ฆาตกรในครอบครัว คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด

ผู้เขียน หัวข้อ: ฆาตกรในครอบครัว คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด  (อ่าน 106 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

etatae333

  • Administrator
  • เทพเจ้าราตรี
  • *
  • กระทู้: 19990
  • Country: th
  • คะแนนจิตพิสัย +9/-0
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
    • cmxseed

ฆาตกรในครอบครัว คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด

John List



นี่คือกุลฆาต (การล้างตระกูล) ที่น่าอับอายที่สุดในประวัติศาสตร์ โดย จอห์น ลิสต์ เป็นชาวอเมริกันที่เป็นชายที่มีชีวิตปกติ
ธรรมดาคนหนึ่งในเมืองฟีลด์เวสต์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ หากแต่เพราะปัญหาทางการเงินของครอบครัว ครอบครัวของเขาไม่รู้ว่า
จอห์นเป็นคนตกงาน ในความคิดของเขาเห็นว่าจะเป็นการดีกว่าที่จะส่งครอบครัวเขาไปสวรรค์ แทนที่จะให้พวกเขา
ประสบความลำบากด้วยกัน ทำให้เขาตัดสินใจก่อคดีฆาตกรรม


เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 1971 จอห์น ลิสต์ได้ยิงภรรยาและแม่ของเขาที่บ้าน และยิงลูกอีกสองคน หลังพวกเขากลับจาก
โรงเรียน จากนั้นเขาก็ไปรับลูกชายอีกคนคือจอห์น จูเนียสที่กำลังเล่นฟุตบอลในโรงเรียนก่อนที่จะยิงที่เขาหลังมาถึงบ้าน
ทั้งหมดเป็นการวางแผนฆาตกรรมที่มีพิถีพิถัน กว่าศพทั้งหมดจะถูกพบ จอห์นก็หายไปแล้ว

เขาสามารถหนีนานกว่า 18 ปี  เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่  แต่ทางการเอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุดและพยายามตารมหาเขา
จนกระทั่งวันที่ 1989 มีการปั้นดินเค้าโครงหน้าของเขายอมแก่ชราออกเผยแพร่เพื่อหาเบาะแส จนพบว่าจอห์นอาศัยอยู่
ในริชมอนด์ เวอร์จิเนียในชื่อปลอมว่า “โรเบิร์ต คลาร์ก” เขาถูกจับกุม และพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต จนกระทั่งตายในคุก
เมื่อปี 2008 ในขณะอายุ 82 ปี
 


William Bradford Bishop
 


เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1976 เกิดไฟไหม้บริเวณป่าโคลัมเบีย ในนอร์ท แคลิฟอร์เนีย และต่อมาได้พบเรื่องน่าตกตะลึงเมื่อพวก
เจ้าหน้าที่ไปที่จุดที่เกิดเพลิงไหม้ พวกเขาได้พบหลุมตื้นหลุมหนึ่ง ในหลุมมีซากศพที่ถูกเผาไหม้ด้วยถึง 5 ศพ ตอนแรกยังไม่
สามารถระบุได้ว่าศพเหล่านั้นคือใคร จนกระทั่ง 8 วันต่อมาตำรวจได้ไปเยี่ยมบ้านของ วิลเลียม แบร๊ดฟอร์ด  บิชอป จูเนียส์
ในแมรี่แลนด์ และพบว่าเหตุนองเลือดที่บ้านหลังนั้น ศพทั้ง 5 ถูกระบุว่าเป็นศพของแม่ ภรรยา และลูกของบิชิปเอง และบิชอป
เป็นคนฆ่าพวกเขาเพียงเพราะรู้สึกไม่ชอบงานที่ทำและความกดดันของครอบครัว


บิชอปเป็นพนักงานของกระทรวงการต่างประเทศและตัดสินใจออกจากงานวันที่ 1 มิถุนายน จากนั้นเขาก็ซื้ออุปกรณ์เพื่อก่อคดี
ฆ่าล้างครอบครัวของเขา ด้วยการใช้ค้อนกระหน่ำตี เขาเริ่มฆ่าภรรยาก่อน พ่อแม่ของเขากลับมาจากที่ทำงานก็ถูกฆ่าเป็นรายตาไป
และลูกทั้งสามถูกฆ่าในขณะนอนหลับบนเตียงในห้อง ทั้งหมดถูกฆ่าด้วยอาวุธทื่อและทุกคนไม่มีโอกาสปกป้องตนเอง จากนั้น
เขาก็เอาศพใส่บนรถ และขับรถกว่า 275 ไมล์เพื่อทำลายศพพวกเขา และขับรถไปบังเทนเนสซีและทิ้งรถเอาไว้ และเขาก็หายไป

