คนอึดตายยาก เหล่าผู้รอดชีวิตจากฝันร้าย

ผู้เขียน หัวข้อ: คนอึดตายยาก เหล่าผู้รอดชีวิตจากฝันร้าย  (อ่าน 86 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19990
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

คนอึดตายยาก เหล่าผู้รอดชีวิตจากฝันร้าย

10. Michelina Lewandoska


 
มิเคลลิน่า เลวานโดวสกี้ เป็นหญิงสาวชาวโปแลนด์พลัดถิ่น ที่อาศัยอยู่ในยอร์กเชียร์ตะวันตก และได้หลงรักชาย
คนหนึ่งชื่อมาร์ซิน (อายุ 25 ปี ส่วนมิเคลลิน่า 27 ปี) แต่ต่อมาเธอกลับโดนฝ่ายชายนั้นฝังเธอทั้งเป็นด้วยเหตุผล
ง่ายๆ ว่า “เบื่อ” มิเคลลิน่าถูกทำร้ายด้วยปืนสตันไฟฟ้าช็อต ถูกมัดข้อมือและขานำไปใส่กล่องกระดาษแข็งปิดปาก
กล่องด้วยเทป ฝังทั้งเป็น และนำกิ่งไม้หนักทับอีกที


อย่างไรก็ตาม มิเคลลิน่ายังคงตั้งสติไว้ได้ และเธอก็ใช้แหวนเพชรของคู่หมั่นที่ตัดความสัมพันธ์กับเธอ กรีดเทป
ที่พันแขนและขาออก และก็กรีดเทปที่ติดกล่องจนหายไปได้ดี จากนั้นเธอก็พยุงตัวออกจากกล่องและเดินโซซัค
โซเซไปตามถนนจนมีผู้เหลือจะสุดท้ายก็แจ้งความดำเนินคดีทันที คู่หมั่นและผู้สมรู้ร่วมคิดถูกตัดสินจำคุก 20 ปี
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมิเคลลิน่ายังคงลำบากในการเดินและหายใจหลายสัปดาห์
 


9.Alcides Moreno


 
การทำงานสะอาดกระจกบนอาคารสูงเสียดฟ้าแน่นอนว่ามีความเสี่ยงมาก เพราะหากพลาดขึ้นมาคุณอาจตกตึก
ที่มีความสูงหลายเมตรตายย่างแน่นอน แต่กรณีของนายอัลซิเดส โมเรโนกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อเขารอดพ้นจาก
ความตายตกตึก 47 ชั้นได้อย่างเหลือเชื่อ


ในปี 2007 นายอัลซิเดส โมเรโน หนุ่มอพยพชาวเอกวาดอร์ วัย 37 ปี พนักงานเช็ดกระจกบนตึกสูงในมหานคร
นิวยอร์กประสบอุบัติเหตุกระเช้าเช็ดกระจกตกลงมาจากตึกสูง 47 ชั้น กว่า 152 เมตร ระหว่างปฏิบัติหน้าพร้อมกับ
น้องชายของเขา อุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้น้องชายนายโมเรโน เสียชีวิตคาที่ แต่ตัวนายโมเรโนกลับรอดตายราวปาฏิหาริย์
แม้ว่าจะบาดเจ็บสาหัสจากเส้นประสาทไขสันหลังและซี่โครง เชื่อว่าจะเขาจะฟื้นตัวไม่นาน จนคณะแพทย์แทบ
ไม่น่าเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น


 
8.Holly Dunn



วันที่ 29 สิงหาคม 1997 ที่เล็กซิงตัน เคนตั๊กกี้ ฮอลลี่ ดันน์ และแฟนของเธอ กำลังเดินตามรางรถไฟ จู่ๆ ถูกทัก
ด้วยคนแปลกหน้า ชายแปลกหน้าคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่องชื่อแองเจิล เรนเซนเดส เจ้าของ
ฉายานักฆ่ารถไฟที่เขาฆ่าคนไป 6 คนก่อนหน้าและเวลานี้เขามีในมือเขามีที่แซะน้ำแข็ง


