผัส มีพลังสามารถควบคุมธรรมชาติ หรือใช้ประกอบ
พิธีกรรมไล่ภูตผีหรือสาปแช่ง


เท่าที่มีการสำรวจทั่วโลกมีกะโหลกแก้ว 13 กะโหลก แม้ว่ายังมีจำนวนอีกมากที่ไม่ได้การค้นพบ แต่กระนั้นจากการตรวจสอบ
กะโหลกเกือบทั้งหมดพบว่าอายุของกะโหลกส่วนใหญ่ไม่ถึงทำพันปีแต่อย่างใด มันถูกทำขึ้นประมาณสองศตวรรษก่อนเป็นอย่างต่ำ
อีกทั้งไม่มีตำนานมายันหรือแอซแทกส์เล่าถึงกะโหลกดังกล่าวแม้แต่น้อย แม้ว่าจะมีการกล่าวภายหลังว่ากะโหลกที่พบบางส่วน
เป็นหลักฐานโบราณคดีจริง ทำให้เรื่องของกะโหลกแก้วยังคงลึกลับต่อไป
 
 
อ้างอิง
Top 10 Skull Hoaxes

http://listverse.com/2012/02/26/top-10-skull-hoaxes/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 28 พฤศจิกายน 2020, 13:58:41 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Krittachaya

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 200
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: 10 กะโหลกพิศวง (Skull Hoaxes)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 22 มกราคม 2021, 17:50:37 »

ขอบคุณครับสำหรับเรื่องดีๆ  eta03