ตลอด 3 ที่ตามหาบิชอป แม้จะมีความพยายามมากมายที่จะหาตัวฆาตกรรายนี้ แต่จนบัดนี้ก็ไม่พบ เชื่อว่าเขาคงหนีไปยังยุโรป
เพราะมีหลายคนเห็นเขาในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นเบลเยี่ยม อังกฤษ ฟินแลนด์ ฯลฯ ปัจจุบันบิชอปได้กลายเป็นบุคคล
ที่สหรัฐต้องการตัวมากที่สุด

 
 
Andrea Yates
 


ในปี 2001 แอนเดรีย เยทส์ แม่บ้านในเมืองฮูสตัน รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ก่อคดีฆ่าลูกทั้งหมด 5 คนด้วยการจับกดน้ำ
ตายคาอ่างอาบน้ำในบ้านของเธอเอง นางแอนเดรียอาศัยอยู่กับสามีและลูกๆ ทุกอย่างเหมือนปกติสุขในตอนแรก หากแต่ต่อมาเธอ
ก็มีอาการทางจิต แม้จะไม่ได้เป็นจิตเภท แต่เป็นความทุกข์ทรมานจากภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เธอพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง
ทำให้ถูกนำไปรักษาตัวในโรงพยาบาลจิตเวช จิตแพทย์ได้ให้คำแนะนำเธอว่าอย่ามีบุตรมาก แต่ปรากฏว่าเธอคลอดบุตรถึง 5 คน


และเมื่อถึงจุดหนึ่งเธอก็ได้ตัดสินใจที่จะฆ่าลูกทั้ง 5 คนของเธอ ในวันที่เกิดเหตุนั้นเธอก็ลงมือฆ่าลูกเป็นรายตัวด้วยจับกดน้ำจนตาย
ทีละคนทีละคนจนครบ 5 คน เธอจัดการศพเด็ก 5 คนห่อด้วยผ้าเช็ดตัวเปียกแล้วเอามานอนบนเตียง ส่วนเด็กอีกคนปล่อยทิ้งไว้
ที่อ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยอุจาระและอาเจียน

สุดท้ายนางแอนเดรียถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตก่อนที่จะย้ายไปรักษาตัวในโรงพยาบาลโรคจิตเคอรร์วิลล์ รัฐเท็กซัส
ทุกวันนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงว่าเธอคนบ้าหรือเพียงแค่ต้องการเรียกร้องให้สามีของเธอหันมาสนใจตนเองเท่านั้น


 
Jeffrey MacDonald


 
ในช่วงเช้าของวันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 1970 เจฟฟรีย์ แม็คโดนัลล์ ทหารตำรวจสังกัดหน่วยรบพิเศษกรีนแบเรต์ ที่อาศัยอยู่
ในแคโรไลน่า ได้โทรแจ้งความกับตำรวจว่าตนและครอบครัวของเขาถูกกลุ่มฮิปปี้ของแมนสั้นบุกเข้ามาในบ้านและจ้วงภรรยา
ตั้งครรภ์และลูกสาวสองคนอย่างไร้ปราณีตายคาที่ (ภรรยาถูกแทง 37 ครั้งประกอบด้วยที่แซะน้ำแข็ง 21 ครั้งและที่เหลือด้วยมีด
และลิมเบอลี 5 ปีถูกแทงด้วยมีด 8-10 ที่ลำคอ และคริสตินอายุสองปีแทงด้วยมีด 33 ครั้งและที่แซะน้ำแข็ง 15ครั้ง)
บนหัวเตียงเขียนคำว่า “หมู” ด้วยมีด ส่วนตนเองบาดเจ็บถูกแทงและมีรอยพกซ้ำ


อย่างไรก็ตาม ตำรวจไม่เชื่อเรื่องที่เขาเล่า แม้ว่าเขาจะดูไม่เหมือนผู้ต้องสงสัยและย้ายไปแคลิฟอร์นียแล้ว แต่จากหลักฐานที่ค้นพบ
นำไปสู่การจับกุมเจฟฟรีย์มาดำเนินคดีอาชญาในข้อหาสังหารภรรยาและลูก และถูกจำคุถดตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามคดียังมีข้อ
ขัดแย้งมากมายจนถึงทุกวันนี้เรื่องที่เจฟฟรีย์ผิดจริงหรือไม่ยังคงเป็นที่ถกเถียงอยู่
 