แองเจิลได้มองรอบๆ เห็นว่าไม่มีใคร เขาเลยขู่ทั้งคู่และมัก จากนั้นก็ฆ่าแฟนของฮอลลี่ด้วยหินหนักกว่า 50 ฟอนด์
และฮอลลี่ก็ถูกข่มขืน แทงเข้าที่ลำคอด้วยที่แซะน้ำแข็งและทำร้ายร่างกายของเธอ ฮอลลี่คิดว่าไม่น่าจะรอดแล้ว
หากแต่เมื่อเธอลืมตาตื่นขึ้นกลับพบว่าเจ้าฆาตกรหายไป เธอเลยลากสังขารเข้าบ้านที่อยู่ใกล้ๆ แล้วแจ้งความ และ
ส่งตัวเธอเข้าโรงพยาบาลแม้ว่าเปลือกตาเกือบขาด กรามหัก แต่เธอก็รอดชีวิตมาได้   

ฮอลลี่เป็นเหยื่อรายเดียวที่รอดจากฆาตกรนักฆ่ารางวัลไฟ และถูกเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล แองเจิลถูกตัดสิน
ประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษในความผิดฐานฆ่าคนไป 15 รายทั่วประเทศอเมริกาและเม็กซิโก



 
7.Bahia Bakari


 
เรื่องราวของผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินตกมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย มีทั้งแบบกลุ่ม หรือรอดชีวิตคนเดียว และเรื่องราว
ของบาคารี บายาชาวฝรั่งเศสนั้นก็เป็นอีกกรณีของผู้รอดชีวิตเครื่องบินตกอย่างปาฏิหาริย์


เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2009 บาคารี บายา อายุ 14ปี แม่ของเธอ และผู้โดยสาร 153 คน ได้ขึ้นเครื่องบินแอร์บัส
เอ 310-300 จากฝรั่งเศสไปสู่ประเทศหมู่เกาะคอโมโรส หลังจากบินไม่นานสายการบินเยเมนตกก็ในมหาสมุทรอินเดีย

หลังเครื่องบินตกบาคารี ก็ถูกคายออกจากเครื่องบิน แม้จะมีเสื้อชูชีพ แต่สถานการณ์ไม่ดีนัก เธอลอยไปมาและเกาะ
ซากปรักหักพังซึ่งเป็นชิ้นส่วนเล็กๆ ของลำตัวเครื่องยิน หลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงของผู้โดยสารคนอื่นไม่ได้ศัพท์
แต่ไม่นานเสียงทั้งหมดก็จางหาย หลังจากนั้นเธอก็เกาะซากปรักหักพักนั้นอยู่นาน 2 ชั่วโมงหลังเครื่องบินตก
ท่ามกลางศพและซากเครื่องบิน อีกทั้งเวลานั้นเต็มไปด้วยคลื่นรุนแรงและทัศนวิสัยไม่ดี แต่เธอก็รอดชีวิตมาได้
ก่อนที่เรือลาดตะเวนลำหนึ่งมาพบเจอและช่วยเหลือ แม้เธอจะบาดเจ็บจากกระดูกเชิงการนหักและกระดูกไฟปลาร้าหัก
แต่ก็หายดีในอีกสามสัปดาห์ต่อมา



6. Felix



แก๊งค้ายาเม็กซิกันหรือ Gebong ได้เป็นที่รู้จักกันดีถึงความเลวร้าย โดยเฉพาะทำทุกอย่างที่ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการ
ลักพาตัวหากใครที่โดนมักไม่มีชีวิตรอดกลับไปที่ชายแดนเรย์โนซ่า ชายคนหนึ่งชื่อเฟลิกซ์อายุ 20 ปี ซึ่งเขาถูกแก๊งเม็กซิโกซีตา
ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งที่โหดเหี้ยมที่สุดในแก๊งยาเสพติดของเม็กซิโก เขาจับไปเรียกค่าไถ่จากครอบครัวของเขา ในสัปดาห์แรก
ที่เขาลักพาตัวเขาเขาถูกทรมานไม่ว่าจะเป็นช็อกไฟฟ้า ขู่ด้วยปืนพก พร้อมโทรศัพท์หาครอบครัวเขาหากเงินไม่ง่ายเขาจะถูก
ตัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและฆ่าเขา