Darlie Routier
 


ในช่วงเช้าของวันที่ 6 มิถุนายน 1996 ผู้หญิงคนหนึ่งในโรว์เลตต์ รัฐเท็กซัสคนหนึ่งชื่อ ดาร์ลี่ ได้โทรแจ้ง 911 แจ้งความว่า
ขณะที่เธอกำลังหลับอยู่ชั้นล่างที่มีลูกชายสองคนของเธอ เดมอน และ เดวอน อยู่ เธอก็ตื่นขึ้นมาและพบว่ามีผู้บุกรุกเป็นผู้ชาย
ไม่ทราบชื่อ หลังจากที่เธอไล่ผู้บุกรุกออกจากบ้าน ดาร์ลี่ก็พบว่าเธอถูกแทงและเดมอนและเดวอนถูกฆ่าตายอย่างไร้ความปราณี
ส่วนสามีและลูกชายคนสุดท้ายของเธอนอนอยู่ด้านบนเลยรอดตายมาได้ แน่นอนตำรวจไม่เชื่อเรื่องที่เธอเล่าเลยตั้งข้อหาเธอ
ในคดีฆาตกรรมในสี่วันต่อมา


มีหลักฐานมากมายที่บ่งบอกว่าดาร์ลี่เป็นคนทำ ไม่ว่าจะเป็นทางกายภาพและคำให้การที่ไม่สอดคล้องกับหลักฐานที่พบที่เกิดเหตุ
และมูลเหตุที่เชื่อว่าดาร์ลี่ฆ่าเด็กเพราะว่าครอบครัวกำลังประสบปัญหาเรื่องการเงิน ดาร์ลี่ต้องการฆ่าลูกชายเพื่อเงินจากประกันชีวิต
เธอขึ้นศาลและถูกประหารชีวิตด้วยการฉีดยาตาย และเช่นเดียวกับกรณีของเจฟฟรีย์ แมคโดนัลล์  เพราะคดียังเป็นที่ถกเถียงว่า
ดาร์ลี่ผิดจริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามดาร์ลี่ยังคงถูกประหารชีวิตในอีก 7 ปีต่อมา   

               

Josh Powell


 
เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2009 หญิงสาวคนหนึ่งชื่อ ซูซาน พาวเวล อายุ 28 ปี จากยูทาห์ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ เพราะเธอได้มีปัญหา
กับการแต่งงานกับสามีของเธอจอห์น พาวเวล ดังนั้นจึงไม่แปลกแต่อย่างใดที่จอห์นจะถูกตั้งข้อสงสัย จอห์นได้อ้างว่าเขากลับบ้าน
ไปหาภรรยาและเธอก็หายไป หลังจากบุตรสาวของเบรเดนและชาร์ลีเดินทางเข้าแคลมป์ปิ้ง


ในฐานะผู้ต้องสงสัยในที่สุดจอห์นก็สูญเสียความเป็นพ่อในการดูแลลูกๆ ทำให้เด็กต้องวถูกเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ของซูซาน จนกระทั่ง
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2012 เจ้าหน้าที่นักสังคมสงเคราะห์ได้โทรแจ้ง 911 แจ้งความว่าหลังจากที่เขานำเบรดอนและชาร์ลีไปหาพ่อ
ของเขาในเกรแฮม วอชิงตัน หากแต่จู่ๆ จอห์นก็คว้าลูกของเขาและไม่ยอมให้เธอเข้าไปในบ้าน หลังจากนั้นไม่นานจอห์นก็ใช้
ขวานฆ่าเด็กสองคนและระเบิดบ้านฆ่าตัวตาย


 
Diane Downs


 
ในคืนวันที่ 19 พฤษภาคม 1983 ผู้หญิงคนหนึ่งชื่อไดแอน ดาวน์ ได้ขับรถเข้ามาในโรงพยาบาลในสปริงฟิลด์ โอเรกอน เพื่อนำเด็ก
ทั้งสามของเธอ สตีเฟ่น อายุ 3 ปี, เชอร์ริล อายุ 7 ปี และคริสตี้ อายุ 8 ปี ที่อยู่ในด้านหลังของรถและทั้งหมดถูกยิงและคตัวเธอเอง
ก็มีแผลที่ถูกยิงที่แขนซ้ายของเธอ ซึ่งเธอไหด้อ้างว่ามีคนร้ายคนหนึ่งพยายามขโมยรถและถูกยิงอย่างเลือดเย็น ส่งผลทำให้เชอริล
เสียชีวิตเกือบทันที ส่วนเด็กคนอื่นๆ รอดชีวิตมาได้แต่พิการตลอดชีวิต


ต่อมาเมื่อทำการสอบสวนก็พบว่าไดแอนโกหก โดยมีมูลเหตุเพียงเพราะแฟนใหม่ไม่อยากเลี้ยงลูกติดของเธอ ดังนั้นเธอจึงมีความคิด
กำจัดลูกที่เป็นอุปสรรคขัดขวางความรักออกไปจากชีวิต ใจ แต่สุดท้ายเธอต้องจำนนต่อหลักฐานและคำให้การของคริสตี้ที่เป็นพยาน
ให้การกล่าวโทษแม่ต่อหน้าผู้พิพากษาและคณะลูกขุนในชั้นศาลอย่างกล้าหาญ ไดแอนถูกศาลพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต
และในปี 1983เธอได้หนีออกจากเรือนจำ ก่อนที่จะถูกจับกลับมาอีกครั้ง

 

Robert Fisher


 
เป็นเวลาหลายสิบปี ที่ชื่อของโรเบิร์ต ฟิชเชอร์อยู่ในรายชื่อที่เอฟบีไอต้องการตัวมากที่สุด ในฐานะผู้หลบหนีอันตราย โรเบิร์ตนั้น
อาศัยอยู่ในสก็อตส์เดล แอริโซนากับภรรยาของเขาแมรี่และลูกอีกสองคน บริตนีย์ กับ บ๊อบบี้ จูเนียร์ ในวันที่เกิดคดีฆาตกรรมนั้น
เพื่อนบ้านได้เห็นเขาและภรรยาโต้เถียงกันอย่างรุนแรง และภรรยาขู่ว่าจะหย่า และเพื่อนของเขาก็ให้การว่าเขาไม่สามารถอยู่ได้
โดยปราศจากครอบครัวของเขา


ในเช้าวันที่ 10 เมษายน 2001 โรเบิร์ตตัดสินใจฆาตกรรมครอบครัวของเขา แมรี่ถูกยิงที่ด้านหลังศีรษะ ส่วนลูกๆ ก็ถูกเชือดคอ
จากนั้นเขาก็ราดน้ำมันก่อนที่จะทำให้ก๊าซระเบิดให้ไฟไหม้บ้านเพื่ออำพรางคดี จนกลายเป็นบ้านเพลิง เมื่อเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมา
ถึงที่เกิดเหตุและดับเพลิง พวกเขาก็พบซากของคนทั้งสาม 10 วันให้หลังจากการฆาตกรรม เอฟบีไอก็ประกาศจับตัวของเขาไปทั่ว
แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครพบเขา บางทีเขาอาจฆ่าตัวตายที่ไหนสักแห่ง ไม่ก็มีชีวิตอยู่ด้วยการใช้ชื่อปลอม แม้จะไม่พบร่องรอยเบาะแสใดๆ
แต่ชื่อของเขายังเป็นที่ต้องการของเอฟบีไอ
 


Susan Smith


 
วันที่ 25 ตุลาคม 1994 หญิงสาวคนหนึ่งในยูเนี่ยน รัฐเซาท์แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ชื่อ ซูซาน สมิท ได้โทรติดต่อตำรวจ
เพื่อแจ้งความว่าเธอโดนจี้โดยชายผิวดำไม่ทราบชื่อ เธออ้างว่าผู้ชายคนนี้ขับรถไปพร้อมกับลักพาตัวบุตร ไมเคิล อายุ 3 ปี และ
อเล็กซานเดอร์ อายุ 14 เดือน
ตำรวจจึงระดมกำลังค้นหาและสื่อมวลชนช่วยกันกระจายข่าว ประชาชนทั่วทั้งอเมริกาต่างเฝ้าติดตาม
ข่าวโทรทัษศน์ถึงความคืบดังกล่าว เพื่อหวังการกลับมาของลูกๆ ของซูซาน


ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มมองเห็นสิ่งไม่มาพากล มีหลายอย่างที่ไม่สอดคล้องกับเรื่องที่ซูซานเล่า และ หลังจากสอบสวนอย่างเข้มข้น
กับซูซาน ในที่สุดเธอก็สารภาพว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ส่วนบุตรชายทั้งสองนั้นเธอได้ฆ่าไปเรียบร้อยแล้ว