พ่อของเฟลิซ์ในฮอนดูรัสและพี่ชายในแอตตแลนตาจ่ายเงินไป 5000$ แต่มันไม่เพียงพอสำหรับการไถ่ตัว ในเดือนถัดไป
เขาก็ย้ายสถานที่ และเขาก็พบคนที่ถูกลักพาตัวที่มีชะตากรรมไม่แตกต่างจากเขามากนัก อีกทั้งห้องขังยังแคบ ร้อนระอุ
ต่อมาเขาก็เริ่มตัดใจเพราะไม่มีเงินค่าไถ่ หากแต่แล้วพวกแก๊งกลับเอาเขาทิ้งบนถนนและถูกช่วยโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เป็นอันสิ้นสุดฝันร้ายที่ยาวนาน


 
5.Mauro Prosperi


 
ในปี 1994 มอโร โปรสเปอรี นักวิ่งมาราธอนชาวอิตาลี กำลังแข่งขันมาราธอน Marathon des Sables ซึ่งเป็นการแข่งขัน
วิ่งมาราธอนข้ามทะเลทรายซาฮาร่าระยะ 145 ไมล์เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์ หากแต่แล้วเขาก็หลงทาง เพื่อความอยู่รอดโปรสเปอรี
จึงได้ดื่มปัสสาวะตนเองหรือจับสัตว์อะไรมากินก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นค้างคาว งู หรือสัตว์เลื้อยคลานได้จับค้างคาวกินเพื่อประทังชีวิต


ตลอด 9 วันที่เขาต้องระหกระเหินเร่ร่อนผ่านทะเลทรายอันอ้างว้าง ซึ่งมีอุณหภูมิสูงสุดอยู่ที่ 120 F (48.89 C) ทำให้เขาขาดน้ำ
และหัวใจเต้นรัวอย่างทรมาน จนสูญเสียน้ำหนักตัวกว่า 13 กิโล ในที่สุดก็มีชาวบ้านผ่านมาพบและพาเขาขึ้นหลังอูฐกลับมา
อย่างปลอดภัย
 


4.Paul Lessard


 
ปี 2013 ช่วงบ่ายของชายแดนแคนาดา รัฐเมน ชายอายุ 64 ปีคนหนึ่งชื่อ พอล เลสซาร์ด ได้ประสบอุบัติเหตุแบบไม่น่ารอดมาได้
เมื่อรถแล่นหิมะที่เขาขับอยู่ประสบพลิกคว่ำและศีรษะเขาตรึงอยู่หนักทับจนคอได้รับอันตราย ทำให้เขาก็อยู่ในสภาพที่จะขยับตัวได้
อีกทั้งอากาศยังตอนนั้นหนาวเย็นจัด ถึงขั้นสามารถแช่แข็งเขาได้อย่างรวดเร็ว ซ้ำสถานที่พลิกคว่ำนั้นอยู่เหนือแม่น้ำแช่แข็งอีก
พอลถูกทิ้งในสถานที่รกร้างคนเพียงคนเดียวเท่านั้น


จนกระทั่งมีคนพบตัวเมื่อเวลาผ่านไป 20 ชั่วโมงในตอนเช้า ซึ่งก่อนหน้านั้นมีการแจ้งความไว้แล้ว แต่การค้นหาเป็นไปอย่างล่าช้า
เพราะมีหิมะตกหนักและลมแรง อีกทั้งหลายคนไม่เชื่อว่าพอลจะรอดเพราะอุณหภูมิลดลงถึง 0 องศา หากเขาประสบภัยข้างนอกจริง
ตายแน่นอน แต่ปรากฏว่าเมื่อพบรถคว่ำและช่วยเหลือเขาไว้ได้
 


3.Aron Ralston

]
 
หากใครที่ได้ดูภาพยนตร์เรื่อง 127 Hours คุณอาจจะรู้เรื่องราวของนาย เอรอน ราลสตัน ที่ประสบเหตุฝันร้ายเมื่อ
วันที่ 26 เม.ย 2003 เมื่อเขาปีนเขาในยูทาห์ที่ห่างไกลผู้คน  ทันใดนั้นเขาเกิดพลัดตกลงไปติดในร่องเขาที่อยู่สูงถึง
65 ฟุต แต่เขารอดชีวิตมาได้เพราะมือขวาของเขาถูกก้อนหินหนักกว่า 300 กิโลกรัมทับเอาไว้ แต่เขาต้องติดอยู่ใน
ร่องแคบๆ  นานถึง 5 วันกับอีก 7 ชั่วโมง ทั้งมืดและหวาดเสียว แถมน้ำและอาหารที่เตรียมมามีจำนวนจำกัด
เพราะไม่คิดจะค้างคืนบนภูเขา


เอรอนต้องดื่มปัสสาวะตนเอง และเตรียมสลักชื่อวันเกิดตนเอง พร้อมถ่ายวีดีโออำลาครั้งสุดท้ายแก่ครอบครัวไปด้วย
เพราะคิดว่าคงจะตายแน่นอนหากแต่ต่อมาเขาก็ตัดสินใจตัดข้อมืดตนเอง จนเขาสามารถที่จะไต่ขึ้นจากร่องเขาที่ติดอยู่
ที่สูงถึง 65 ฟุตและการเดินอีกกว่า 8 ไมล์ และทำให้เขารอดชีวิตมาได้


 
2.Jake Finkbonner


 
วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2006 หนูน้อยเจค ฟิงค์บอนเนอร์ วัย 5 ขวบ จากเมืองเฟิร์นเดล ในรัฐวอชิงตัน กำลังเล่น
บาสเกตบอลในนาทีสุดท้ายของเกมอย่นั้น เขาถูกผลักจากด้านหลัง  จนหกล้ม  ปากกระแทกอย่างแรงกับฐาน
ของแป้นบาสเกตบอล และนั้นทำให้ปากของเขาติดโรคหนังเน่า (necrotizing fasciitis)


โรคเนื้อเน่าเป็นเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อที่น่ากลัวมาก บาดแผลติดเชื้อแบคทีเรียที่กินเนื้อเยื่อและลุกลามเร็วมาก
เริ่มจากกินใบหน้า พ่อแม่ของเจคต้องรีบนำตัวเขาเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งแพทย์พยายามยื้อชีวิต
ของหนูน้อย แต่แบคทีเรียกัดกินเนื้ออย่างไม่หยุดยั้ง จนถึงชั้นกระดูกทั้งที่บริเวณศีรษะ คอ และหน้าอก

หนูน้อยเจคได้รับการผ่าตัดเอาเนื้อเสียออกอยู่หลายครั้ง ส่วนครอบครัวของหนูน้อยเป็นคาทอลิกที่ศรัทธาพยายาม
สวดภาวนา และน่าเหลือเชื่อว่าต่อมาเชื้อก็ชะลอตัวและหยุดลง หนูน้อยเจคได้รับการผ่าตัดพลาสติกบนใบหน้าและ
ต่อมาก็หายเป็นปกติกลับบ้านได้
 