9 วันต่อมา ตำรวจได้พบรถยนต์คันของซูซานจมอยู่ใต้ทะเลสาบ พร้อมศพเด็ก 2 คนถูกคาดเข็มขัดเธอก็ได้รับสารภาพถึงมูลเหตุจูงใจ
ว่าพวกเด็กเป็นอุปสรรค์ขัดขวางความสัมพันธ์รักระหว่างเธอกับแฟนใหม่ซึ่งมีฐานะร่ำรวย  ในวันเกิดเหตุเธอพาลูกชายสองคนขึ้นในรถยนต์
แล้วขับรถพาไปยังขอบทะเลสาบแคโรไลนา เธอลงจากรถและปล่อยเบรกเพื่อให้รถพุ่งลงน้ำ ยืนดูรถจมอย่างช้าๆ ทั้งที่ภายในรถยังมี
ลูกชายสองคนหลับอยู่ข้างใน แม้ในชั้นศาลทนายความของซูซานจะแก้ต่างว่าเธอมีปัญหาทางจิต แต่คณะลูกขุนตัดสินเธอให้จำคุก
ตลอดชีวิตในข้อหาฆาตกรรมลูกชายของเธอ เธอจะไม่ได้รับสิทธิ์ได้รับทัณฑ์บนจนถึงปี 2024



Elmer Crawford


 
มันเป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุดในการฆ่าล้างครอบครัวในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย มันเกิดขึ้น เมื่อวันที่ 2 กรกฏาคม 1970 เมื่อมีการพบ
รถยนต์คนหนึ่งอยู่ปากหน้าผาที่ทะเลสาบ Loch Ard Gorge ใน พอร์ท แคมป์เบล วิคตอเรีย ภายในรถพบร่างของหญิงตั้งครรภ์ร่าง
ไร้วิญญาณคนหนึ่งชื่อเทเรซา ครอว์ฟอร์ด และที่เบาะด้านหลังพบลูกสามคนของเธออยู่ใต้ผ้าใบกันน้ำ แคทรีน อายุ 13 ปี, เจมส์ อายุ 8 ปี
และ คาเรน อายุ 6 ปี
ส่วนหัวหน้าครอบครัวคือเอลเมอร์ไม่พบ คาดว่าเขาเป็นตัวการฆ่าพวกเขา


จากการชันสูตรก็พบเรื่องน่าตกใจ เอลเมอร์ได้สร้างอุปกรณ์ไฟและและเอาที่คลิปแนบไว้ที่หูของภรรยาและจัดการสังหารในขณะที่เธอนอนหลับ
จากนั้นเขาก็เอาค้อนตีพวกลูกๆ จนถึงชีวิต จากนั้นเขาก็เอาร่างของพวกเขาใส่บนรถขับกว่า 200 กิโลเพื่อไปยังจุดเกิดเหตุและเขาพยายาม
ผลักรถเพื่อหวังให้จมสู่ก้นทะเลสาบ (หรือไม่ก็พยายามให้เหมือนคดีฆาตกรรม)

เอลเมอร์ได้หายตัวไป ส่วนมูลเหตุน่าจะเป็นพินัยกรรมที่ทั้งคู่ทำไว้กรณีหากครอบครัวเสียชีวิตจะได้เงินก้อนหนึ่ง แน่นอนว่าทางการพยายาม
ตามหาเขาตั้งแต่เกิดคดีฆาตกรรม แต่ก็เจอตัวเขาเลยแม้แต่น้อย  จนกระทั่งปี 2005 ชายสูงอายุคนหนึ่งถูกพบเป็นศพในเท็กซัส ในชื่อปลอม
หลายคนเชื่อว่านี้คือเอลเมอร์ แต่ผลจากการตรวจสอบดีเอ็นเอปรากฏว่าไม่ใช่ จนบัดนี้เบาะแสของเอลเมอร์ยังคงเป็นปริศนา
 
 
อ้างอิง

http://listverse.com/2013/04/21/10-shocking-cases-of-parents-murdering-their-families/
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 ธันวาคม 2020, 13:35:02 โดย etatae333 »
นวดกระปู๋ นวดกระปู๋เชียงใหม่ นวดกระษัย ไซด์ไลน์ Sideline นวดน้ำมัน นวดอโรมา นวดแผนโบราณ อาบอบนวด ออน การบ้าน เรื่องเสียว ลายแทง หนังโป๊ AV เชียงใหม่

Krittachaya

  • เด็กหัดเสียว
  • **
  • กระทู้: 200
  • คะแนนจิตพิสัย +0/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: ฆาตกรในครอบครัว คนที่ไว้ใจร้ายที่สุด
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 22 มกราคม 2021, 17:47:09 »