 
1.Timothy Brown


 
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 1980 แ ละช่วงต้นยุค 90 เอดส์นั้นเป็นโรคที่อันตรายมาก และเป็นโรคที่รักษาไม่หาย เป็นแล้วตายแน่นอน
ซึ่งทำได้เพียงชะลอความตายเท่านั้น ไม่มีใครสามารถหยุดได้ แต่อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีผู้รอดชีวิตจากโรคเอดส์แล้ว นั้นคือชาย
คนหนึ่งชื่อ ทิโมธี เรย์ บราวน์ ซึ่งถือว่าเป็นคนแรกที่หายจากโรคเอดส์ แน่นอนว่าเขาอาจไม่ใช่เพียงคนเดียวรอดจากโรคเอดส์
(ในอนาคตอาจมีวิธีรักษาโรคเอดส์ก็ได้)


แต่เขาเป็นผู้ติดเชื้อในช่วงต้นยุค 90 ซึ่งได้รับการวินิจฉัยโรคในปี 1995 ในขณะที่เขาอายุ 46 ปี ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ได้รับการ
รักษาที่เบอร์ลินมาโดยตลอด หลายวิธีไม่ว่าจะเป็นเคมีบำบัด การฉายรังสี ไปจนถึงยารักษาโรค ซึ่งเขาตอบสนองต่อการรักษาโรค
เป็นอย่างดีมาโดยตลอด จนกระทั่งถึงปี 2005 เขาเขาต้องทรมานจากการป่วยเป็นลูคีเมียหรือมะเร็งเม็ดเลือดขาวนานแรมปี
(โรคร้ายชนิดนี้เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคที่อาจพบได้ในผู้ป่วยเอดส์)

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเขาก็ได้รับการรักษาด้วยการวิธีการแพทย์สมัยใหม่ โดยการใช้เคมีบำบัด ทำลายระบบภูมิคุ้มกันเดิมและ
สร้างระบบภูมิคุ้มกันใหม่โดยปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูกผู้อื่น ซึ่งผู้อื่นที่ว่าต้องมีพันธุกรรมต้านทานการติดโรคและ
เมื่อปลูกถ่ายไขกระดูกจากเซลล์ต้นกำเนิด อดีตอันแสนขมขื่นของเขาได้ปิดฉากลงอย่างมีความสุข เมื่อทีมแพทย์ที่ให้การรักษา
เขามายาวนาน ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าไม่พบอาการติดเชื้อเอชไอวีในตัวเขาอีกต่อไป เพราะเจ้าเซลล์ต้นกำเนิดตัว
ที่ว่าสามารถกำจัดเชื้อวายร้ายนี้ได้จนหมดสิ้น หมายความว่าเจ้าเชื้อวายร้ายนี้ได้อันตรธานหายไปจากร่างกายของเขาจนหมดสิ้น
ทิโมธีจึงถือว่าเป็นผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เฉียดตายแบบเส้นยาแดงผ่าแปด

นายทิโมธี เรย์ บราวน์ ชาวอเมริกัน กลายเป็นบุคคลแรกในโลกที่หายจากโรคเอดส์ ด้วยฝีมือแพทย์จากเยอรมนีที่ใช้การรักษา
ด้วยวิธีการซับซ้อนอย่างการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกและทำลายภูมิคุ้มกัน บวกกับการกลายพันธุ์ของยีนในร่างกายคนไข้เอง
ทำให้กรณีดังกล่าวไม่สามารถนำมาปรับและพัฒนาใช้เป็นวิธีรักษาคนไข้ทั่วๆ ไปได้

 
 
อ้างอิง

http://www.thaistemlife.co.th/com/index.php?n=219
http://www.tahupedia.com/content/show/135/10-Orang-yang-Selamat-Dari-Mimpi-Terburuk-Anda
http://listverse.com/2013/04/25/10-people-who-survived-your-worst-nightmares/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04 ธันวาคม 2020, 14:04:28 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Krittachaya

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 200
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: คนอึดตายยาก เหล่าผู้รอดชีวิตจากฝันร้าย
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 22 มกราคม 2021, 17:49:16 »

ขอบคุณครับ lowwww